- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 1 ตำรวจแห่งอนาคต
บทที่ 1 ตำรวจแห่งอนาคต
บทที่ 1 ตำรวจแห่งอนาคต
“ตราตำรวจอนาคตผูกพันธะแล้ว หมายเลขตำรวจ 577533”
ในหัวของหานปินมีเสียงหนึ่งดังขึ้น ในมือเขากำลังเล่นตราตำรวจอันหนึ่งอยู่ นี่เป็นสิ่งที่เขาบังเอิญได้มาเมื่อสองวันก่อน มันแคบกว่าตราตำรวจทั่วไปเล็กน้อย ดูแล้วพิเศษกว่า
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” หานปินงุนงง
“ตราตำรวจอนาคตถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นในปี 2170 เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับตำรวจยุคใหม่ สามารถถ่ายทอดความรู้ผ่านคลื่นสมองเพื่อเรียนรู้ทักษะได้อย่างรวดเร็ว” เสียงแจ้งเตือนของตราดังขึ้นในหัว
“ปี 2170! นั่นมันอีกตั้งหนึ่งร้อยห้าสิบปีเลยนี่นา ทำไมถึงกลับมายังยุคปัจจุบันได้ล่ะ?” หานปินประหลาดใจ
“อุบัติเหตุระหว่างการทดลองครั้งหนึ่งทำให้ตราตำรวจเดินทางข้ามมิติมา” ตราตำรวจแจ้งเตือน
หานปินรู้สึกเหลือเชื่อ แต่เสียงแจ้งเตือนในหัวก็มีอยู่จริงอย่างชัดเจน
“ตำรวจหมายเลข 577533 ได้รับแพ็กเกจของขวัญเริ่มต้น” ตราตำรวจแจ้งเตือน
ทักษะ: การพิสูจน์รอยเท้า
ระดับ: สูง
ประสิทธิภาพ: สามารถใช้รอยเท้า รอยถุงเท้า รอยรองเท้า และอื่น ๆ ในที่เกิดเหตุ เพื่อค้นหาร่องรอยและลักษณะทางกายภาพของผู้ต้องสงสัย
“หึ่ง...”
ในหัวมีเสียงดังหึ่ง ความรู้และข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกส่งเข้ามาในสมอง ราวกับได้รับการถ่ายทอดวิชา
หานปินรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปนานมาก เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาก็ยังคงอยู่ที่สำนักงานหน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3
ภายในสำนักงานยังคงเหมือนเดิม ราวกับเวลาเพิ่งผ่านไปเพียงชั่วพริบตา แต่ในสมองของเขากลับเต็มไปด้วยความรู้ด้านการพิสูจน์รอยเท้าจำนวนมหาศาล
หานปินเคยศึกษาเรื่องการพิสูจน์รอยเท้ามาก่อน มันเป็นทักษะการสืบสวนที่ซับซ้อนมาก ต้องอาศัยการสังเกต ข้อมูล และประสบการณ์จำนวนมหาศาลจึงจะเชี่ยวชาญได้
ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถใช้ทักษะนี้ได้มีน้อยมากจนนับนิ้วได้
ชายอายุสามสิบกว่าคนหนึ่งหนีบกระเป๋าเดินเข้ามาในสำนักงาน เมื่อเห็นหานปินกำลังเหม่อลอยก็พูดว่า
“เสี่ยวหาน ย้ายมาอยู่หน่วย 3 ของเราเริ่มชินหรือยัง?”
หานปินหันไปมอง เป็นหัวหน้าทีม 2 ของหน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3 เจิงผิง
“ก็ดีครับ”
“มาอยู่หน่วยสืบสวนอาชญากรรมของเรา ต่อไปคงได้ยุ่งแน่” เจิงผิงกล่าว
“ผมเตรียมใจไว้แล้วครับ”
ก่อนหน้านี้หานปินเป็นตำรวจอยู่ที่สถานีตำรวจ เพิ่งย้ายมาอยู่หน่วยสืบสวนอาชญากรรมได้ไม่นาน
“อาชีพตำรวจน่ะ ตอนหนุ่มๆ ก็ต้องทำงานสายสืบสวนนี่แหละ ถึงจะลำบากหน่อยแต่ก็มีโอกาสสร้างผลงานเยอะ อนาคตเส้นทางจะได้กว้างไกล” เจิงผิงพูดด้วยน้ำเสียงของผู้มีประสบการณ์
“ครับ ต่อไปผมจะตั้งใจเรียนรู้จากหัวหน้าเจิงครับ” หานปินกล่าว
เจิงผิงยังควบตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3 ด้วย
“ตึก ตึก ตึก...” เสียงฝีเท้าดังขึ้น
ตำรวจหญิงอายุยี่สิบกว่าคนหนึ่งรีบเดินเข้ามา “หัวหน้าเจิง ที่โรงเบียร์ชิงเต่าเกิดเหตุลักทรัพย์ค่ะ!”
