เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 สอบปากคำ

บทที่ 64 สอบปากคำ

บทที่ 64 สอบปากคำ


“ว่ายังไงบ้าง?”

“ฉันสบายดี พวกเธอไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้ฉันปลอดภัยดี ฉันจะหย่ากับพี่เขยเธอ ฉันจะไปพักอยู่ข้างนอกสักสองสามวัน” เฮ่อหรูอ่าน

เจิ้งข่ายเสวียนตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “โทรหาพี่สาวคุณ”

“ค่ะ” เฮ่อหรูรับคำ แล้วกดโทรออกหาเฮ่อเยี่ยน

“ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...”

“ซอรี่ เดอะ นัมเบอร์...”

“ปิดเครื่องไปแล้วค่ะ”

“ไปตามทีมเทคนิคมา ให้พวกเขาตรวจสอบพิกัดที่ส่งข้อความมา” เจิ้งข่ายเสวียนตะโกนสั่ง

“ครับ” จ้าวหมิงรับคำ แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป

“คุณดูข้อความนี้ดี ๆ สิครับ เหมือนกับพี่สาวคุณเป็นคนส่งมาไหม?” หานปินเหลือบมองโทรศัพท์แวบหนึ่ง

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

“เมื่อก่อนพี่สาวคุณเคยหนีออกจากบ้านบ้างไหมครับ?”

เฮ่อหรูนึกย้อน “ฉันจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน พี่เขาเคยหนีออกจากบ้านไปครั้งหนึ่งค่ะ”

“ตอนไหนครับ?”

“หลายปีแล้วค่ะ ตอนนั้นดูเหมือนพี่ยังไม่ได้แต่งงาน”

“ความสัมพันธ์ของพี่สาวคุณกับพี่เขยเป็นยังไงบ้างครับ?”

“ก็พอได้นะคะ ไม่เคยได้ยินพี่พูดเรื่องจะหย่าเลย” เฮ่อหรูกล่าว

“ลูกของพี่สาวคุณอายุเท่าไหร่ครับ?” หานปินซักต่อ

“5 ขวบแล้วค่ะ”

“คุณส่งข้อความกลับไปหาพี่อีกที บอกว่าถ้าได้รับข้อความแล้ว ให้โทรกลับมาบอกหน่อยว่าปลอดภัยดี”

“ได้ค่ะ” เฮ่อหรูรับคำ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความ

จ้าวหมิงกับหลู่เหวินเดินเข้ามาในห้องทำงาน

“หัวหน้าเจิ้ง เรียกผมเหรอครับ”

เจิ้งข่ายเสวียนชี้ไปที่เก้าอี้ข้าง ๆ ส่งสัญญาณให้หลู่เหวินนั่งลง

“ญาติคนหายมาแจ้งความ เพิ่งจะได้รับข้อความจากคนหาย แต่ตอนนี้คนหายปิดเครื่องไปแล้ว ทีมเทคนิคช่วยตรวจสอบพิกัดที่ส่งข้อความมาให้หน่อย”

“หัวหน้าเจิ้งครับ นี่ก็ไม่ใช่คดีลักพาตัว ต้องให้กองปราบยื่นเรื่องขออนุมัติมาก่อน ทีมเทคนิคถึงจะตรวจสอบได้ครับ” หลู่เหวินยิ้มเจื่อน ๆ

“ขั้นตอนการขออนุมัติอย่างเร็วก็ต้องครึ่งวัน กว่าจะเสร็จตลาดก็วายพอดี นายตรวจสอบให้ฉันก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยมาทำเรื่องย้อนหลัง” เจิ้งข่ายเสวียนกล่าว

“นี่...” หลู่เหวินลำบากใจเล็กน้อย

“อย่ามัวแต่พิรี้พิไร เป็นลูกผู้ชายหน่อยสิ”

“เบอร์โทรศัพท์เบอร์อะไรครับ?” หลู่เหวินถามอย่างจำยอม

“แบบนี้สิถึงจะคุยกันรู้เรื่อง” เจิ้งข่ายเสวียนยิ้ม แล้วบอกเบอร์โทรศัพท์ของเฮ่อเยี่ยนให้อีกฝ่ายรู้

“เฮ้อ...”

หลู่เหวินถอนหายใจ ลุกขึ้นเดินไปสองก้าว แล้วหันมากำชับอีกครั้ง “คุณอย่าลืมทำเรื่องขออนุมัติด้วยนะครับ”

“วางใจเถอะ เดี๋ยวฉันจะเขียนใบคำร้องเดี๋ยวนี้แหละ”

...

“มีข้อความตอบกลับมาไหมครับ?” หานปินถาม

“ไม่มีค่ะ” เฮ่อหรูส่ายหน้า

“ตอนที่พี่สาวคุณไป ได้เอาเสื้อผ้าติดตัวไปด้วยไหมครับ?”

“ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”

“พี่สาวคุณพักอยู่กับใครบ้างครับ?”

