- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 57 - ผลสอบย่อย: การันตี 211 ลุ้นระทึก 985!
บทที่ 57 - ผลสอบย่อย: การันตี 211 ลุ้นระทึก 985!
บทที่ 57 - ผลสอบย่อย: การันตี 211 ลุ้นระทึก 985!
บทที่ 57 - ผลสอบย่อย: การันตี 211 ลุ้นระทึก 985!
☆☆☆☆☆
"จะไม่มาเรียนภาคค่ำแล้วเหรอคะ"
ในห้องเรียนชั้น ม.6/8 ครูติงหรงนึกว่าตัวเองหูฝาด
เพราะก่อนหน้านี้มีการสอบย่อยแบบรวดเดียวจบ ครูแต่ละวิชาเลยต้องเร่งตรวจข้อสอบกันหัวหมุน ครูแต่ละคนรับผิดชอบสอนมากกว่าสามห้อง บรรยากาศในห้องพักครูเลยวุ่นวายเหมือนสนามรบ ติงหรงไม่อยากไปรบกวนคนอื่น เลยนัดผู้ปกครองของไจ๋ต๋ามาคุยในห้องเรียนที่ไม่มีคนแทน
"ช่วงนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเตรียมสอบเกาเค่านะคะ! ไจ๋ต๋าอุตส่าห์มีผลการเรียนกระเตื้องขึ้นมา สอบย่อยวิชาภาษาจีนได้ตั้ง 130 คะแนน การมาขอลาหยุดภาคค่ำในช่วงเวลาแบบนี้ แถมเป็นการลายาวด้วย ครูว่ามันไม่ค่อยเหมาะนะคะ"
อวี๋เสี่ยวลี่แปลกใจนิดหน่อย ภาษาจีนก็ดีขึ้นด้วยเหรอ
หนูเสี่ยวเวยเก่งจริงๆ
แต่เธอยังคงพูดตามแผนเดิม "ฉันทราบค่ะ เพราะงั้นถึงได้มาคุยเรื่องนี้ ฉันจ้างติวเตอร์ให้เสี่ยวต๋าแล้วค่ะ"
ติงหรงเริ่มเสียงดังขึ้นด้วยความร้อนใจ "คุณแม่ไจ๋ต๋าคะ คุณแม่กำลังคิดผิดนะ! ติวเตอร์ตามบ้านจะไปสู้การเรียนการสอนในโรงเรียนได้ยังไง สอนกันวันละกี่ชั่วโมงเชียว มันจะไปได้ผลอะไร"
"ติวเตอร์ของเรากินนอนอยู่ที่บ้านเลยค่ะ สอนลากยาวถึงตีสองยังได้"
ติงหรงมีเครื่องหมายคำถามเด้งขึ้นมาในหัว... ติวเตอร์อะไรกินนอนที่บ้าน? ติวเตอร์นี่ถูกกฎหมายไหมเนี่ย?
ในขณะเดียวกัน ไจ๋ต๋าก็กำลังพา "ติวเตอร์ถูกกฎหมาย" ของเขา เดินทอดน่องอยู่ในตึกเรียน
สมัยเป็นเด็กมัธยม ไจ๋ต๋าเคยฝันอยากจะเดินเล่นกับสาวสวยไปรอบๆ โรงเรียน น่าเสียดายที่จนเรียนจบก็ยังทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ
ก่อนหน้านี้ คนที่เดินกับเขาในโรงเรียนบ่อยที่สุดคือไอ้ลูกทรพีอู๋เยว่
แต่การเดินกับลู่เวยมันต่างกันคนละโลก ไม่มีความรู้สึกอยากกระโดดถีบขาคู่เลยสักนิด
"เธอว่าเมื่อก่อนตอนเราเรียนอยู่ที่นี่ เราจะเคยเดินสวนกันบ้างไหม"
ลู่เวยไพล่มือไว้ข้างหลัง หางม้ายาวเฟื้อยแกว่งไปมาอยู่ที่ปลายสะโพก "ไม่รู้สิ"
เธอไม่ได้กลับมาโรงเรียนนานมากแล้ว มองไปทางไหนก็รู้สึกคิดถึง
ถึงจะเคยไม่แยแสกับอนาคตของตัวเอง แต่เธอก็ยังแยกแยะออกว่า ระหว่างโรงงานที่เครื่องจักรคำรามทั้งวันทั้งคืน กับห้องเรียนที่จอแจทุกวี่วัน ที่ไหนคือสถานที่ที่สวยงามกว่ากัน
ในโรงงานก็ใช่ว่าจะไม่มีคนรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ บางทีคนเราอาจจะไม่ได้โหยหาการเรียน...
แต่ไม่มีใครไม่โหยหาสถานที่แห่งการเรียนรู้
ตอนเดินผ่านบันไดจุดหนึ่ง ลู่เวยมองขึ้นไปข้างบน "ฉันอยากไปดูหน่อยว่าอาจารย์ท่านหนึ่งอยู่ไหม"
ไจ๋ต๋าไม่ขัดข้อง ลู่เวยเคยเรียนที่นี่มาตั้งสองปีครึ่ง จะมีครูที่อยากเจอบ้างก็เป็นเรื่องปกติ
ทั้งคู่เดินขึ้นไปชั้นบนสุด ลู่เวยเคาะประตูห้องพักครูของอาจารย์เสิ่นรุ่ย ท่ามกลางสายตาแปลกใจของไจ๋ต๋า
น่าเสียดาย ที่ไม่มีเสียงตอบรับ
"เธอรู้จักอาจารย์เสิ่นรุ่ยด้วยเหรอ"
ลู่เวยตอบเสียงเบา "งานที่โรงงานทอผ้า อาจารย์เสิ่นเป็นคนแนะนำให้ฉันเอง ตอนนั้นมีเรื่องอื่นด้วย ฉันเลยอยากมาขอบคุณเขา"
ไจ๋ต๋ายิ้ม พอจะเดาเรื่องราวได้คร่าวๆ "ไว้วันหลังฉันมาหาเขาแทนละกัน เขาคงอยากรู้ความเป็นอยู่ของเธอเหมือนกัน เดี๋ยวฉันหิ้วชานมอาซัมมาฝากเขาสักสองขวด เอาแบบวันผลิตใหม่ๆ เลย"
ลู่เวยพยักหน้า "เดี๋ยวฉันออกเงินเอง"
กำลังจะเดินลงบันได ก็มีครูที่ไม่คุ้นหน้าเดินผ่านมา "พวกเธอมาหาอาจารย์เสิ่นรุ่ยเหรอ เขาลาพักร้อนยาวเลย ฉันเป็นครูสอนแทน พวกเธออยู่ห้องไหนเนี่ย"
ไจ๋ต๋าถามด้วยความสงสัย "พวกเราไม่ได้มาเรื่องเรียนครับ อาจารย์เสิ่นลาไปนานแค่ไหนแล้วครับ"
ครูสาวคนนั้นทำหน้ากลุ้มใจ "เกือบอาทิตย์แล้ว ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่"
จริงๆ แล้วถึงเสิ่นรุ่ยจะไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตในโรงเรียน แต่เก้าอี้เขาเหนียวแน่นมาก ต่อให้ลาหยุดสามวันดีสี่วันไข้ไปทำงานวิจัยสังคมศาสตร์ ในทำเนียบ "บุคลากรทรงคุณค่า" ของโรงเรียน ชื่อเขาก็ต้องอยู่อันดับหนึ่งเสมอ
ไม่มีอะไรมาก ก็แค่เขาเป็นถึงด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัย R แค่แปะวุฒิการศึกษาไว้ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไหนมาตรวจงานก็หน้าบานกันทั้งนั้น
——————
หลังจากครอบครัวไจ๋ต๋ากลับไปแล้ว ติงหรงก็รู้สึกหงุดหงิด
พูดกันตามตรง ศักยภาพครูของโรงเรียนมัธยมเหมาฝ่างไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น นักเรียนที่อยากก้าวหน้าจะไปหาลู่ทางจากติวเตอร์หรือสถาบันกวดวิชาก็เป็นเรื่องปกติ
แต่ไจ๋ต๋าเนี่ยนะ...
การบ้านมันยังไม่ส่งเลย!
