- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 42 เบาะแสใหม่
บทที่ 42 เบาะแสใหม่
บทที่ 42 เบาะแสใหม่
หานปินเปิดหูฟัง “หัวหน้าเจิ้งครับ พวกเราจะตามไปเรื่อย ๆ แบบนี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่อง”
“นายมีความคิดดี ๆ อะไรไหมล่ะ?” เจิ้งข่ายเสวียนย้อนถาม
“ผมเสนอให้สารวัตรซุนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบ ๆ จัตุรัสดูครับ ถ้าหญิงชราคนนั้นเป็นคนเก็บขยะจริง ๆ เธอก็น่าจะไปแถวนั้นเป็นประจำ”
“อืม ความคิดนี้ไม่เลว” เจิ้งข่ายเสวียนขานรับ หันไปสั่งการเจิงเผิงที่อยู่ข้าง ๆ “เหล่าเจิง ติดต่อสารวัตรซุน ให้เขาไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบ ๆ เพื่อยืนยันตัวตนของหญิงชราคนนั้น”
“ครับ”
ทั้งห้าคนตามมาตลอดทาง หญิงชราก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกติ
พวกหานปินเองก็ไม่เห็นว่ามีคนอื่นสะกดรอยตามมาเช่นกัน
สี่สิบนาทีต่อมา
“กริ๊ง ๆ ๆ...”
โทรศัพท์มือถือของเจิงเผิงดังขึ้น เป็นซุนฮ่าวที่โทรมา
“เหล่าเจิง ฉันตรวจสอบกล้องวงจรปิดแถวจัตุรัสแล้ว คุณยายคนนั้นไปเก็บขยะแถวนั้นเกือบทุกคืนเลย ไม่พบความผิดปกติอะไร”
“ฉันเข้าใจแล้ว พวกนายลำบากแย่เลย”
“เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” ซุนฮ่าวพูดจบก็วางสายไป
“ว่ายังไงบ้าง?” เจิ้งข่ายเสวียนกล่าว
“ซุนฮ่าวตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วครับ หญิงชราคนนั้นไปเก็บขยะแถวนั้นเป็นประจำ ความเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้ต้องสงสัยมีไม่มากครับ”
“หัวหน้าเจิ้งครับ คุณยายเดินเข้าซอยไปแล้ว คาดว่าคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านเธอแล้วครับ” เสียงของหลี่ฮุยดังมาจากในหูฟัง
“หัวหน้าเจิ้ง สั่งปิดจ๊อบเถอะครับ ถ้าปล่อยให้หญิงชราเอาเงินกลับไปถึงบ้าน เรื่องคงจะยุ่งยากแน่” เจิงเผิงเสนอ
เจิ้งข่ายเสวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ปิดจ๊อบ”
...
ไม่ไกลจากด้านหน้ารถยนต์
หานปินขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าตามไปจนทันหญิงชรา พอขี่เลยไปได้หลายเมตร ก็จอดมอเตอร์ไซค์ขวางไว้ด้านหน้า
“ทำอะไรน่ะ ถนนกว้างขนาดนี้ จะมาขวางทางฉันทำไม?” หญิงชราตะโกนถามเสียงดัง
หลี่ฮุยกับเถียนลี่ก็วิ่งตามขึ้นมา ขนาบซ้ายขวาประกบหญิงชราไว้ตรงกลาง
“พวกแกเป็นใครกันอีก?” หญิงชราเริ่มประหม่า เอารถเข็นไปไว้ด้านหลัง
“คุณยายครับ ไม่ต้องกลัว พวกเราเป็นตำรวจ” หลี่ฮุยแสดงบัตรตำรวจ
“ตำรวจ? พวกแกมีธุระอะไร?” หญิงชรากึ่งเชื่อกึ่งสงสัย อย่าว่าแต่มองไม่ชัดเพราะฟ้ามืดเลย ต่อให้เป็นตอนกลางวัน เธอก็ดูไม่ออกอยู่ดีว่านี่คืออะไร
“คุณยายครับ คืนนี้ที่ไปเก็บขยะที่จัตุรัส คุณยายตั้งใจไปเอง หรือว่ามีคนเรียกให้ไปเหรอครับ?” หลี่ฮุยถาม
“เก็บขยะยังต้องมีคนสอนด้วยเหรอ? ถ้าแกอยากเรียนล่ะก็ ตามฉันไปเก็บสักสองสามวันเดี๋ยวก็เป็นแล้ว” หญิงชรากล่าว
หลี่ฮุยถึงกับพูดไม่ออก เป็นตำรวจอยู่ดี ๆ ไม่ชอบ ดันจะให้ไปเก็บขยะซะงั้น
“คุณยายคะ พวกเรากำลังสืบสวนคดีกรรโชกทรัพย์อยู่ เงินห้าหมื่นหยวนที่คุณยายเก็บมานั่น คือเงินค่าไถ่ค่ะ” เถียนลี่อธิบาย
“โอ๊ย เงินห้าหมื่นอะไรกัน ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยว่าพวกแกพูดอะไร?” หญิงชรารีบปฏิเสธ
“ถ้าไม่ได้เอาเงินห้าหมื่นมา แล้วคุณยายจะรีบเดินขนาดนั้นทำไมล่ะครับ?” หลี่ฮุยถาม
“ฉันก็ออกกำลังกายของฉันน่ะสิ ไม่ได้หรือไง” หญิงชราเถียง
“รบกวนคุณยายไปที่กรมตำรวจกับพวกเราสักหน่อยนะคะ เพื่อให้ความร่วมมือในการสืบสวน” พอเห็นว่าหญิงชราไม่ให้ความร่วมมือ เถียนลี่ก็ทำได้เพียงพูดไปตามระเบียบการ
“ทำไมฉันต้องไปด้วย ฉันไม่ไป” หญิงชราร้องตะโกน ดูเหมือนอยากจะเรียกความสนใจจากคนอื่น
“คุณยายครับ ผมรู้ว่าคุณยายอาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เงินก้อนนั้นมันเป็นเงินค่าไถ่ ใครเก็บไป ก็ต้องไปให้ปากคำกับพวกเราที่โรงพักครับ”
หลี่ฮุยกับเถียนลี่สองคนทั้งปลอบทั้งขู่ ในที่สุดก็เกลี้ยกล่อมหญิงชราได้สำเร็จ พาเธอกลับไปที่กรมตำรวจสาขา
...
