เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 สกัดจับทั่วเมือง

บทที่ 24 สกัดจับทั่วเมือง

บทที่ 24 สกัดจับทั่วเมือง


เจิ้งข่ายเสวียนรายงานต่อผู้บังคับบัญชาของกรมตำรวจสาขา เพื่อขออนุมัติการสกัดจับซุนฉีเฟิงทั่วเมือง

หน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3 ทีม 2 ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี ก็เข้าร่วมภารกิจสกัดจับในครั้งนี้ด้วย

เถียนลี่อยู่ที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิดของคณะกรรมการชุมชนหุยหลงกวน ถึงแม้ความเป็นไปได้ที่คนร้ายจะกลับมามีไม่มาก แต่ก็ยังทิ้งคนไว้เฝ้าสังเกตการณ์หนึ่งคน

หานปินและหลี่ฮุยไปที่ศูนย์ควบคุมกล้องวงจรปิดของตำรวจจราจร เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนร่วมกับจ้าวหมิง

เจิ้งข่ายเสวียนและเจิงเผิงสองคน นำกำลังตำรวจจากสถานีตำรวจไปตั้งด่านตรวจค้นบนถนนสายหลัก

สถานีขนส่งและสถานีรถไฟก็ออกประกาศจับคนร้ายเช่นกัน

เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก การปฏิบัติการทั้งหมดจึงเป็นไปอย่างเข้มงวดภายในแต่ผ่อนคลายภายนอก แบบนี้ก็จะช่วยลดความระมัดระวังของคนร้าย และเป็นประโยชน์ต่องานจับกุมด้วย

เวลาสี่ทุ่ม

ศูนย์ควบคุมกล้องวงจรปิดของตำรวจจราจร

หานปินและหลี่ฮุยสองคนถือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับแฮมมาที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิด

จ้าวหมิงราวกับได้เจอญาติ “ในที่สุดพวกพี่ก็มาสักที ตาผมลายไปหมดแล้ว”

“พักสักหน่อยเถอะ กินอะไรหน่อย” หานปินกล่าว

จ้าวหมิงฉีกซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เติมน้ำร้อนเล็กน้อย “ซุนฉีเฟิงคนนี้เหมือนกับหายตัวไปเลย ผมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ตอนเกิดเหตุจนถึงตอนนี้ตลอด แต่ก็ยังไม่มีเบาะแสอะไร พวกพี่ว่าเขาจะหนีไปไหนได้?”

หานปินยุ่งมาทั้งวัน ยังไม่ได้กินข้าวเป็นหลักแหล่ง เลยชงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง “รถของซุนฉีเฟิง ปรากฏในกล้องวงจรปิดครั้งสุดท้ายที่ทางเล็ก ๆ ใกล้บ้านเหยื่อ แต่ถ้าขับแค่ทางเล็ก ๆ ก็ขับรถออกจากเมืองชิงเต่าไม่ได้หรอก”

“พูดอีกอย่างก็คือ เป็นไปได้มากว่าคนร้ายจะซ่อนตัวอยู่” หลี่ฮุยกล่าว

“ก็ตัดความเป็นไปได้ที่คนร้ายจะเปลี่ยนไปใช้รถคันอื่นไม่ได้” หานปินคาดเดา

“ถ้าซุนฉีเฟิงทิ้งรถหนีไป งานค้นหาก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก” จ้าวหมิงพูดอย่างจนใจ

“ฉันว่า ก็ยังควรใช้รถตามหาคนอยู่ ถ้าซุนฉีเฟิงไม่ได้เปลี่ยนรถ ก็จะเจอตัวซุนฉีเฟิงโดยตรง แต่ถ้าเขาเปลี่ยนไปใช้รถคันอื่น พวกเราก็จะได้ปรับทิศทางการค้นหาได้ทันท่วงที” หานปินกล่าว

“หรือว่าจะรายงานหัวหน้าเจิ้งให้ไปค้นหาแถว ๆ ทางเล็กที่เจอรสตู้นั่นดีไหมครับ ไม่แน่ว่าอาจจะมีเบาะแส” จ้าวหมิงเสนอ

หานปินมองดูนาฬิกาข้อมือ “นี่ก็สองทุ่มกว่าแล้ว ฟ้ามืดสนิท พวกเราไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ การค้นหาจะยากเกินไป ถ้าเขาเอารถไปทิ้งไว้ในไร่แถวนั้น ก็คงหาเจอได้ยาก”

“ก็จริงครับ งั้นรอรายงานพรุ่งนี้เช้าแล้วกัน”

“ถ้าพวกนายเป็นซุนฉีเฟิง พวกนายจะหนีไปทางไหน?” หลี่ฮุยถาม

หานปินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า “จากเบาะแสที่มีอยู่ตอนนี้ คาดเดาได้ยาก”

ทั้งสามคนกินบะหมี่ถ้วยเสร็จ ก็กลับไปทำงานที่ตึงเครียดต่อ...

หนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง สามชั่วโมง...

หานปินจ้องกล้องวงจรปิดตลอดเวลาจนเริ่มรู้สึกเหนื่อย อ้าปากหาวติดต่อกันหลายครั้ง

พอทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพื่อแอบงีบสักพัก

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงตะโกนหนึ่งก็ปลุกหานปินให้ตื่นขึ้น

“พวกนายดูสิ รถคันนี้เหมือนของซุนฉีเฟิงหรือเปล่า?” หลี่ฮุยตะโกน

หานปินยืดตัวตรง หาวทีหนึ่ง แล้วเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ตีสองแล้ว

“เจออะไรเหรอ?”

หลี่ฮุยชี้ไปที่จอภาพ “รถคันนี้ เหมือนรถต้องสงสัยหรือเปล่า?”

หานปินชำเลืองมองแวบหนึ่ง รุ่นรถกับสีเหมือนกัน แต่กระจกหลังไม่มีโฆษณาติดอยู่ เลขทะเบียนก็มองไม่ค่อยชัด

“หาภาพจากกล้องวงจรปิดที่สี่แยกถัดไป ขอแบบที่ชัดหน่อย จะได้เห็นป้ายทะเบียน”

หลี่ฮุยเปลี่ยนไปดูกล้องวงจรปิดที่สี่แยกถัดไป ทั้งสามคนจ้องหน้าจออย่างตั้งใจ ไม่นาน ก็พบรถตู้คันนั้นอีกครั้ง คราวนี้เห็นเลขทะเบียนชัดเจนมาก หลู่ B.N6572

“คันนี้แหละ!” จ้าวหมิงตบโต๊ะ เผยสีหน้าตื่นเต้น

“ไอ้หมอนี่ ดันฉีกโฆษณาที่อยู่หลังรถทิ้ง มิน่าล่ะถึงหาไม่เจอ” หลี่ฮุยพึมพำ

“นี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดตอนกี่โมง?” หานปินถาม

“ประมาณตีหนึ่ง”

“จากตอนนี้ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมง”

จ้าวหมิงชี้ไปที่หน้าจอกล้องวงจรปิด “รถตู้ขับจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก อยู่ตรงสี่แยกถนนฉี่หมิงกับถนนไคผิง จากที่นี่พวกเราขับรถไปก็ประมาณสี่สิบห้าสิบนาทีครับ”

“เวลานี้รถไม่ติด ฉันว่าครึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึงแล้ว” หานปินกล่าว

“แต่คนร้ายก็กำลังหนีอยู่เหมือนกัน คงไม่รอพวกเราหรอก” หลี่ฮุยกล่าว

“รายงานหัวหน้าเจิ้งเถอะ”

...

หลังจากเจิ้งข่ายเสวียนทราบข่าวนี้ก็ดีใจมาก ออกคำสั่งปรับเปลี่ยนภารกิจทันที

จ้าวหมิงอยู่ที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ติดตามรถต้องสงสัยต่อไป

หานปินและหลี่ฮุยสองคน ให้ขับรถไล่ล่ารถตู้ของคนร้าย

เจิ้งข่ายเสวียนและเจิงเผิงนำกำลังคนไปสนับสนุน

“พี่ปิน พี่ฮุยครับ ผมก็อยากไปไล่จับคนร้ายเหมือนกัน หรือว่าพวกพี่จะเปลี่ยนกับผมไหมครับ” จ้าวหมิงยิ้มขมขื่น เขารู้สึกว่าตาตัวเองจะบวมเป่งอยู่แล้ว

“นี่เป็นคำสั่งของหัวหน้าเจิ้ง นายก็นั่งนิ่ง ๆ อยู่ตรงนี้แหละ คอยรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของรถต้องสงสัยให้พวกเรา ถ้าจับซุนฉีเฟิงได้ ก็ไม่ลืมผลงานของนายหรอก” หลี่ฮุยยิ้ม

หานปินยื่นมือไปตบไหล่จ้าวหมิงเบา ๆ แล้วเดินออกจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิด

“เฮ้อ...” จ้าวหมิงถอนหายใจ ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ “จะต้องดูไปถึงเมื่อไหร่ถึงจะจบสิ้นสักทีเนี่ย!”

หานปินและหลี่ฮุยสองคนขึ้นรถ มุ่งหน้าไปทางทิศที่รถต้องสงสัยอยู่

เวลานี้บนถนนโล่งมาก แทบจะไม่เห็นรถเลยสักคัน

“ปินจื่อ นายว่านี่ก็ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งแล้ว พวกเราจะตามจับได้เหรอ?”

“ขอแค่จ้าวหมิงตรวจสอบร่องรอยล่าสุดของรถได้ ยืนยันทิศทางที่อีกฝ่ายหลบหนี ก็สามารถแจ้งตำรวจท้องที่ให้ตั้งด่านสกัดไว้ล่วงหน้าได้เลย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก”

ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวหมิงก็โทรมา “พี่ปินครับ รถของคนร้ายขับเข้าไปในถนนเหิงติ้งแล้วครับ”

“แถวถนนเหิงติ้ง นั่นมันก็เขตภูเขาแล้วนะ ต้นไม้ป่าไม้เยอะแยะ ถ้ามุดเข้าไปในป่าล่ะก็หายากแน่” หลี่ฮุยกล่าว

หานปินและหลี่ฮุยสองคนขับรถมุ่งหน้าไปด้วยความเร็วสูง

ตอนที่ขับรถเข้าสู่ถนนเหิงติ้ง โทรศัพท์จากจ้าวหมิงก็ดังขึ้นอีก

“พี่ปินครับ รถของคนร้ายพอผ่านสี่แยกถนนเหิงติ้งกับหมู่บ้านต้าจางไป ก็ไม่ปรากฏในกล้องวงจรปิดอีกเลย เป็นไปได้มากว่าน่าจะซ่อนตัวอยู่แถว ๆ นี้ครับ”

“รถของคนร้ายปรากฏในกล้องวงจรปิดครั้งสุดท้ายกี่โมง?”

“ตีสองครึ่งครับ” จ้าวหมิงกล่าว

“ตอนนี้ตีสาม”

หลี่ฮุยขมวดคิ้ว “รถต้องสงสัยไม่ปรากฏในกล้องวงจรปิดมาครึ่งชั่วโมงแล้ว เป็นไปได้มากว่าน่าจะไปซ่อนตัวอีกแล้ว”

“สังเกตรถรอบ ๆ ให้ดี”

หานปินตรวจสอบไฟฉายแรงสูง อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการต่อสู้ตอนกลางคืน

หยิบปืนพกไทป์ 64 ออกมา บรรจุกระสุนเจ็ดนัดจนเต็ม ครั้งนี้เป็นคดีฆาตกรรม คนร้ายเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยม ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

รถขับต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง

“ปินจื่อ ข้างหน้าก็คือสี่แยกถนนเหิงติ้งกับหมู่บ้านต้าจางแล้ว สังเกตรอบ ๆ ให้ดี” หลี่ฮุยชะลอความเร็วรถ

“เลยสี่แยกนี้ไป จ้าวหมิงก็ไม่พบร่องรอยของรถต้องสงสัยอีก ถนนเหิงติ้งเป็นถนนสายหลัก ทุก ๆ ระยะจะมีกล้องวงจรปิด รถต้องสงสัยไม่ขับออกจากถนนสายหลัก ก็คือทิ้งรถหนีไปแล้ว” หานปินคาดเดา

ขับไปได้ไม่ไกล หลี่ฮุยก็ตะโกน “ปินจื่อ ข้างหน้าทางซ้ายของถนน มีรถตู้คันหนึ่งจอดอยู่”

หานปินมองไป ลักษณะตรงกับรถต้องสงสัย จึงปลดเข็มขัดนิรภัยและขึ้นนกปืน

“จอดรถ”

จบบทที่ บทที่ 24 สกัดจับทั่วเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว