- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 39 จดหมายฉบับที่สอง
บทที่ 39 จดหมายฉบับที่สอง
บทที่ 39 จดหมายฉบับที่สอง
เช้าวันรุ่งขึ้น
เพราะว่ามีคดี หานปินกับหลี่ฮุยเลยมากันค่อนข้างเช้า และกำลังกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารของกรมตำรวจสาขา
หลี่ฮุยปอกไข่ไปพลาง ถามไปพลาง “ปินจื่อ นายว่าอวี๋เหอเฟิงคนนี้ ดูภายนอกก็ดูดีมีสกุล ทำไมถึงทำเรื่องสกปรกแบบนี้ได้ลงคอ”
“โลกใบนี้มันกว้างใหญ่ คนแบบไหนก็มีทั้งนั้นแหละ”
“นายว่าถ้าภรรยากับลูกสาวเขารู้เรื่องนี้เข้า พวกเธอจะมองเขายังไง?” หลี่ฮุยถามอย่างสงสัย
“รอถึงตอนสอบสวน นายก็ลองไปถามเขาดูเองสิ” หานปินขี้เกียจจะสนใจเขาที่ชอบพูดจาไร้สาระ
หลี่ฮุยก็ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมาได้ หัวเราะฮะ ๆ ออกมาสองที กัดไข่เข้าไปทีเดียวครึ่งฟอง เคี้ยวสองสามคำก็หมดแล้ว
พอกินข้าวเสร็จ ทั้งสองคนก็ไปที่ห้องทำงานของทีม 2 ปกติถ้ามีคดี เจิงเผิงก็จะเรียกประชุมเช้าตามธรรมเนียม เพื่อปรับทิศทางการสืบสวน และมอบหมายภารกิจให้ตรงจุด
พอมาถึงห้องทำงาน หานปินก็ต้มน้ำกาหนึ่ง ชงชาเขียวแก้วหนึ่ง แล้วนั่งหลับตาพักสมองอยู่บนเก้าอี้
เขาเป็นพวกที่ต้องใช้สมองทำงาน เวลาที่ไม่มีอะไรก็ต้องพักผ่อนให้มาก ๆ ถึงจะรักษาสภาพจิตใจที่ดีที่สุดไว้ใช้ตอนทำคดีได้
เถียนลี่ จ้าวหมิง เจิงเผิง และคนอื่น ๆ ก็ทยอยกันมาถึงห้องทำงาน
เจิงเผิงหาวไปพลาง รินน้ำชาให้ตัวเองแก้วหนึ่ง
“หัวหน้าเจิงครับ หัวหน้าเจิ้งบอกว่าจะเพิ่มคนให้ทีมเราไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลย?” หานปินเป่าใบชาที่ลอยอยู่บนผิวน้ำในแก้ว
“ทีมเรามีกันแค่ห้าคน ถ้าเป็นคดีทั่วไปก็พอไหว แต่ถ้าเจอคดีใหญ่ขึ้นมา คนไม่พอแน่ครับ” หลี่ฮุยกล่าวสมทบ
“เรื่องนี้ฉันคอยตามอยู่ตลอด หัวหน้าเจิ้งก็ยังนึกถึงอยู่ แต่เรื่องคนนี่ ยอมขาดดีกว่าได้คนไม่ดี ยังไงก็ต้องหาคนที่เหมาะสมให้ได้ก่อน”
“หัวหน้าเจิงคะ คุณคิดว่าคนแบบไหนถึงจะเหมาะกับทีมเราเหรอคะ?” เถียนลี่กล่าว
“ทีมที่สมบูรณ์ทีมหนึ่ง ทุกคนต้องมีหน้าที่ของตัวเอง แบ่งงานกันอย่างชัดเจน ทีมเราเพิ่งจะก่อตั้งได้ไม่นาน ถึงแม้คนจะน้อย แต่ก็เข้ากับโครงสร้างนี้ได้พอดี”
ในตอนนั้นเอง หลู่เหวินก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน “หัวหน้าเจิงครับ รายงานผลการตรวจสอบออกมาแล้วครับ”
“หลู่เหวิน ทำไมนายถึงมีขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าสองข้างเลยล่ะ?” จ้าวหมิงหัวเราะ
หลู่เหวินถอดแว่น ขยี้ตา “ก็ไม่ใช่เพราะคดีของทีมพวกนายหรือไง ฉันทำงานล่วงเวลา ถึงได้ตรวจสอบเสร็จน่ะ”
“นายแว่นลำบากแย่เลย ไว้ว่าง ๆ ฉันเลี้ยงข้าวนายสักมื้อ บำรุงร่างกายหน่อย” เจิงเผิงลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมา ให้เขานั่งลง
“มีคำพูดนี้ของคุณ ผมก็ดีใจแล้วครับ” หลู่เหวินหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมา ยื่นให้เจิงเผิง
“ไอ้ของพวกนี้ดูแล้วปวดหัว นายเลือกเอาแต่ประเด็นสำคัญ ๆ มาพูดก็พอ” เจิงเผิงโบกมือ
“ในมือถือไม่พบวิดีโอของผู้เสียหายครับ” หลู่เหวินกล่าว
“จะเป็นไปได้ไหมว่าถูกลบไปแล้ว?”
