เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 - หนึ่งวันหลังจากออกจากคุก

บทที่ 71 - หนึ่งวันหลังจากออกจากคุก

บทที่ 71 - หนึ่งวันหลังจากออกจากคุก


บทที่ 71 - หนึ่งวันหลังจากออกจากคุก

☆☆☆☆☆

วันนี้ลู่เวยกับไจ๋ต๋าช่วยกันทำกับข้าวเหมือนเดิม ส่วนอู๋เยว่ผู้ว่างงานก็ติดสอยห้อยตามมาเดินตลาดด้วย

"เดี๋ยวนี้รับหน้าที่จ่ายตลาดแล้วเหรอ? ดูยุ่งยากจังแฮะ"

ไจ๋ต๋าเทียบรายการที่ลู่เวยส่งมาให้ แล้วไล่ซื้อทีละอย่าง วันนี้แม่สาวน้อยจะโชว์ฝีมือทำแตงกวาผัดหมูชิ้นกับมะเขือเทศผัดไข่

"นี่เรียกว่าชีวิตครอบครัวที่มีความสุขเว้ย เด็กน้อยไม่เข้าใจหรอก"

"แล้วน้าอวี๋ล่ะ?"

"ช่วงนี้ทำโอทีเยอะ"

ออเดอร์ที่ทำให้โรงงานทอผ้ายุ่งจนหัวหมุน น่าจะเป็นของเสี่ยอวี๋นั่นแหละ เถ้าแก่คนนี้ใจป้ำ นอกจากจะเน้นคุณภาพสินค้าแล้ว ส่วนแบ่งกำไรที่ให้โรงงานยังมากกว่าออเดอร์ส่งออกเสียอีก

ผ้าขนหนู ถุงเท้า กางเกงใน... ของชิ้นเล็กๆ ทั้งนั้น แต่ปริมาณมหาศาล

ติดปัญหาเล็กน้อยตรงที่โรงงานทอผ้าเป็นแค่โรงงานผลิต ไม่มีแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งเป็นปัญหาร่วมของโรงงานเก่าแก่ส่วนใหญ่ในยุคนี้

อืม... เมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยจดทะเบียนแบรนด์ชื่อ "ต้าเพี่ยวเลี่ยง" (สวยจังเลย) ไว้ แต่เอามาใช้ตอนนี้คงไม่ไหว ชื่อโคตรเชย

แต่อาจารย์เสิ่นรุ่ยแนะนำว่า ลูกค้าของอวี๋ตงไหลมีความภักดีสูง ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าแบรนด์ เพราะแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดก็คือตัวอวี๋ตงไหลเอง ดังนั้นให้ทำแบบนี้เลย:

ให้โรงงานทอผ้าใช้ชื่อแบรนด์ว่า "โรงงานทอผ้าตงหยาง" ไปตรงๆ เลย เน้นจุดขายที่ความซื่อสัตย์ จริงใจ และทนทาน ปลุกความทรงจำในอดีตของผู้บริโภค

ในอดีต สินค้าจากโรงงานเก่าแก่หลายแห่งขึ้นชื่อเรื่องความทนทานหายห่วง นี่เป็นความทรงจำร่วมของคนจีนจำนวนมาก

แน่นอนว่ามีความทรงจำของคนบางกลุ่ม ที่ค่อยๆ ถูกล้างสมองไปว่า "ของในประเทศไม่มีของดี"

สโลแกนโฆษณาก็คิดไว้แล้ว: "ก่อตั้งเมื่อปี 1953" แล้วก็เอาโลโก้โรงงานทอผ้าที่ดูเชยๆ แต่ขลังนั่นพิมพ์ลงไปเลย

สรุปคือ การชี้แนะของเสิ่นรุ่ยทำให้คนในโรงงานตาสว่าง โรงงานเก่าแก่ของเราจะฟื้นคืนชีพ หรือถึงขั้นกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้งหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับออเดอร์นี้แหละ

ดังนั้นช่วงนี้อวี๋เสี่ยวลี่เลยยุ่งมาก แต่เธอเป็นอาจารย์ของลู่เวย การจะจัดแจงให้ลูกศิษย์เลิกงานเร็วหน่อยก็ทำได้ไม่ยาก

ในตลาดสด ไจ๋ต๋าซื้อผักไปตาก็มองหา "ไอเทมพิเศษ" ไปด้วย

ก่อนหน้านี้ก็เจอ [ลูกตุ้มตาชั่งไส้ดีบุก] ที่นี่

ปากก็พูดกับอู๋เยว่ไปด้วย:

"ฉันเตือนแกอีกครั้งนะ อาชีพนี้มันทำยาวไม่ได้หรอก กลับมาเรียนหนังสือเถอะ ทางที่ถูกที่ควร"

อู๋เยว่ไม่ฟัง "เมืองนอกเขายังมีนักสืบเอกชนเลย ทำไมฉันจะเป็นไม่ได้? ฉันยังสั่งซื้อเครื่องเปลี่ยนเสียง กล้องส่องทางไกล เครื่องติดตามจีพีเอสมาจากเน็ตด้วยนะ..."

ทันใดนั้น ไจ๋ต๋าก็กระชากแขนอู๋เยว่ ลากเข้าไปหลบที่มุมตึก

อู๋เยว่ไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ก็เข้าสู่โหมดสายลับทันที ให้ความร่วมมือในการซ่อนตัว

"เป็นอะไร?"

ไจ๋ต๋าขมวดคิ้ว จ้องมองแผ่นหลังหนึ่งในระยะไกล "เจอตัวปัญหาเข้าแล้ว..."

เขาไม่คิดว่าจะมาเจออีกฝ่ายที่ตลาดสด... ถ้าวันนี้คนที่มาซื้อกับข้าวคือลู่เวย คงยุ่งแน่

ลูเบิ่นชิง...

ถูกปล่อยตัวออกมาแล้วเหรอ

ลองนับเวลาดู ตั้งแต่โดนจับไปก็เกือบเดือนแล้ว จริงๆ นานกว่าโทษปกติเยอะเลย

แต่เนื่องจากลู่เวยไม่มีเบอร์โทรศัพท์ที่อีกฝ่ายรู้ แถมบ้านก็โดนยึดไปแล้ว คนคนนี้เลยยังไม่โผล่มาให้ไจ๋ต๋าเห็น

มือถือโนเกียเครื่องเล็กนั่น เบอร์เป็นเบอร์เก่าของพ่ออู๋เยว่ จนถึงตอนนี้เมมเบอร์ไว้แค่ไจ๋ต๋ากับอวี๋เสี่ยวลี่

อู๋เยว่มองตามสายตาไจ๋ต๋า ดูจากข้างหลังก็ดูไม่ใช่คนดีจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ไม่เห็นต้องหลบเลยนี่นา "คนนั้นทำไมเหรอ?"

ไจ๋ต๋าลูบคาง "ผีพนัน พ่อสารเลวของเพื่อนฉัน ก่อนหน้านี้ฉันเป็นคนแจ้งเบาะแสให้จับเขาข้อหาเล่นการพนันเองแหละ ดูทรงน่าจะเพิ่งออกมา"

อู๋เยว่ในฐานะชายผู้มุ่งมั่นจะเป็น "ซิตี้ฮันเตอร์" คุ้นเคยกับกฎหมายพวกนี้ดี "งั้นก็เกือบเดือนแล้วนะ? เล่นการพนันโดนขังนานขนาดนี้เลยเหรอ?"

ปกติเต็มที่ก็ 15 วัน ลูเบิ่นชิงเป็นขาประจำก็น่าจะโดนเต็มแม็กซ์ แต่เวลาก็ยังไม่ตรงอยู่ดี...

ทั้งสองคนไม่รู้ว่า มีใครบางคนไอเดียบรรเจิด ตั้งวงไฮโลกับเพื่อนร่วมห้องขังในสถานกักกัน แล้วก็ตีกันเพราะมีคนเบี้ยวหนี้ เลยได้โบนัสเพิ่ม 15+10 วัน

วันนี้เพิ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ ในกระเป๋ามีเงินสิบหยวนที่ตำรวจให้เป็นค่ารถตามหลักมนุษยธรรม เลยกะจะหาร้านที่ถูกที่สุดในตลาดกินข้าวก่อน

เขายังไม่ได้กลับซุนหม่าจวง แต่ตอนอยู่ในนั้นก็ได้รับแจ้งเรื่องการบังคับคดีแล้ว พวกหวังกั๋วเฟิงน่าจะเลือกช่วงที่เขาโดนขังนี่แหละไปยึดบ้าน จะได้ไม่วุ่นวาย

แผนของลูเบิ่นชิงคือ กินข้าวก่อน แล้วค่อยหาทางไปหาลู่เวย

ไจ๋ต๋ามองแผ่นหลังของลูเบิ่นชิงพลางใช้ความคิด รู้สึกว่ารับมือยากเหมือนกัน...

ตอนนี้ลู่เวยตัดสินใจจะสอบเกาเค่ากับเขาแล้ว พ่อสารเลวคนนี้คือระเบิดเวลาลูกใหญ่

หันไปมองอู๋เยว่ ไจ๋ต๋ารู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันมีความเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ เลยพูดว่า

"ถ้าฉันอยากให้เขาหาเพื่อนฉันไม่เจอไปตลอด อย่ามารังควานเธอ แกมีข้อแนะนำอะไรไหม"

อู๋เยว่ขมวดคิ้วคิด "ยาก เว้นแต่จะไม่อยู่ที่เดียวกัน อำเภอตงหยางมันแค่นี้... ยังไงก็ต้องเจอ"

"อย่างน้อยก็ยื้อไปให้ได้สักสองสามเดือน หลังสอบเกาเค่าคงไม่เป็นไรแล้ว"

"งั้นวิธีมีเพียบ... อืม แต่ต้องใช้เงินหน่อยนะ"

ไจ๋ต๋าถลึงตา "แกจะจ้างคนไปกระทืบมันเหรอ? ฉันหมายถึงวิธีที่ไม่ผิดกฎหมาย"

อู๋เยว่ทำท่าไม่พอใจ "แกเห็นฉันเป็นคนยังไง? ฉันเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรมนะเว้ย! เป็นศัตรูกับความชั่วร้ายทุกรูปแบบ แค่ใช้กฎกติกาอย่างสมเหตุสมผล ตอบสนองนโยบายสังคมเฉยๆ"

อู๋เยว่ล้วงกระเป๋า เจอแต่เศษตังค์ อย่าเห็นว่าใส่เสื้อหนังเท่ๆ ความจริงกระเป๋ากางเกงสะอาดกว่ากางเกงในซะอีก เงินเก็บก้อนเล็กๆ ใช้หมดไปแล้ว ส่วนเงินรางวัลยังไม่ได้

อ้อ เสื้อหนังนั่นของพ่อมัน

ไจ๋ต๋าตัดสินใจเชื่อมันสักครั้ง "ต้องใช้เงินเท่าไหร่"

"อย่างน้อยก็ต้องมีสัก 500?"

ไจ๋ต๋าไม่มีติดตัว แต่เขารู้ว่าหน้าตลาดมีตู้ ATM

————

ลูเบิ่นชิงเดินวนในตลาด สุดท้ายก็เดินเข้าร้านบะหมี่เล็กๆ

ร้านแบบนี้ที่อยู่ในตลาด ปกติจะถูกที่สุด

กินบะหมี่เสร็จ ลูเบิ่นชิงเดินแคะฟันออกมา เริ่มคิดว่าจะไปตามหาลู่เวยที่ไหนดี

ยัยลูกนั่นน่าจะพอมีเงินอยู่บ้าง

เขาว่ากันว่าคนเพิ่งออกจากคุกดวงกำลังเฮง ต้องไปขอทุนหน่อย ไม่แน่คืนนี้อาจจะรวยเละ

บ้านที่ซุนหม่าจวงราคาเท่าไหร่เชียว คืนเดียวป๋าก็หาคืนมาได้แล้ว

ด้วยความคิดเพ้อฝันตามประสาผีพนัน ลูเบิ่นชิงเดินอาดๆ ไปตามถนน

หม้อที่แตกไปแล้ว ถ้าเหลือแค่เศษ ก็มีไว้แค่บาดมือคนที่ยื่นเข้ามาแตะเท่านั้นแหละ

ตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ใส่เสื้อแจ็กเก็ตตัวโคร่ง เดินขากางเกงลากพื้น ท่าทางกวนโอ๊ย ก็ดึงดูดความสนใจของลูเบิ่นชิง

มองไปสองสามที

เสร่อชิบเป๋ง...

ที่กระเป๋าหลังกางเกงของอีกฝ่าย มีกระเป๋าสตางค์เสียบไว้อย่างล่อแหลม โยกไปโยกมาตามจังหวะการเดิน

ลูเบิ่นชิงมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ละสายตาด้วยความโลภ

ไม่ใช่ไม่อยากขโมย แต่ไม่มีฝีมือ

ไอ้เด็กนั่นเหมือนกางเกงจะหลุด เลยเอามือไปดึงขอบกางเกง บังขอบกางเกงในไว้

แต่กระเป๋าสตางค์ใบนั้น... ดันร่วงลงมา

เด็กหนุ่มเหมือนจะไม่รู้ตัว ลูเบิ่นชิงชะงัก แล้วย่องเข้าไปเหยียบกระเป๋าสตางค์ไว้อย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ แกล้งทำเป็นผูกเชือกรองเท้า

รอจนอีกฝ่ายเดินไปไกลแล้ว ถึงมองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธ แล้วรีบหยิบขึ้นมา

เปิดดูข้างใน เต็มไปด้วย "นามบัตรสาวสวย" สีสันสดใส ที่เขียนว่าราคาเต็ม 200 ฉลองเปิดร้าน 100...

และเงินสดปึกหนึ่ง ห้าร้อยหยวน

ตาลูเบิ่นชิงลุกวาว

มองข้ามนามบัตรที่ผู้ชายทั่วไปควรจะสนใจไปเลย ความคิดแรกที่แวบเข้ามาคือ...

"แม่งเอ๊ย เพิ่งออกมาดวงก็เฮงจริงๆ! รีบหาที่วัดดวงดีกว่า!"

"จึ๊ๆ..."

————

ข้างหลังลูเบิ่นชิง ไจ๋ต๋าโผล่หัวออกมาครึ่งหนึ่ง

"จึ๊ๆ..."

มือถือสั่นเบาๆ เป็นข้อความจากอู๋เยว่ที่นั่งรออยู่บนรถแท็กซี่เตรียมสะกดรอย

อู๋เยว่: "มันเก็บไปไหม?"

ไจ๋ต๋า: "แกนี่มัน... อัจฉริยะจริงๆ ว่ะ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 71 - หนึ่งวันหลังจากออกจากคุก

คัดลอกลิงก์แล้ว