แถมเมื่อกี้ตอนแม่ไจ๋ต๋าพูดถึง "ติวเตอร์" ก็พูดแบบคลุมเครือ เธอเลยปักใจเชื่อว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้าง
น่าเสียดาย ต่อให้เป็นครูใหญ่ ก็ใหญ่สู้ผู้ปกครองไม่ได้
พอกลับมาถึงห้องพักครู ติงหรงก็พบว่าบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ ครูแต่ละวิชากำลังจับกลุ่มถกเถียงอะไรกันอยู่
"ลอกชัวร์! พัฒนาการก้าวกระโดดขนาดนี้จะเป็นไปได้ไงถ้าไม่ลอก"
"แต่ถึงจะลอก จะลอกได้ทุกวิชาเลยเหรอ"
ครูหลายคนพอเห็นติงหรงเดินเข้ามา ก็รีบทัก
"ครูติงมาพอดีเลย มีเรื่องจะถามหน่อย พวกเรากำลังรวบรวมคะแนน เพื่อนร่วมโต๊ะของไจ๋ต๋าห้องคุณคือใครนะ ฉันจำไม่ค่อยได้"
ติงหรงงุนงง "เพื่อนร่วมโต๊ะไจ๋ต๋า? หยางฟานไงคะ"
ที่จำได้แม่นขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้หยางฟานเพิ่งจะแอบมาร้องเรียนเรื่องไจ๋ต๋าไม่ส่งการบ้าน
แน่นอนว่าไม่นับเป็นการร้องเรียนจริงจัง เพราะครูทุกคนรู้พฤติกรรมไจ๋ต๋าดีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีใครทักก็ไม่มีใครยุ่ง
"หยางฟาน? ฉันพอจำได้ เด็กคนนั้นผลการเรียนแย่มากไม่ใช่เหรอ เหมือนสอบโมดูลรวมแล้วได้แค่ 200 กว่าคะแนนเองมั้ง"
ติงหรงพยักหน้า "ใช่ค่ะ เด็กคนนั้นแทบไม่มีหวังกับเกาเค่าแล้ว ทำไมเหรอคะ"
ครูสอนภาษาอังกฤษหยิบกระดาษคำตอบใบหนึ่งมาให้ดู "คุณดูนี่สิ กระดาษคำตอบของไจ๋ต๋า คะแนนเต็ม 120 เขาได้ 108"
ติงหรงรับมาดู ถึงเธอจะอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกสักตัว แต่คะแนนกับชื่อคนน่ะดูออกแน่
ยังไม่ทันจะหายตกใจ ครูฟิสิกส์ก็แทรกเข้ามา "แล้วก็นี่ ผลสอบย่อยฟิสิกส์วันนี้ 87 คะแนน (เต็ม 100)"
"ของผมชีวะ 79"
"เคมีทางนี้ก็ได้ 84"
ติงหรงหันไปมองครูคณิตศาสตร์เป็นคนสุดท้าย ฝ่ายนั้นขยับแว่นตา "132 คะแนน (เต็ม 160 + ข้อสอบเพิ่มเติม 40)"
จริงอยู่ว่าคะแนนระดับนี้ถ้าเทียบกับทั้งมณฑลซ่านจวง ก็เป็นแค่ "วัวงาน" ที่แข็งแรงหน่อยในกองทัพนับหมื่นพัน แต่สำหรับโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอเกรดต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่มีอัตราเด็กสอบติดปริญญาตรีแค่ 30% และติดมหาวิทยาลัยชั้นนำ (Tier 1) แค่ 7% อย่างเหมาฝ่าง คะแนนนี้ถือว่าเทพซ่ามาก
กระโดดข้ามหัวเด็กห้องคิงส่วนใหญ่ไปเลย
ผลการเรียนระดับนี้ ดันไปอยู่กับนักเรียนที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้จัก แถมตอนสอบโมดูลยังเป็นลมล้มพับไปอีก
ปฏิกิริยาแรกที่คิดว่า "ลอกข้อสอบ" จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่... จะไปลอกใครได้ทุกวิชาขนาดนั้น ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งอย่างหยางฟานเพื่อนร่วมโต๊ะ ก็ดันเป็นเด็กหลังห้อง คะแนนสอบแต่ละวิชามีแค่ครึ่งเดียวของไจ๋ต๋า!
ลึกๆ แล้วติงหรงรู้สึกว่าไจ๋ต๋าไม่น่าจะทำแบบนั้น เธอรู้สึกว่าหลังจากเป็นลมคราวนั้น ไจ๋ต๋าก็ดูโตขึ้นมาก การหลอกตัวเองตอนอยู่ ม.6 มันไม่มีความหมายอะไรเลย
ถ้าคำนวณจากคะแนนพวกนี้ บวกกับคะแนนสอบย่อยภาษาจีนที่ได้ 130 ก่อนหน้านี้...
ติงหรงนับนิ้วคำนวณอยู่นานก็ยังงงๆ เลยหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากครูคณิตศาสตร์
ครูคณิตศาสตร์สรุปให้ "พวกเราคำนวณเสร็จแล้ว ถ้ารวมคะแนนภาษาจีนด้วย คะแนนรวมของไจ๋ต๋าจะอยู่ที่ 370 ส่วนการสอบวัดระดับวิชาการก็ได้ B สามตัว ถ้าโชคดีฟิสิกส์อาจจะคว้า A (เกรดแบบเปอร์เซ็นไทล์) ได้ด้วยซ้ำ"
ติงหรงแทบไม่เชื่อหู "ตอนสอบโมดูลครั้งที่หนึ่งไจ๋ต๋าได้แค่ 270 เองนะ แค่อาชีวะยังลุ้นเหนื่อย ครั้งที่สองยิ่งไม่ต้องพูดถึง... คะแนนตอนนี้ฉันจำได้ว่าเกณฑ์คะแนนมหาวิทยาลัยชั้นนำ (Tier 1) ปีนี้ประเมินไว้อยู่ที่ 340 ใช่ไหมคะ"
คะแนน 370 นี่มีลุ้นเข้ามหาวิทยาลัยในโครงการ 211 ได้เลยนะ...
หลังจากปรับคะแนนเต็มเป็น 480 คะแนนทุกคะแนนของนักเรียนซ่านจวงก็มีค่าดั่งทองคำ เพราะกราฟคะแนนเป็นรูประฆังคว่ำ คนที่อยู่ช่วงกลางๆ มีจำนวนมหาศาล
จากการคาดการณ์ เกณฑ์อาชีวะน่าจะอยู่ที่ 280 มหาวิทยาลัยเอกชน (Tier 3) 300 และมหาวิทยาลัยรัฐบาลทั่วไป (Tier 2) 320
เรียกได้ว่าทุกๆ ยี่สิบคะแนน คือความแตกต่างราวฟ้ากับเหว
เพราะเหตุนี้ แม้คะแนนรวมของไจ๋ต๋าจะเพิ่มขึ้นมาแค่ 100 คะแนน แต่เขากระโดดจากจุดต่ำสุดของอาชีวะ พุ่งทะลุเพดานของโรงเรียนมัธยมเหมาฝ่างไปแล้ว
ก้าวเข้าสู่เส้นทางของมหาวิทยาลัยชั้นนำ (Tier 1) เต็มตัว!
ผลลัพธ์ของการ "เปิดโปร" เรียนหนังสือ จริงๆ แล้วทรงพลังกว่าที่ไจ๋ต๋าคิดไว้ซะอีก แค่ความจำระดับปีศาจจาก [ปากกาสาวน้อยนักเขียน] ก็เพียงพอที่จะทำให้การสอบเกาเค่ากลายเป็นทางสะดวกสำหรับทุกคน
เพียงแต่เพราะเขาไม่เคยส่งการบ้าน เลยไม่มีใครประเมินฝีมือเขาได้ถูก
คะแนน ณ ตอนนี้ การันตี 211 ไว้ในมือ แล้วยื่นมือไปคว้า 985 ได้เลย!
ทั้งโรงเรียนเหมาฝ่าง เด็กที่มีฝีมือระดับนี้มีไม่เกิน 20 คน แถมทั้งหมดอยู่ในห้องคิงสองห้องนั้น พอสอบเกาเค่าจบ รูปถ่ายของ 20 คนนี้จะต้องถูกแปะโชว์ที่หน้าโรงเรียนให้คนกราบไหว้บูชา
เหล่าครูอาจารย์ตื่นเต้นกันมาก พวกเขาเป็นแค่ครูประจำชั้นห้องธรรมดา นักเรียนเยอะ ความกดดันแยะ แถมในห้องยังมีแต่เด็กหัวขี้เลื่อย
ในห้องหาเด็กตั้งใจเรียนแทบไม่เจอ ไม่เหมือนครูห้องคิงที่ดูแลเด็กน้อยกว่า แถมเด็กยังใฝ่เรียนรู้...
ถ้าปั้นปีศาจอย่างไจ๋ต๋าขึ้นมาได้สักคน ถึงจะไม่ได้เลื่อนขั้นขึ้นเงินเดือน อย่างน้อยก็ได้ยืดอกคุยฟุ้งได้บ้าง
ครูคณิตศาสตร์เสนอ "ครูติง ถึงพัฒนาการจะดูเวอร์วัง แต่ไจ๋ต๋าเขาก็เคยสลบไปรอบหนึ่งไม่ใช่เหรอ... บางทีสมองอาจจะเปิดฟังก์ชันลับขึ้นมาก็ได้นะ ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนก็เคยมีนักเรียนที่เทอมสุดท้ายคะแนนพุ่งเป็นจรวดเหมือนกัน"
ก่อนหน้านี้ในห้องพักครู ตอนไจ๋ต๋าบอกว่ากำลังปูพื้นฐาน เขายังแอบขำอยู่เลย
ตอนนี้พอลองคิดดู จะขำอะไรล่ะ! นี่เขาเรียกว่าสะสมพลังรอระเบิด!
"รอวันจันทร์เปิดเรียน พวกเราลองหาทางทดสอบดูว่าเขาเก่งขึ้นจริงไหม แล้วให้ครูแต่ละวิชาช่วยกันติวเข้มให้!"
"ใช่ๆ เวลาว่างต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อให้ต้องเรียกมาติวตัวต่อตัวที่ห้องพักครูตอนพักเบรกก็ต้องทำ..."
เมื่อเผชิญกับความกระตือรือร้นของครูวิชาต่างๆ สีหน้าของติงหรงกลับแข็งทื่อ
ฮ่าๆ... ซวยแล้วไงกู...
[จบแล้ว]