กรมตำรวจสาขาชิงเต่า
หลี่ฮุยและเถียนลี่รับหน้าที่สอบปากคำหญิงชรา
เจิ้งข่ายเสวียนชงชามาหนึ่งกา นั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“นายสองคนมานี่ พวกเราสามคนมาประชุมกันหน่อย”
เจิงเผิงกับหานปินเดินเข้าไป นั่งลงข้าง ๆ เจิ้งข่ายเสวียน
“ทางฝั่งซุนฮ่าวถอนกำลังหรือยัง?”
“ซุนฮ่าวถอนกำลังแล้วครับ แต่ทิ้งตำรวจไว้สองนายให้เฝ้าดูในรถต่อ” เจิงเผิงตอบ
“แล้วทางฝั่งอันหยางอพาร์ตเมนต์ล่ะ?”
“จ้าวหมิงโทรมาหาผมแล้วครับ ทางนั้นไม่มีอะไรผิดปกติ ผมให้เขาซุ่มดูต่อแล้ว”
เจิ้งข่ายเสวียนจิบน้ำชาล้างคอ “ทำไมคนร้ายถึงไม่ปรากฏตัวกันแน่ เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ชักจะงงไปหมดแล้ว”
“เขาอาจจะรู้ตัวแล้วว่ามีพวกเราอยู่ ก็เลยไม่กล้าปรากฏตัวหรือเปล่าครับ” หานปินคาดเดา
“ไม่น่าใช่นะ วันนี้พวกเราก็ระวังกันมากแล้ว”
หานปินนึกทบทวนดู “ไม่เห็นมีบุคคลน่าสงสัยจริง ๆ ครับ”
“พรุ่งนี้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดแถวจัตุรัสประชาชนใหม่อีกครั้ง ดูว่าช่วงหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน มีบุคคลน่าสงสัยปรากฏตัวบ้างไหม” เจิ้งข่ายเสวียนสั่งการ
“ครับ”
ในตอนนั้นเอง หลี่ฮุยกับเถียนลี่ก็เดินเข้ามา
“ได้เงินคืนมาหรือยัง?”
“อยู่นี่หมดแล้วครับ” หลี่ฮุยเอาถุงพลาสติกสีดำวางลงบนโต๊ะ
“คุณยายคนนี้ ไม่มีจิตสำนึกเรื่องเก็บของได้แล้วคืนเจ้าของเลยสักนิด” เจิงเผิงพูดหยอก
เจิ้งข่ายเสวียนตรวจสอบเงินสดแวบหนึ่ง “พวกนายคิดว่า คุณยายคนนี้มีพิรุธไหม?”
“สอบปากคำเรียบร้อยแล้วครับ คุณยายชื่อหลี่หยวนฟาง เป็นคนท้องถิ่นเมืองชิงเต่า มักจะไปเก็บขยะแถวจัตุรัสประชาชนเป็นประจำ ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้เสียหาย โดยพื้นฐานแล้วตัดออกจากผู้ต้องสงสัยได้เลยครับ” หลี่ฮุยกล่าว
“หัวหน้าเจิ้งคะ คุณยายก็น่าสงสารเหมือนกันนะคะ ต้องมาวุ่นวายกับพวกเราทั้งคืน ให้เงินเธอสักร้อยหยวนดีไหมคะ” เถียนลี่เป็นคนใจดี
“เงินร้อยหยวนนี่ฉันจ่ายเอง” เจิ้งข่ายเสวียนกล่าว
“คุณยายไม่มีปัญหา ก็เท่ากับว่าเบาะแสขาดไปอีกแล้ว” เจิงเผิงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“หัวหน้าเจิ้งครับ ผมอยากจะขอสอบสวนอวี๋เหอเฟิงอีกครั้ง ดูว่าเขาจะให้เบาะแสอะไรได้บ้างไหม”
“ถือเป็นช่องทางหนึ่งในการคลี่คลายคดีได้” เจิ้งข่ายเสวียนขานรับ พลางชี้ไปที่หลี่ฮุยกับเถียนลี่สองคน
“วันนี้พวกเธอไปตรวจสอบแถวอันหยางอพาร์ตเมนต์มา มีเบาะแสอะไรบ้างไหม?”
“พวกเราไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบ ๆ มาแล้วครับ ตอนนี้ยังไม่เจอบุคคลน่าสงสัยเลย” หลี่ฮุยกล่าว
“พรุ่งนี้ไปตรวจสอบต่อ”
“ครับ/ค่ะ”
“หัวหน้าเจิ้งครับ ผมขอดูรูปที่ใช้ขู่กรรโชกหน่อยครับ” หานปินกล่าว
“รูปพวกนั้นฉันดูแล้วค่ะ มันค่อนข้างเป็นส่วนตัวมาก คุณเป็นผู้ชาย ดูแล้วคงจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ มีปัญหาอะไรถามฉันได้นะ” เถียนลี่กล่าว
“พอเถอะ ป่านนี้แล้ว ยังจะมาถือเรื่องหญิงชายอะไรกันอีก ให้หานปินดูเถอะ” เจิ้งข่ายเสวียนโบกมือ เบาะแสก็ขาดไปหมดแล้ว ต้องรีบหาเบาะแสใหม่ให้เร็วที่สุด
มันก็เหมือนกับหมอและคนไข้นั่นแหละ ป่วยหนักแล้วจะรักษาหายหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ก็ต้องหาหมอที่เหมาะสมที่สุดเป็นธรรมดา
มิฉะนั้น ถ้าผู้ต้องสงสัยเอารูปไปปล่อยในอินเทอร์เน็ต ก็จะยิ่งสร้างความเสียหายให้ผู้เสียหายมากขึ้นไปอีก
“เอาล่ะ ดึกมากแล้ว คืนนี้พอแค่นี้ก่อน ทุกคนกลับไปนอนพักผ่อนเถอะ”
เจิ้งข่ายเสวียนพูดพลาง ก็หยิบเงินออกมาหนึ่งร้อยหยวน “เอาเงินนี่ให้คุณยายไป ให้เธอนั่งแท็กซี่กลับบ้าน”
“ครับ”
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
หานปินเดินเข้าห้องทำงานมาพร้อมกับขอบตาดำคล้ำสองข้าง
เมื่อคืนพอกลับถึงบ้านก็ตีสองกว่าแล้ว จัดการอะไรนิดหน่อยก็ปาเข้าไปตีสาม
ยังนอนได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องตื่นมาทำงานอีกแล้ว
หลี่ฮุยกับหานปินตื่นสายทั้งคู่ ทั้งสองคนยังไม่ได้กินข้าว ก็ตรงมาที่ห้องทำงานเลย
นอกจากจ้าวหมิงแล้ว คนอื่น ๆ ก็อยู่กันครบ
เถียนลี่ถืออาหารเช้ามาสองชุด วางลงตรงหน้าหานปินกับหลี่ฮุย “กินสิ หัวหน้าเจิงซื้อมาให้พวกคุณ”
“หัวหน้าเจิงครับ คุณนี่หยั่งรู้ฟ้าดินจริง ๆ รู้ได้ยังไงว่าพวกเรายังไม่ได้กินข้าว” หลี่ฮุยยัดเสี่ยวหลงเปาเข้าปากไปทั้งลูก พูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้
เจิงเผิงจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบหนึ่งที “ฉันก็เคยผ่านช่วงเวลาแบบพวกนายมาก่อน รีบกินตอนที่ยังร้อน ๆ เถอะ”
พอกินข้าวเสร็จ ทุกคนก็กลับไปทุ่มเทให้กับงานที่ตึงเครียดอีกครั้ง
ต่างก็แยกย้ายกันไปสืบสวนตามภารกิจที่เจิ้งข่ายเสวียนมอบหมายไว้เมื่อคืน
เมื่อเทียบกันแล้ว งานของหานปินค่อนข้างจะสบายกว่าหน่อย คือการอยู่ที่ห้องทำงานเพื่อตรวจสอบรูปถ่าย
รูปถ่ายพวกนี้สามารถมองเห็นหน้าตาของผู้เสียหายได้อย่างชัดเจน ถ้าหากถูกเผยแพร่ไปในอินเทอร์เน็ต ผลที่ตามมาคงจะเลวร้ายจนไม่อาจคาดคิดได้
หานปินสังเกตดูรูปถ่ายแต่ละรูปอย่างละเอียด จากนั้น ก็นำไปเปรียบเทียบกับวิดีโอในคอมพิวเตอร์ หลังจากการตรวจสอบอยู่พักหนึ่ง เขาก็เจอเบาะแสใหม่เข้าจริง ๆ
หลักฐานสำคัญที่จะใช้มัดตัวคนผิด