“พี่เขย ลูก แล้วก็แม่สามีค่ะ” เฮ่อหรูตอบ

หานปินรู้สึกสงสัยเล็กน้อย “ทำไมพี่เขยคุณถึงไม่มาแจ้งความล่ะครับ?”

“เขาออกไปตามหาพี่สาวฉันแล้วค่ะ บอกว่าจะลองไปถามข่าวตามสถานที่ที่พี่ชอบไป แล้วให้ฉันมาแจ้งความค่ะ”

หานปินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ส่งข้อความหาพี่สาวคุณอีกที บอกว่าคุณเป็นห่วงพี่มาก ให้พี่โทรกลับมาบอกหน่อยว่าปลอดภัยดี ไม่อย่างนั้นจะแจ้งตำรวจ”

เถียนลี่ขมวดคิ้ว “แบบนี้มันจะไม่เสี่ยงเกินไปเหรอคะ ถ้าเกิดเฮ่อเยี่ยนถูกลักพาตัวไป จะไม่เป็นอันตรายเหรอ”

“ส่งไปเถอะ ต้องรู้ลักษณะของคดีให้แน่ชัดก่อน ไม่อย่างนั้นเฮ่อเยี่ยนอาจจะยิ่งอันตรายกว่าเดิม” เจิ้งข่ายเสวียนกล่าว

เฮ่อเยี่ยนส่งข้อความมาแล้ว ถ้าข้อความนี้เธอเป็นคนส่งมาเองก็แสดงว่าเธอปลอดภัยดี แต่หนีออกจากบ้านเพราะปัญหาครอบครัว อีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยว

แต่ถ้าเฮ่อเยี่ยนถูกคนควบคุมตัวอยู่ แล้วข้อความนี้มีคนอื่นส่งมา ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นคดีลักพาตัว ลักษณะของคดีก็จะเปลี่ยนไป วิธีการจัดการก็จะต่างกัน

เฮ่อหรูส่งข้อความไปอีกครั้งตามคำแนะนำของหานปิน

รออยู่พักหนึ่ง ก็ยังไม่มีการตอบกลับ

“หัวหน้าเจิ้ง หัวหน้าเจิง พวกเรารออยู่เฉย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่อง ผมเสนอให้ไปดูที่บ้านคนหายหน่อยครับ สถานการณ์เกี่ยวกับคนหาย สามีกับแม่สามีของเธอน่าจะรู้ดีกว่าใคร” หานปินเสนอ

“นายไปกับหลี่ฮุยแล้วกัน” เจิงเผิงกำชับ “ไปสอบปากคำแม่สามีกับสามีของคนหายมาด้วย”

“รับทราบครับ”

...

เฮ่อเยี่ยนพักอยู่ในหมู่บ้านในเมืองแถบชานเมือง

ในรถเอสยูวีคันหนึ่ง

หลี่ฮุยเป็นคนขับ เฮ่อหรูบอกทาง หานปินนั่งอยู่เบาะหลัง

“คุณตำรวจหลี่คะ เลี้ยวขวาข้างหน้าก็ถึงแล้วค่ะ” เฮ่อหรูบอกทาง

“คุณเฮ่อครับ บ้านพี่สาวคุณ เช่าอยู่หรือซื้อครับ?”

“เช่าอยู่ค่ะ ครอบครัวแม่สามีพี่เขาก็เป็นคนต่างถิ่นเหมือนกัน”

“คุณเฮ่อครับ คุณแต่งงานหรือยังครับ?” หลี่ฮุยถาม

“แต่งแล้วค่ะ”

“อ๋อ แต่งงานเร็วจังเลยนะครับ”

“ผู้หญิงยิ่งอายุเยอะ ยิ่งพูดยากค่ะ” เฮ่อหรูกล่าว

“ขอถามหน่อยนะครับ ตอนที่คุณแต่งงาน สามีคุณมีบ้านในเมืองนี้ไหมครับ?” หลี่ฮุยเหลือบมองไปทางขวาแวบหนึ่ง

“ไม่มีค่ะ ตอนนี้พวกเราก็ยังเช่าบ้านอยู่เหมือนกัน พักอยู่แถว ๆ นี้แหละค่ะ” เฮ่อหรุยักไหล่

“เช่าบ้านอยู่ก็ดีครับ ผมก็เหมือนกัน” หลี่ฮุยยิ้ม

ครู่ต่อมา ทั้งสามคนก็มาถึงบ้านของเฮ่อเยี่ยน

หานปินลงจากรถ สำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ เป็นตึกสองชั้น ลานบ้านเล็กมาก มีพื้นที่แค่สิบกว่าตารางเมตร ห้องน้ำอยู่ในลานบ้าน ตัวบ้านดูเก่าไปสักหน่อย

“ชั้นหนึ่งเจ้าของบ้านเป็นตาแก่คนหนึ่งอยู่ค่ะ ครอบครัวพี่สาวฉันพักอยู่ชั้นสอง” เฮ่อหรูแนะนำคร่าว ๆ

พื้นที่ใช้สอยภายในตึกสองชั้นมีไม่มาก บันไดก็เลยติดตั้งไว้ด้านนอก เป็นบันไดปูน ราวบันไดเหล็กเริ่มขึ้นสนิมแล้ว

ชั้นสองมีสามห้อง สองห้องนอน หนึ่งห้องเก็บของ

ในห้องทางทิศตะวันออก หญิงชราอายุประมาณหกสิบปีกำลังอุ้มเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เล่นอยู่ เฟอร์นิเจอร์ในห้องดูเรียบง่าย

“เฮ่อหรูมาแล้วเหรอ เจอพี่สาวเธอหรือยัง?” หญิงชราเอ่ยถาม

“ป้าคะ สองท่านนี้คือคุณตำรวจหานกับคุณตำรวจหลี่ค่ะ พวกเขามาช่วยตามหาพี่สาวฉัน” เฮ่อหรูแนะนำ

“คุณตำรวจเองเหรอ เชิญนั่งก่อน ๆ” หญิงชราลุกขึ้นต้อนรับ

“น้าคะ” เด็กหญิงวิ่งเข้ามา กอดขาเฮ่อหรูเอาไว้

“หยวนหยวนเด็กดี” เฮ่อหรูอุ้มเด็กขึ้นมา

“คุณตำรวจคะ เมื่อไหร่จะเจอตัวลูกสะใภ้ฉันคะ?” หญิงชราถาม

“คุณป้าครับ ที่พวกเรามาครั้งนี้ ก็เพื่อช่วยตามหาลูกสะใภ้ของคุณป้านั่นแหละครับ เพียงแต่ยังมีบางเรื่องที่ไม่ค่อยแน่ใจ อยากจะให้คุณป้าช่วยให้ความร่วมมือในการสืบสวน ให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์กับเราหน่อยครับ” หานปินเปิดกล้องบันทึกภาพและเสียง

“หมายความว่ายังไงนะ?” หญิงชราฟังไม่ค่อยเข้าใจ

“คุณน้าครับ ก็คือถามเรื่องเกี่ยวกับลูกสะใภ้คุณน้าหน่อย จะได้ช่วยให้พวกเราเจอตัวเธอเร็วขึ้นครับ” หลี่ฮุยอธิบาย

“อ๋อ ถามมาสิ” หญิงชรากล่าว

หานปิน “...”

“คุณน้าครับ คุณน้าชื่ออะไรครับ? อายุเท่าไหร่แล้ว”

“ฉันชื่อหวังเจาตี้ ปีนี้อายุ 61 แล้ว” หญิงชรารับคำ สงสัยเล็กน้อย “ไม่ใช่จะถามเรื่องลูกสะใภ้ฉันเหรอ?”

“เป็นการสอบถามตามระเบียบครับ” หานปินจดบันทึกลงในสมุด แล้วถามต่อ “ช่วงนี้เฮ่อเยี่ยนมีพฤติกรรมผิดปกติอะไรบ้างไหมครับ?”

“ไม่มีนะ”

“เฮ่อเยี่ยนกับลูกชายคุณน้าความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้างครับ?”

“ทำไมเหรอ เกี่ยวอะไรกับลูกชายฉันด้วย?” หญิงชราย้อนถาม

“เมื่อกี้พี่สาวส่งข้อความมา บอกว่าไม่อยากอยู่กับพี่เขยแล้ว จะขอหย่าค่ะ” เฮ่อหรูพูดแทรก

“เป็นไปไม่ได้หรอก” หวังเจาตี้เผยสีหน้าตกใจ

“คุณเฮ่อครับ ตอนที่ผมสอบปากคำ คุณอย่าเพิ่งพูดแทรกนะครับ” หานปินตักเตือน

“ทราบแล้วค่ะ”

“คุณน้าหวัง ลูกชายกับลูกสะใภ้คุณน้าความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้างครับ?” หานปินซักต่อ

“ผัวเมียเขารักกันดีมาตลอดแหละ” หวังเจาตี้กะพริบตาปริบ ๆ

ท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาโกหกของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

ถ้าหากกะพริบตาถี่เกินไป แสดงว่าอารมณ์ภายในใจไม่มั่นคง ซึ่งก็เป็นอาการโกหกที่พบเห็นได้บ่อยอย่างหนึ่ง

หานปินทำเครื่องหมายไว้ในสมุดบันทึก แล้วถามต่อ

“คุณน้าหวัง คุณน้ากับเฮ่อเยี่ยนความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้างครับ?”

“ก็ดีนะ” หวังเจาตี้กะพริบตาปริบ ๆ อีกครั้ง “เหมือนกับลูกสาวแท้ ๆ ของฉันเลย”

จบบทที่ บทที่ 64 สอบปากคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว