- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 52 - ลูกผู้ชายตัวจริง
บทที่ 52 - ลูกผู้ชายตัวจริง
บทที่ 52 - ลูกผู้ชายตัวจริง
บทที่ 52 - ลูกผู้ชายตัวจริง
☆☆☆☆☆
เช้าตรู่ เช้าตรู่ในทางกายภาพ
ไจ๋ต๋ามองนาฬิกา ตีห้า
นิ้วเคาะผนังเบาๆ ได้ยินเสียงลู่เวยตอบกลับมาว่า "ตื่นแล้ว"
ไจ๋ต๋าขยี้ตา "ล้างหน้าแปรงฟัน"
"อื้อ"
"เอ่อ เข้ามาช้าสักนาทีนะ ฉันขอเข้าห้องน้ำก่อน"
ผู้ชายที่ตื่นมาแล้วสิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การฉี่ มีอยู่กรณีเดียว
เขาถึงวัยที่ต้องลุกมาฉี่ตอนกลางคืนแล้ว
หลังจากระบายน้ำออกจนแห้ง ไจ๋ต๋าก็เปิดประตูห้องน้ำอีกครั้ง ลู่เวยมายืนรอหน้าประตูแล้ว
เธอเพิ่งตื่นนอน สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้น ผิวขาวจัดเข้ากันดีกับแสงสลัวยามเช้า มือขวาถือแก้วน้ำพลาสติกของตัวเอง
มือซ้ายยื่นแปรงสีฟันอันใหม่มาให้
ไจ๋ต๋ารับมาอย่างงงๆ
"แปรงของนาย ขนมันบานหมดแล้ว... ฉันเลยซื้ออันใหม่มาให้"
ไจ๋ต๋าเพ่งมองครู่หนึ่ง เป็นเกรดค่อนข้างดีทีเดียว ซื้อร้านโชห่วยก็น่าจะเจ็ดแปดหยวน
เขาเปลี่ยนอันใหม่อย่างรวดเร็ว บีบยาสีฟันใหม่ แล้วหยิบแปรงของลู่เวยจากแก้วของเธอมาบีบยาสีฟันให้ด้วย
"วันหลังเอาแก้วเธอวางไว้ในนี้แหละ กว่าจะเปิดเทอมมหาลัยอีกตั้งหลายเดือน ถือไปถือมาทำไม"
ลู่เวยพยักหน้าอย่างลังเล
ทั้งสองคนยืนแปรงฟันเงียบๆ หน้ากระจกไปด้วยกันแบบนั้น
ปกติอาจเพราะมีอวี๋เสี่ยวลี่อยู่ด้วย ทั้งคู่เลยพยายามเลี่ยงการใช้ห้องน้ำพร้อมกัน แม้จะเป็นเรื่องเด็กดีมีสุขอนามัยอย่างการแปรงฟันล้างหน้า แต่นี่เป็นครั้งแรก
แปรงไปทีละที จังหวะดันตรงกันอย่างน่าประหลาด
ประมาณตีห้าครึ่ง ทั้งสองคนก็ล้างหน้าล้างตาเสร็จอย่างเงียบเชียบ ทิ้งโน้ตไว้ว่า "ผมพาลู่เวยไปวิ่งออกกำลังกาย" แล้วสะพายกระเป๋าออกจากบ้าน
แสงแดดเย็นเยียบ เหมือนมีหมอกจางๆ แม้แต่อากาศยังเจือความชื้นที่หนาวเหน็บ
ไจ๋ต๋าเอามือลูบหมอกมาถูหน้า เรียกสติกลับมาได้ชั่วครู่
จากนั้นก็พาลู่เวยมุ่งหน้าไปทางทิศตรงข้ามกับโรงเรียน
เมื่อคืนวางแผนกันแล้ว วันนี้ก็ต้องรีบลงมือทันที ถึงกำหนดการสมัครจะเหลืออีกสามวัน แต่ใครจะรู้ว่าอาจจะไปติดแหง็กที่ขั้นตอนไหน แล้วต้องรอไปอีกปีก็ได้
บนถนนตอนตีห้าแทบไม่มีคน มีแต่หมาจรจัดสองสามตัวที่เดินเล่นด้วยตัวเอง พอเห็นพวกเขาก็หยุดมอง
จนกระทั่งไจ๋ต๋าเห็นแผ่นหลังมหึมาแผ่นหนึ่ง ก็หยุดมองบ้าง
ลู่เวยเห็นเขาหยุด ก็หยุดยืนอยู่ข้างหลัง
"เพื่อนเหรอ"
ไจ๋ต๋าพยักหน้า "อืม"
ฟ่านจวิ้นเหว่ย
ไจ๋ต๋าจำหุ่นไซส์ยักษ์นั่นได้แม่น ทั่วทั้งอำเภอตงหยางมีซ้ำกันไม่กี่คนหรอก แถมฝ่ายนั้นยังใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนมัธยมเหมาฝ่างด้วย
ฟ่านจวิ้นเหว่ยหันหลังให้ไจ๋ต๋า ถือไม้กวาดทางมะพร้าว กวาดพื้นอย่างคล่องแคล่วว่องไว
ปากทางตรงนี้เหมือนจะมีแผงลอยมาตั้งเมื่อคืน บนพื้นเกลื่อนไปด้วยไม้เสียบลูกชิ้น แก้วกระดาษ ถุงพลาสติก บนถนนยางมะตอยแข็งๆ ยังมีคราบน้ำมันเป็นหย่อมๆ
ดูจากปริมาณขยะแล้ว พวกเขาคงไม่ต้องเปิดเพลง "ชีวิตยังคงสวยงาม" บิ้วอารมณ์หรอก
ฟ่านจวิ้นเหว่ยโกยขยะไปกองรวมกันด้านหนึ่ง แล้วหิ้วถังน้ำราดลงบนคราบน้ำมัน น้ำนั้นมีฟองสบู่เล็กน้อย แล้วเขาก็ใช้ไม้กวาดขัดล้างต่อ
ตั้งใจมาก เงียบเชียบ และชำนาญ
ไม้กวาดตวัดฝุ่นและละอองน้ำ เปียกขากางเกงนักเรียนเล็กน้อย รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่ดูสีเดิมไม่ออกเต็มไปด้วยจุดโคลนเล็กๆ
สุดถนน รถสามล้อของพนักงานกวาดถนนขี่เข้ามา ท้ายรถมีถังขยะใบใหญ่เขย่าไปมา
คนขี่เป็นหญิงชราตัวผอมเกร็ง ดูสูงแค่ร้อยห้าสิบ รถสามล้อไม่ใช่ระบบไฟฟ้า เลยต้องออกแรงถีบอย่างยากลำบาก
หญิงชราจอดรถ ดึงพลั่วเหล็กที่วางพาดอยู่ในกระบะออกมา ตักขยะที่ฟ่านจวิ้นเหว่ยโกยไว้ขึ้นรถ ส่วนฟ่านจวิ้นเหว่ยตะโกนบอก "ย่า ระวังเอวนะ"
แล้วเขาก็อุ้มถังขยะใบสูงเมตรกว่า วางไว้ริมถนน
จังหวะนั้น สายตาก็ประสานกับไจ๋ต๋าที่อยู่อีกฝั่งถนนพอดี
สายตาของไจ๋ต๋าซับซ้อนขึ้นมาทันที ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่ากลิ่นแปลกๆ บนตัวฟ่านจวิ้นเหว่ยมาจากไหน... และทำไมถึงนอนไม่พอทุกวัน
เขาคิดว่าฟ่านจวิ้นเหว่ยจะเขินอาย จะโกรธกลบเกลื่อน หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก
แต่ฟ่านจวิ้นเหว่ยไม่มีความลังเล เขายิ้มและโบกมือให้ทันที
"ตื่นเช้าจัง? มาวิ่งเหรอ"
ไจ๋ต๋ายิ้มและโบกมือตอบเช่นกัน
"ไปร้านเกมน่ะ"
ฟ่านจวิ้นเหว่ย: ...
เขาสงสัยเรื่องลู่เวยที่อยู่ข้างหลังไจ๋ต๋านิดหน่อย แต่เพราะไม่ใช่คนชอบสอดรู้สอดเห็น เลยไม่ได้ถามมากความ
หญิงชราคนนั้นก็มองมาเหมือนกัน ไจ๋ต๋าพยักหน้าน้อยๆ "สวัสดีครับคุณย่า"
ถือเป็นการทักทายผู้ใหญ่จากระยะไกล ลู่เวยก็ทำตามอย่างว่าง่าย
จากนั้นทั้งสองคนก็เลี้ยวซ้ายตรงแยก
รู้สึกเหมือนว่า ฟ่านจวิ้นเหว่ยบนท้องถนน กับฟ่านจวิ้นเหว่ยในโรงเรียน...
ดูชัดเจนกว่า มีชีวิตชีวากว่า
เขาไม่ใช่ "เพื่อนร่วมชั้น" ที่วันๆ เอาแต่นอนฟุบโต๊ะและมีกลิ่นตัวแปลกๆ อีกต่อไป
แต่เป็น... ลูกผู้ชายตัวจริง
"เสี่ยวเหว่ย นั่นใครน่ะ~" หญิงชราถามด้วยสำเนียงท้องถิ่นจ๋า
ฟ่านจวิ้นเหว่ยมองแผ่นหลังของทั้งคู่ แล้วตอบเป็นภาษาถิ่นเช่นกัน "เพื่อนที่โรงเรียนครับ"
หญิงชรากลับไม่ได้ดีใจ แต่กลับดูเศร้าลง "ย่าบอกแล้วว่าไม่ต้องมาช่วย เดี๋ยวเพื่อนเห็นเข้าจะหัวเราะเยาะเอา!"
ฟ่านจวิ้นเหว่ยส่ายหน้า "ไจ๋ต๋า... น่าจะไม่หรอก"
ส่วนทำไม เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
พูดจบ ฟ่านจวิ้นเหว่ยก็ยกถังขยะต่อ ถังขยะพลาสติกสีดำหนาหนักพวกนี้ อยู่ในอ้อมกอดเขาแล้วดูไม่หนักเลยสักนิด
หญิงชรามมองร่างกำยำของหลานชาย ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"หลานย่าแรงเยอะจริงๆ! หุ่นนี่มันบึกบึน!!"
ฟ่านจวิ้นเหว่ยยิ้มตาม "แน่นอน! ข้าวที่กินไปไม่ได้เสียเปล่านะ! ย่าพักอยู่ข้างๆ เถอะ ก่อนหกโมงผมจัดการเสร็จแน่นอน!"
หญิงชราก็ไม่ยอมอยู่เฉย ไม้กวาดขยับทีละนิด ปัดกวาดสิ่งสกปรกของเมือง ปากก็พึมพำกับตัวเอง
"ปู่เอ็งสูงร้อยเจ็ดสิบ พ่อเอ็งร้อยแปดสิบ เสี่ยวเหว่ยร้อยเก้าสิบ..."
"ปู่เอ็งไม่ได้เรียนหนังสือ พ่อเอ็งจบ ม.ต้น เสี่ยวเหว่ยอยู่ ม.ปลาย แล้ว! นั่นมันปัญญาชนนะ!"
"บ้านเราคนไม่เยอะ แต่บ้านเราจะยิ่งอยู่ยิ่งดี ยิ่งอยู่ยิ่งสบายนะ~"
——————
ไจ๋ต๋าพาลู่เวยเดินต่อมาอีกหนึ่งแยก มาหยุดอยู่ที่หน้า "ร้านอินเทอร์เน็ตซาบาค์"
จากชื่อก็พอดูออกว่าเถาก่อนเจ้าของร้านเล่นเกมอะไร นี่เป็นร้านเกมที่ใกลบ้านไจ๋ต๋าที่สุดในอำเภอตงหยาง
ก่อนจะมาเกิดใหม่ไจ๋ต๋าก็เป็นขาประจำที่นี่ ไม่ถึงกับติดงอมแงม แต่อาทิตย์นึงต้องมาสักสามครั้ง แรกสุดก็ยิง CS (Counter-Strike) หลังๆ ก็เปลี่ยนมาเล่นออดิชั่นเพื่อจีบสาว (ออนไลน์) แต่มือไม้ไม่สัมพันธ์กันเล่นไม่รุ่ง ชุดแฟชั่นก็ไม่มีเงินเติมไม่มีปัญญาแต่ง
สุดท้ายก็โดน "แฟม" (Family/Clan) เตะออกมา
ไม่ใช่แก๊ง "ซั่งอ้าย" หรอกนะ ชื่อ "£วิญญาณメนรกแตก彡" อะไรสักอย่าง ไจ๋ต๋าอ่านชื่อแฟมตัวเองไม่ถูกจนกระทั่งโดนเตะออกนั่นแหละ
ถ้านับรวมชาติที่แล้วด้วย เขาไม่ได้เข้าร้านเกมแบบนี้มาแปดปีแล้ว
หันไปมองลู่เวย ฝ่ายนั้นน่าจะไม่เคยเข้ามาร่วมสิบแปดปี...
"ข้างในกลิ่นจะตุๆ หน่อยนะ"
ลู่เวยพยักหน้า กลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ น่ารักชะมัด
พอเดินเข้าไปในร้าน กลิ่นอับจากการเหมาร้านโต้รุ่งก็พุ่งกระแทกจมูก กลิ่นตีน กลิ่นอับ กลิ่นคราบน้ำมันบุหรี่เก่าเก็บ กลิ่นข้าวกล่องปิ้งย่าง
เขาพอจะรู้แล้วว่าลูกค้าหลักของแผงลอยตรงหัวมุมถนนเมื่อกี้คือใคร
จมูกลู่เวยขยับยุกยิก แต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก เหม็นแต่ทนได้
คนคุมร้านเป็นหนุ่มอายุยี่สิบกว่าๆ ไจ๋ต๋าจำได้ลางๆ ว่าน่าจะชื่อ "พี่ไห่" ดูหน้าตาไม่แก่กว่าพวกเขาเท่าไหร่ แต่จริงๆ จบ ม.ต้นก็ไม่ได้เรียนต่อ ทำงานมาเกือบสิบปีแล้ว
ใส่แว่นดูเหมือนเด็กเรียน แต่ไจ๋ต๋ารู้ว่าคนนี้สายนักเลง ต่อยตีโหดเหี้ยมแถมแรงเยอะ เหมือนจะเล่นกล้ามด้วย
สำหรับพี่ไห่ ไจ๋ต๋าเพิ่งหายหน้าไปแค่ครึ่งเดือน เขาทักทายอย่างกระตือรือร้น "ไอ้ต๋า หายไปนานเลยนะ! ลมอะไรหอบมาเนี่ย!"
เห็นเด็กผู้หญิงข้างหลังไจ๋ต๋า พี่ไห่ก็แปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้
จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองแก่แล้ว... ไจ๋ต๋ามาเล่นเน็ตที่นี่ตั้งแต่ประถม ตอนนั้นเขาก็เพิ่งสิบห้าสิบหก
ตอนนี้โตกันหมดแล้วแฮะ... มีฝีมือเหมือนกันนี่หว่า แฟนสวยเชียว
มาเล่นเกมตอนหกโมงเช้า... มาจากที่ไหนคงไม่ต้องเดา คงไม่ใช่มาจากบ้านหรอกมั้ง?
[จบแล้ว]