เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 169 หลี่เว่ยตง|170 กล้องวงจรปิด

บทที่ 169 หลี่เว่ยตง|170 กล้องวงจรปิด

บทที่ 169 หลี่เว่ยตง|170 กล้องวงจรปิด


บทที่ 169 หลี่เว่ยตง

“หัวหน้าเจิง คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมครับ เด็กคนนี้คือคนแจ้งความเหรอ?” หลี่ฮุยถามอย่างแปลกใจ

“นายเห็นฉันเหมือนล้อเล่นไหมล่ะ” เจิงเผิงลากเก้าอี้มาให้หลี่เกาปั๋วนั่ง แล้วพูดต่อ

“หลี่เกาปั๋วเป็นเพื่อนบ้านฉัน เช้านี้เขามาแจ้งความที่สาขา บอกว่าแม่ถูกลักพาตัว เถียนลี่ ทำบันทึกปากคำเขาหน่อย”

เถียนลี่เดินเข้ามา เปิดกล้องบันทึกภาพ แล้วถาม “ชื่อ อายุ เพศ เชื้อชาติ...”

“ผมชื่อหลี่เกาปั๋ว อายุ 15 ปี เพศชาย ชาวฮั่น...”

“หลี่เกาปั๋ว ทำไมเธอถึงมาแจ้งความ?”

“แม่ผมถูกลักพาตัวครับ”

“ถูกลักพาตัวไปเมื่อไหร่?”

“เมื่อคืนครับ”

“เวลาที่แน่นอน”

“ประมาณสองทุ่มครับ”

“ถูกลักพาตัวที่ไหน?”

“แถวโรงงานที่แม่ทำงานครับ เมื่อวานแม่ทำโอที พ่อขับรถไปรับ แต่รถติดกลางทาง พอไปถึงแม่ก็หายไปแล้ว โทรหาก็ไม่รับสาย” หลี่เกาปั๋วสีหน้าเศร้าหมอง

“เธอรู้ได้ยังไงว่าแม่ถูกลักพาตัว ไม่ใช่หนีออกจากบ้าน?”

“เมื่อคืนตอนสองทุ่มสี่สิบ โจรเรียกค่าไถ่โทรมาครับ เรียกเงินสองแสนหยวนจากพ่อ เราถึงแน่ใจว่าแม่ถูกลักพาตัว”

“ทำไมพ่อเธอไม่มาแจ้งความ?”

“พ่อไม่กล้าครับ ตอนโจรเรียกค่าไถ่ มันบอกว่าดักฟังมือถือพ่ออยู่ ถ้าพ่อแจ้งความ มันจะฆ่าแม่ทิ้ง พ่อกลัวโจรส่งคนมาเฝ้า เลยให้ผมมาแจ้งความแทน”

หลี่เกาปั๋วยังเป็นแค่เด็ก พูดไปก็ร้องไห้ไป “คุณลุงคุณน้าครับ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วยนะครับ”

เถียนลี่รีบปลอบ “หลี่เกาปั๋ว เข้มแข็งหน่อยนะ เล่าเหตุการณ์ให้ละเอียด เราจะได้รีบรับเรื่องและไปช่วยแม่เธอออกมา”

“ครับ ถามมาได้เลยครับ” หลี่เกาปั๋วเช็ดน้ำตา

“แม่เธอชื่ออะไร? อายุเท่าไหร่ ทำงานที่ไหน?”

“แม่ชื่อเกาเสี่ยวอวิ๋น อายุ 46 ปี ทำงานที่โรงงานเชียนจินเหมิน เบอร์โทร 1386XXXXX ครับ”

“โจรติดต่อพ่อเธอทางไหน?” เถียนลี่ถามต่อ

“ใช้มือถือแม่โทรมาครับ พอวางสายเครื่องก็ปิดไปเลย”

“จ้าวหมิง นายไปบอกทีมเทคนิค ตรวจสอบเบอร์มือถือนี้หน่อย” เจิงเผิงสั่ง

“หัวหน้าเจิง เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องแจ้งผู้ปกครองให้มาร่วมรับฟังการสอบสวนก่อนรับแจ้งความไหมครับ” จ้าวหมิงเสนอ

“อย่าครับ อย่าโทรหาพ่อนะครับ โจรบอกว่าดักฟังมือถือพ่ออยู่ ถ้าพ่อคุยกับตำรวจ พวกมันรู้แน่ แม่ผมจะอันตรายครับ” หลี่เกาปั๋วรีบบอกอย่างตื่นตระหนก

“ตอนนี้พ่อเธออยู่ที่ไหน?”

“พ่อไปหาเงินครับ พ่อบอกว่าถ้าสบโอกาส จะยืมมือถือคนอื่นโทรหาคุณลุง ถึงตอนนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าผมพูดความจริง” หลี่เกาปั๋วบอก

“คนร้ายบอกไหมว่าจะให้ส่งเงินที่ไหน?”

“ยังไม่บอกครับ”

“ช่วงนี้แม่เธอมีอะไรผิดปกติไหม?”

“เหมือนจะไม่มีนะครับ ผมไม่รู้สึกอะไร”

“แม่เธอไปขัดแย้งกับใครมาหรือเปล่า?”

“ผมไม่รู้ครับ ปกติผมไปโรงเรียน ถึงที่บ้านจะมีเรื่องอะไร พ่อกับแม่ก็ไม่บอกผมหรอก” หลี่เกาปั๋วตอบอย่างจนใจ

“กริ๊ง ๆ ๆ...” ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

เจิงเผิงหยิบมือถือมาดู เป็นเบอร์แปลก เขากดรับสาย “ฮัลโหล”

“คุณตำรวจเจิง ผมหลี่เว่ยตง เพื่อนบ้านชั้น 7 นะครับ คุณเจอลูกชายผมหรือยัง?” ปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย

เจิงเผิงเปิดลำโพง “เจอแล้ว กำลังสอบปากคำอยู่ เขาบอกว่าภรรยาคุณถูกลักพาตัว”

“ใช่ครับ ผมยืมมือถือคนอื่นโทรหาคุณ โจรอาจจะดักฟังมือถือผมอยู่”

“เด็กยังเล็ก อาจเล่ารายละเอียดไม่ครบ คุณควรมาโรงพัก เล่าเหตุการณ์ให้ละเอียดด้วยตัวเองดีกว่า” เจิงเผิงแนะนำ

“ผมไม่กล้าไปครับ โจรบอกว่าจะส่งคนตามดูผม ถ้าผมไปโรงพัก มันต้องรู้แน่ว่าผมแจ้งความ” หลี่เว่ยตงกังวล

“งั้นไปที่บ้านคุณ เราจะไปสอบปากคำคุณที่นั่น เพื่อถามรายละเอียดให้ชัดเจน” เจิงเผิงเสนอ

หลี่เว่ยตงลังเลครู่หนึ่ง “พวกคุณระวังตัวหน่อยนะครับ อย่าให้โจรจับได้”

“เราจะใส่ชุดนอกเครื่องแบบไปครับ” พูดจบ เจิงเผิงก็วางสาย

จากนั้น เจิงเผิงเริ่มแจกแจงงาน “เถียนลี่กับจ้าวหมิง ไปโรงงานเชียนจินเหมิน สอบถามสถานการณ์และดูกล้องวงจรปิด”

“คนอื่นตามฉันไปที่หมู่บ้านซื่อไต้ฟางโจว”

เจิงเผิงก็พักอยู่ที่หมู่บ้านซื่อไต้ฟางโจว จึงคุ้นเคยกับพื้นที่ดี

รถเก๋งสีดำจอดหน้าหมู่บ้าน หลี่ฮุยกับซุนเสี่ยวเผิงลงจากรถ ไปที่นิติบุคคลเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด เจิงเผิงขับรถลงไปที่จอดรถใต้ดิน รถทีมเทคนิคขับตามลงไปติด ๆ

รถจอดที่ช่องจอดตึก 4 พวกเขาแบ่งเป็นสองกลุ่มขึ้นลิฟต์ไปชั้น 13 บ้านหลี่เว่ยตงอยู่ที่ห้อง 1302

“หัวหน้าเจิง สิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่ใช้ได้เลยนะครับ” หานปินแซว

“ก็พอได้ บ้านฉันอยู่ตึกนี้แหละ ห้อง 903 ว่าง ๆ ก็แวะไปเที่ยวได้นะ” เจิงเผิงชวนอย่างเป็นกันเอง

“ครับผม” หานปินรับคำ แต่ทุกคนงานยุ่ง คงไม่ค่อยมีโอกาสไปเท่าไหร่

อย่างวันนี้ ขนาดมาทำคดีใกล้ ๆ เจิงเผิงยังไม่มีเวลาแวะกลับบ้านเลย

ขึ้นมาถึงชั้น 13 เจิงเผิงเคาะประตูห้อง 1302 “ก๊อก ก๊อก”

“แอ๊ด...” ประตูเปิดออก ชายวัยกลางคนชะโงกหน้าออกมา “คุณตำรวจเจิง มาแล้วเหรอครับ เชิญครับ”

“ไม่ต้องปิดประตูนะ เพื่อนร่วมงานผมตามมาข้างหลัง” เจิงเผิงบอก

ชายคนนั้นรับคำ เชิญทั้งสองคนนั่งที่โซฟา

ชายคนนี้คือหลี่เว่ยตง สามีของผู้ถูกลักพาตัว เขาเป็นเพื่อนบ้านตึกเดียวกับเจิงเผิง เจอกันในลิฟต์ก็ทักทายตามมารยาท แต่ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก

“เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมรินชาให้” หลี่เว่ยตงบอก

“ไม่ต้องเกรงใจครับ รีบทำคดีดีกว่า ช่วยคนสำคัญที่สุด” เจิงเผิงบอก

“ครับ ๆ” หลี่เว่ยตงรับคำ แล้วนั่งลงข้าง ๆ “คุณตำรวจเจิง อยากถามอะไรถามได้เลยครับ”

“แอ๊ด...” เสียงประตูเปิดออก

หลี่เว่ยตงลุกพรวด มองไปทางประตู

“ไม่ต้องตกใจ คนของทีมเทคนิคเราเอง คุณบอกว่ามือถืออาจโดนดักฟัง ผมเลยให้เขามาตรวจเช็คดู” เจิงเผิงอธิบาย

หลังจากหลี่เว่ยตงส่งมือถือให้ทีมเทคนิค หานปินก็เริ่มสอบปากคำ

เริ่มต้นด้วยคำถามพื้นฐาน ถามซ้ำในสิ่งที่เคยถามหลี่เกาปั๋วไปแล้ว และเพิ่มคำถามใหม่ ๆ เข้าไป

“เวลาที่ภรรยาคุณถูกลักพาตัวคือกี่โมงแน่ครับ?” หานปินถาม

“อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ ตอนผมไปถึงหน้าโรงงานเชียนจินเหมิน น่าจะประมาณสองทุ่มนิด ๆ ครับ” หลี่เว่ยตงตอบ

“ตอนนั้นทำไมคุณไม่แจ้งความ?”

“ผมก็ไม่รู้ว่าเธอโดนลักพาตัว เธอเป็นคนเอาแต่ใจ ขี้โมโห ผมนึกว่าเธอโกรธที่ผมไปรับช้า เลยนั่งแท็กซี่กลับเอง” หลี่เว่ยตงถอนหายใจ พูดต่อ

“ใครจะไปรู้ พอถึงบ้านปุ๊บ โจรก็โทรมา บอกให้เตรียมเงินสองแสน ถ้าขาดแม้แต่แดงเดียวก็อย่าหวังจะได้เจอเมียผมอีก”

“จากสองทุ่มเมื่อคืนถึงตอนนี้ ผ่านไปสิบห้าชั่วโมงแล้ว คุณน่าจะรีบแจ้งความเร็วกว่านี้” เจิงเผิงขมวดคิ้ว คดีลักพาตัวต้องแข่งกับเวลา ยิ่งยื้อนาน โอกาสรอดของตัวประกันยิ่งน้อยลง

“โจรดักฟังมือถือผม ผมไม่กล้าโทรแจ้งความ กลัวออกไปแจ้งความแล้วพวกมันรู้ เลยกะว่าจะหาเงินก่อน เผื่อโจรได้เงินแล้วจะปล่อยเมียผม” หลี่เว่ยตงอธิบาย

“แล้วทำไมถึงเปลี่ยนใจมาแจ้งความล่ะครับ?”

“โจรให้ส่งเงินพรุ่งนี้ แต่ผมลองคำนวณดูแล้ว เวลาแค่นี้หาเงินไม่ทันแน่ เลยต้องแจ้งความครับ”

“โจรเรียกค่าไถ่เท่าไหร่?”

“สองแสนครับ”

“แค่สองแสนเหรอครับ?” หานปินถามย้ำ

“คุณตำรวจครับ สองแสนก็ไม่น้อยนะครับ คนธรรมดาจะหามาจากไหน ถ้าไม่ขายบ้าน ผมก็หาไม่ได้หรอก แต่โจรจะเอาเงินพรุ่งนี้ จะขายบ้านทันได้ยังไง” หลี่เว่ยตงจุดบุหรี่สูบอัดเข้าปอด

“โจรส่วนใหญ่ทำเป็นแก๊ง อย่างน้อยต้องมีสองคน เงินค่าไถ่สองแสนแบ่งกัน ก็ตกคนละแสน ถึงเงินจะไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับความเสี่ยงแล้ว มันไม่คุ้มค่าเลยครับ” หานปินวิเคราะห์

“คุณตำรวจ คุณหมายความว่าไงครับ?” หลี่เว่ยตงสับสน คิดตามไม่ทัน

“ฐานะทางบ้านคุณถึงจะไม่แย่ แต่ก็ถือว่าปานกลาง โจรยอมเสี่ยงขนาดนี้ ทำไมไม่เลือกคนรวย ๆ จะได้เรียกเงินได้มากกว่านี้” หานปินบอก

“ความคิดโจรผมจะไปรู้ได้ไง โรงงานคนงานตั้งเยอะแยะ ทำไมเมียผมถึงซวยแบบนี้นะ” หลี่เว่ยตงตบหน้าผากตัวเองแรง ๆ

เสียง “เพี๊ยะ เพี๊ยะ” ฟังดูเจ็บแทน

เจิงเผิงจับแขนเขาไว้ ห้ามไม่ให้ทำร้ายตัวเอง แล้วถามว่า “เว่ยตง ช่วงนี้พวกคุณไปขัดแย้งกับใครมาบ้างไหม?”

────────── •✧• ──────────

บทที่ 170 กล้องวงจรปิด

“เมียผมทำงานโรงงานผลิตประตู ผมทำงานบริษัท ก็ไม่ได้เป็นงานดิบดีอะไร ปกติก็พูดดีกับทุกคน จะไปขัดแข้งขัดขาใครได้” หลี่เว่ยตงส่ายหน้า

“คุณลองคิดทบทวนดูดี ๆ คดีลักพาตัวมักมีสองจุดประสงค์ ไม่เพื่อเงิน ก็เพื่อล้างแค้น หรืออาจจะทั้งสองอย่าง” หานปินบอก

หลี่เว่ยตงขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดอยู่นาน “ผม... ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ครับตอนนี้”

เหยียนลี่ตงจากทีมเทคนิคเดินเข้ามา “หัวหน้าเจิง ตรวจสอบโทรศัพท์แล้วครับ ไม่มีปัญหา”

“คุณหมายความว่า มือถือผมไม่ได้โดนดักฟังเหรอ” หลี่เว่ยตงรับมือถือมาด้วยความแปลกใจ

“ไม่ครับ”

“ลี่ตง ล็อคเป้ามือถือเกาเสี่ยวอวิ๋นไว้ ถ้าคนร้ายโทรมาอีก ให้รีบหาพิกัดทันที” เจิงเผิงสั่ง

“รับทราบครับ”

“คุณตำรวจเจิง มือถือผมไม่โดนดักฟัง แสดงว่าคนร้ายหลอกผมสิครับ” หลี่เว่ยตงถามต่อ

“คนร้ายคงไม่อยากให้คุณแจ้งความ เลยขู่ไว้ก่อน” เจิงเผิงคาดการณ์

“แล้วตอนนี้จะเอายังไง? ผมต้องทำยังไงบ้าง?”

“หาเงิน แล้วรอโทรศัพท์คนร้าย” เจิงเผิงตอบ

“ต้องรอเฉย ๆ แบบนี้เหรอครับ เราบุกไปจับมันไม่ได้เหรอ?” หลี่เว่ยตงถาม

“ใจเย็น ๆ เพื่อนร่วมงานผมกำลังสืบสวนอยู่ ต้องรวบรวมเบาะแสก่อน ถึงจะกำหนดทิศทางการสืบสวนต่อไปได้” เจิงเผิงปลอบ

“ผิดที่ผมเอง ผิดที่ผม เมื่อคืนผมมึนไปหมด ถ้าแจ้งความเร็วกว่านี้ล่ะก็...” หลี่เว่ยตงปิดหน้าร้องไห้กระซิก

หานปินปิดสมุดบันทึก เอนหลังพิงโซฟา หลับตาพักสายตา

หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลี่ฮุยกับซุนเสี่ยวเผิงก็กลับขึ้นมา พร้อมไฟล์วงจรปิดของหมู่บ้าน

“ในกล้องมีเบาะแสไหม?” หานปินถาม

หลี่ฮุยส่ายหน้า “ผมกับซุนเสี่ยวเผิงไปนิติบุคคล ดึงภาพตอนเกาเสี่ยวอวิ๋นกับครอบครัวเข้าออกหมู่บ้านมาดู ไม่เจอใครสะกดรอยตาม และไม่เห็นคนน่าสงสัยเลย”

“พวกโจรมันขู่ไปงั้นหรือเปล่า” ซุนเสี่ยวเผิงเดา

เจิงเผิงหยิบไฟแช็กมาจุดบุหรี่ “รอดูทางเถียนลี่ดีกว่าว่าได้เบาะแสอะไรบ้าง”

เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยง เจิงเผิงสั่งข้าวกล่องมา พอข้าวมาส่งไม่นาน เถียนลี่กับจ้าวหมิงก็มาถึงพอดี

“พวกนายมาได้จังหวะกินข้าวพอดีเป๊ะเลยนะ” หลี่ฮุยแซว

“แหะ ๆ” จ้าวหมิงหัวเราะ “สืบมาทั้งเช้า หิวไส้กิ่วแล้ว มีไรกินบ้างครับ”

“มีผัดแป้งโรตีคนละกล่อง โรตีไส้เนื้อคนละอัน แล้วก็ยำผักรวมที่นึง” เจิงเผิงบอก

จ้าวหมิงเปิดถุง กัดโรตีไส้เนื้อไปคำนึง ยกนิ้วโป้ง “เยี่ยม”

เมื่อเช้าเขากินแค่บะหมี่ซองเดียว หิวจนตาลายแล้ว

“คุณตำรวจทั้งสอง สืบได้เรื่องอะไรบ้างไหมครับ?” หลี่เว่ยตงรินน้ำใส่แก้วกระดาษส่งให้เถียนลี่กับจ้าวหมิง

“ขอบคุณครับ” จ้าวหมิงรับแก้วมา ดื่มอึกใหญ่ แล้วพูดว่า

“คุณบอกว่ากลัวคนร้ายรู้ตัว เราเลยไม่ได้สอบถามคนไปทั่ว แต่ไปหาเหรินย่าหมิงผู้จัดการโรงงานเชียนจินเหมิน ขอให้ช่วยดึงภาพวงจรปิดหน้าโรงงานมาครับ”

“กล้องเจออะไรไหม?” เจิงเผิงถาม

“เมื่อคืนโรงงานเลิกงานตอนทุ่มห้าสิบห้า คนทยอยกันออกมา เราเห็นเกาเสี่ยวอวิ๋นสะพายกระเป๋ายืนรอหน้าโรงงาน ประมาณสองทุ่มสามนาที มีรถตู้คันหนึ่งขับมาจอด ผู้ชายคนหนึ่งลงมาฉุดเธอขึ้นรถไปครับ” จ้าวหมิงรายงาน

“มีพยานเห็นเหตุการณ์ไหม?”

“เราไปถามยาม เขาบอกว่าช่วงทุ่มครึ่งมีรถตู้มาจอดแถวนั้น แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไร” เถียนลี่เสริม

“ผิดที่ผมเอง ถ้าผมไปเร็วกว่านี้สักนิด แค่ไม่กี่นาที เรื่องแบบนี้คงไม่เกิด” หลี่เว่ยตงกำหมัดทุบอกตัวเองแรง ๆ

“เรื่องมันเกิดไปแล้ว โทษใครก็ไม่มีประโยชน์ คุณอย่าโทษตัวเองเลย ตอนนี้สิ่งที่คุณต้องทำคือร่วมมือกับตำรวจ ตามรอยพวกโจร และช่วยภรรยาคุณออกมาให้เร็วที่สุด” เจิงเผิงเตือนสติ

“ครับ ผมจะให้ความร่วมมือเต็มที่”

“รีบกินข้าว กินเสร็จจะได้มาดูกันว่าจะตามรอยรถตู้ได้ไหม” เจิงเผิงบอก

หานปินกินผัดแป้งโรตีกับโรตีไส้เนื้อแกล้มยำผักรวม ดื่มน้ำร้อนไปสองแก้ว พอท้องอิ่ม สมองก็แล่น

หลังกินข้าว ทุกคนมานั่งล้อมวงดูคลิปตอนเกาเสี่ยวอวิ๋นถูกฉุดขึ้นรถ

ผู้ชายคนหนึ่งลงมาจากรถตู้สีขาว สวมหมวกไอ้โม่ง ถือมีด ฉุดเกาเสี่ยวอวิ๋นขึ้นรถ ทะเบียนรถมองไม่ชัด รถวิ่งจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก

“มีคลิปอื่นอีกไหม? เอาที่เห็นทะเบียนชัด ๆ” เจิงเผิงถาม

“แถวนั้นไม่มีกล้องอื่นแล้วค่ะ แต่รถตู้วิ่งไปทางทิศตะวันตกน่าจะออกถนนใหญ่ ตรงนั้นน่าจะมีกล้องตาข่ายฟ้า” เถียนลี่ตอบ

ยังไม่ทันที่เจิงเผิงจะสั่ง จ้าวหมิงก็ยกมือไหว้ขอร้อง “หัวหน้าเจิง อย่าส่งผมไปศูนย์ควบคุมการจราจรเลยนะครับ ผมไม่อยากดูกล้องแล้วจริง ๆ”

เจิงเผิงถลึงตาใส่ แล้วหันไปสั่งเถียนลี่ “เธอพาเสี่ยวเผิงไป สอนงานเขาหน่อยว่าต้องดูกล้องยังไง”

“ค่ะ”

“ถ้าได้ข้อมูลทะเบียนรถ รีบบอกฉันทันทีนะ”

“รับทราบค่ะ” เถียนลี่รับคำ แล้วพาซุนเสี่ยวเผิงออกจากบ้านหลี่เว่ยตง

ส่วนคนที่เหลือก็รอโทรศัพท์จากคนร้าย เพื่อเตรียมรับมือตามสถานการณ์

ตอนนี้บ่ายโมงกว่าแล้ว ถึงเวลาพักเที่ยง หานปินเริ่มง่วง เลยเอนหลังพิงโซฟาหลับตาพักผ่อน

“ตืด...” มือถือหานปินสั่น เขาหยิบมาดู เป็นข้อความวีแชต

ถานจิ้งหย่าส่งมาว่า “ยุ่งอยู่ไหม?”

