เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 - สมุดโน้ตของคุณตา

บทที่ 62 - สมุดโน้ตของคุณตา

บทที่ 62 - สมุดโน้ตของคุณตา


บทที่ 62 - สมุดโน้ตของคุณตา

☆☆☆☆☆

"ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ผู้ที่มีภาวะไม่รู้ความรู้สึก หรือ อเล็กซิไธเมีย จะมีปัญหาในการ 'แสดงออก' และ 'ระบุ' อารมณ์ความรู้สึก มันไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่ควรเรียกว่าเป็นบุคลิกภาพเชิงลบชนิดหนึ่ง"

ไจ๋ต๋าหยุดเดินขณะเข็นจักรยาน

เสิ่นรุ่ยก็หยุดเดินเช่นกัน

"ปัญหาการแสดงออกทางอารมณ์เป็นแค่เรื่องเล็ก เพราะคนพูดไม่เก่งหรือเก็บตัวมีเยอะแยะ แต่ส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรง จะมีอุปสรรคในการ 'รับรู้อารมณ์' ด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่ยุ่งยาก"

"พวกเขาไม่สามารถระบุอารมณ์ของตัวเองได้อย่างถูกต้อง และยิ่งเข้าใจอารมณ์ของคนอื่นได้ยาก ความสุข ความเศร้า ความโกรธ ล้วนถูกกดทับไว้ภายใน และมักจะอ่านสถานะอารมณ์ของคนอื่นผิด เหมือนเวลาเธอโดนมีดแทง เธอจะเจ็บและตอบโต้ แต่พวกเขาอาจจะแค่ยืนมองเลือดไหลเงียบๆ แล้วถามคนแทงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่าทำอะไร"

ไจ๋ต๋าเชื่อในสติปัญญาของเสิ่นรุ่ย และเชื่อในการวินิจฉัยของเขา ประเด็นคือ... ทุกอย่างมันลงล็อกพอดีเป๊ะ...

แยกไม่ออกว่าประโยคไหนพูดเล่น อารมณ์ส่วนตัวแทบไม่เคยหลุดออกมาให้เห็น ต่อให้เจอเรื่องที่ทำให้คนทั่วไปสติแตก เธอก็แค่ร้องไห้เงียบๆ

ไจ๋ต๋าถึงขั้นนึกถึงความเป็นไปได้ที่น่าปวดใจยิ่งกว่า

ที่ผ่านเรื่องราวมาขนาดนี้ แต่ยังยอมให้เงินลูเบิ่นชิงไปเล่นพนัน... หรือแม้แต่ยอมอดข้าวอดน้ำ... เป็นเพราะเธออ่านเจตนาในคำสัญญาของพ่อสารเลวนั่นผิดไปหรือเปล่า

ไจ๋ต๋าถอนหายใจหนักหน่วง "อาการแบบนี้ มีผลกระทบมากไหมครับ"

เสิ่นรุ่ยส่ายหน้า "ต้องดูเป็นกรณีไป ถ้าเป็นขั้นเบาๆ ก็แค่มองว่าเป็นคน 'เงียบขรึม' ก็ได้ พวกที่อาการหนักหน่อยถ้าตั้งใจจะเข้าสังคม ก็พอจะใช้สติปัญญาและประสบการณ์เลียนแบบพฤติกรรมปกติได้ ไม่ถึงกับเกิดเรื่องใหญ่อะไร แต่มันก็ไม่ใช่บุคลิกที่ดีนักหรอก"

"ที่สำคัญที่สุดคือ อารมณ์ของตัวเองถูกเมินเฉยและกดทับไว้นาน ขาดความสุข และมักจะเจ็บปวดในความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่าย นานวันเข้าอาจจะมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นตามมา"

เสิ่นรุ่ยตบแขนไจ๋ต๋าเบาๆ "ครูเลยหวังว่าระหว่างที่เธอคบหากับลู่เวย เธอจะช่วยทำความเข้าใจหน่อย เธอไม่ได้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ส่วนสาเหตุ... ถ้าพวกเธอเป็นเพื่อนกันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเธอก็รู้เอง"

ไจ๋ต๋าถามต่อ "แล้วจะทำให้อาการนี้ดีขึ้นได้ยังไงครับ ยา?"

เสิ่นรุ่ยส่ายหน้า "ถึงระดับความรุนแรงของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่ยาไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาของเรื่องนี้... คนต่างหากคือยา"

คน... ต่างหากคือยา

ทั้งสองเดินต่อ เสิ่นรุ่ยไม่ได้เปิดประเด็นใหม่ ปล่อยให้ไจ๋ต๋าได้ย่อยข้อมูล

มาถึงชุมชนที่พักของเสิ่นรุ่ย ลุงยามในป้อมพยักหน้าทักทายยิ้มแย้ม เห็นได้ชัดว่าเสิ่นรุ่ยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนส่วนใหญ่

ชุมชนนี้เก่ากว่าชุมชนโรงทอผ้า 3 เสียอีก น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับ "โรงทอหนึ่ง" บ้านชั้นเดียวสลับกับตึกแถว กองขยะล้นออกมาส่งกลิ่นเหม็นเพราะอากาศที่เริ่มร้อนขึ้น

ไม่แปลกหรอก เสิ่นรุ่ยเกิดในครอบครัวพนักงานโรงงานทอผ้า เงินเดือนครูก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร

จู่ๆ ไจ๋ต๋าก็รู้สึกเสียดายแทนเสิ่นรุ่ย คนฉลาดและอ่อนโยนขนาดนี้ เป็นถึงด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัย R ที่สอบออกไปจากเมืองเล็กๆ ในสายตาบางคน เขาจะเป็นแค่ "เด็กบ้านนอกบ้าทำโจทย์" หรือเปล่า

รอบกายเขาจะมีคนคอยเยาะเย้ยไหมว่าไม่ได้ดิบได้ดี เรียนสูงไปก็เท่านั้น

ตอนเดินขึ้นบันได ไจ๋ต๋าพูดว่า "อาจารย์เสิ่นครับ ผมว่าเสี่ยอวี๋แกนิสัยดีนะ ถ้าอาจารย์ย้ายไปทำงานที่เมืองสวี่ เข้าไปทำงานในบริษัทแกก็น่าจะดีนะครับ"

"ต่อให้เป็นที่ปรึกษา ก็ยังดีกว่าเป็นครู"

เสิ่นรุ่ยดูไม่แปลกใจ แต่ไม่ได้ตอบคำถามไจ๋ต๋า คงคิดว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องคุยกับนักเรียน

ไจ๋ต๋าเลยเงียบไปเอง

มาถึงห้องพักชั้นสาม เสิ่นรุ่ยเปิดประตู เผยให้เห็นห้องชุดสองห้องนอนที่สะอาดและอบอุ่น กลิ่นภายในทำให้ไจ๋ต๋านึกถึงห้องสมุด เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของหนังสือเก่าจำนวนมาก

แค่กวาดตามองจากหน้าประตู ก็เห็นตู้หนังสือสามตู้ตู้ใหญ่ๆ อัดแน่นไปด้วยหนังสือ

ดูออกเลยว่าอาจารย์เสิ่นรุ่ยไม่มีภรรยาหรือแฟน ห้องนี้ไม่มีที่ให้คนที่สองอยู่แล้ว

อายุขนาดนี้ ที่บ้านน่าจะเร่งยิกๆ แล้วมั้ง

อ้อ... ไม่สิ อาจารย์เสิ่นไม่มีแม่ อาจจะไม่มีใครคอยเร่ง

เพราะแค่มาเอาของแล้วก็จะไป ไจ๋ต๋าเลยบอกว่าจะไม่เข้าไปข้างใน จะได้ไม่ต้องถอดรองเท้า เสิ่นรุ่ยเดินเข้าไปในห้องเล็กด้านในสุด ประมาณสามถึงห้านาทีก็เดินออกมา ในมือถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง

วินาทีที่เห็น เส้นแสงสีเขียวก็ปรากฏขึ้นในสายตาของไจ๋ต๋า

ของดูต่างหน้าคุณตา... เป็นไอเทมพิเศษจริงๆ ด้วย

เสิ่นรุ่ยปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนสมุด แล้ววางลงบนมือไจ๋ต๋า

"เพราะไม่ใช่จดหมายส่วนตัว ครูเลยถือวิสาสะเปิดอ่านดูไม่กี่หน้า"

"คำถามเมื่อกี้ของเธอ ครูขอไม่ตอบนะ แต่บางทีเธออาจจะหาคำตอบได้จากสมุดเล่มนี้"

"ตั้งแต่โบราณกาลมา นิยามของการไล่ตามความฝัน ไม่ควรมีคำตอบแค่เรื่องเงินทอง"

"แน่นอนว่าตอนนี้เธอจะคิดเรื่องนี้ มันอาจจะเร็วไปหน่อย"

ไจ๋ต๋าก้มมองสมุดในมือ ปกพลาสติกสีแดงเข้มเริ่มเสื่อมสภาพ มีรอยด่างดำตามกาลเวลา นอกจากรูปศีรษะของท่านผู้นำตรงกลางแล้ว ก็ไม่มีลวดลายอื่นใด

หนามาก เรียกว่าเป็น "หนังสือ" เลยยังได้ สันสมุดกว้างตั้งสองนิ้วมือ

ด้านหลังมีตัวอักษรพิมพ์เล็กๆ สองบรรทัด

"ประชาชนผู้ใช้แรงงานต้องมีความรู้ ปัญญาชนต้องรู้จักใช้แรงงาน"

"ยินดีด้วยโฮสต์ ค้นพบไอเทมพิเศษระดับสีเขียว [สมุดโน้ตงานช่างของอวี๋ลี่หัว (ไม่สมบูรณ์) (1/4)]: เอกสารการอบรมที่อวี๋ลี่หัวทุ่มเทแรงกายแรงใจเขียนขึ้น ไม่ค่อยมีคนเคยเปิดอ่าน"

"ความเป็นเจ้าของ: ได้รับแล้ว เปิดใช้งานแล้ว"

"เอฟเฟกต์ 1: เมื่อพกพาจะเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้งานช่างเล็กน้อย หากศึกษาเนื้อหาในสมุดจะได้รับผลเพิ่มเป็นสองเท่า"

"เอฟเฟกต์ 2: หากจดจ่ออยู่กับสมุดโน้ต มีโอกาสน้อยมากที่จะ [ชั่วคราว] เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเจ้าของสมุด อัตราความสำเร็จของผู้ที่มีสายเลือด จิตวิญญาณ หรือความรู้สึกผูกพันจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และจะได้รับการตอบสนองพิเศษ"

"เอฟเฟกต์พิเศษ 'ปัญญาที่หลงเหลือ': ผู้ที่เคยเชื่อมต่อสำเร็จ เมื่อทำการเรียนรู้ ปฏิบัติงาน หรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 'การสร้าง' มีโอกาสเกิดปัญญาญาณ (ปิ๊งแว้บ)"

"ภารกิจปลดผนึก: สร้างสิ่งของด้วยตนเอง 10 ชิ้น"

"เอฟเฟกต์พิเศษ 'ตั้งปณิธาน': ??? (อุปกรณ์ไม่สมบูรณ์)"

"ภารกิจปลดผนึก: ???"

"หมายเหตุ: มือที่เคยควบคุมความแม่นยำได้ในระดับสองไมครอน ยามจรดปากกาเขียนบันทึกเล่มนี้ กลับสั่นเทาจนไม่อาจควบคุม"

ไจ๋ต๋าเปิดปกสมุด ข้างในเต็มไปด้วยบันทึกเกี่ยวกับงานฝีมือหรืองานช่างโลหะ รวมถึงขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนพื้นฐาน สเปก และจุดสำคัญต่างๆ

กลึง ไส เจาะ เจียร ตะไบ ดูเหมือนจะมีครบ

นอกจากตัวหนังสือ ยังมีภาพวาดประกอบด้วยมืออีกมากมาย

กระดาษเหลืองเก่า แต่เพราะไม่มีคนเปิดอ่าน มันจึงยังเรียบกริบเหมือนใหม่

เสิ่นรุ่ยพูดว่า "ข้างในเหมือนจะเป็นคู่มืออบรมพนักงานใหม่ที่ตาของเธอเขียนไว้ให้โรงงาน ต่อมาห้องเอกสารโดนรื้อ น้าสามของครูคัดออกมาไม่ได้ทิ้งไป ตอนนี้เลยได้คืนสู่เจ้าของ"

"เดิมทีควรจะให้แม่เธอ แต่ก็ถือว่าเป็นพรหมลิขิตละกัน"

ไจ๋ต๋าใช้นิ้วชี้ลูบไล้รอยหมึกบนกระดาษอย่างเผลอไผล

คุณตาที่เสียไปตอนเขาอายุขวบเดียว คนที่เขาจำความอะไรไม่ได้เลย ตอนนี้รอยหมึกที่ทิ้งไว้กลับสัมผัสอยู่ที่ปลายนิ้ว

แม้แต่รอยบุ๋มเล็กๆ ที่ปลายปากกาหมึกซึมกดลงไป ก็ส่งความรู้สึกผ่านลายนิ้วมือตรงเข้าสู่สมอง

ไจ๋ต๋าชะงักไปชั่วขณะ

วินาทีถัดมา สายตาเริ่มพร่ามัว

เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากอย่างแรง ผูกติดไว้กับท้ายรถไฟความเร็วสูงแล้วดึงถอยหลัง

"วิ้ง~!" เสียงก้องกัมปนาทดังขึ้น เขามาปรากฏตัวอยู่ในห้องที่คุ้นเคยแต่ก็แปลกตา

ห้องของเขา

หรือจะพูดให้ถูกคือ ห้องของเขาเมื่อ 20 ปีก่อน

แผ่นหลังของใครคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม กำลังก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะหนังสือ

ตำแหน่งเดียวกัน โต๊ะตัวที่เขาใช้นั่งเรียนหนังสือทุกวัน หันหน้าเข้าหาหน้าต่าง

ใช่แล้ว... เขาจำได้แล้ว... แม่เคยบอกว่า หลังแต่งงาน ตาแยกออกไปอยู่ห้องเล็ก ยกห้องนอนใหญ่ให้ลูกสาวกับลูกเขย

ที่แท้เขากับตา ก็อยู่ที่เดียวกันมาตลอด

ภาพตรงหน้า เหมือนห้วงเวลาที่ทับซ้อน

ไจ๋ต๋าอยากจะเดินเข้าไป ตบไหล่คนคนนั้น น่าเสียดายที่เขาดูเหมือนจะเป็นแค่ "มุมมอง" หนึ่งเท่านั้น

แผ่นหลังในเสื้อคลุมสีน้ำเงินไอโขลกๆ ดูเหมือนจะเจ็บปวด

แต่กระดูกสันหลังยังคงเหยียดตรง ไม่ยอมคดงอเพราะความเจ็บปวดแม้แต่น้อย

จากนั้น เขาบรรจงเขียนตัวอักษรไม่กี่ตัวลงไป

บนหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึก

"ไจ๋ต๋า... ไจ๋ต๋า?"

ไจ๋ต๋าได้สติกลับมา มองดูเสิ่นรุ่ยที่อยู่ตรงหน้า

เสิ่นรุ่ยทำหน้างง "เป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า"

ไจ๋ต๋าส่ายหน้า "ขอโทษครับ เหม่อไปหน่อย ตกใจมากไปนิดครับ... ของในมือผม ตาเป็นคนเขียนเองกับมือเลย"

เสิ่นรุ่ยยิ้ม "กลับไปค่อยๆ อ่านนะ แน่นอนว่าต้องไม่กระทบการเรียน"

ไจ๋ต๋าเดินออกจากบ้านเสิ่นรุ่ย อีกฝ่ายต้องเก็บกระเป๋า พรุ่งนี้ต้องไปเมืองสวี่แล้ว

เขายืนเหม่ออยู่ที่โถงทางเดินแปลกตานานสองนาน... ความทรงจำประหลาดเมื่อกี้นี้ คือสิ่งที่เรียกว่า "การเชื่อมต่อจิตวิญญาณ" สินะ?

สุดท้ายเขาหยิบสมุดบันทึกออกมา เปิดไปหน้าสุดท้าย

เขาอยากรู้ว่าตาเขียนอะไรไว้ในตอนจบ...

หน้าสุดท้ายของสมุด

"ข้าวสาลีสุกงอมมานับพันครั้ง ประชาชนจงเจริญเป็นครั้งแรก"

ไจ๋ต๋าอ่านออกเสียงแผ่วเบา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 62 - สมุดโน้ตของคุณตา

คัดลอกลิงก์แล้ว