ตำรวจหญิงผมสั้นคนนี้มีหน้าตาสะอาดสะอ้าน รูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางคล่องแคล่ว เธอคือเถียนลี่จากทีม 2
“มีคนบาดเจ็บไหม?”
“ไม่มีค่ะ”
“ทรัพย์สินเสียหายเท่าไหร่?”
“ประเมินคร่าว ๆ ก็ล้านกว่าค่ะ”
“เรียกหลี่ฮุยแล้วไปที่เกิดเหตุ” เจิงผิงสั่ง
“ค่ะ”
...
เบียร์ชิงเต่าเป็นแบรนด์เบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ และยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของเมืองชิงเต่า มีโรงเบียร์หลายแห่งที่สร้างขึ้นในเมืองชิงเต่า
ครึ่งชั่วโมงต่อมา คนของทีม 2 ก็มาถึงโรงเบียร์ชานเมือง
นี่คือโรงงานสาขาที่ขนาดไม่ใหญ่นัก ในตอนนี้โรงงานถูกกั้นด้วยเทปเหลืองแล้ว พวกตำรวจจากสถานีตำรวจกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย
หลังจากทักทายกันแล้ว เจิงผิงก็พาทั้งสามคนตรงเข้าไปในโรงงาน
“กลิ่นนี้มันช่างทำให้เคลิบเคลิ้มจริง ๆ” หลี่ฮุยสูดหายใจเข้าลึก ๆ
“ท่าทางตะกละของนาย ถ้าหัวหน้าเจิ้งมาเห็นเข้าล่ะก็ มีหวังทำให้เขาใจสลายแน่” หานปินหัวเราะ
เจิ้งข่ายเสวียน หัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3
หลี่ฮุยทำหน้าดูถูก พวกเขาสองคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่จบจากโรงเรียนตำรวจเดียวกัน รู้ไส้รู้พุงกันดีอยู่แล้ว
เจิงผิงเหลือบมองทั้งสองคน “อยากดื่มเบียร์ไม่มีปัญหา ปิดคดีได้ก่อนจะเลี้ยงไม่อั้น”
ทั้งหานปินและหลี่ฮุยยิ้มแห้ง ๆ ไม่พูดอะไรอีก คนที่เป็นตำรวจต่างก็รู้ความหมายแฝงของประโยคนี้ดีว่า ถ้ายังปิดคดีไม่ได้ พวกนายสองคนก็เงียบ ๆ หน่อย
เจิงผิงเดินไปหาชายหน้าเหลี่ยมอายุประมาณสี่สิบปีที่อยู่ข้างๆ ทักทายว่า “สารวัตรหลิว”
“หัวหน้าเจิง คุณมาแล้ว” สารวัตรหลิวยื่นมือออกไป ทั้งสองคนจับมือกัน
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ?” เจิงผิงถาม
“ตอนตีห้า สถานีตำรวจได้รับโทรศัพท์จากโจวเจี้ยนกั๋วยามเฝ้าประตู บอกว่าโรงเบียร์ชิงเต่าเกิดเหตุลักทรัพย์ เราเลยส่งคนมา พอมาถึงก็พบว่าประตูอาคารสำนักงานและประตูห้องการเงินที่ชั้นสองถูกทำลาย ตู้นิรภัยถูกงัดแงะ ความเสียหายมีมูลค่ามหาศาล จึงได้รายงานขึ้นไปครับ” สารวัตรหลิวเล่าสั้นๆ
“มีพยานเห็นเหตุการณ์ไหม?”
“ไม่มีครับ”
“เมื่อคืนโจวเจี้ยนกั๋วเข้าเวรเหรอ?”
“ใช่ครับ แต่เขาก็ไม่พบความผิดปกติอะไร” สารวัตรหลิวตอบ
“เถียนลี่ เธอไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดในโรงงาน หลี่ฮุย ไปสอบถามพนักงาน ดูว่ามีเบาะแสอื่นอีกไหม ส่วนหานปิน ไปที่ห้องการเงินกับฉัน” เจิงผิงสั่ง
“ครับ/ค่ะ”
...
ประตูอาคารสำนักงานเป็นประตูกระจกขนาดใหญ่ที่ทำลายได้ง่าย แค่ทุบกระจกใกล้ ๆ กับตัวล็อคให้แตก ก็สามารถเปิดประตูได้แล้ว
เศษกระจกกระจายอยู่ที่ด้านในของประตู แสดงว่าเป็นการทุบกระจกจากด้านนอก สอดคล้องกับลักษณะการพังประตูเข้ามา
หานปินสวมถุงคลุมรองเท้า เดินเลี่ยงเศษกระจก สังเกตการณ์โดยรอบ พลางเดินขึ้นไปที่ห้องการเงินชั้นสอง
หน้าห้องการเงินมีกล้องวงจรปิด แต่ว่าถูกทำลายไปแล้ว
ประตูห้องการเงินถูกงัดเปิดออก ห้องไม่ใหญ่มาก ประมาณสิบกว่าตารางเมตร ที่มุมห้องมีตู้นิรภัยวางอยู่ ประตูตู้เปิดอ้าออก ภายในมีเพียงกองเอกสาร ไม่มีของมีค่าใด ๆ หลงเหลืออยู่ และข้าง ๆ ยังมีชะแลงวางอยู่
หานปินสวมถุงมือ หยิบชะแลงขึ้นมาพิจารณา “เป็นชะแลงที่เห็นได้ทั่วไป ไม่มีสัญลักษณ์อะไรชัดเจนครับ”
เจิงผิงส่ายหน้า “ของแบบนี้ตามไซต์ก่อสร้างมีเยอะแยะไป”
เจิงผิงย่อตัวลง จ้องไปที่ขอบตู้นิรภัย “ตู้นิรภัยนี่มีร่องรอยการงัดแงะเยอะมาก คาดว่าคงใช้เวลาไปไม่น้อย ดูเหมือนเป็นฝีมือพวกมือใหม่”
หานปินมีสีหน้าสงสัย “การงัดตู้นิรภัยน่าจะเสียงดังไม่น้อย ทำไมโจวเจี้ยนกั๋วถึงไม่รู้สึกตัวเลยล่ะครับ?”
“เดี๋ยวค่อยไปคุยกับเขา” เจิงผิงกล่าว
...
ป้อมยามโรงงาน
เจิงผิงและหานปินมาถึงป้อมยาม ยืนสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าประตู
ป้อมยามไม่ใหญ่มาก มีโต๊ะหนึ่งตัว เตียงหนึ่งเตียง ตู้หนึ่งใบ และของจิปาถะอีกเล็กน้อย ชายชราอายุราวหกสิบปีคนหนึ่งนั่งอยู่ที่หัวเตียง
เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามาในป้อมยาม โจวเจี้ยนกั๋วก็รีบลุกขึ้น “คุณตำรวจ”
เจิงผิงพยักหน้าเล็กน้อย พอเดินเข้าไปในห้อง ใต้เท้าก็มีเสียงดังกรอบแกรบ
เขาก้าวไปเหยียบเปลือกถั่วลิสง
“ขอโทษทีครับ ยังไม่ได้กวาดเลย” โจวเจี้ยนกั๋วรู้สึกอับอายเล็กน้อย
เจิงผิงย่นจมูก ได้กลิ่นเหล้าโชยมาจาง ๆ “ถั่วลิสงกับเหล้านี่มันของคู่กันจริง ๆ”
หานปินเข้าใจความหมาย เขามองหาในห้อง แล้วก็เจอขวดเหล้าขาวเอ้อร์กัวโถวที่เหลืออยู่เกือบครึ่งขวดใต้เตียง
“เมื่อคืนดื่มไปเยอะเลยสินะ” หานปินเขย่าขวดเหล้า
“ไม่เยอะครับ ไม่เยอะ” โจวเจี้ยนกั๋วหัวเราะแห้ง ๆ
“ลุงโจว ทำงานในโรงเบียร์ แต่ดันมาดื่มเหล้าขาว นี่มันไม่ถูกต้องเลยนะ” เจิงผิงพูดหยอกล้อ
“ตอนหนุ่ม ๆ ผมก็ชอบดื่มเบียร์ แต่ตอนนี้อายุมากแล้ว ลุกเข้าห้องน้ำตอนดึกบ่อย ๆ ไม่ไหว” โจวเจี้ยนกั่วกล่าว
“เมื่อคืนคุณไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเหรอ?”
“ไม่เลยครับ ผมตื่นเช้ามาถึงได้เห็นว่าประตูอาคารสำนักงานพัง”
“คุณทำงานที่นี่มากี่ปีแล้ว?”
โจวเจี้ยนกั๋วครุ่นคิด “น่าจะเจ็ดแปดปีได้แล้วครับ”
“ก่อนหน้านี้เคยเกิดเรื่องอะไรไหม?”
“ไม่เคยครับ”
“ถ้านึกเบาะแสอะไรออก อย่าลืมติดต่อพวกเรานะ” หานปินกำชับ
“ครับ”
หลังจากสอบปากคำเสร็จ ก็ไม่พบเบาะแสที่เป็นประโยชน์อะไร เจิงผิงและหานปินจึงออกจากป้อมยาม
“หัวหน้าเจิง คุณคิดว่ายามเฝ้าประตูมีพิรุธไหมครับ?”
“ป้อมยามอยู่ห่างจากอาคารสำนักงานเกือบร้อยเมตร โจวเจี้ยนกั๋วก็อายุมากแล้ว หูก็ไม่ค่อยดี แถมยังดื่มเหล้าเข้าไปอีก ไม่ได้ยินก็คงไม่แปลก” เจิงผิงหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ
“แน่นอน นี่เป็นแค่การคาดเดาของฉัน ยังตัดความสงสัยในตัวเขาออกไปทั้งหมดไม่ได้”
“โจวเจี้ยนกั๋วเป็นยามเฝ้าประตูที่ค่อนข้างจะบกพร่องในหน้าที่นะครับ” หานปินกล่าว
“เขาเป็นแค่คนแก่ที่อายุมากแล้ว ได้เงินเดือนแค่สองพันหยวน เฝ้าประตูเฉย ๆ ก็พอไหว นี่นายหวังให้เขาจับโจรจริง ๆ เหรอ?” เจิงผิงทำท่าทางเหมือนเห็นเป็นเรื่องปกติ
เถียนลี่เดินเข้ามา “หัวหน้าเจิง ในโรงงานมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 5 จุด โดย 3 จุดที่ประตูโรงงาน ลานจอดรถ และอาคารโรงงาน ไม่พบร่างของผู้ต้องสงสัย ส่วนกล้องหน้าอาคารสำนักงานและหน้าห้องการเงินถูกทำลายค่ะ”
เจิงผิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ในอาคารสำนักงาน แผนกอื่นมีร่องรอยถูกขโมยของไหม?”
“ไม่มีค่ะ”
“ผู้ต้องสงสัยคนนี้รู้ตำแหน่งของกล้องวงจรปิด แถมยังมุ่งตรงไปที่ห้องการเงินเลย น่าจะเป็นคนที่คุ้นเคยกับพื้นที่ หรืออาจจะเป็นคนในก่อเหตุเอง?” หานปินคาดเดา
“หัวหน้าเจิง ตรงนี้เจอรอยเท้าครับ” หลี่ฮุยยืนตะโกนอยู่ใกล้กำแพง
ทุกคนเดินไปที่บริเวณกำแพง นี่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า ที่เคยปลูกดอกไม้และต้นไม้ไว้ แต่ตอนนี้ถูกปล่อยให้รกร้าง
บนพื้นดินสามารถเห็นรอยเท้ากลุ่มหนึ่งได้อย่างชัดเจน ซึ่งเดินมาจากทางฐานกำแพง
เถียนลี่ก้มลงมอง “หลี่ฮุย คุณคิดว่ารอยเท้ากลุ่มนี้เป็นของผู้ต้องสงสัยเหรอ?”
หลี่ฮุยยักไหล่ “ถ้าเป็นผมคงไม่ปีนกำแพงเข้ามาแน่”
เถียนลี่กลอกตา
“กล้องวงจรปิดที่ประตูหน้าไม่พบผู้ต้องสงสัย ฝ่ายนั้นน่าจะปีนกำแพงเข้ามา”
เมื่อหานปินเห็นรอยเท้ากลุ่มนี้ ความรู้เกี่ยวกับการพิสูจน์รอยเท้าก็ปรากฏขึ้นในสมองทันที เหมือนกับเชฟใหญ่ที่เห็นวัตถุดิบสดใหม่...