- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 179 ตรวจสอบความถูกต้อง|180 ต้นเหตุ
บทที่ 179 ตรวจสอบความถูกต้อง|180 ต้นเหตุ
บทที่ 179 ตรวจสอบความถูกต้อง|180 ต้นเหตุ
บทที่ 179 ตรวจสอบความถูกต้อง
หานปินแปลกใจเล็กน้อย “เขาคืนเงินให้คุณเมื่อไหร่ครับ?”
“โอ๊ย วันไหนผมจำไม่ได้หรอกครับ น่าจะสักครึ่งเดือนแล้วมั้ง” เหมียวซิวเจี๋ยตอบ
“คืนทางไหนครับ?”
“เงินสดครับ”
“เงินสด?” หานปินถามย้ำด้วยความแปลกใจ “เงินสดสามล้านเต็ม ๆ เลยเหรอครับ”
“ครับ”
“เดี๋ยวนี้โอนเงินสะดวกจะตาย ทำไมต้องจ่ายเป็นเงินสดด้วยครับ?” หานปินไม่เข้าใจ
“อันนี้เป็นความต้องการของคุณนายเสิ่นครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ตอนนั้นคุณไม่ได้เสนอให้ใช้วิธีอื่นเหรอครับ?” หลี่ฮุยถาม
“โธ่คุณ สมัยนี้ทำธุรกิจมีแต่คนติดหนี้ ทวงคืนได้ก็บุญแล้ว จะไปเลือกวิธีทำไม ขอแค่เป็นเงินหยวนก็พอแล้วครับ” เหมียวซิวเจี๋ยหัวเราะ หึ แล้วพูดต่อ
“เหมือนที่คนเขาพูดกันนั่นแหละครับ อย่าได้คืบจะเอาศอก”
“เธอเอาเงินไปให้ หรือคุณไปรับเอง?”
“ก็ต้องไปรับเองสิครับ เรื่องแบบนี้ถ้าไม่รีบ เกิดเธอเอาเงินไปให้เจ้าอื่นก่อน ผมคงกระอักเลือดตาย” เหมียวซิวเจี๋ยตอบ
“ไปรับยังไงครับ?”
“ผมพาเด็กหนุ่มล่ำ ๆ ไปสองคน ขับรถตู้ไปขนกลับมาครับ”
“เด็กหนุ่มสองคนนั่น รู้ไหมครับว่าข้างในเป็นเงิน?”
“ไม่ได้บอกครับ เงินใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง จิตใจคนเรามันเปราะบาง อย่าไปเปิดโอกาสให้เขาทำผิดเลย คุณว่าจริงไหม?” เหมียวซิวเจี๋ยถามกลับ
“สามล้านใส่ในกระเป๋าเดินทางใบเดียวเลยเหรอครับ?”
“ครับ”
“กระเป๋าใบใหญ่แค่ไหนครับ?” หานปินซัก
“ก็ไม่เล็กนะ” เหมียวซิวเจี๋ยทำมือให้ดูขนาด
หานปินลุกขึ้น กระซิบอะไรบางอย่างกับหลี่ฮุย แล้วหลี่ฮุยก็เดินออกไป
“ตอนคุณรับเงิน มีคนอื่นอยู่ด้วยไหมครับ?” หานปินถามต่อ
“ไม่มีครับ”
“เมื่อกี้ผมบอกว่าเสิ่นเนี่ยนโหรวถูกลักพาตัว ทำไมคุณไม่ตกใจเลย?” หานปินถาม
“ผมผ่านโลกมาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว เจออะไรมาเยอะ อีกอย่างผมกับเสิ่นเนี่ยนโหรวก็แค่คู่ค้า ไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัวครับ” เหมียวซิวเจี๋ยตอบ
“ผมนึกว่าคุณรู้เรื่องนี้อยู่แล้วซะอีก” หานปินลองเชิง
“คุณตำรวจหาน อย่าล้อเล่นสิครับ ผมไม่ใช่ผู้วิเศษหยั่งรู้ดินฟ้านะ” เหมียวซิวเจี๋ยพูดพลางก้มดูนาฬิกา
“มีอะไรอีกไหมครับ? ถ้าไม่มีผมขอตัวก่อน ที่โรงงานกำลังงานยุ่งมาก”
“อย่าเพิ่งรีบครับ รอเดี๋ยว” หานปินยื่นบุหรี่ให้เขา แล้วจุดของตัวเอง
“คุณตำรวจหาน เรื่องเสิ่นเนี่ยนโหรวถูกลักพาตัว ได้เบาะแสอะไรบ้างหรือยังครับ?” เหมียวซิวเจี๋ยถามด้วยความอยากรู้
“เป็นความลับทางราชการครับ ไม่สะดวกเปิดเผย”
“ครืด...” ตอนนั้นเอง หลี่ฮุยก็ลากกระเป๋าเดินทางสองใบเข้ามา
ใบหนึ่งสีน้ำตาล อีกใบสีดำ
“คุณลองดูสองใบนี้ ใบไหนเหมือนกับที่คุณใช้ใส่เงินครับ?” หานปินถาม
“ผู้หมวดหาน จำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอครับ ผมเป็นเจ้าหนี้นะ ถ้าเธอยังไม่คืนเงิน แล้วผมโมเมว่าคืนแล้ว ผมก็เสียเงินฟรีสิ ผมไม่ได้โง่นะ” เหมียวซิวเจี๋ยบ่น
“เถ้าแก่เหมียว ขอความร่วมมือด้วยครับ” หานปินบอก
“ก็ได้ ๆ ขอดูหน่อย” เหมียวซิวเจี๋ยเดินเข้าไป กะขนาดดู แล้วชี้ไปที่ใบสีดำที่ใหญ่กว่า
“ใบนี้ขนาดพอ ๆ กับที่ผมใช้ใส่เงินเลย”
หานปินปิดกล้องบันทึกภาพ ยิ้ม “แค่นี้ก็เรียบร้อย ทำตามระเบียบให้จบ ๆ ไป เราก็ได้งาน คุณก็ได้กลับบ้านสบายใจ”
“ใช่ครับ ๆ คุณพูดถูก มันก็อย่างนี้แหละ” เหมียวซิวเจี๋ยยิ้มแห้ง ๆ “คุณตำรวจหาน งั้นผมกลับได้ยังครับ?”
“เชิญครับ” หานปินบอก
“งั้นผมไม่รบกวนแล้ว ขอตัวนะครับ” เหมียวซิวเจี๋ยบอกลา แล้วเดินออกจากห้องไป
“ปินจื่อ นายว่าคำพูดหมอนี่เชื่อได้ไหม?” หลี่ฮุยขมวดคิ้ว
“รายงานหัวหน้าเจิ้งเถอะ เขาอยู่ที่โรงงานเชียนจินเหมิน ตรวจสอบง่ายอยู่แล้ว” หานปินตอบ
“นั่นสินะ” หลี่ฮุยรับคำ ชี้ไปที่กระเป๋าเดินทาง “กระเป๋านี่ยังใช้อยู่ไหม ถ้าไม่ใช้ฉันเอาไปคืนนะ”
“สีน้ำตาลเอาไปคืน ส่วนสีดำเก็บไว้”
“เก็บไว้ทำไม?” หลี่ฮุยงง
“เอาไปลองใส่เงินที่ธนาคารดู ว่าใส่สามล้านได้จริงไหม” หานปินบอก
…
โรงงานเชียนจินเหมิน
ภายในห้องทำงานผู้จัดการใหญ่
เจิ้งข่ายเสวียนฟังรายงานจากหานปินทางโทรศัพท์จบแล้ว
เจิ้งข่ายเสวียนหันไปมองสองพี่น้องตระกูลหม่า “รู้จักเหมียวซิวเจี๋ยไหม?”
