- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 91 ปกปิด
บทที่ 91 ปกปิด
บทที่ 91 ปกปิด
หลังสอบปากคำเสร็จ ถังอวี๋และเซี่ยงหงปัวก็ขอตัวลากลับ
หานปินเดินมาส่งทั้งสองออกจากห้องประชุมด้วยตัวเอง หลังจากมองส่งทั้งคู่จากไป เขาก็ปิดประตูห้องประชุม ภายในห้องเหลือเพียงพวกหานปินสี่คน
“ตอนสอบปากคำ เซี่ยงหงปัวดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดเลย” เถียนลี่กล่าว
“โดนตำรวจสอบสวน จะมีสักกี่คนที่ไม่ตื่นเต้นบ้างล่ะ?” จ้าวหมิงหาวหวอด
หานปินหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ในปาก เขาใช้วิธีวิเคราะห์สีหน้ามองออกว่าเซี่ยงหงปัวมีปัญหา
แต่พอสอบปากคำถังอวี๋อีกครั้ง ก็ยังไม่พบความผิดปกติ สีหน้าและท่าทางของถังอวี๋ดูเป็นธรรมชาติมาก
“ความตื่นเต้นใช้เป็นหลักฐานไม่ได้หรอก ถ้าสองคนนี้เตี๊ยมกันมาก่อน จะถามยังไงก็ไม่มีประโยชน์ อย่าลืมสิว่าเมื่อคืนเขาอยู่ด้วยกัน” หลี่ฮุยพูด
“พี่ฮุย พี่อย่าเอะอะก็ออกทะเลสิ ผมตามไม่ทันแล้ว” จ้าวหมิงแซว
“พวกนายสองคนจริงจังหน่อย กำลังคุยเรื่องคดีกันอยู่นะ พูดเพ้อเจ้ออะไรกัน” เถียนลี่ดุ
หานปินจุดบุหรี่ สูบไปหนึ่งที “ฉันรู้สึกว่าเซี่ยงหงปัวคนนี้มีปัญหา”
“ปัญหาอะไร?” เถียนลี่ถามต่อ
“ความรู้สึก”
“ลูกพี่ ความรู้สึกใช้เป็นหลักฐานได้เหรอ? อย่าลืมนะว่าการตายของเหอซือรุ่ยจนป่านนี้ยังตั้งเป็นคดีไม่ได้เลย” หลี่ฮุยเตือน
เถียนลี่เปิดสมุดบันทึก กวาดตามองเนื้อหาในนั้น “ตอนสอบปากคำ เซี่ยงหงปัวบอกว่าเป็นคนจ่ายค่าห้องให้เหอซือรุ่ย เราตรวจสอบจากตรงนี้ได้นะ”
“เถียนลี่พูดมีเหตุผล ไปเช็กที่หน้าเคาน์เตอร์ได้” หานปินเห็นด้วย
“เดี๋ยวฉันเรียกหลัวหงช่างไปด้วย มีเขาอยู่ด้วยจะทำงานง่ายกว่า” หลี่ฮุยหยิบมือถือขึ้นมา โทรหาผู้จัดการโรงแรมหลัวหงช่าง
ครู่ต่อมา พวกหานปินสี่คนก็มาถึงเคาน์เตอร์ต้อนรับ พนักงานจำพวกเขาได้แล้ว จึงไม่ต้องแสดงบัตรตำรวจอีก
หลัวหงช่างเลิกงานแล้ว แต่เขาโทรมาสั่งพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ไว้ ให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของพวกหานปินอย่างเต็มที่
ไม่นาน พนักงานต้อนรับก็ดึงข้อมูลการจองห้องพักและข้อมูลการเข้าพักของทั้งสามคนออกมา
“เหอซือรุ่ย ถังอวี๋ เซี่ยงหงปัว เปิดห้องพักสองห้อง คนจองคือหลัวซิงหัว ค่าห้องหลัวซิงหัวก็เป็นคนจ่ายค่ะ” พนักงานต้อนรับหญิงแจ้ง
“ทำไมจู่ ๆ ก็มีหลัวซิงหัวโผล่มาอีกคนเนี่ย?” หลี่ฮุยบ่นพึมพำ
หลังจากขอข้อมูลของหลัวซิงหัวมาแล้ว ทั้งสี่คนก็ออกจากโรงแรม
“ฉันเช็กในเน็ตแล้ว เบอร์มือถือของหลัวซิงหัวเป็นเบอร์ท้องถิ่น” เถียนลี่บอก