หลู่เหวินส่ายหน้า “ผมลองกู้คืนดูแล้วครับ”
“ที่ซองจดหมายกับยูเอสบีมีเบาะแสอะไรบ้างไหม?” เจิงเผิงกล่าว
“ไม่มีลายนิ้วมือ ไม่มีดีเอ็นเอ สะอาดมากครับ”
“พอจะมีวิธีตรวจสอบจากแหล่งที่มาของซองจดหมายกับยูเอสบีไหมคะ?” เถียนลี่ซักต่อ
“นั่นมันก็งานของพวกคุณแล้วล่ะ” หลู่เหวินยักไหล่ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องทำงานไป
“โรงงานที่ผลิตซองจดหมายกับยูเอสบีมันมีเยอะ แถมยังผลิตออกมาจำนวนมากอีกด้วย การจะตรวจสอบแหล่งที่มาน่ะ มันยากมากนะ” เจิงเผิงดูแล้วว่าทั้งซองจดหมายและยูเอสบี ต่างก็เป็นแบบที่พบเห็นได้ทั่วไป
“ถ้าให้ผมพูดนะ ก็ยังควรต้องสอบสวนอวี๋เหอเฟิงอยู่ดี วิดีโอเขาเป็นคนแอบถ่าย ความน่าสงสัยว่าเขาเป็นคนกรรโชกทรัพย์ก็มีมากที่สุดด้วย” จ้าวหมิงกล่าว
“ฉันเห็นด้วยกับที่จ้าวหมิงพูดค่ะ” เถียนลี่กล่าว
“หรือว่า ครั้งนี้ให้ผมกับหานปินรับหน้าที่สอบสวนเองดีไหมครับ?” หลี่ฮุยเสนอ
เจิงเผิงหันหน้าไป มองหานปิน “นายคิดว่ายังไง?”
หานปินขมวดคิ้วครุ่นคิด คดีแอบถ่ายคลี่คลายแล้ว แต่คดีกรรโชกทรัพย์กลับมาถึงทางตัน
“กริ๊ง ๆ ๆ...” เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำลายความเงียบ
เถียนลี่หยิบมือถือออกมาดู “โทรศัพท์ของเฉินลู่เหยียนค่ะ”
“รับสิ”
เถียนลี่กดรับสาย สีหน้าก็ยิ่งดูแย่ลงเรื่อย ๆ
หลังจากวางสายโทรศัพท์ จ้าวหมิงก็อดไม่ได้ที่จะถาม “เป็นอะไรไปเหรอครับ? มีเบาะแสใหม่งั้นเหรอ?”
เถียนลี่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เกรงว่าคงจะเป็นอย่างที่หานปินเดาไว้แล้วล่ะค่ะ”
“หมายความว่ายังไง?” หลี่ฮุยกล่าว
“เฉินลู่เหยียนได้รับจดหมายขู่กรรโชกอีกแล้วค่ะ”
…
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3 ทีม 2 และทีมเทคนิค ก็เดินทางมาถึงอันหยางอพาร์ตเมนต์อีกครั้ง
พวกหานปินมาถึงชั้นสี่ ประตูห้อง 408 เปิดอยู่
กลุ่มคนสวมถุงคลุมรองเท้า แล้วเดินเข้าไปในห้อง
ในห้องมีคนอยู่สองคน เฉินลู่เหยียนนั่งอยู่บนเตียง สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
ยังมีผู้ชายอีกคนหนึ่ง นั่งอยู่บนโซฟาข้าง ๆ
“หัวหน้าเจิงคะ ในที่สุดพวกคุณก็มากันสักที” เฉินลู่เหยียนลุกขึ้นยืน เหมือนกับได้เห็นที่พึ่ง
“พวกเราพอได้รับโทรศัพท์ ก็รีบมากันทันทีเลยครับ”
“นี่คือแฟนของฉันค่ะ เซี่ยงเส้าหมิง” เฉินลู่เหยียนแนะนำ
เจิงเผิงสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง พ่อหนุ่มคนนี้ทั้งสูงทั้งผอม หน้าตาก็หล่อเหลาใช้ได้ทีเดียว
“แล้วจดหมายขู่กรรโชกล่ะ?”
“อยู่บนโต๊ะค่ะ ฉันจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าห้ามจับ ฉันก็เลยใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาค่ะ”
เจิงเผิงเดินเข้าไป ตรวจสอบซองจดหมายดู พบว่าเหมือนกับซองจดหมายครั้งก่อนทุกอย่าง พอเปิดออกมา ข้างในก็มียูเอสบีอันหนึ่งเหมือนกัน
หานปินก็หยิบขึ้นมาดูบ้าง “เจอซองจดหมายเมื่อไหร่ครับ?”
