เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129 กวาดล้าง|130 จับเต่าในไห

บทที่ 129 กวาดล้าง|130 จับเต่าในไห

บทที่ 129 กวาดล้าง|130 จับเต่าในไห


บทที่ 129 กวาดล้าง

ความหวังที่จะเลิกงานตรงเวลาของหานปินพังทลาย

ช่วงบ่าย เจิ้งข่ายเสวียนเรียกประชุมวิเคราะห์คดี โอกาสจับกุมพี่เปียวมาถึงแล้ว จะเริ่มวางกำลังตอนหัวค่ำ

ปฏิบัติการครั้งนี้มีเจิ้งข่ายเสวียน เจิงเผิง หานปิน หลี่ฮุย และจ้าวหมิง รวมห้าคน ไม่ได้ขอให้ตำรวจท้องที่ช่วย

หมู่บ้านเป่ยวาเป็นบ้านจัดสรรสร้างเอง สภาพแวดล้อมดีใช้ได้ มีกล้องวงจรปิดเยอะพอสมควร

พวกหานปินไปที่นิติบุคคล ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนเจอพี่เปียว เขาออกไปเมื่อวานตอนบ่าย กลับมาเมื่อเช้า แล้วออกไปอีกทีตอนสี่โมงเย็น

ในเมื่อพี่เปียวยังไม่กลับบ้าน พวกหานปินเลยซุ่มรอนอกหมู่บ้าน พอพี่เปียวกลับมาก็จะจับเต่าในไห รวบตัวทันที

จ้าวหมิงเฝ้าประตูตะวันออก หลี่ฮุยเฝ้าประตูตะวันตก เจิ้งข่ายเสวียน เจิงเผิง และหานปินซุ่มอยู่ในหมู่บ้าน

แต่แผนการย่อมมีเหตุสุดวิสัย รอไปสามชั่วโมง พี่เปียวถึงกลับมาตอนสามทุ่ม แถมมีลูกน้องตามมาด้วยคนหนึ่ง

ลูกน้องคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือไอ้หนูเตาผมทองในคลิปนั่นเอง

ทั้งสองลงจากแท็กซี่ เดินเข้าทางประตูตะวันออก จ้าวหมิงรีบส่งข่าวบอกทุกคน เจิ้งข่ายเสวียนตอบกลับสั้น ๆ ว่า ดำเนินการตามแผนเดิม

คราวนี้มีแค่เจิ้งข่ายเสวียนกับเจิงเผิงที่มีปืน ส่วนพวกหานปินสามคนมีแค่กระบองกับสเปรย์พริกไทย

หลี่ฮุยคลำกระบองในกระเป๋า “ใช้อันนี้อุ่นใจกว่าเยอะ”

พี่เปียวกับไอ้หนูเตาเดินโซเซเหมือนคนเมา เดินเคียงกันไปตามถนนในหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปตึกที่พักอย่างไม่รีบร้อน

ขณะเดียวกัน จ้าวหมิงกับหลี่ฮุยก็กลับเข้ามาในหมู่บ้าน เตรียมสมทบกับพวกเจิ้งข่ายเสวียน

พี่เปียวเป็นคนถือเคล็ด พักอยู่ตึก 6 เพราะเชื่อว่าจะทำให้กิจการบ่อนราบรื่น (เลข 6 ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่าราบรื่น)

พวกเจิ้งข่ายเสวียนสามคนดักรออยู่ตรงทางที่ต้องผ่านไปตึก 6 พอพี่เปียวกับไอ้หนูเตาเดินมา หลี่ฮุยกับจ้าวหมิงก็ย่องตามมาข้างหลัง

เห็นได้จังหวะเหมาะ เพื่อไม่ให้พี่เปียวรู้ตัว เจิ้งข่ายเสวียนก็โบกมือ ส่งสัญญาณเข้าจับกุม

ทั้งห้าคนกรูกันเข้าไป กดพี่เปียวกับไอ้หนูเตาลงกับพื้น “ตำรวจ! ห้ามขยับ!”

พี่เปียวกับไอ้หนูเตายังไม่ทันตั้งตัว ก็โดนกดไว้แน่น

“แกร๊ก...” เสียงกุญแจมือล็อกข้อมือทั้งสองคน

“พวกแกทำอะไร จะจับพวกฉันทำไม?” พี่เปียวโวยวาย

“ชื่ออะไร?” เจิ้งข่ายเสวียนถามเสียงเข้ม

“พี่เปียว”

“ถามชื่อจริง?”

“จางไห่หลง”

“นายล่ะ?”

“ไอ้หนูเตา”

“เพี๊ยะ!” เสียงตบดังสนั่น

หลี่ฮุยตบกะโหลกไอ้หนูเตาไปทีหนึ่ง “เตาบ้าบอไร บอกชื่อจริงมา”

“หวังเสี่ยวซง”

“เอาตัวไป” เจิ้งข่ายเสวียนสั่ง แล้วหยิบมือถือส่งข้อความ “เถียนลี่ ทางนั้นลงมือได้เลย”

“รับทราบค่ะ ฉันจะรายงานสารวัตรฉู่เดี๋ยวนี้”

ในเวลานี้เถียนลี่อยู่ที่สถานีตำรวจหนานเฉียวเจิ้น หลังจากจับพี่เปียวได้ เถียนลี่ก็ประสานงานกับตำรวจท้องที่ จับกุมลูกพี่ลูกน้องของจางไห่หลงได้สำเร็จ

พอกลับถึงสถานีตำรวจ ก็แยกสอบสวนทั้งสามคนข้ามคืน

เจิ้งข่ายเสวียน หานปิน รับผิดชอบสอบสวนจางไห่หลง

เจิงเผิ, หลี่ฮุย รับผิดชอบสอบสวนหวังเสี่ยวซง

เถียนลี่ จ้าวหมิง รับผิดชอบสอบสวนลูกพี่ลูกน้องจางไห่หลง

เข้ามาในห้องสอบสวน หานปินนั่งหลังโต๊ะ รู้สึกทึ่งในใจ

พูดตรง ๆ เขาไม่คิดว่าจะได้มานั่งตรงนี้เร็วขนาดนี้ และไม่คิดว่าจะได้ทำคดีนี้ต่อ

หานปินเปิดสมุดบันทึก และเปิดกล้องบันทึกการปฏิบัติงาน

จางไห่หลงนั่งก้มหน้าอยู่บนเก้าอี้สอบสวน มองไม่เห็นสีหน้า

“ชื่อ อายุ เพศ เชื้อชาติ ภูมิลำเนา...” หานปินถาม

“จางไห่หลง 33 ชาย ฮั่น คนเมืองนี้...”

“จางไห่หลง เงยหน้าขึ้น” เจิ้งข่ายเสวียนสั่งเสียงดัง

“คุณตำรวจ จับผิดคนแล้วมั้งครับ?” จางไห่หลงเงยหน้าถาม

“จางไห่หลง ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ โดนจับมาขนาดนี้ยังปากแข็ง อยากโดนเพิ่มโทษหรือไง!” เจิ้งข่ายเสวียนพูดเสียงเย็น

“ท่านครับ ใบ้หน่อยสิครับ ผมไม่รู้เรื่องจริง ๆ” จางไห่หลงแบมือ

“ซานเต๋อจื่อ พี่หรง ปัวไจ๋ ต้าเชา สี่คนนี้นายคงคุ้นเคยดีสินะ” เจิ้งข่ายเสวียนแค่นเสียง “ต้องให้เตือนความจำอีกไหม?”

“มะ ไม่ต้องครับ” จางไห่หลงหมดหวัง ถอนหายใจ “ไอ้พวกตาขาว ตอนเล่นก็สนุกกันดี พอมีเรื่องก็โยนขี้ให้กูซะงั้น เลวฉิบหาย”

“พอ เลิกพล่าม” เจิ้งข่ายเสวียนตัดบท ถามกลับ “รวมนายด้วย คนจัดบ่อนมีกี่คน?”

จางไห่หลงลังเลนิดหนึ่ง “มีแค่ผมกับไอ้หนูเตาสองคน”

เจิ้งข่ายเสวียนจ้องเขม็ง ดูน่ากลัว “อยากเป็นฮีโร่ อยากรับจบคนเดียวว่างั้น”

“เปล่าครับ ผมพูดความจริง”

“อย่ามาโกหก เรารู้ดี บ่อนใหญ่ขนาดนั้น สองคนคุมไม่ไหวหรอก” เจิ้งข่ายเสวียนเสียงแข็งขึ้น

“จะถามอีกครั้ง คนจัดบ่อนมีกี่คน ถ้านายไม่พูด ฉันจะไปถามไอ้หนูเตา ไม่รู้ว่ามันจะยอมรับแทนนายหรือเปล่านะ”

จางไห่หลงก้มหน้าเงียบกริบ

“ให้เวลาคิดห้าวินาที ถ้าไม่พูด ถือว่าไม่ยอมรับสารภาพ ดีไม่ดีไอ้หนูเตาอาจจะคายหมดแล้วก็ได้ เดี๋ยวฉันไปฟังห้องโน้นดีกว่า” เจิ้งข่ายเสวียนลุกขึ้นเดินมาหน้าโต๊ะ

“ห้า”

“สี่”

“สาม”

“สอง”

“ยะ อย่าครับ ผมพูดแล้ว ผมยอมพูดแล้ว” จางไห่หลงเงยหน้า กัดปากจนเลือดซึม

“อย่าลีลา ว่ามา”

“คนจัดบ่อนรวมผมด้วยมีหกคน”

“ชื่ออะไรบ้าง?”

“ไอ้หนูเตา เป้าเจียง  ต้าโถว...”

“ชื่อจริง”

“หวังเสี่ยวซง หลี่เจี๋ยฮุย หวังอวี้หมิน...”

“นักพนันล่ะ?”

“นักพนันเยอะครับ รวม ๆ ก็สี่สิบกว่าคน”

“ชื่อ”

“เกินครึ่งผมไม่รู้จักครับ รู้แต่ฉายา” จางไห่หลงส่ายหน้า

“มีเบอร์ติดต่อกับที่อยู่ไหม?”

“ไม่มีที่อยู่ครับ ติดต่อผ่านกลุ่มวีแชตเซียนไพ่เทียนซานอย่างเดียว”

“จางไห่หลง อยากทำความดีไถ่โทษไหม?”

“อยากครับ”

“งั้นก็ช่วยตำรวจจับพวกนี้มาให้หมด” เจิ้งข่ายเสวียนสั่ง

“สี่สิบกว่าคน ถึงผมอยากช่วย ก็ตามจับไม่ไหวหรอกครับ” จางไห่หลงยิ้มแหย

“หัวหน้าเจิ้ง ผมมีวิธีที่จะกวาดล้างพวกนี้ให้หมดในคราวเดียวครับ” หานปินเสนอ

“วิธีไหน?”

หานปินชี้ไปที่จางไห่หลง “ให้เขาเปิดบ่อนอีกรอบสิครับ”

“อย่าล้อเล่นสิครับคุณตำรวจ ผมโดนจับแล้ว จะไป...”

พูดไม่ทันจบ จางไห่หลงก็เริ่มเข้าใจ เหลือบมองหานปินแวบหนึ่ง คิดในใจว่าไอ้เด็กนี่ร้ายไม่ใช่เล่น

“ไอเดียดี จะได้รวบยอดทีเดียว ไม่ต้องไปไล่จับทีละคน” เจิ้งข่ายเสวียนหัวเราะชอบใจ

“จางไห่หลง ยินดีร่วมมือกับตำรวจไหม เพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษ”

“ยินดีครับ” จางไห่หลงตอบเสียงอ่อย

เงินที่อุตส่าห์หามาแทบตาย คราวนี้คงเกลี้ยงกระเป๋าแน่

หานปินแซว “งั้นก็เรียกจอมยุทธ์ในสังกัดมาประลองยุทธ์เขาเทียนซานพรุ่งนี้อีกรอบ มาดูกันว่าใครจะเป็นเทพกระบี่ตัวจริง!”

────────── •✧• ──────────

บทที่ 130 จับเต่าในไห

เช้าวันรุ่งขึ้น

หานปินลงไปกินข้าวที่บ้านพ่อแม่

บนโต๊ะมีไข่ดาว เนื้อตุ๋น และหมั่นโถวดอกไม้

หานปินกินเนื้อตุ๋นไปชิ้นหนึ่ง “แม่ครับ ฝีมือแม่พัฒนาขึ้นทุกวันเลยนะเนี่ย”

“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”

หวังฮุ่ยฟางตักโจ๊กข้าวโพดวางบนโต๊ะ “เมื่อวานพ่อเขาบอกแม่ว่า ลูกจะเลิกงานตรงเวลา กำชับให้แม่ทำของอร่อยไว้ แม่ก็ทำกับข้าวเต็มโต๊ะ สรุปลูกโทรมาบอกว่าไม่กลับซะงั้น”

“ครับ ตอนแรกนึกว่าจะปิดคดีได้ แต่ดันมีเบาะแสใหม่ เลยยุ่งต่อน่ะครับ” หานปินตอบเลี่ยง ๆ รู้ว่าพ่อไม่ได้บอกแม่เรื่องยิงปืน เลยเปลี่ยนเรื่องคุย

“ว่าแต่เมื่อเช้านี้ ทำไมผมไม่เห็นกับข้าวเหลือเลยล่ะครับ”

“พอรู้ว่าลูกไม่กลับ พ่อก็รีบโทรเรียกตัวช่วยมาจัดการเรียบ” หานเว่ยตงหัวเราะ

“น้ามาเหรอครับ?”

“ก็ใช่น่ะสิ สองคนนั่งก๊งเหล้ากันอีกแล้ว ดื่มกันมาครึ่งค่อนชีวิต ไม่รู้มันอร่อยตรงไหน” หวังฮุ่ยฟางบ่น

หานปินยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ

กินข้าวเสร็จ หานปินช่วยแม่เก็บโต๊ะ ยังไม่ทันเสร็จดี ก็โดนพ่อลากตัวออกมาข้างนอก

“ปินจื่อ ตกลงเรื่องเป็นไงบ้าง?”

“หัวหน้าเจิ้งไปคุยกับผกก.ไต้แล้วครับ น่าจะไม่มีปัญหา ผกก.ไต้บอกให้ผมทำงานต่อได้เลย แถมยังบอกว่าจะเสนอชื่อทีม 2 ชิงรางวัลดาวเด่นประจำเดือน หัวหน้าเจิ้งก็จะเสนอชื่อผมชิงรางวัลบุคคลดีเด่นด้วยครับ”

“งั้นก็ดี การที่เขาจะให้รางวัล แสดงว่าเขายอมรับการตัดสินใจยิงปืนของลูก” หานเว่ยตงโล่งอก แล้วเตือนว่า

“ขอแค่คดีขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผ่าน พิสูจน์ได้ว่ามันทำร้ายหลี่ฮุย การยิงปืนก็ถือว่าสมเหตุสมผลและถูกกฎหมาย”

“หัวหน้าเจิ้งก็พูดแบบนั้นครับ”

“เออ ไปทำงานเถอะ”

หานเว่ยตงตบไหล่ลูกชาย “เป็นตำรวจ ยังต้องเจอเรื่องอีกเยอะ แค่นี้จิ๊บจ๊อย”

กรมตำรวจสาขาอวี้หัว ห้องทำงานทีม 2

พอลูกทีมมาครบ เจิงเผิงก็เรียกประชุมเช้า

“เมื่อวานทุกคนเหนื่อยกันมาทั้งวัน สองคดีมีความคืบหน้าครั้งใหญ่ ฉันจะสรุปสถานการณ์และแจกแจงงานวันนี้ให้ฟัง”

วันนี้มีเรื่องต้องทำเยอะ เจิงเผิงไม่อ้อมค้อม เข้าประเด็นทันที

“เริ่มจากคดีปล้นทรัพย์ โจรชิงทรัพย์ชื่อหูจินตง คนที่โดนยิงชื่อเฉินฟางโจว ตอนนี้เฉินฟางโจวพ้นขีดอันตรายแล้ว ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล”

“เมื่อวานสอบสวนหูจินตงแล้ว เขารับสารภาพว่าปล้นหวังเต๋อลี่กับซ่งฮุ่ยซิน (จินฮวา) และเพื่อลดโทษ เขายินดีเป็นพยานชี้ตัวเฉินฟางโจว”

“ผู้เสียหายเป็นไงบ้างครับ?” หลี่ฮุยถาม

“ผู้เสียหายรักษาตัวเสร็จออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้โดนเรียกตัวมาสอบปากคำ” เจิงเผิงเตือนว่า

“เถียนลี่ เธอดูแลซ่งฮุ่ยซินหน่อยนะ ผู้หญิงคนนี้เจอเรื่องพลิกผันไปมา อารมณ์ไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่”

“ค่ะ”

จ้าวหมิงหัวเราะ “ผมว่าพลิกสี่ตลบมากกว่า เริ่มจากชนะพนันดีใจสุดขีด เงินยังไม่อุ่นก็โดนปล้น พอฟื้นมาได้ยินว่าจับโจรได้ก็ดีใจ แต่พอก้าวออกจากโรงพยาบาล ก็โดนลากเข้าคุกซะงั้น”

“รู้อยู่ว่าพนันผิดกฎหมาย รัฐบาลก็ห้าม ยังมาแอบเล่นอีก แบบนี้จะโทษใครได้ล่ะ?” เถียนลี่แค่นเสียง

“มาต่อเรื่องคดีพนัน จากคำให้การของพี่เปียว มีคนเล่นสี่สิบกว่าคน คนจัดอีกหกคน ต้องรีบตามจับมาให้หมด” เจิงเผิงพูดต่อ

“ตั้งห้าสิบคน เราห้าคนจะไปจับไหวเหรอครับ?” หลี่ฮุยแบมือ

“หานปิน ได้ยินหัวหน้าเจิ้งบอกว่านายมีแผน ลองเล่ามาซิ”

“แผนผมง่าย ๆ ครับ ให้จางไห่หลงเปิดบ่อนอีกรอบ เรียกแขกมาให้หมด จะได้รวบทีเดียวเยอะ ๆ ไม่ต้องไปไล่ตามทีละคน”

“ไอเดียเจ๋ง งานนี้พวกผีพนันคงสนุกพิลึก” จ้าวหมิงหัวเราะ

เจิงเผิงพยักหน้า ชื่นชม “งั้นเรามาวางแผนกัน คืนนี้ต้องกวาดล้างให้เกลี้ยง”

สี่ทุ่ม สถานีขนส่งเสียงอวิ๋น

ลานหน้าสถานีมีคนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกัน หัวขบวนเป็นชายหนุ่มย้อมผมทอง

ไอ้หนูเตาก้มมองนาฬิกา โบกมือ “ได้เวลาแล้ว ขึ้นรถ”

เสียงไอ้หนูเตาดูไม่มีแรง ไม่คึกคักเหมือนเคย

แต่นักพนันพวกนี้มาเพื่อเล่น จับกลุ่มคุยกันเรื่องดวง เรื่องวิธีชนะพนัน เลยไม่ได้สนใจไอ้หนูเตาเท่าไหร่

แต่ในกลุ่มมีคนหน้าใหม่เพิ่มมาสองสามคน ดึงดูดความสนใจขาประจำได้บ้าง มีหน้าใหม่ก็ดี เล่นกันเองวนไปวนมาจะได้เงินใครล่ะ?

ขึ้นรถปุ๊บ ไอ้หนูเตาก็เดินเก็บมือถือตามธรรมเนียม ทุกคนชินแล้วเลยไม่ขัดขืน ยอมส่งมือถือให้แต่โดยดี

แต่พอรถวิ่งไปสักพัก บางคนก็เริ่มเอะใจ

หม่าเกาฉือลุกขึ้นยืน ตะโกนถาม “ไอ้หนูเตา นี่เราจะไปไหนกัน?”

“บ่อนไง”

“ทางไม่ใช่นี่หว่า นี่มันไม่ใช่ทางไปภูเขา” หม่าเกาฉือสงสัย

“นั่นสิ เมื่อกี้ฉันก็งงอยู่ ทำไมเลี้ยวมาทางนี้ล่ะ”

“ทางนี้มันเข้าเมืองไม่ใช่เหรอ?”

“ตกลงยังไงกันแน่?” นักพนันคนอื่นเริ่มถามเซ็งแซ่

“พี่เปียวเปิดบ่อนใหม่ ให้พวกนายเปลี่ยนบรรยากาศ รับรองเด็ดกว่าเดิม” ไอ้หนูเตาอธิบาย

“คราวที่แล้วไม่เห็นพี่เปียวบอกเลย?”

“เรื่องสำคัญขนาดนี้ พี่เปียวต้องบอกแกด้วยเหรอ คิดว่าตัวเองเป็นใคร?” ไอ้หนูเตาแค่นเสียง

“ไอ้หนูเตา จอดข้างทางหน่อย นึกขึ้นได้ว่ามีธุระ วันนี้ไม่เล่นแล้ว” หม่าเกาฉือถือกระเป๋าเดินไปหน้ารถ

“คิดจะเล่นก็เล่น จะเลิกก็เลิก เห็นพวกเราเป็นตัวตลกหรือไงวะ” ไอ้หนูเตาหวังจะทำความดีลดโทษ มีหรือจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ เขาตะคอกกลับ

“กลับไปนั่งที่”

“หมายความว่าไง วันนี้ฉันไม่เล่นแล้ว แกจะบังคับฉันเหรอ ทุกคนดูสิ มีอย่างงี้ด้วยเหรอ?” เจอไอ้หนูเตาตัวต่อตัว หม่าเกาฉือก็รู้สึกปอดแหก เลยหาพวกช่วย

คนเยอะเข้าไว้ จะได้ไม่กลัว

“เพี๊ยะ!” เสียงตบดังลั่น

หม่าเกาฉือโดนตบหน้าหัน ไอ้หนูเตาชี้หน้าด่า “มึงไสหัวกลับไปนั่งที่เดี๋ยวนี้ พูดอีกคำกูฟันมึงแน่”

หม่าเกาฉือกุมหน้า แววตาโกรธแค้น แต่โดนตบทีเดียวก็ใจฝ่อ มองไปรอบ ๆ ไม่มีใครกล้าช่วยสักคน

เขาคอตก เดินก้มหน้ากลับไปนั่งที่เดิม

นักพนันคนอื่นถึงจะสงสัย แต่เห็นสภาพหม่าเกาฉือแล้วก็ไม่กล้าหือ

ไอ้ผมทองไม่ได้มาคนเดียว ข้างหลังมันมีพี่เปียวขาโหดประจำถิ่น ลูกน้องเพียบ พกมีดพกดาบกันทุกคน

แถมบนรถยังมีคนหน้าแปลก ๆ เพิ่มมาอีก ใครจะไม่กลัวล่ะ?

สิบกว่านาทีต่อมา รถก็เลี้ยวเข้ากรมตำรวจสาขาอวี้หัว ข้างนอกมีตำรวจยืนรออยู่หลายสิบนาย นักพนันพากันอ้าปากค้าง

คราวนี้ยิ่งไม่กล้าขยับตัวกันใหญ่

จบบทที่ บทที่ 129 กวาดล้าง|130 จับเต่าในไห

คัดลอกลิงก์แล้ว