“คนต่างถิ่นสามคนมาเที่ยว เพื่อนเจ้าถิ่นคอยต้อนรับ ก็ฟังดูสมเหตุสมผลนะครับ” จ้าวหมิงว่า
“เพื่อนจะดีแค่ไหนก็ต้องมีขอบเขต ดูบิลค่าใช้นี่สิ ห้องวิวทะเลที่เหอซือรุ่ยพักคืนละ 1,800 หยวน ห้องหรูที่ถังอวี๋กับเซี่ยงหงปัวพักคืนละ 800 หยวน รวมแล้ววันละ 2,600 หยวนเชียวนะ คนรวยไม่ใช่คนโง่ เงินไม่ได้เสกมาได้ ถ้าไม่มีผลประโยชน์จะยอมจ่ายให้ทำไม” หลี่ฮุยแค่นเสียง
“ดูแบบนี้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างหลัวซิงหัวกับเหอซือรุ่ยคงไม่ธรรมดาจริง ๆ” เถียนลี่กล่าว
“คนหนึ่งรวย อีกคนสวย ฉันเดาว่าหลัวซิงหัวต้องจีบเหอซือรุ่ยแน่ ๆ” หลี่ฮุยพูดอย่างมั่นใจ ราวกับรู้ตื้นลึกหนาบาง
“พี่ฮุย งั้นพี่ลองเดาสิว่าเหอซือรุ่ยตายยังไง?” จ้าวหมิงขยิบตา
“ชิ” หลี่ฮุยกลอกตา
“มัวแต่เดามั่ว ๆ สู้ไปสอบปากคำหลัวซิงหัวเลยดีกว่า” เถียนลี่พูด
“ฉันเสนอให้ออกหมายเรียกด้วยวาจา” หานปินกล่าว
เถียนลี่กวาดตามองใบที่ปริ้นออกมา “ข้อมูลการจองโรงแรมมีแค่เบอร์มือถือกับเลขบัตรประชาชนของหลัวซิงหัว ไม่มีที่อยู่ที่ชัดเจน”
จ้าวหมิงชำเลืองดูนาฬิกา “งั้นก็รอพรุ่งนี้ค่อยว่ากันครับ”
หานปินใช้นิ้วขวานวดหน้าผาก “เรื่องหลัวซิงหัวพักไว้ก่อน ฉันยังรู้สึกว่าเซี่ยงหงปัวคนนี้มีปัญหา”
“คดียังไม่ตั้ง มีปัญหาเราก็ทำอะไรไม่ได้” หลี่ฮุยยักไหล่
หานปินถอนหายใจ การยังไม่ตั้งเป็นคดีทำให้เสียเปรียบจริง ๆ “รายงานหัวหน้าเจิงหน่อย ถ้าไม่มีงานอื่นก็กลับบ้านนอน”
ข้อเสนอของหานปินได้รับการตอบรับจากทุกคนทันที
หลี่ฮุยไปเอารถ เถียนลี่โทรรายงาน จ้าวหมิงยืนดูมือถืออยู่ข้าง ๆ
หานปินเดินเลี่ยงไปโทรศัพท์
สักพัก ปลายสายก็กดรับ ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่ง “พี่ปิน มีธุระอะไรเหรอครับ?”
“เฉินซาน นายอยู่ไหน?”
“อยู่บ้านสิครับ”
“ทำตัวเรียบร้อยเชียวนะ”
“ตอนนี้ผมกลับตัวเป็นคนดีแล้วครับ ขานรับนโยบายรัฐ นอนเร็วตื่นเช้าสุขภาพดี ตั้งใจเรียน สู้ชีวิต เพื่ออุทิศตนพัฒนาชาติครับ”
“พอเถอะ อย่ามาโม้แถวนี้”
“ฮ่า ๆ ๆ ได้ข่าวว่าพี่ย้ายไปอยู่หน่วยสืบสวนแล้ว เจ๋งไปเลยนะครับ” เฉินซานพูด
“รับใช้ประชาชนเหมือนกัน ทำที่ไหนก็ไม่ต่างกันหรอก นายออกมาช่วยฉันทำธุระหน่อย” หานปินบอก
“พี่ปิน พี่รับใช้ประชาชน ผมรับใช้พี่ งั้นผมนับว่ารับใช้ประชาชนด้วยไหมครับ”
“นับสิ โรงแรมเฉียนเหาที่หาดทรายทอง รีบมาเลย” หานปินทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง แล้ววางสายไป
หลี่ฮุยขับรถมาจอดเทียบ ชะโงกหน้าออกมา “ขึ้นรถสิ”
“พวกนายไปก่อนเลย ฉันมีธุระนิดหน่อย”
“ธุระอะไร?”
“นายส่งรูปถังอวี๋กับเซี่ยงหงปัวมาให้หน่อย ฉันจะให้บาร์เทนเดอร์เจียงอันหยางช่วยดู”
“ให้พวกเราไปด้วยไหม?”
“ไม่ต้องหรอก ฉันไปคนเดียวก็พอ คนเยอะเดี๋ยวเป็นจุดสนใจ ถ้าเซี่ยงหงปัวกับถังอวี๋มาเห็นจะสงสัยเอาได้”
เห็นหลี่ฮุยจะพูดอะไรต่อ หานปินก็โบกมือ “พอเถอะ รีบไปได้แล้ว”
มองส่งทั้งสามคนขับรถออกไปแล้ว หานปินก็เดินไปที่บาร์ริมหาด บริเวณชายหาดเปิดไฟสว่างจ้าแต่ไร้ผู้คน ในบาร์ก็เงียบเหงาเช่นกัน
“คุณตำรวจหาน ทำไมกลับมาอีกแล้วครับ?” เจียงอันหยางถามอย่างสงสัย
“มาให้ช่วยดูคนหน่อย”
“คงไม่ใช่ศพผู้หญิงอีกนะ ดึกดื่นป่านนี้ไม่มีลูกค้าสักคน คุณอย่าทำให้ผมกลัวสิ”
“คราวนี้เป็นคนสวย”
“จริงดิ?”
หานปินหยิบมือถือ เปิดรูปถังอวี๋ “เคยเห็นเธอไหม?”
เจียงอันหยางรับไปดู “คุ้น ๆ นะครับ”
“ดูดี ๆ” หานปินสั่ง
“นี่... ผมจำไม่ได้จริง ๆ ครับ” เจียงอันหยางส่ายหน้า
หานปินเปลี่ยนรูป ขยายเฉพาะจุด “เล็บนี้เคยเห็นไหม?”
“ใช่ ๆ ๆ สีนี้แหละ อันนี้ผมจำได้” เจียงอันหยางตอบอย่างมั่นใจ
“นี่เขาเรียกสีพีช จำไว้ซะ” หานปินหัวเราะ
“คุณตำรวจ เรื่องนี้คุณก็รู้ด้วยเหรอครับ?”
“ปีนี้อายุเท่าไหร่?”
“ยี่สิบครับ”
หานปินยิ้มแซว “ไอ้หนุ่ม ผ่านวันวาเลนไทน์อีกสักสองสามทีเดี๋ยวก็รู้เอง”
เจียงอันหยางส่ายหน้า “ช่างเถอะครับ ผมยอมไม่รู้ดีกว่า”
หานปินเก็บมือถือ ถามว่า “เบียร์ที่นี่ขวดละเท่าไหร่?”
“มีสิบห้า สามสิบ ห้าสิบ คุณเอาแบบไหนครับ?” เจียงอันหยางยื่นเมนูเครื่องดื่มให้
หานปินปิดเมนูเครื่องดื่มทันที “ถ้าไม่อยากเปิดบิล เดี๋ยวฉันกลับเลย”
“อย่า ๆ ๆ พี่อย่าเพิ่งไป ผมคิดราคาพนักงานให้ ถือว่าผมกินเองก็ได้” ดึกดื่นป่านนี้ อยู่คนเดียวริมทะเล นึกถึงศพผู้หญิงที่เจอเมื่อเช้า เจียงอันหยางก็ขนลุกซู่
ทุกครั้งที่เขาก้มดูมือถือ ก็กลัวว่าจะมีอะไรคลานขึ้นมาจากทะเล
“ขวดเท่าไหร่?”
“ห้าหยวน”
“เท่าไหร่นะ?”
“สามหยวน”
หานปินโบกมือ พูดอย่างป๋า “เอามาสองขวด”
“พี่ครับ เห็นว่าเป็นพี่หรอกนะ ผมรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น ถ้าเป็นคนอื่น ราคานี้ให้ตายผมก็ไม่ขาย”
หานปินยิ้ม คิดในใจว่า เอ็งแค่ปอดแหกต่างหาก