- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 260 - ต้นไม้ห้อยหัว
บทที่ 260 - ต้นไม้ห้อยหัว
บทที่ 260 - ต้นไม้ห้อยหัว
บทที่ 260 - ต้นไม้ห้อยหัว
☆☆☆☆☆
ปิดเทอมฤดูหนาวยังเหลือเวลาอีกเยอะ แต่วันหยุดตรุษจีนสำหรับผู้ใหญ่จบลงแล้ว
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันเปิดงานวันแรกพอดี ป้ายก่อสร้างถูกตั้งขึ้นที่สี่แยกแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมตงหยาง
รถขุด รถเครน รถบรรทุก... และคนงานอีกจำนวนมาก
สี่แยกนี้รวมถึงส่วนต่อขยายไปทั้งสี่ทิศทิศละ 100 เมตร จะได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ ถนนไม่ใช่หน้าที่พวกเขาซ่อม แต่ทางเท้า แนวต้นไม้ แปลงดอกไม้ กำแพงประดับข้างทาง ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของพวกเขา เป็นโปรเจกต์ที่กำไรดีทีเดียว
แต่ก่อนจะเริ่มงาน ยังมีงานเล็กๆ น้อยๆ ต้องทำ
ขุดต้นเอล์มยักษ์ต้นหนึ่งขึ้นมา และย้ายไปปลูกที่อื่น
ไม่มีใครรู้ว่าต้นเอล์มต้นนี้อายุกี่ปีแล้ว แต่ขนาดที่ต้องใช้สองคนโอบ หมายความว่าอย่างน้อยต้องหลายสิบปี
ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีการรับรองว่าเป็นต้นไม้โบราณ สายพันธุ์ก็ไม่ได้หายาก สถานที่ยังอยู่ในเขตอุตสาหกรรมที่ไม่มีคุณค่าทางการท่องเที่ยว ถ้าเป็นไปตามปกติ คงถูกจัดการแบบขอไปที เผลอๆ อาจจะถูกเลื่อยทิ้ง แล้วคนงานก็มานั่งนับวงปีเล่นเป็นเรื่องคุยขำขัน
หลี่ตงตงบอกว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแค่พันสองพัน นั่นเป็นตัวเลขหลังจากมาถึงเขาแล้ว ในความเป็นจริงการย้ายต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้ เป็นเรื่องยุ่งยากมาก
สองวันก่อนมีคนคอยรดน้ำที่โคนต้น เพื่อให้ดินมีความชื้นพอที่จะเกาะตัวเป็นตุ้มดินตอนขุด วันนี้ยังมีการติดตั้งค้ำยัน แต่ถึงอย่างนั้น รากไม้ก็คงรักษาไว้ได้แค่ 30% หรือน้อยกว่านั้น ส่วนใหญ่จะถูกตัดขาดทิ้งไว้ในดิน
ใต้ร่มเงาไม้ คนงานที่กำลังยึดค้ำยันคุยไปทำงานไป
"ยุ่งยากชะมัด ตัดทิ้งก็จบเรื่องแล้วไหม? ต้นเอล์มไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร"
"จะว่าไป ต้นไม้นี้ก็แปลกๆ นะ... วันนี้อากาศอุ่นจะตาย พอเดินเข้ามาใต้ร่มไม้กลับหนาวจนตัวสั่น"
"ฉันเคยฟังปู่เล่าว่า แถวเขตอุตสาหกรรมนี้เมื่อก่อนเคยเป็นคุก พวกเจียงไคเชกยิงเป้าคนไปไม่รู้กี่ศพที่นี่ แล้วก็มีป่าช้าอยู่ด้วย..."
