เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 เฝ้าตอรอต่าย

บทที่ 12 เฝ้าตอรอต่าย

บทที่ 12 เฝ้าตอรอต่าย


“คนร้ายลักพาตัวว่ายังไงบ้าง?”

“สองทุ่ม ไปส่งค่าไถ่ที่จัตุรัสไท่เล่อ อนุญาตให้แม่ของเฉาเทียนโย่วมาคนเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้น ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย อย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้าลูกอีก” เฉาหัวเผยสีหน้าเคร่งเครียด

“ยังส่งรูปของเทียนโย่วมาด้วย เขาถูกเชือกมัดไว้ ปากก็ถูกอุด บนตัวยังมีคราบเลือดอีกครับ”

“คุณตำรวจ เทียนโย่วไม่ได้กุเรื่องขึ้นมาเอง เขาถูกลักพาตัวไปจริง ๆ” เฉาหัวอารมณ์พลุ่งพล่านมาก

“คุณเฉา ใจเย็น ๆ ก่อนครับ” เจิงเผิงปลอบ “ในเมื่อเฉาเทียนโย่วจัดฉากที่เกิดเหตุลักพาตัวได้ เขาก็จัดฉากถูกมัดได้เหมือนกัน”

“แค่รอยเท้าเดียว พวกคุณก็บอกว่าลูกชายผมกุเรื่องขึ้นมาเอง ถ้าลูกชายผมเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ ตำรวจอย่างพวกคุณจะรับผิดชอบไหวเหรอ?” เฉาหัวตะคอกถามเสียงดัง

“คุณเฉา เรื่องสืบสวนคดีปล่อยให้พวกเราจัดการเถอะครับ ภารกิจหลักของคุณตอนนี้ คือติดต่อแม่ของเด็ก” จ้าวอิงกล่าว

“ผมเชื่อว่า เทียนโย่วต้องถูกล่อลวงไปแน่ ๆ เขาเป็นลูกคนเดียวของผม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม หวังว่าตำรวจจะให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของผมด้วยนะครับ” เฉาหัวพูดจบ ก็เดินเข้าไปในห้องนอนที่อยู่ข้าง ๆ

เจิงเผิงถือโทรศัพท์มือถือ ชำเลืองมองรูปภาพ “จากพื้นหลังในรูป ดูไม่ออกเลยว่ามีเบาะแสอะไรบ้าง พูดยากมากว่าตัวประกันอยู่ที่ไหน”

“หานปิน คุณแน่ใจนะว่าคนที่เท้าเล็กใส่รองเท้าใหญ่คือเฉาเทียนโย่ว” จ้าวอิงถามย้ำ

“แน่ใจครับ”

“จะเป็นไปได้ไหมว่า มีคนใช้ประโยชน์จากความคิดถึงแม่ของเฉาเทียนโย่ว ล่อลวงให้เขาจัดฉากที่เกิดเหตุลักพาตัว จากนั้นก็หลอกเขาไป แล้วทำการลักพาตัวจริง ๆ” หลี่ฮุยวิเคราะห์

เจิงเผิงพยักหน้า “ก็ตัดความเป็นไปได้นี้ทิ้งไม่ได้เหมือนกัน”

“หรือว่าจะยังใช้แผนเดิม คืนนี้ให้ฉันไปส่งค่าไถ่เอง” จ้าวอิงกล่าว

“พวกเรารู้กันอยู่ว่าเฉาเทียนโย่วคิดถึงแม่ ในมือถือของเฉาเทียนโย่วก็น่าจะมีรูปแม่ของเขา ตอนนี้คนร้ายลักพาตัวถือโทรศัพท์ของเฉาเทียนโย่วอยู่ ก็เป็นไปได้มากว่าน่าจะเคยเห็นรูปแม่ของเขาแล้ว” หานปินกล่าว

“หานปินพูดถูก รอบ ๆ จัตุรัสไท่เล่อโล่งมาก จากไกล ๆ ก็มองเห็นหน้าตาของคุณได้แล้ว” เจิงเผิงก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสมเช่นกัน

“ปัง!” เสียงหนึ่งดังขึ้น ประตูห้องนอนเปิดออก

เฉาหัววิ่งเข้ามา “หัวหน้าเจิงครับ ติดต่อแม่ของเด็กได้แล้วครับ”

“อยู่ที่ไหน?”

“เมืองหยางเฉิงครับ”

เมืองหยางเฉิงตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ

เจิงเผิงขมวดคิ้ว “เหลือเวลาอีกแค่สองชั่วโมงกว่า ๆ ก็จะถึงเวลาส่งค่าไถ่แล้ว ยังไงก็มาไม่ทันแน่นอน”

“บอกคนร้ายลักพาตัวได้ไหมว่า พรุ่งนี้ค่อยส่งค่าไถ่”

“ก็กลัวว่าจะไปกระตุ้นคนร้ายลักพาตัว แล้วทำร้ายตัวประกันน่ะสิ”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หานปินก็เสนอ “ผมมีวิธีหนึ่งครับ พอจะยืดเวลาส่งค่าไถ่ออกไปได้ แถมยังใช้แยกว่าคดีนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งได้ด้วย”

“วิธีอะไร?”

“ส่งข้อความไปหาคนร้ายลักพาตัว บอกว่าแม่ของเฉาเทียนโย่วรู้เรื่องแล้ว รีบร้อนเดินทางมาเมืองชิงเต่า ด้วยความร้อนใจเลยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ กำลังปฐมพยาบาลฉุกเฉินอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

จ้าวอิงตบต้นขาฉาดหนึ่ง “วิธีนี้ไม่เลว ใช้เหตุสุดวิสัยมายืดเวลาส่งค่าไถ่ออกไป”

“คนร้ายลักพาตัวจะเชื่อเหรอครับ?” เฉาหัวยังคงกังวลอยู่บ้าง

“ให้แม่ของเด็กไปที่โรงพยาบาลในท้องที่ หาเลือดมาหน่อย พันผ้าพันแผลสักสองสามรอบ บอกว่ากำลังรักษาฉุกเฉินอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองชิงเต่า ถ่ายรูปส่งไปให้คนร้ายลักพาตัว ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อหรอกครับ” หานปินกล่าว

“วิธีนี้ดีเลย ถ้าเฉาเทียนโย่วกุเรื่องขึ้นมาเอง พอรู้ข่าวเข้าก็ต้องรีบไปที่โรงพยาบาลทันทีแน่นอน” หลี่ฮุยกล่าว

“ถ้าไม่ไป ก็พิสูจน์ได้ว่าเฉาเทียนโย่วอาจจะถูกล่อลวง ถูกคนเบื้องหลังควบคุมตัวไว้ เป็นคดีลักพาตัวจริง ๆ” เจิงเผิงวิเคราะห์ต่อ

จ้าวอิงพยักหน้า “การแยกแยะลักษณะของคดีให้ชัดเจน มันสำคัญต่อการช่วยเหลือตัวประกันมาก”

เฉาหัวครุ่นคิดอยู่นาน ก็รู้สึกว่านี่เป็นวิธีที่รอบคอบที่สุดแล้ว

...

หนึ่งทุ่มกว่า

โรงพยาบาลเมืองชิงเต่า

เด็กหนุ่มอายุสิบสามสิบสี่ปีคนหนึ่ง วิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปในโรงพยาบาล

เด็กหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนก วิ่งไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ “พี่สาวพยาบาลครับ ผมมาหาคนครับ”

พยาบาลมองสำรวจอีกฝ่าย “หนูน้อย มาหาใครเหรอจ๊ะ?”

“มาหาแม่ครับ?”

“แม่ของหนูชื่ออะไรเหรอ?”

“หวังซานครับ”

“รอแป๊บนะ เดี๋ยวพี่เช็กให้” พยาบาลพลิกสมุดบันทึกดู ครู่ต่อมา “อ๋อ เมื่อบ่ายวันนี้ มีคนไข้ชื่อหวังซานจริง ๆ จ้ะ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ กำลังให้เลือดอยู่ที่ห้องพักผู้ป่วย”

“แม่ผมอยู่ห้องไหนครับ?”

“หนูชื่ออะไรเหรอ?”

“เฉาเทียนโย่วครับ”

“ไป เดี๋ยวพี่พาหนูไปเอง”

“ขอบคุณครับพี่สาวพยาบาล”

ด้วยการนำทางของพยาบาลผู้ใจดี เฉาเทียนโย่วก็ถูกพามาที่ห้องหนึ่งบนชั้นสอง ผลักประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป เฉาเทียนโย่วก็รีบร้อนพรวดพราดเข้าไป

ในห้องพักผู้ป่วยมีคนนั่งอยู่ไม่น้อย แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาแม่เขาเลย

เฉาหัวก้าวเท้าฉับ ๆ วิ่งเข้ามา “ลูก พ่อเป็นห่วงแทบแย่”

“พ่อครับ แม่ล่ะครับ แม่ล่ะ!” เฉาเทียนโย่วรีบร้อนกล่าว

“แม่ของลูกไม่เป็นไร อยู่ต่างเมือง กลับมาไม่ทัน”

“แม่ไม่ได้ประสบอุบัติเหตุเหรอครับ?”

“ไม่ แม่เขาอยู่นอกเมือง”

“พ่อโกหกผม ผมจะไปหาแม่ ผมต้องการแม่!” เฉาเทียนโย่วร้องไห้ตะโกนลั่น

“พอได้แล้ว ไม่ต้องตะโกน ที่นี่โรงพยาบาล มีอะไรค่อยกลับไปพูดที่กรมตำรวจ” จ้าวอิงสีหน้าดูไม่ดีนัก

“พวกคุณเป็นตำรวจเหรอครับ?” เฉาเทียนโย่วเงยหน้าขึ้น มองคนแปลกหน้าที่อยู่รอบ ๆ

“เฉาเทียนโย่ว ฉันรู้ว่าเธอคิดถึงแม่ แต่จะใช้วิธีแบบนี้ไม่ได้” จ้าวอิงทำหน้าเคร่งขรึม ดุเสียงเข้ม

“เธอทำแบบนี้ถือเป็นการสิ้นเปลืองกำลังตำรวจ พวกเรามาช่วยเธอ ก็ทำให้คดีอื่นล่าช้า ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ไปทำร้ายคนอื่นมากขึ้น”

เฉาเทียนโย่วโค้งคำนับหนึ่งครั้ง “คุณตำรวจครับ ผมขอโทษจริง ๆ ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพวกคุณ ผมบอกพ่อแล้วว่าไม่ให้เขาแจ้งตำรวจ”

“เฉาหัว เรื่องนี้คุณที่เป็นพ่อมีส่วนต้องรับผิดชอบอย่างมากเลยนะ” เจิงเผิงพ่นลมหายใจ

“ขอโทษครับ ผมร้อนใจเกินไปหน่อย”

“คุณแจ้งตำรวจน่ะถูกแล้ว แต่คุณไม่ควรกีดกันลูกไม่ให้เจอแม่ของเขา สถานการณ์แบบนี้ ผมหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง” เจิงเผิงตักเตือน

“ครับ ๆ ผมรู้ว่าผิดไปแล้ว ต่อไปจะแก้ไขแน่นอนครับ”

“ไปเถอะ กลับกรมไปให้ปากคำ”

...

ถึงกรมตำรวจ หลังจากให้ปากคำเสร็จ ก็ยังไม่ปล่อยตัวพ่อลูกตระกูลเฉากลับไป

วุ่นวายกันอยู่ตั้งครึ่งค่อนวัน กลับกลายเป็นคดีโอละพ่อ ทุกคนต่างก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง

ตำรวจสองสามนายที่เกี่ยวข้องกับคดี ผลัดกันเข้ามาอบรมสองพ่อลูก

การอบรมดำเนินไปนานกว่าสองชั่วโมง

หลี่ฮุยคนปากมาก แค่คนเดียวก็พล่ามไปครึ่งชั่วโมง น้ำลายกระเด็นใส่หน้าสองพ่อลูกตระกูลเฉาเต็มไปหมด

พออบรมเสร็จ ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มแล้ว

สองพ่อลูกเฉาหัวถูกอบรมจนเหมือนนักเรียนประถม นั่งเรียบร้อยเป็นระเบียบ รับปากซ้ำ ๆ ว่าต่อไปจะไม่กล้าแจ้งความเท็จอีกแล้ว

หานปินก็อบรมไปสองสามประโยค หาข้ออ้างแล้วแอบกลับบ้านไป

“ติ๊ง...”

ในขณะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของตราตำรวจก็ดังขึ้น

“ตำรวจหมายเลข 577533 ตรวจพบความผิดปกติของคดีได้ทันท่วงที มอบเบาะแสสำคัญในการคลี่คลายคดี ช่วยประหยัดกำลังตำรวจ”

“ทักษะการพิสูจน์รอยเท้า ความชำนาญ +2 ค่าคุณงามความดี +2”

หานปินอารมณ์ดีมาก ถึงแม้คดีจะเป็นเรื่องโกหก แต่ความชำนาญทักษะกับค่าคุณงามความดีเป็นรางวัลที่จับต้องได้จริง ๆ

วันนี้ของเขา ก็ถือว่าเป็นการทำงานที่คุ้มค่าแล้ว

จบบทที่ บทที่ 12 เฝ้าตอรอต่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว