- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 360 - ผลิตภัณฑ์และงานเปิดตัวที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
บทที่ 360 - ผลิตภัณฑ์และงานเปิดตัวที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
บทที่ 360 - ผลิตภัณฑ์และงานเปิดตัวที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
บทที่ 360 - ผลิตภัณฑ์และงานเปิดตัวที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
☆☆☆☆☆
ในวินาทีนี้ ผู้คนมหาศาลกำลังเฝ้าชมการถ่ายทอดสดอยู่
ก็นะ ลิงก์ถ่ายทอดสดมันปรากฏอยู่อย่างโดดเด่นในทุกช่องทางของซิงลั่งเลยนี่นา
แน่นอนว่าการกระหน่ำโปรโมทมาตลอดหนึ่งเดือนเต็มก็ได้ช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนจำนวนมากได้สำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็นพนักงานที่ต้องทำงานล่วงเวลาในออฟฟิศ ใครบางคนในห้องหนังสือที่สลัวๆ หรือวัยรุ่นที่กำลังเล่นเกมในร้านอินเทอร์เน็ตที่วุ่นวาย
ไม่ว่าจะมาดูด้วยความสงสัย หรือดูแก้เซ็ง หรือแม้แต่คนในวงการที่มาเฝ้ารอดูด้วยความตั้งใจ เมื่อเห็นไจ๋ต๋าก้าวเหยียบย่างไปบนความว่างเปล่าจนขึ้นสู่เวทีได้สำเร็จ ทุกคนต่างก็พร้อมใจกันตะโกนออกมาว่า:
"แม่เจ้าโว้ย!"
————
ไจ๋ต๋ายืนรอจนเสียงปรบมือสิ้นสุดลง จากนั้นเขาก็เริ่มเดินไปมาบนเวทีอย่างช้าๆ
แสงไฟในห้องเริ่มสว่างขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นได้ชัดขึ้น
ไจ๋ต๋ายิ้มบางๆ "โอเคครับ เมื่อกี้มันเป็นเพียงแค่มายากลเล็กๆ เท่านั้นเอง โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นพลังวิเศษเลยนะครับ"
"แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อจากนี้คือเรื่องของ 'เทคโนโลยี' ครับ"
งานเปิดตัวที่ยอดเยี่ยมและการพูดสุนทรพจน์ที่ดี หัวใจสำคัญอยู่ที่จังหวะครับ
ไม่ใช่การรีบร้อนพ่นทุกอย่างที่เตรียมไว้ออกมาเหมือนเครื่องจักร
การปูพื้นฐานคือสิ่งที่สำคัญมาก
ไจ๋ต๋ายังคงเดินต่อไป เขาใช้การเดินเพื่อชี้นำสายตาของผู้คนและควบคุมจังหวะบนเวทีไว้ในกำมือ:
"ตั้งแต่เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 มาเพียง 9 ปี มนุษย์เรายังไม่พ้นจากความปรารถนาที่จะคาดเดาถึงอนาคตของศตวรรษใหม่นี้ มีการคาดการณ์ที่แปลกใหม่มากมาย ทั้งเรื่องวันสิ้นโลกในปี 2000 หรือวันสิ้นโลกในปี 2012... ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าทำไมมนุษย์เราถึงได้รอคอยความพินาศกันขนาดนั้น"
"สงสัยเป็นเพราะยอดค้างชำระในบัตรเครดิตมันเยอะเกินไปละมั้งครับ"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากที่นั่งด้านล่างอีกครั้ง
"แต่ยังดีที่คนจีนเราชอบการออมเงินครับ พวกเราเลยไม่ค่อยอยากให้โลกแตกเท่าไหร่"
คราวนี้เสียงหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม มุกตลกคือสารหล่อลื่นที่ดีที่สุดจริงๆ
"แต่ในบรรดาการคาดการณ์เหล่านั้น มีเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง นั่นคือศตวรรษที่ 21 หรืออย่างน้อยในอีก 20 ปีข้างหน้า จะกลายเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสารที่ระเบิดตัวออกมา อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ในกระเป๋ากางเกงจะทำให้พวกเราสามารถรับโทรศัพท์ ข้อความ อีเมล หรือข่าวสารได้ทุกที่ทุกเวลา... สามารถฟังเพลง อ่านเอกสาร และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่สามารถขาดได้เลยครับ"
"แต่ผมยังรู้สึกว่าตอนนี้มันล้าหลังเกินไป... ทุกวันนี้ตัวประมวลผลในโทรศัพท์มือถือมีความสามารถเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเมื่อไม่กี่ปีก่อนแล้ว แต่ฟังค์ชันที่มันสามารถทำได้กลับน้อยนิดเหลือเกิน ผมและทีมงานตระหนักได้ว่า ในตลาดตอนนี้ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือที่ 'ฉลาด' อย่างแท้จริงเลยสักเครื่องเดียว"
"ล้าหลังเกินไป ทึ่มเกินไป และไม่สะดวกสบายเกินไป ปัญหามันไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์หรอกครับ แต่มันเป็นเพราะพวกเรายังขาดระบบปฏิบัติการที่จะพาโทรศัพท์ไปสู่ยุคถัดไป และยังขาดระบบนิเวศทางธุรกิจที่จะช่วยชักนำจินตนาการและพละกำลังของมนุษย์ให้เดินมาในเส้นทางนี้... ดังนั้น"
ไจ๋ต๋าขยับตัวหลบเพื่อให้หน้าจอส่วนกลางปรากฏขึ้นอย่างโดดเด่น และหน้าจอก็สว่างขึ้นมาพร้อมกับตราสัญลักษณ์ที่ดูแปลกตาสำหรับใครหลายคน
มันคือหุ่นยนต์ทรงกลมสีน้ำเงินที่มีรูปร่างเลียนแบบมนุษย์ กำลังเกาะอยู่ที่มุมขวาบนของตัวอักษร "HOT OS" ลายเส้นเพียงไม่กี่เส้นแต่ดูมีชีวิตชีวามากทีเดียว
จากนั้นหน้าจอก็ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ หงถู OS ระบบนิเวศหงถู และรุ่น P9
เมื่อทุกคนเริ่มได้รับข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ไจ๋ต๋าก็ยกมือขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจจากทุกคนอีกครั้ง
หลังจากนั้น เขาก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ
โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งปรากฏขึ้นมาราวกับเสกได้จากความว่างเปล่า
ทว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นกลับไม่ได้อยู่ในมือของเขา แต่มันกลับลอยนิ่งอยู่เหนือฝ่ามือและกำลังหมุนช้าๆ
ในห้องจัดเลี้ยงปรากฏเสียงเอฟเฟกต์ที่แฝงไปด้วยความล้ำสมัยทางเทคโนโลยี
ไจ๋ต๋าผายมือออกส่งโทรศัพท์ที่ลอยและหมุนอยู่นั้นไปข้างหน้า เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า:
"ในค่ำคืนนี้ ผมขอถือโอกาสแนะนำระบบปฏิบัติการยุคถัดไป 'หงถู OS' ให้ทุกท่านได้รู้จักครับ"
"ผลิตภัณฑ์ที่จะมานิยามคำว่า 'สมาร์ทโฟน' ใหม่ และจะเป็นประตูที่พาพวกเราก้าวเข้าสู่ยุคแห่งข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริงครับ!"
ที่หลังบ้านของซิงลั่ง ทีมงานสนับสนุนด้านเทคนิคการถ่ายทอดสดกำลังเฝ้าติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด
"ตอนนี้มีคนดูไลฟ์สดอยู่เท่าไหร่?"
"420,000 คนครับ และจำนวนยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!"
ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคสะบัดมือด้วยความดีใจ "เยี่ยมมาก! พวกเราทำสำเร็จแล้วพี่น้อง! นี่คือครั้งแรกที่พวกเรารับหน้าที่ซัพพอร์ตการไลฟ์สดให้บุคคลภายนอก เดี๋ยวจบงานนี้ผมจะไปขอรางวัลให้ทุกคนเอง! ...ว่าแต่กระแสตอบรับจากผู้ชมเป็นยังไงบ้าง?"
"พวกเขาบอกว่ามันค้างมากครับ บอกว่าเซิร์ฟเวอร์ซิงลั่งมันกาก... ถ้าไม่มีปัญญาก็อย่ามารับงานเลย"
"..."
ที่ห่างออกไปอีกซีกโลกหนึ่ง ตอนนี้คือช่วงเช้าตรู่
ชายผิวขาววัยกลางคนที่ดูซูบผอมและซีดเซียว แต่ดวงตากลับเป็นประกายอย่างมีพลัง เขากำลังนั่งจิบกาแฟไปพรางดูวิดีโอไปพราง
บริษัทแอปเปิลเองก็ได้รับบัตรเชิญเหมือนกัน แต่พวกเขาไม่ได้ส่งบุคคลระดับสูงมาเข้าร่วม มีเพียงพนักงานรุ่นใหม่จากสาขาที่จีนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าไปร่วมสังเกตการณ์
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ให้ความสำคัญ
เพราะบรรดาผู้ผลิตแบรนด์ระดับโลก ได้ส่งต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากประเทศจีนนี้ไปถึงหูของคนในวงการเรียบร้อยแล้ว
ที่ภายนอกงานเปิดตัว จำนวนคนเฝ้าติดตามมีมากกว่าแขกในงานมหาศาล และมีระดับความสนใจที่สูงกว่ามาก
จังหวะเวลานี้ สำหรับแอปเปิลแล้วดูจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก ผลิตภัณฑ์ที่เขามีความมั่นใจอย่างมากอย่างไอโฟนรุ่นที่ 4 นั้น ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะเปิดตัว ซึ่งน่าจะเป็นช่วงครึ่งหลังของปีหน้า
นั่นหมายความว่า ความคาดหวังของตลาดที่มีต่อสมาร์ทโฟน จะถูกสิ่งที่เรียกว่า "หงถู OS" นี้ดึงจุดสนใจไปก่อนเป็นเจ้าแรก หากพวกเขาทำสำเร็จขึ้นมาจริงๆ
และไอโฟน 4 ก็จะกลายเป็นเพียงผู้ที่มาทีหลังแทน...
ในตอนนั้นเอง ภายในงานเปิดตัว งานหลักก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ไจ๋ต๋าที่ถือโทรศัพท์อยู่ในมือเอ่ยเสียงดังฟังชัด "ทุกท่านอาจจะไม่คุ้นเคยกับโทรศัพท์เครื่องนี้ แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะมันคือตัวประกอบที่ไม่มีความสำคัญที่สุดของค่ำคืนนี้ เพราะมันจะเป็นโทรศัพท์เครื่องไหนก็ได้ครับ"
"ความยอดเยี่ยมของมันอยู่ที่ตัวระบบภายใน อยู่ที่ปัจจุบัน และอนาคตของมันครับ~"
ภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ถูกส่งขึ้นไปแสดงผลบนหน้าจอขนาดมหึมาหลังเวทีแบบเรียลไทม์ ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นทุกการใช้งานของไจ๋ต๋าได้ชัดเจน
บนหน้าจอที่ดูเรียบง่าย ไอคอนทุกตัวถูกออกแบบให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน
"หงถู OS มาพร้อมกับนวัตกรรมทางเทคนิคและฟังค์ชันใหม่ๆ นับสิบอย่าง หากมีโอกาสผมก็อยากจะอธิบายให้ฟังทีละอย่างเลยนะครับ แต่เพราะเวลาที่มีจำกัด ในคืนนี้เราจะพูดถึงเพียง 10 หัวข้อหลักเท่านั้นครับ"
"อย่างที่หนึ่ง! การสัมผัสยุคถัดไป!"
"การปรับแต่งให้เข้ากับหน้าจอแบบประจุไฟฟ้าและหน้าจอขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ... การย่อขยายรูปภาพได้อย่างอิสระ และการรองรับคำสั่งจากท่าทางสัมผัสที่หลากหลาย เมื่อผมต้องการจะบันทึกภาพหน้าจอ..."
"อย่างที่สอง! หน้าจอหลักที่อิสระ!"
"ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งของแต่ละแอปพลิเคชันได้อย่างอิสระ หรือแม้แต่การลากมาวางทับกันเพื่อจัดกลุ่มไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันด้วยวิธีง่ายๆ ครับ"
"อย่างที่สาม! วิธีการปลดล็อกที่หลากหลาย"
"อย่างที่สี่! วอลเปเปอร์และเสียงเรียกเข้าที่มีชีวิตชีวา..."
"อย่างที่ห้า! นวัตกรรมของระบบไจโรสโคปและการสั่งการด้วยท่าทาง..."
ทีละอย่างๆ ฟังค์ชันการใช้งานที่มีประโยชน์ซึ่งในอีกสิบกว่าปีหลังจากนี้จะได้รับเสียงตอบรับเพียงว่า "นี่มันอะไรกันเนี่ย" แต่ในตอนนี้มันกลับสร้างความตื่นตะลึงระดับ "แม่เจ้าโว้ย!" ได้จริงๆ
ทุกครั้งที่ไจ๋ต๋าโชว์เทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมา ฝูงชนด้านล่างก็จะส่งเสียงฮือฮาออกมาทุกครั้ง
แม้แต่หน้าตาโปรแกรมเครื่องคิดเลขที่ดูเรียบง่าย ก็ยังเรียกเสียงปรบมือได้ดังสนั่น
นี่คือการนิยามคำว่าสมาร์ทโฟนและโทรศัพท์หน้าจอสัมผัสใหม่อย่างแท้จริง งานออกแบบและการใช้งานที่ลื่นไหลแบบนี้ มอบความรู้สึกราวกับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้มาจากยุคสมัยนี้เลยทีเดียว
ในที่นั่งวีไอพี ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทโนเกียสาขาจีนมองดูขั้นตอนการใช้งานที่ลื่นไหลและชาญฉลาดบนหน้าจอด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม
เพียงแค่สัมผัสความประณีตและความลื่นไหลนี้ ก็สามารถบดขยี้ผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้ได้อย่างขาดลอย การออกแบบ UI ทุกจุดล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการหลอมรวมกันของเทคโนโลยีและการใช้ชีวิต
ใช่แล้ว โนเกียในตอนนี้คือราชาของตลาดอย่างไร้ข้อกังขา แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับการท้าทายมากมาย จุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดก็คือการกอดระบบ "ซิมเบียน" ไว้ไม่ยอมปล่อยนั่นเอง
และเป็นเพราะระบบซิมเบียนไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อีกต่อไป จึงทำให้มีผู้ท้าชิงปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อขอส่วนแบ่งการตลาด ทั้งแอปเปิล กูเกิล หรือแม้แต่ไมโครซอฟท์ แต่ความจริงคือจนถึงก่อนวันนี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าของพวกนั้นจะเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงได้...
จนกระทั่งถึงวันนี้
ผู้บริหารชาวฟินแลนด์คนนี้ ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องภาษาทำให้ต้องอาศัยคำบรรยายแปลภาษาที่อยู่ข้างๆ ช่วย แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ไร้ทางสู้
คุณไม่มีวันเดาได้เลยว่าคู่ต่อสู้ที่จะมาโค่นคุณจะโผล่มาจากหลืบไหน โผล่มาทีละเจ้าๆ ในขณะที่ฝ่ายบริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทกลับทำตัวเหมือนนกกระจอกเทศที่เอาแต่ซุกหัวอยู่กับรายงานทางการเงินและราคาหุ้นที่ดูดีมาโดยตลอด และคิดว่านั่นคือทั้งหมดของบริษัท
ส่วนท่านลู่และท่านว่านจากกระทรวงอุตสาหกรรมฯ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
ถึงแม้ในที่นั่งวีไอพีเกือบครึ่งจะเคยเห็นหงถู OS มาก่อนแล้ว แต่การสาธิตการใช้งานจริงในคืนนี้กลับมีความสมบูรณ์มากกว่าตอนที่ไจ๋ต๋าเอาไปโชว์เมื่อสองเดือนก่อนมหาศาล
ลู่ฉินเจี่ยนเอ่ยขึ้น "หลังจากจบงานเปิดตัวครั้งนี้ ผมเกรงว่าอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในประเทศจะเกิดการสั่นสะเทือนและมีการจัดระเบียบใหม่แน่นอน"
ไม่ใช่แค่เรื่องของ "หงถูและไม่ใช่หงถู" เท่านั้น แต่มันคือเรื่องของ "ความก้าวหน้าและล้าหลัง" "การอ้าแขนรับความเปลี่ยนแปลงกับการยึดติดอยู่กับกฎเดิมๆ"
ความจริงคือผู้ผลิตในประเทศหลายเจ้าเริ่มถอดใจและยอมรับสภาพที่จะให้แบรนด์ต่างชาติมากวาดส่วนแบ่งตลาดไป แล้วตัวเองก็พอใจกับการได้กินน้ำซุปส่วนที่เหลือเพื่อหาเงินไปวันๆ
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เบื้องบนต้องการจะเห็นแน่นอน
การอยู่ไปวันๆ และกลายเป็นเพียงเศรษฐีใหม่หรือเป็นแค่ตัวแทนขายของให้ต่างชาตินั้น ไม่สามารถช่วยขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั่วไปได้เลย
ว่านกังเอ่ยช้าๆ "ตลาดต้องมีการสั่นสะเทือนและการแข่งขันบ้าง หงถู OS ถ้าสามารถกลายเป็นปลาคาร์ปที่มาเขย่าวงการได้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีครับ"
"แต่ก็ไม่รู้ว่าเส้นทางสู่ต่างประเทศจะราบรื่นไหม"
ว่านกังส่ายหน้า "เส้นทางที่ถูกต้อง ส่วนใหญ่มักจะเดินลำบากครับ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการรับประกันว่าในประเทศเขาจะมีพื้นดินของตัวเอง มีสารอาหารให้ดูดซับ ส่วนในต่างประเทศนั้น..."
ว่านกังยิ้มขื่นๆ อย่างไร้หนทาง "จนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยมีแบรนด์ในประเทศแบรนด์ไหนที่สามารถประสบความสำเร็จและได้รับเกียรติยศในระดับสากลได้เลย ไม่รู้ว่าเจ้าหนูไจ๋จะทำได้ไหมนะ..."
บนเวที ไจ๋ต๋ายังคงบรรยายด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนพรางสาธิตฟังค์ชันต่างๆ ต่อไป แต่ความสำคัญที่แท้จริงของค่ำคืนนี้ยังรออยู่ข้างหลัง
นี่มันยังไม่นับว่าเป็นเฟสที่หนึ่งด้วยซ้ำ เป็นเพียงแค่เมนูเรียกน้ำย่อยเท่านั้น
"ฟังค์ชันสองอย่างสุดท้ายนี้จะมีความพิเศษหน่อยนะครับ..."
"อย่างที่เก้า! คลังแอปพลิเคชันระบบนิเวศหงถู! ที่จะทำให้สมาร์ทโฟนของพวกคุณ ใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายเหมือนกับการเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตเลยครับ!"
ไจ๋ต๋าเปิดแอป "คลังแอปพลิเคชันหงถู" ให้ทุกคนเห็นต่อหน้า ซึ่งเป็นเวอร์ชันทดสอบที่เตรียมไว้เฉพาะงานเปิดตัวนี้จึงไม่มีโฆษณามาคอยรบกวน
ในตอนนี้ข้างในมีแอปพลิเคชันอยู่หลายสิบอย่าง ทั้งแอปเล็กๆ ที่สถาบันวิจัยพัฒนาขึ้นมาเอง และส่วนที่ร่วมมือกับผู้ผลิตพาร์ทเนอร์พัฒนาขึ้นมา
และสิ่งที่แสดงความสนุกของคลังแอปพลิเคชันได้ดีที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องเกม
ไจ๋ต๋าเล่นเกม "วิ่งหนีวิหาร" ให้ทุกคนดูต่อหน้า พร้อมกับโชว์ฟังค์ชันการสั่งการด้วยท่าทางแบบ 3D ในการควบคุมเกมให้เห็นเป็นขวัญตา
"กฎเกณฑ์ของคลังแอปพลิเคชันและระบบนิเวศนักพัฒนา จะอธิบายโดยผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของเรา คุณเฉิงมั่ว ในช่วงที่สองนะครับ แต่ในตอนนี้ผมจะขอแนะนำฟังค์ชันที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดและผมก็ชอบมากที่สุดในหงถู OS 1.0 ให้ทุกท่านได้รู้จักครับ"
ไจ๋ต๋ากดปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง จากนั้นต่อหน้าทุกคนเขาก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า:
"ทูทู อยู่ไหมครับ"
ดูเหมือนเขากำลังคุยอยู่กับความว่างเปล่าหรือเหมือนคนสติหลุดไปแล้วยังไงอย่างนั้น
ทว่าในวินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์กลับสว่างขึ้นพร้อมกับปรากฏคลื่นเสียงหลากสีสันขึ้นมาบนหน้าจอ
"อยู่ค่ะ"
"ช่วยตั้งนาฬิกาปลุกพรุ่งนี้เช้าเจ็ดโมงให้หน่อยครับ เตือนผมเรื่องออกไปวิ่งจ็อกกิ้งด้วยนะ"
โทรศัพท์ตอบรับคำสั่งของไจ๋ต๋าทันที
เสียงที่แสนจะอ่อนหวานแต่ยังดูทื่อๆ หน่อยดังขึ้นว่า:
"รับทราบค่ะ ตั้งนาฬิกาปลุกสำหรับเจ็ดโมงเช้าวันพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ จะแจ้งเตือนตามกำหนดการค่ะ"
หน้าจอโทรศัพท์เปลี่ยนไปที่หน้าจอนาฬิกาปลุกโดยอัตโนมัติ และปรากฏหัวข้อนาฬิกาปลุกที่ชื่อว่า "วิ่งจ็อกกิ้ง" ขึ้นมาจริงๆ
หลายคนในที่นั้นถึงกับลุกพรวดขึ้นมายืนทันที
ไจ๋ต๋ายิ้มพูด "ผมขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะด้วยเสียงของหงถู OS... ทูทู ครับ"
นี่มันคือระเบิดลูกใหญ่! ระเบิดลูกใหญ่ยักษ์เลยล่ะ!
[จบแล้ว]