ตั้งแต่แอดวีแชตกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทักมาก่อน

“สแตนด์บายรอคำสั่งครับ”

“คดีอะไรคะ?” ถานจิ้งหย่าส่งสติกเกอร์หน้าสงสัยมา

“ความลับครับ”

“งานตำรวจสืบสวนนี่น่าสนใจจริง ๆ” ถานจิ้งหย่าส่งสติกเกอร์ทำหน้าอิจฉา

“คุณตำรวจถาน เรารู้จักกันมาสักพักแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่คุณทักมาก่อน ติดใจความเท่ของผมเมื่อวานล่ะสิ” หานปินพิมพ์ตอบยิ้ม ๆ

ถานจิ้งหย่าส่งรูปเบะปาก “ฉันตกใจความหน้าหนาของคุณต่างหาก”

หานปินส่งสติกเกอร์หน้าภูมิใจ “หล่อวัวตายควายล้มเลยใช่ไหมล่ะ”

ถานจิ้งหย่า “...”

“คุยกับคุณไม่กี่คำ ผมตาสว่างเลย หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง” หานปินหยอด

“มีเรื่องจะบอกค่ะ”

“เรื่องอะไรครับ?”

“หลัวชุ่ยซานอยากเจอพวกเรา”

“ทำไมครับ?” หานปินงง

“เธออยากขอบคุณที่เราช่วยชีวิตไว้ค่ะ”

“เธอออกจากโรงพักแล้วเหรอ?”

“ยังค่ะ”

“สารวัตรจ้าวกลัวเธอจะโดดตึกอีก เลยกะว่าจะขังไว้สักสองสามวัน ปรับทัศนคติให้แน่ใจว่าจะไม่ฆ่าตัวตายอีก” ถานจิ้งหย่าบอก

การกระโดดตึกถือเป็นการก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ แม้จะเป็นที่เปลี่ยว แต่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังไปช่วย ถือว่ารบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ สามารถตักเตือน ปรับ หรือกักขัง ตามกฎหมายว่าด้วยการลงโทษด้านการจัดการความสงบเรียบร้อยได้

“คุณคิดว่าไงครับ?” หานปินถาม

“ฉันคิดว่าในเมื่อเราช่วยเธอแล้ว ก็ควรช่วยให้ถึงที่สุด ไปคุยปรับทัศนคติเธอหน่อย ให้แน่ใจว่าเธอจะไม่คิดสั้นอีก ไม่งั้นคราวหน้าถ้าเธอไปโดดตึกสูงกว่านี้ อาจจะกล่อมไม่ลงแล้วก็ได้” ถานจิ้งหย่าเสนอ

“ไปเยี่ยมได้ครับ แต่ต้องรอผมปิดคดีก่อน” หานปินตอบ

“ตอนเย็นไม่ได้เหรอคะ?”

“ตอนนี้ผมสแตนด์บายอยู่ ถ้ามีคำสั่งลงมา กลางวันกลางคืนก็ไม่ต่างกันครับ” หานปินบอก

“ชิ ยิ่งพูดยิ่งได้ใจนะ” ถานจิ้งหย่าส่งรูปทำหน้าทะเล้นมา

“ว่างเมื่อไหร่จะทักไปครับ”

ถานจิ้งหย่าเบ้ปาก “ก็ต้องดูด้วยนะว่าฉันว่างหรือเปล่า”

“กริ๊ง ๆ ๆ...”

มือถือของหลี่เว่ยตงที่วางบนโต๊ะรับแขกดังขึ้น ดึงดูดสายตาทุกคนในห้องทันที

จบบทที่ บทที่ 169 หลี่เว่ยตง|170 กล้องวงจรปิด

คัดลอกลิงก์แล้ว