"ฮึ้ย~ อย่าพูดสิ ขนลุกหมดแล้ว"
ตอนนั้นเองเจ้าหน้าที่เทคนิคสวมหมวกนิรภัย ที่มาคอยกำกับการย้ายต้นไม้ก็พูดขึ้น
"ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่เป็นไรหรอกน่า ที่รู้สึกเย็นใต้ต้นไม้เป็นเพราะการคายน้ำ การบังแสง ความจุความร้อนจำเพาะของรากที่อุ้มน้ำ และปัจจัยอื่นๆ รวมกัน อย่าขู่ตัวเองสิ"
คนงานที่คุยกันเบะปาก ชี้ขึ้นไปข้างบน "งั้นไอ้นกพวกนี้มันคืออะไรล่ะ"
เจ้าหน้าที่เทคนิคมองขึ้นไป ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
อีกานับสิบตัวเกาะอยู่บนกิ่งไม้ มองลงมาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ ไม่บินหนีและไม่ส่งเสียงร้อง
รู้สึกสยองพิลึก
เจ้าหน้าที่เทคนิคปาดเหงื่อเย็น "เอ่อ... ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่เป็นไรหรอกน่า อีกาเป็นนกที่ฉลาดที่สุด เราอยู่ใต้ต้นไม้คุกคามมันไม่ได้ มันก็เลยไม่บินไม่ร้องไง"
ในที่สุด การเตรียมงานทุกอย่างก็เสร็จสิ้น รถขุดเริ่มทำงานเสียงดังโครมคราม ขุดรากใต้ต้นเอล์มพร้อมกับตุ้มดินขึ้นมา ในขั้นตอนนี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำลายราก หรือจะเรียกว่า "คุ้ยดินหาราก" น่าจะเหมาะกว่า
รากข้างล่างแผ่ขยายออกไปสิบกว่าเมตร
เจ้าหน้าที่เทคนิคมองดูด้วยความเสียดาย รากขาดไปเยอะขนาดนี้ไม่รู้จะรอดไหม แต่ได้ย้ายก็ดีกว่าไม่ได้ย้าย ถ้าไม่ย้าย ก็คงโดนตัดเป็นฟืน
หวังว่ามันจะดวงแข็งพอ การย้ายต้นไม้หน้าหนาวจริงๆ แล้วอัตราการรอดสูงกว่าหน้าร้อน น่าจะไม่มีปัญหา
จู่ๆ รถขุดก็หยุดทำงาน คนขับขยี้ตา "ต้นไม้... ต้นไม้นี้เลือดออกเหรอ?"
ทุกคนอึ้ง รีบเข้าไปมุงดู ก็เห็นรากไม้แก่ที่ขดตัวพันกันเหมือนแขนขาบิดเบี้ยวในหลุม มีของเหลวสีแดงคล้ำซึมออกมา
เจ้าหน้าที่เทคนิคสีหน้าเคร่งเครียด โบกมือให้รถขุดถอยไป แล้วกระโดดลงไปในหลุม ใช้นิ้วป้ายของเหลวสีแดงผ่านถุงมือ มาดมดู...
สักพักคิ้วก็คลายออก "ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่เป็นไรหรอกน่า! นี่มันยางไม้ ต้นไม้หลายชนิดเวลายางทำปฏิกิริยากับธาตุในดิน สีก็จะเปลี่ยน หรืออาจจะโดนอากาศแล้วออกซิไดซ์จนเปลี่ยนสี ต้นนี้เป็นต้นเอล์มไม่ผิดแน่ น่าจะเป็นปัญหาที่ดิน..."
เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าวิทยาศาสตร์อธิบายได้ทุกเรื่อง!
——————
อีกด้านหนึ่ง ที่บ้านเลขที่ 99 ถนนลั่วชวน ก็มีรถขุดทำงานอยู่เหมือนกัน
โชคดีที่ประตูเหล็กที่นี่เป็นแบบบานคู่ ไม่อย่างนั้นรถขุดคงเข้ามาไม่ได้
สาเหตุที่ไจ๋ต๋าไม่ได้ไปเฝ้าขุดต้นไม้ เพราะทางนี้ก็ต้องขุดหลุมใหญ่เหมือนกัน พื้นที่ในลานบ้านน่ะพอ แต่ต้องรื้อกระเบื้องปูพื้นออกส่วนหนึ่ง สรุปว่าเป็นงานช้างเหมือนกัน
ตั้งแต่เช้ายันบ่าย กว่าจะจัดการพื้นที่ได้พอ ไจ๋ต๋ายื่นเครื่องดื่มให้คนขับรถขุดสองขวด แล้วยืนรออุปกรณ์สีฟ้าของตัวเองอยู่ที่ประตู
ปิดเทอมฤดูหนาวผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือเวลาอีกแค่สิบกว่าวัน
ช่วงไม่กี่วันนี้ ไจ๋ต๋าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่เป็นเพื่อนแม่ ถึงแม้ตงหยางจะไม่มีญาติแล้ว แต่แม่ใช้ชีวิตในตงหยางมาทั้งชีวิต ย่อมต้องมีการไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนอวยพรปีใหม่ เพื่อนร่วมงานเก่า เจ้านายเก่า เพื่อนสาวเก่า
เมื่อก่อนฐานะทางบ้านไม่ดี ปกติก็จะเลือกไปแค่หนึ่งหรือสองบ้าน ของที่หิ้วไปก็เป็นภาระ เหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าเดินทาง คนอื่นให้มาไม่กล้ากินก็ส่งต่อ หัวหมูพะโล้หัวหนึ่งวนไปรอบใหญ่ สุดท้ายอาจจะกลับมาที่บ้านตัวเอง
เผลอๆ หูหายไปข้างหนึ่ง
ปีนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เรื่องฐานะก็ส่วนหนึ่ง การมีลูกชายอย่างไจ๋ต๋า พาออกไปหน้าบานสุดๆ ยิ่งหนีบ "ลูกสะใภ้" ดีกรีที่หนึ่งของรุ่นไปด้วย หน้าตายิ่งคูณสองเข้าไปอีก
คุณนายอวี๋ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่พา "หนุ่มหล่อสาวสวย" สองคนตระเวนไปทั่วก็พอแล้ว
คนแต่ละรุ่นก็มีวิธีขิงในแบบของตัวเอง ต้องทำความเข้าใจ
ไจ๋ต๋าเลยต้องตะลอนไปที่ต่างๆ ทุกวัน ลัดเลาะตรอกซอกซอย จนรู้จักตงหยางดียิ่งกว่าชาติที่แล้วเสียอีก
อืม... รวมๆ แล้วได้อั่งเปามาไม่กี่พัน ก็ถือว่าเป็นรายได้เล็กๆ น้อยๆ
วันนี้เป็นวันเปิดงานวันแรก แต่โรงงานไม่ได้นับวันแบบนี้ คนงานโรงทอยังไม่กลับมา วันหยุดของอวี๋เสี่ยวลี่เลยยังไม่หมด ไจ๋ต๋าให้ลู่เวยพาแม่ไปสมัครเรียนขับรถ ส่วนตัวเองมาเฝ้ารออุปกรณ์ที่ยูโทเปีย
เรื่องนี้มันค่อนข้างนามธรรม เขาเลยไม่ได้บอกใคร แอบปลูกต้นไม้เงียบๆ ก็พอ
กำลังคิดเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงรถบรรทุก ไจ๋ต๋ามองออกไป ก็เห็นรถพ่วงกึ่งพ่วงกำลังค่อยๆ ถอยเข้ามาในซอยอย่างระมัดระวัง เหลือที่ว่างซ้ายขวาแค่สิบกว่าเซนติเมตร
บนรถมีต้นไม้ใหญ่ห่อด้วยผ้าใบกันน้ำวางนอนอยู่ พุ่มใบต่อให้ถูกห่อไว้ ก็ยังกว้างกว่าตัวรถบรรทุกมาก ข้างหลังยังมีรถเครนตามมาอีกคัน
เส้นแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นในสายตาของไจ๋ต๋า ชี้ไปที่ลำต้นที่โผล่ออกมา แต่ข้อมูลยังคงขึ้นสถานะ "ยังไม่ได้ครอบครอง"
รถบรรทุกจอดที่หน้าประตู หลี่ตงตงกระโดดลงมา "ไจ๋ต๋า! ต้นไม้มาแล้ว!"
ไจ๋ต๋ามองดูเจ้ายักษ์ใหญ่ที่ห่อด้วยผ้าใบ พยักหน้าพูดว่า "ลำบากแย่เลย ต่อไปทำไง รถเข้าลานบ้านไม่ได้ใช่ไหม"
"รถเครนจะยกเข้าไป วางลงหลุมแล้วกลบดิน ที่เหลือก็ฟังคำสั่งเอา มีลุงหลิวผู้เชี่ยวชาญด้านย้ายต้นไม้มาด้วย"
ไจ๋ต๋าเดินอ้อมไปท้ายรถ ดูสภาพรากไม้ การย้ายจะรอดไม่รอดดูที่ราก ต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้รากคงมาไม่ครบ หวังว่าจะเสียหายไม่หนักมาก
ถ้าไม่ย้ายก็ไม่ได้ นี่ไม่ใช่เขาแค่อยากได้อุปกรณ์ ถ้าเขาไม่ "ขอ" มา ต้นไม้นี้ตอนทำถนนก็น่าจะตายอยู่ดี การยื่นมือเข้าไปยุ่งกลับเป็นการเพิ่มโอกาสรอดให้มัน
ปรากฏว่าพอดึงผ้าใบเบาๆ "เลือด" สีแดงคล้ำข้นคลั่กก็ไหลทะลักลงมา ประมาณหนึ่งถังเต็มๆ ไจ๋ต๋ารีบถอยหลัง แต่ก็ยังกระเด็นโดนรองเท้า
เชี่ย! อะไรวะเนี่ย
ขุดศพใต้ต้นไม้ติดมาด้วยหรือไง?
ลุงหลิวขยับเข้ามา "ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่เป็นไรหรอกน่า นี่คือยางไม้ อย่าไปกลัว!"
"กา~ กา~"
ตอนนั้นเองบนหัว ก็มีอีกานับสิบตัวบินวนเวียนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ลุงหลิวเงยหน้ามอง "นกพวกนี้ฉลาดจริง บินตามต้นไม้มาตลอดทาง"
ไจ๋ต๋าลูบปาก สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
ต้นไม้นี้ดูจะเฮี้ยนพิลึกแฮะ...
ขั้นตอนหลังจากนั้นถือว่าราบรื่น รถเครนกางขาออก ยกต้นไม้ใหญ่ขึ้น แกะผ้าใบที่ห่อรากออก ตุ้มดินข้างในเต็มไปด้วยยางไม้สีแดงสด ไหลย้อยหยดติ๋งๆ เป็นระยะ
หลังจากวางลงหลุม ก็เริ่มกลบดิน ยึดลำต้น ให้ปุ๋ยน้ำ พอแกะผ้าใบที่คลุมพุ่มใบออก ต้นไม้ต้นนี้ดูยิ่งใหญ่กว่าเดิม รัศมีพุ่มใบกว้างสิบกว่าเมตร ตอนมัดอยู่ดูไม่ออก
มีรอยกิ่งหักจากการถูกเลื่อยออกไม่น้อย ไม่งั้นคงใหญ่กว่านี้ การย้ายครั้งนี้เสียหายไปเยอะ... หวังว่าจะรอดนะ
หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น ลุงหลิวทิ้งปุ๋ยน้ำไว้สิบกว่าถัง พร้อมข้อควรระวังในการดูแล ไจ๋ต๋ากะว่าจะให้คนงานที่มาทำความสะอาดยูโทเปียช่วยดู แต่ก็จดจำไว้อย่างตั้งใจ
สุดท้ายทุกคนทยอยกลับไป แม้แต่หลี่ตงตงหลังจากเดินรำลึกความหลังในห้องเรียนรอบหนึ่งก็กลับไปแล้ว ทิ้งไจ๋ต๋าไว้ในลานบ้านคนเดียว
เละเทะไปหมด... ลานบ้านที่เคยสะอาดเรียบร้อยกลายเป็น "สไตล์ดินแดนรกร้าง" บวกกับดวงตะวันคล้อยต่ำเข้าสู่ช่วงโพล้เพล้ และความเฮี้ยนของต้นไม้ บรรยากาศมาเต็ม
"กา กา~ กา กา~"
อีกาสิบกว่าตัวดูเหมือนจะวางใจแล้ว พากันร่อนลงเกาะบนกิ่งไม้ใหญ่ ทำท่าเหมือนจะยึดเป็นบ้านใหม่ เกาะอยู่บนกิ่งมองไจ๋ต๋าตาแป๋วทีละตัว
และเมื่ออีกาลงเกาะ การย้ายปลูกก็เสร็จสมบูรณ์ ไจ๋ต๋าเห็นข้อมูลในระบบเปลี่ยนแปลง ในที่สุดก็ได้ครอบครองอุปกรณ์สีฟ้าชิ้นนี้
และเป็นครั้งแรก ที่ได้เห็นข้อมูลอุปกรณ์ของต้นเอล์มประหลาดต้นนี้แบบเต็มๆ
"ค้นพบวัตถุพิเศษระดับสีฟ้า [ต้นเอล์มลานประหาร] : เคยมีคุกเก่าแห่งหนึ่ง ทุกครั้งที่มีการประหารจะทำใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ภาพสุดท้ายที่หลายคนเห็น คือพุ่มใบของต้นเอล์มแก่"
"สถานะ : ครอบครองแล้ว, เปิดใช้งานแล้ว"
"เอฟเฟกต์ 1 : เพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุในรัศมี +50%, อัตราการตาย +100%, ศพใต้ต้นไม้เน่าเปื่อยเร็วขึ้น 300%, รัศมีทำการปัจจุบัน 50 เมตร"
"เอฟเฟกต์ 2 : เพิ่มโอกาสอย่างมากที่ 'ความคิด' ของสิ่งมีชีวิตในรัศมี จะถูกบิดเบือนเป็นสถานะทางจิตด้านลบ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง : สิ้นหวัง, ว่างเปล่า, โกรธแค้น, เสียใจ, ในกรณีรุนแรงอาจทำให้เสียสติ, รัศมีทำการปัจจุบัน 50 เมตร"
"เอฟเฟกต์ 3 : [อุปกรณ์] ชิ้นนี้เป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษ เมื่อกลายเป็นอุปกรณ์ มันได้ทะลุขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ เสริมการเจริญเติบโตและความเร็วในการดูดซึม หากได้รับการดูแลและสารอาหารที่เหมาะสม เอฟเฟกต์อุปกรณ์อาจเพิ่มขึ้นและรีเฟรชได้ รายละเอียดขึ้นอยู่กับสารอาหาร เอฟเฟกต์นี้ไม่สามารถปิดได้"
"หมายเหตุ : การทะลุขีดจำกัดเผ่าพันธุ์ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นอมตะ ซี้ซั้วทำก็ตายได้เหมือนกัน"
"เอฟเฟกต์พิเศษ → ต้นไม้ห้อยหัว : มีภูมิคุ้มกันต่อผลเสียทางนิเวศวิทยาจากการปลูกกลับหัว หากปลูกแบบกลับหัว (รากชี้ฟ้า) เอฟเฟกต์ทั้งหมดจะเกิดการกลับตาลปัตรทางคอนเซปต์ แต่จะ 'อ่อนลง'"
"เอฟเฟกต์กลับตาลปัตรปัจจุบัน : เพิ่มโชคลาภเล็กน้อยในรัศมี, พลังชีวิตใต้ต้นไม้เพิ่มขึ้น 15%, ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 5%, เพิ่มโอกาสเล็กน้อยที่ 'ความคิด' ของสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาในรัศมี จะถูกบิดเบือนเป็นสถานะทางจิตด้านบวก รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง : แรงบันดาลใจ, ความสุข, ความพึงพอใจ, ความสงบ"
"ภารกิจปลดผนึก : มอบศพสัตว์เลือดอุ่นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัมให้เป็นสารอาหาร ศพต้องมีรูปร่างค่อนข้างสมบูรณ์ จำนวนที่ต้องการ (0/5) ร่างกายมนุษย์นับเป็นห้าเท่า"
"หมายเหตุ 1 : ต้นไม้ใหญ่นี้ยังเติบโตได้เรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้อะไรมันกิน หรือมันอาจจะฆ่าสิ่งมีชีวิตใกล้เคียงเพื่อดูดซับสารอาหารเองก็ได้"
"หมายเหตุ 2 : มันไม่มีความสามารถในการถ่ายทอดพันธุกรรมพิเศษ เมล็ด ดอก ใบ หรือยางไม้ ล้วนไม่มีเอฟเฟกต์พิเศษ... เกี่ยวข้องกับตัวต้นตอเท่านั้น อย่างน้อยก็ในตอนนี้"
"หมายเหตุ 3 : คุณอาจจะสังเกตเห็นแล้ว ค่าสเตตัสของ 'ปลูกกลับหัว' สู้ 'ปลูกปกติ' ไม่ได้เลย ลองพิจารณาดูไหม?"
[จบแล้ว]