“เมื่อคืนฉันไม่ได้นอนที่อพาร์ตเมนต์ค่ะ พอเช้าวันนี้เส้าหมิงมาเป็นเพื่อนฉัน กะว่าจะมาเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน พอเพิ่งเปิดประตูห้อง ก็เจอซองจดหมายวางอยู่ที่หน้าประตูเลย”
“ดูท่าทางแล้วก็ใช้วิธีการเดียวกับเมื่อวานเลย สอดเข้ามาทางช่องใต้ประตูเหมือนกัน” หลี่ฮุยกล่าว
“หัวหน้าเจิงคะ พวกคุณจับเจ้าของบ้านไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมถึงยังมีจดหมายขู่กรรโชกมาอีก?” เฉินลู่เหยียนถาม
“อะแฮ่ม...” เจิงเผิงกระแอมเบา ๆ รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“จากหลักฐานที่พวกเรามีอยู่ตอนนี้ คนที่แอบถ่ายกับคนที่กรรโชกทรัพย์ไม่ใช่คนคนเดียวกันครับ นี่เป็นสองคดี” หานปินกล่าว
“พูดแบบนี้ก็คือ รูปของลู่เหยียนยังมีโอกาสที่จะถูกเอาไปปล่อยในอินเทอร์เน็ตน่ะสิ?” เซี่ยงเส้าหมิงเผยสีหน้ากังวล
“พวกเราตำรวจจะรีบคลี่คลายคดี จับตัวผู้ต้องสงสัยให้ได้โดยเร็วที่สุดครับ”
เพื่อทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัด เจิงเผิงก็เลยสั่งงานทันที
“เถียนลี่ เอายูเอสบีเสียบเข้าคอมพิวเตอร์ ดูซิว่าข้างในมีอะไรบ้าง”
“ค่ะ”
“หลี่ฮุย ไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ตรวจสอบกล้องดู ว่ามีคนน่าสงสัยบ้างไหม”
“ครับ”
ถึงแม้ความเป็นไปได้ที่จะถ่ายติดผู้ต้องสงสัยนั้นมีไม่มาก แต่เรื่องที่ควรทำ ก็ยังต้องทำอยู่ดี
“หานปิน นายไปดูที่หน้าประตูหน่อย ว่ามีเบาะแสอะไรบ้างไหม”
“ครับ”
หานปินสวมถุงคลุมรองเท้า เดินไปที่หน้าประตูห้อง สังเกตดูอย่างละเอียด บนพื้นปูด้วยกระเบื้อง ถ้าหากพื้นรองเท้าไม่สกปรก ก็แทบจะไม่ทิ้งรอยรองเท้าที่ชัดเจนไว้เลย
หานปินเดินดูรอบหนึ่ง ก็ไม่พบร่องรอยที่ชัดเจนอะไร
“หัวหน้าเจิงคะ เนื้อหาในยูเอสบีเหมือนกับเมื่อวานเลยค่ะ ยังเป็นรูปตอนอาบน้ำสองสามรูปนั้น แล้วก็จดหมายขู่กรรโชกฉบับหนึ่ง” เถียนลี่กล่าว
“อ่านจดหมายขู่กรรโชกมาซิ”
“วันนี้หนึ่งทุ่ม เตรียมเงินสดห้าหมื่นหยวน เอาไปใส่ไว้ในถังขยะใบที่สามทางทิศเหนือ ฝั่งตะวันออกของจัตุรัสประชาชน เงินนี่ฉันยืมเธอ ถ้ามีเมื่อไหร่ก็จะเอามาคืนให้แน่นอน ถ้าคืนนี้ไม่ได้เงิน หรือว่าแจ้งตำรวจมาจับฉัน ก็จะเอารูปของเธอไปปล่อยในอินเทอร์เน็ต”
พอฟังจดหมายขู่กรรโชกจบ เฉินลู่เหยียนก็แทบจะสติแตก “ห้าหมื่นหยวน ฉันจะไปหาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหนในทันที”
“ลู่เหยียน เธออย่าเพิ่งร้อนใจไป พวกเรามาช่วยกันคิดหาวิธีนะ” เซี่ยงเส้าหมิงยื่นมือไปตบไหล่แฟนสาวเบา ๆ
“คุณเฉินครับ การที่ได้รับจดหมายขู่กรรโชกอีกครั้ง แสดงว่าผู้ต้องสงสัยยังไม่รู้ว่าตำรวจเข้ามาสืบสวนแล้ว ขอแค่พวกเราไปวางกำลังไว้ล่วงหน้า คืนนี้จับตัวผู้ต้องสงสัยได้แน่นอนครับ” เจิงเผิงปลอบใจ