“รู้จักครับ เป็นคู่ค้ากับบริษัทเรา” หม่าหย่งเฟิงตอบ
“บริษัทคุณติดหนี้เหมียวซิวเจี๋ยอยู่หรือเปล่า?” เจิ้งข่ายเสวียนถาม
“เมื่อก่อนเราเคยติดค่าสินค้าเขาจริงครับ แต่เพิ่งใช้คืนไปเมื่อไม่นานมานี้” หม่าหย่งเฟิงอธิบาย
“เรื่องนี้คุณแน่ใจนะ?”
“แน่ใจครับ”
“ผมก็เคยได้ยินแม่บอกเหมือนกัน ว่าคืนเงินเหมียวซิวเจี๋ยไปแล้ว” หม่าหย่งเนียนเสริม
เจิ้งข่ายเสวียนพยักหน้า โอกาสที่สองพี่น้องจะร่วมมือกันโกหกมีน้อยมาก
ถ้าเสิ่นเนี่ยนโหรวถูกลูกชายสองคนร่วมมือกันลักพาตัว ชีวิตนี้คงล้มเหลวสุด ๆ แล้ว
“กริ๊ง ๆ ๆ...” ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
หม่าหย่งเนียนหยิบมาดู สีหน้าตื่นตระหนก “เบอร์แม่ผมครับ น่าจะเป็นโจรโทรมา”
“จำไว้นะ จะเอาเงินก็ได้ แต่ต้องได้ยินเสียงแม่คุณก่อน” เจิ้งข่ายเสวียนกำชับ
“ครับ”
“อีกอย่าง ถ้ามันถามว่าแจ้งความหรือเปล่า มันอาจจะลองเชิง อย่าเพิ่งยอมรับเด็ดขาด”
“เข้าใจแล้วครับ”
“รับสายเลย”
หม่าหย่งเนียนสูดหายใจลึก กดรับสาย “ฮัลโหล ผมหม่าหย่งเนียน”
“เตรียมเงินหรือยัง?”
“เรียบร้อยแล้ว”
“ครบสิบล้านไหม? ขาดแม้แต่แดงเดียว เตรียมเก็บศพแม่แกได้เลย”
“ครบสิบล้าน ไม่ขาดแน่นอน ขอแค่ปล่อยแม่ผมกลับมาอย่างปลอดภัย เงินพร้อมให้พวกคุณเสมอ”
“อย่าตุกติกนะ ถ้าแจ้งความล่ะก็ รู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น” โจรขู่
“ผมรู้ ไม่แจ้งความหรอก ขอผมคุยกับแม่หน่อยได้ไหม?” หม่าหย่งเนียนขอร้อง
สักพัก ก็มีเสียงโจรพูดแทรกเข้ามา “คุยกับลูกแกซะ อะไรไม่ควรพูดก็อย่าพูด”
“หย่งเนียน แม่เองนะ ลูกต้องมาช่วยแม่นะ...” เสียงผู้หญิงสะอื้นไห้ดังมาตามสาย
“แม่ครับ แม่ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม วางใจเถอะ ผมจะไปช่วยแม่แน่ครับ” หม่าหย่งเนียนตะโกน
“พอได้แล้ว คุยอะไรกันนักหนา ได้เงินเมื่อไหร่เดี๋ยวก็ปล่อยให้เจอกัน ถึงตอนนั้นจะคุยกันให้ตายก็ไม่มีใครว่า” โจรตัดบท
“เงินพร้อมแล้ว จะให้ส่งยังไงครับ?” หม่าหย่งเนียนถาม
“เอาเงินใส่รถตู้ ขับไปแถวแยกถนนไท่หางตัดกับถนนหงฉีตอนสามทุ่ม แล้วรอฉันโทรหา”
“รับทราบครับ”
“ถ้ากล้าแจ้งความ หรือเล่นลูกไม้กับเงิน ก็เตรียมเก็บศพได้เลย” พูดจบ โจรก็วางสายทันที
“จับพิกัดโจรได้ไหม?” เจิ้งข่ายเสวียนถาม
“แถวถนนไท่หางครับ” เหยียนลี่ตงจากทีมเทคนิคตอบ
“ถนนไท่หางอีกแล้ว โจรมันรู้ดีว่าตรงนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด” เจิ้งข่ายเสวียนถอนหายใจ
ถ้าปล่อยให้โจรเอาเงินสิบล้านหนีไปได้ กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่
────────── •✧• ──────────
บทที่ 180 ต้นเหตุ
ตอนนี้เวลาสี่โมงสามสิบห้านาที อีกสี่ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัดส่งเงินค่าไถ่
ภายใต้การบัญชาการของเจิ้งข่ายเสวียน ปฏิบัติการวางกำลังดำเนินไปอย่างเร่งรีบ
สิบล้านไม่ใช่เงินน้อย ๆ ถ้าโจรเอาเงินก้อนนี้ไปได้ พรุ่งนี้คงเป็นข่าวใหญ่รองจากวันชาติแน่
ข่าวใหญ่อันดับหนึ่งย่อมต้องเป็นวันชาติ
ถ้าได้ออกข่าวเพราะปิดคดีได้ เจิ้งข่ายเสวียนคงดีใจ แต่ถ้าเป็นข่าวเพราะทำเงินค่าไถ่หาย เขาคงเอาหน้าไปมุดดินหนี
การวางกำลังในคดีลักพาตัวนั้นยากมาก
อย่างแรกต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวประกัน ถ้าวางกำลังแน่นหนาเกินไป วงกว้างเกินไป โจรอาจไหวตัวทัน นอกจากจะจับไม่ได้แล้ว ตัวประกันอาจตกอยู่ในอันตรายด้วย
ถนนไท่หางเป็นถนนตัดใหม่ กว้างขวางและเชื่อมต่อได้หลายทาง ทำให้วางกำลังยาก ถ้าคนน้อยก็ปิดล้อมโจรไม่ได้
เจิ้งข่ายเสวียนคิดหนักเรื่องการวางกำลัง นอกจากจะระดมคนจากกลุ่มหนึ่งมาช่วยแล้ว ยังขอกำลังเสริมจากโรงพักไท่หางด้วย
ในที่สุดก็ได้แผนมาสามแบบ
แบบแรก ให้ตำรวจซุ่มอยู่รอบรถขนเงิน พอโจรมาเอาเงิน ก็บุกชาร์จจับตัวทันที พร้อมทั้งเค้นถามที่ซ่อนตัวประกัน
แบบที่สอง วางกำลังตามจุดสำคัญบนถนนไท่หาง พอผู้ต้องสงสัยโผล่มา ก็สกัดจับทันที
แบบที่สาม ติดเครื่องติดตามในกระเป๋าเงิน เผื่อสองแผนแรกพลาด ก็ยังมีแผนสำรอง
กว่าจะสรุปแผนได้ ก็ปาเข้าไปหกโมงเย็น เจิ้งข่ายเสวียนสั่งข้าวกล่องมาเลี้ยงตำรวจทุกคน
กินข้าวเสร็จ ก็เริ่มปฏิบัติการวางกำลัง
“กริ๊ง ๆ ๆ...” ทันใดนั้น มือถือเจิ้งข่ายเสวียนก็ดังขึ้น
เจิ้งข่ายเสวียนหยิบมาดู เป็นเบอร์หานปิน เขากดรับสาย “ฮัลโหล อยู่ไหนแล้ว?”
“หัวหน้าเจิ้ง ผมเพิ่งออกจากธนาคารครับ”
“ไปทำอะไรที่ธนาคาร?” เจิ้งข่ายเสวียนงง เขาให้เถียนลี่บอกสองคนนั้นแล้วนี่ ว่านัดส่งเงินตอนสามทุ่มที่ถนนไท่หาง
“ผมสอบปากคำเหมียวซิวเจี๋ยแล้วรู้สึกทะแม่ง ๆ เรื่องคืนหนี้มันแปลก ๆ เลยมาเช็กที่ธนาคารครับ”
“เรื่องเสิ่นเนี่ยนโหรวคืนหนี้เหมียวซิวเจี๋ย สองพี่น้องตระกูลหม่าก็ยืนยันแล้วนี่ เถียนลี่ไม่ได้บอกเหรอ?”
“บอกครับ แต่ผมสงสัยคำให้การของสองพี่น้องนั่น”
“สงสัยอะไร?”
“ผมเคยสอบปากคำหม่าหย่งเนียนมาก่อน พอจะรู้นิสัยเขาอยู่บ้าง เขาเป็นพวกยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง อะไรที่ไม่อยู่ในความสนใจก็แทบไม่ใส่ใจเลย ตอนผมถามเรื่องโรงงานเชียนจินเหมิน เขาบอกว่าไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ทำไมทีเรื่องนี้เขาถึงจำได้แม่นนักล่ะครับ?” หานปินวิเคราะห์
“แล้วไปธนาคารได้เรื่องอะไรมาบ้าง?” เจิ้งข่ายเสวียนถามต่อ
“ได้มาสองอย่างครับ อย่างแรก เมื่อครึ่งเดือนก่อน บัญชีบริษัทเชียนจินเหมินมีการถอนเงินสดสามล้านหยวนจริงครับ”
“ก็ตรงกับเรื่องคืนเงินพอดีนี่” เจิ้งข่ายเสวียนกล่าว
“ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น แต่พอลองเอากระเป๋าเดินทางขนาดเท่าที่เหมียวซิวเจี๋ยบอกไปลองใส่เงินที่ธนาคาร ปรากฏว่าใส่เงินสามล้านไม่ได้ครับ” หานปินเล่าต่อ
“ฟังดูมีพิรุธจริง ๆ เดี๋ยวนี้โอนเงินสะดวกจะตาย ถ้าเสิ่นเนี่ยนโหรวตั้งใจจะคืนเงิน ทำไมต้องทำให้ยุ่งยากด้วย หาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ” เจิ้งข่ายเสวียนเห็นด้วย
“ผมว่าเสิ่นเนี่ยนโหรวถอนเงินสามล้านจริง แต่ไม่ได้เอาไปคืนเหมียวซิวเจี๋ย ที่เหมียวซิวเจี๋ยพูดแบบนั้น เพราะอยากตัดแรงจูงใจในการลักพาตัว เพื่อไม่ให้ตำรวจสงสัยเขาครับ” หานปินสันนิษฐานอย่างกล้าหาญ
“ถ้าเหมียวซิวเจี๋ยเป็นคนร้าย แล้วทำไมสองพี่น้องตระกูลหม่าต้องช่วยปกปิด หรือว่าสองคนนั่นก็ร่วมขบวนการด้วย?” เจิ้งข่ายเสวียนเริ่มสับสน
“ผมว่าเราควรรอบคอบไว้ก่อน ถ้าหนึ่งในสองพี่น้องเป็นหนอนบ่อนไส้ ปฏิบัติการช่วยตัวประกันครั้งนี้ล่มแน่ครับ” หานปินเตือน
เจิ้งข่ายเสวียนนิ่งคิดครู่หนึ่ง “เรื่องสองพี่น้องฉันจัดการเอง นายสืบเรื่องเหมียวซิวเจี๋ยต่อ”
“ครับ”
“เดี๋ยวฉันให้เถียนลี่กับซุนเสี่ยวเผิงไปช่วย” เจิ้งข่ายเสวียนพูดจบก็วางสาย
เห็นเจิ้งข่ายเสวียนสีหน้าไม่ดี เจิงเผิงเลยถามขึ้น “หัวหน้าเจิ้ง เกิดอะไรขึ้นครับ?”
เจิ้งข่ายเสวียนมองซ้ายมองขวา เรียกเจิงเผิงไปคุยส่วนตัว เล่าเรื่องให้ฟังคร่าว ๆ
“คุมตัวสองพี่น้องไว้ก่อนดีไหมครับ ถ้าพวกเขาส่งข่าวให้โจร แผนเราพังแน่” เจิงเผิงเสนอ
เจิ้งข่ายเสวียนดูนาฬิกา “อย่าเพิ่งกินข้าวเลย คุณไปสอบหม่าหย่งเฟิง ผมจะสอบหม่าหย่งเนียน ให้จ้าวอิงดูแลหน้างานไปก่อน”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในรถตู้ตำรวจ
จ้าวหมิงเปิดกล้องบันทึกภาพ เจิ้งข่ายเสวียนนั่งสูบบุหรี่อยู่ข้าง ๆ
หม่าหย่งเนียนนั่งตัวลีบอยู่ตรงข้าม “คุณตำรวจเจิ้ง เรียกผมมามีธุระอะไรเหรอครับ?”
“หม่าหย่งเนียน คุณอยากช่วยแม่คุณไหม?”
“อยากสิครับ แน่นอนอยู่แล้ว” หม่าหย่งเนียนตอบทันที
“งั้นตอบคำถามผมมาตามตรง”
“คุณตำรวจเจิ้ง ถึงเวลาป่านนี้แล้ว ทำไมไม่ไปจับโจรที่ถนนไท่หาง มาถามผมจะมีประโยชน์อะไร?” หม่าหย่งเนียนงง
“ถามอีกที อยากช่วยแม่ไหม?”
“อยากครับ”
“อยากช่วยก็ตอบมาดี ๆ อย่าพูดมาก”
“ครับ ถามมาได้เลย” หม่าหย่งเนียนพยักหน้า
“เคยเจอเหมียวซิวเจี๋ยไหม?”
“ไม่เคยครับ”
“รู้ไหมว่าบริษัทเชียนจินเหมินติดหนี้เหมียวซิวเจี๋ยเท่าไหร่?”
“ไม่รู้ครับ”
“ขนาดติดหนี้เท่าไหร่ยังไม่รู้ แล้วรู้ได้ไงว่าใช้หนี้หมดแล้ว?”
“แม่บอกครับ”
“บอกว่ายังไง เล่ามาซิ”
“เช้าวันนั้น เราสามคนแม่ลูกกินข้าวกัน พี่ชายถามขึ้นมาก่อนว่าคืนเงินเหมียวซิวเจี๋ยหรือยัง แม่บอกคืนแล้ว พี่ก็ถามว่าคืนเท่าไหร่ แม่บอกคืนหมดแล้ว” หม่าหย่งเนียนเกาหัว พยายามนึก
“ตอนนั้นแม่กับพี่คุยเรื่องงานกัน ผมไม่ได้พูดแทรก แค่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ”
“บอกไว้ก่อนนะ ถ้าโกหก นอกจากจะช่วยแม่ไม่ได้แล้ว ยังต้องรับผิดทางกฎหมายด้วย” เจิ้งข่ายเสวียนเตือน
หม่าหย่งเนียนชูสามนิ้วขึ้นฟ้า “สาบานเลยครับ ผมพูดจริงทุกคำ ถ้าโกหกขอให้ตายโหง”
หลังสอบสวนเสร็จ เจิ้งข่ายเสวียนกับจ้าวหมิงก็ลงจากรถ
จ้าวหมิงอดพูดไม่ได้ “หัวหน้าเจิ้ง ถ้าหม่าหย่งเนียนพูดจริง ผมว่าบทสนทนาระหว่างหม่าหย่งเฟิงกับเสิ่นเนี่ยนโหรว เหมือนจงใจพูดให้เขาได้ยินเลยนะครับ”
เจิ้งข่ายเสวียนครุ่นคิด “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เสิ่นเนี่ยนโหรวคงไม่ลักพาตัวตัวเองหรอก น่าจะเป็นหม่าหย่งเฟิงที่จงใจเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา”
“แสดงว่าคนที่ร่วมมือลักพาตัว น่าจะเป็นหม่าหย่งเฟิง” จ้าวหมิงพูดโพล่งออกมา
เจิ้งข่ายเสวียนยังมีจุดที่ไม่เข้าใจ “ถ้าเสิ่นเนี่ยนโหรวยังคืนเงินไม่ครบ ทำไมเธอต้องโกหก?”
จ้าวหมิงจินตนาการบรรเจิด “หรือว่านี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอถูกลักพาตัวครับ?”