เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ใช้รถตามหาคน

บทที่ 22 ใช้รถตามหาคน

บทที่ 22 ใช้รถตามหาคน


หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่

หลี่ฮุยตบไหล่หานปิน “ปินจื่อ ฉันตัดสินใจแล้ว”

“ตัดสินใจเรื่องอะไร?”

“ฉันจะเช่าบ้านที่ชุมชนหัวหยวน”

“ดีเลย ต่อไปตอนไปกลับที่ทำงาน ฉันก็ติดรถนายได้แล้ว” หานปินยิ้ม

“พูดกันไว้ก่อนนะ ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทกันก็ต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน พวกเราสองคนถือว่าแชร์รถกัน ค่าน้ำมันนายต้องออกครึ่งหนึ่ง”

“ขี้เหนียว” หานปินบ่นพึมพำ

“เทียบกับนายไม่ได้หรอก ฉันยังต้องเก็บเงินซื้อบ้านอยู่เลยนะ” หลี่ฮุยยักไหล่

“ที่แท้นายก็คิดแบบนี้นี่เอง มาเป็นเพื่อนบ้านกับฉัน ก็เพื่อจะประหยัดค่าน้ำมันสินะ?”

“ก็ไม่เชิง” หลี่ฮุยเกาหัว ลูกตากลอกไปมา “ฉันก็แค่อยากจะไปกินข้าวฟรีบ้านนายบ้างเป็นครั้งคราว จะได้รับฟังคำสั่งสอนของสารวัตรหาน”

“เดี๋ยวนายได้ฟังสมใจแน่” หานปินยิ้ม

ตอนหนุ่ม ๆ หานเว่ยตงก็เคยเป็นตำรวจสืบสวนอาชญากรรมมาก่อน ทำคดีได้หลายคดี สร้างผลงานไว้มากมาย แล้วถึงได้ย้ายไปเป็นสารวัตรที่สถานีตำรวจ

ตามคำพูดของเขา ถ้ายังคงทำงานอยู่ที่สถานีตำรวจตลอด ไม่แน่ว่าตอนนี้ก็อาจจะยังเป็นแค่ตำรวจชั้นผู้น้อยอยู่

สำหรับประสบการณ์การเป็นตำรวจสืบสวนอาชญากรรมของตัวเอง หานเว่ยตงภาคภูมิใจมาก ทุกครั้งที่ดื่มเหล้าก็จะหวนนึกถึงอดีต ประสบการณ์เหล่านั้นของเขา หานปินแทบจะท่องจำได้หมดแล้ว

...

ทั้งสองคนเดินออกมาจากลานบ้าน นอกแนวเส้นกั้นที่เกิดเหตุมีคนมุงดูอยู่เต็มไปหมด

บ้างก็เป็นเพื่อนบ้าน บ้างก็เป็นคนที่เดินผ่านไปมา มาดูเหตุการณ์

หลี่ฮุยกวาดตามองทุกคนแวบหนึ่ง “พี่ ๆ น้อง ๆ คุณน้าคุณอาทุกท่านครับ ผมคือหลี่ฮุยจากหน่วยสืบสวนอาชญากรรม อยากจะสอบถามทุกคนสักหน่อยครับ”

“คุณตำรวจครับ สิงเจี้ยนปินตายแล้วเหรอครับ?” ชายร่างเตี้ยอ้วนคนหนึ่งเอ่ยถาม

“ใช่ครับ” หลี่ฮุยขานรับ ก่อนถามกลับ “คุณรู้จักเขาเหรอ?”

“พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ผมก็อยู่บ้านข้าง ๆ นี่แหละครับ” ชายร่างเตี้ยอ้วนชี้ไปที่ไม่ไกลนัก

หลี่ฮุยพยักหน้าพูดต่อ “เมื่อคืนช่วงสองทุ่มถึงเที่ยงคืน ทุกคนเห็นคนหรือรถน่าสงสัยโผล่มาแถว ๆ บ้านของสิงเจี้ยนปินบ้างไหมครับ?”

“ไม่เห็นนะ”

“ตอนกลางคืนฉันไม่ออกจากบ้านเลย”

“ผมไม่ได้สังเกตครับ”

...

ชาวบ้านที่มุงดูอยู่กล่าว

หานปินคอยสังเกตทุกคนอยู่ตลอด เขาพบว่าหลังจากที่หลี่ฮุยถาม ชายร่างเตี้ยอ้วนคนนั้นก็เบิกตากว้าง เปลือกตากับคิ้วยกขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นปฏิกิริยาของความประหลาดใจที่เห็นได้ชัด

ตอนที่บอกว่าสิงเจี้ยนปินตายแล้ว ชายร่างเตี้ยอ้วนไม่ประหลาดใจ แต่พอถามว่ามีรถหรือบุคคลน่าสงสัยไหม ชายร่างเตี้ยอ้วนกลับดูตกใจเล็กน้อย

หานปินรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล

“พี่ชายครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร?”

“ผมเหรอครับ” ชายร่างเตี้ยอ้วนประหลาดใจเล็กน้อย “ผมชื่อสิงจื้อเฉียงครับ”

“คุณกับสิงเจี้ยนปินความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้าง?” หานปินมองสำรวจอีกฝ่าย

“ก็ดีครับ” สิงจื้อเฉียงลูบจมูกตัวเองโดยไม่รู้ตัว

การลูบจมูกเป็นพฤติกรรมแสดงการโกหกที่พบได้ค่อนข้างบ่อย

เริ่มจากประหลาดใจ แล้วก็โกหก หานปินรู้สึกว่าผู้ชายที่ชื่อสิงจื้อเฉียงคนนี้มีปัญหา

“สิงจื้อเฉียง คุณเข้ามาข้างในกับผมหน่อย ผมมีเรื่องจะถามคุณ” หานปินพูดเสียงเข้ม

“คุณตำรวจครับ คุณเรียกผมมีอะไรเหรอครับ?” สิงจื้อเฉียงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

“เข้ามา” หานปินกล่าวคำโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

สิงจื้อเฉียงลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังเดินตามหานปินเข้าไปในลานบ้านของสิงเจี้ยนปิน

หลี่ฮุยก็เดินตามเข้ามาด้วย “ปินจื่อ มีอะไรเหรอ?”

“คนคนนี้มีปัญหา” หานปินกล่าว

“คุณตำรวจครับ คุณจะมากล่าวหาคนดี ๆ ไม่ได้นะ ปกติผมไม่กล้าแม้แต่จะฆ่าไก่ จะมีปัญหาอะไรได้ล่ะครับ?” สิงจื้อเฉียงกล่าว

“เมื่อคืน ช่วงสองทุ่มถึงเที่ยงคืน คุณอยู่ที่ไหน?” หานปินซักต่อ

“เมื่อคืนทุ่มกว่า ๆ ผมก็ออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อนแล้ว พวกเขาทุกคนเป็นพยานให้ผมได้ครับ”

“กลับมากี่โมง?”

“ผม... ผม...”

“พูดมา!”

“ห้าทุ่มครับ กลับมาประมาณห้าทุ่ม”

หลี่ฮุยหัวเราะหึ ๆ “พูดแบบนี้ก็คือ คุณไม่มีพยานยืนยันที่อยู่สินะ”

“หลี่ฮุย นายไปถามหลี่อวี้หน่อยสิ ว่าปกติสิงจื้อเฉียงกับสิงเจี้ยนปินความสัมพันธ์เป็นยังไง”

“อย่าครับ ๆ ๆ ผมยอมรับ ผมโกหกเองครับ” สิงจื้อเฉียงโบกมือไปมา

“ทำไมถึงโกหก?” หานปินซักต่อ

“ผมกับสิงเจี้ยนปินความสัมพันธ์ไม่ดีเลย เมื่อก่อนเขาทำแชร์ลูกโซ่ เคยหลอกเงินผมไป ทำให้ผมขาดทุนไปหลายหมื่น ผมอยากให้เขาตาย ๆ ไปซะ” สิงจื้อเฉียงกำหมัด พูดอย่างเคียดแค้น

“ความสัมพันธ์ไม่ดีก็คือไม่ดี ทำไมต้องโกหกด้วย?”

“ผมกลัว” สิงจื้อเฉียงถอนหายใจ เหลือบมองคนทั้งสอง “กลัวว่าพวกคุณจะสงสัยผม”

“เมื่อกี้ตอนที่นายตำรวจหลี่ถาม ทำไมคุณถึงได้ตกใจขนาดนั้น?” หานปินกล่าว

“เมื่อคืนตอนที่ผมกลับมา ผมเห็นข้าง ๆ บ้านของสิงเจี้ยนปินมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ ก็เลยตกใจครับ” สิงจื้อเฉียงอธิบาย

“ในเมื่อคุณเห็น ทำไมตอนผมถามคุณถึงไม่พูด?” หลี่ฮุยกล่าวอย่างโมโห

“ผมไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว สิงเจี้ยนปินสมควรตายแล้ว ผมก็ไม่อยากช่วยเหมือนกัน”

“ก็เพราะมีคนอย่างพวกคุณนี่แหละ ถึงได้ปล่อยให้คนร้ายลอยนวลอยู่เหนือกฎหมาย วันนี้เขากล้าฆ่าสิงเจี้ยนปิน พรุ่งนี้เขาก็อาจจะฆ่าคุณได้เหมือนกัน” หลี่ฮุยยื่นมือขวา ชี้ไปที่จมูกของสิงจื้อเฉียงพร้อมกล่าวสั่งสอน

“ผมรู้ว่าผิดไปแล้วครับ ต่อไปจะให้ความร่วมมือกับคุณตำรวจอย่างแน่นอนครับ” สิงจื้อเฉียงทำหน้าเศร้า

หานปินหยิบสมุดบันทึกออกมา “เลขทะเบียนอะไร?”

สิงจื้อเฉียงนึกอยู่ครู่หนึ่ง “เมื่อคืนผมดื่มเหล้ามา ก็แค่มองแวบเดียว จำไม่ได้ครับ”

“รถอะไร?”

“น่าจะเป็นรถตู้ครับ”

“แน่ใจนะ?”

สิงจื้อเฉียงนึกอยู่ครู่หนึ่ง “แน่ใจครับ เป็นรถตู้”

“สีอะไร?”

“สีเทาเงินครับ”

“มีลักษณะพิเศษอื่นอีกไหม?”

“กระจกหลังของรถตู้คันนั้น เหมือนจะติดโฆษณาไว้ครับ” สิงจื้อเฉียงพยายามนึก

“เขียนว่าอะไร?”

“อันนี้จำไม่ได้จริง ๆ ครับ”

“เดี๋ยวตามพวกเราไปที่กรม ไปให้ปากคำด้วย” หลี่ฮุยกล่าว

“ครับ ๆ” สิงจื้อเฉียงรีบรับคำ

...

“หัวหน้าเจิ้ง หัวหน้าเจิงครับ ทางพวกเราพบเบาะแสใหม่” หานปินกล่าว

“เบาะแสอะไร?”

“สิงจื้อเฉียงเพื่อนบ้านของเหยื่อ เมื่อคืนตอนดื่มเหล้ากลับมา เห็นรถตู้สีเทาเงินคันหนึ่งจอดอยู่แถวบ้านของสิงเจี้ยนปิน กระจกหลังติดโฆษณาไว้ครับ”

“เจอกี่โมง?” เจิ้งข่ายเสวียนซักต่อ

“ประมาณห้าทุ่มครับ” หานปินตอบ

“ดี เบาะแสนี้สำคัญมาก รอจ้าวหมิงไปเอากล้องวงจรปิดแถว ๆ นี้กลับมา จะได้ตรวจสอบแบบเจาะจงได้ ไม่แน่ว่าอาจจะพบร่องรอยของคนร้าย” เจิ้งข่ายเสวียนกล่าว

...

หลังจากกลับมาถึงกรมตำรวจสาขา

จ้าวหมิง หานปิน และหลี่ฮุยสามคน ก็ตรงเข้าไปในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เริ่มใช้รถตามหาคนทันที

จ้าวหมิงรับผิดชอบตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านค้าแถวนั้นและของชาวบ้าน

หานปินและหลี่ฮุยสองคนรับผิดชอบกล้องวงจรปิดตามสี่แยกใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งขอมาจากศูนย์ควบคุมกล้องวงจรปิดของตำรวจจราจร

พอพูดถึงตำรวจสืบสวนอาชญากรรม ความประทับใจแรกของหลายคนก็คือตื่นเต้น ระทึกขวัญ แต่จริง ๆ แล้วงานส่วนใหญ่ของตำรวจสืบสวนอาชญากรรมนั้นลำบากและน่าเบื่อมาก

การตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็คืองานที่น่าเบื่อสุด ๆ

ดวงตาของหานปินต้องจ้องมองกล้องวงจรปิดตลอดเวลา พลาดรถไปสักคันก็ไม่ได้ พลาดรายละเอียดไปสักอย่างก็ไม่ได้

ตอนกลางคืนฟ้ามืด กล้องวงจรปิดถ่ายได้ไม่ชัดเจน ต้องตั้งใจดูให้ดี แค่วอกแวกนิดเดียว ก็อาจจะพลาดเบาะแสสำคัญในการคลี่คลายคดีได้

“ทางนี้ผมเจออะไรบางอย่างครับ” จ้าวหมิงตะโกน

หานปินขยับเข้าไปใกล้ “เจอรถต้องสงสัยแล้วเหรอ?”

“พี่ปิน พี่ลองดูรถคันนี้สิครับ ใช่คันที่พยานเห็นหรือเปล่า?” จ้าวหมิงชี้ไปที่จอภาพ

หานปินมองไปที่วิดีโอ ท้องฟ้าค่อนข้างมืด พอจะมองออกว่าเป็นรถยนต์สีเทาเงิน วิดีโอเล่นต่อไป ถ่ายติดกระจกหลังของรถสีเทาเงิน มองเห็นตัวอักษรบางอย่างอยู่ราง ๆ

“รถคันนี้จะไปไหน?” หานปินถาม

“ทิศทางที่ออกจากบ้านของสิงเจี้ยนปิน เป็นทางเล็ก ๆ น่าจะตั้งใจหลบกล้องวงจรปิดตามถนนครับ” จ้าวหมิงกล่าว

หานปินมองดูเวลา ห้าทุ่มครึ่ง

“ตรงกันพอดี!”

จบบทที่ บทที่ 22 ใช้รถตามหาคน

คัดลอกลิงก์แล้ว