- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 46 - ลูกไม้พื้นฐานของคนสื่อ
บทที่ 46 - ลูกไม้พื้นฐานของคนสื่อ
บทที่ 46 - ลูกไม้พื้นฐานของคนสื่อ
บทที่ 46 - ลูกไม้พื้นฐานของคนสื่อ
☆☆☆☆☆
"เถียนเถียน สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์งานประกวดนิยายจิ๋วเสร็จหรือยัง? ลิซ่าเร่งแล้วนะ"
ปักกิ่ง เขตเฉาหยาง ในตึกสำนักงานแห่งหนึ่ง หลี่เถียนเถียนรีบตอบกลับ "ไม่ใช่ปิดต้นฉบับพรุ่งนี้เหรอคะ?"
"ลิซ่าน่ะเธอรู้ดี เปลี่ยนเป็นวันนี้แล้ว เที่ยงคืนต้องขึ้นเว็บ"
นักศึกษาฝึกงานของซินลั่ง สวมแว่นตาทรงกลม หน้าตาจิ้มลิ้ม ดูตื่นตระหนก ในฐานะหนึ่งในบริษัทที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้ การแข่งขันของเด็กฝึกงานที่ซินลั่งดุเดือดมาก โอกาสทำงานหายาก
เด็กจบอักษรศาสตร์หางานยากจะตาย
จริงๆ แล้วการสัมภาษณ์หลังจบงาน "ประกวดนิยายจิ๋ว" เป็นแค่งานเล็กๆ ไม่งั้นคงไม่โยนให้เด็กฝึกงานทำ แต่คนเคยทำงานจะรู้ดี...
งานเล็กทำดี เสมอตัว
งานเล็กทำพัง โดนยิงเป้า
เธอรีบเปิดอีเมล โชคดีที่ "กวางน้อย" ที่ติดต่อไว้ก่อนหน้านี้ตอบกลับมาแล้ว แต่ระบุว่าต้องหลังสามทุ่มถึงจะสะดวกคุย
หลี่เถียนเถียนขยับแว่น สามทุ่มมันดึกไปหน่อย... ต่อให้เธอยอมทำโอที ก็คงไม่ทันเส้นตายของลิซ่า
ดูเวลา... หนึ่งทุ่ม เป็นเวลาเลิกงานของคนส่วนใหญ่ในประเทศแล้ว ลองโทรไปดูละกัน
หลี่เถียนเถียนลองกดเบอร์โทรศัพท์ โทรออกไป
ตัวเธอเองก็สนใจนักเขียนคนนี้อยู่เหมือนกัน นิยายจิ๋วของเขาภาษาลึกซึ้ง คำสวยงาม สั้นกระชับแต่กินใจ ได้คะแนนโหวตท่วมท้นจากทั้งกรรมการมหาชนและผู้เชี่ยวชาญ
เรียกได้ว่าชนะขาดลอย
เธอจำได้ว่าอาจารย์คณะอักษรฯ ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งที่เป็นกรรมการท่านหนึ่งยังถามเลยว่าใช่นักเขียนอาชีพคนไหนเขียนหรือเปล่า พูดให้ถูกคือจะเรียกว่า "นิยายจิ๋ว" ก็ได้ หรือถ้าจัดเรียงบรรทัดใหม่ ก็เป็น "บทกวี" ชั้นเยี่ยมได้เหมือนกัน
ตอนนั้นเธอเองก็อ่านซ้ำไปหลายรอบ ถึงขั้นแคปท่อนหนึ่งมาตั้งเป็นภาพพื้นหลังมือถือหลังจากประกาศผล
"ดวงอาทิตย์จมดิ่งลงสู่ทะเลสีส้ม สายลมยามเย็นหลงทางอยู่ในป่าคอนกรีต"
โทรศัพท์ขึ้นว่ากำลังเชื่อมต่อ
เสียง "ตู้ด" ยังไม่ทันดัง ก็ตัดไปแล้ว
หลี่เถียนเถียนมองมือถืออย่างงงๆ... เร็วไปไหม เหมือนสัญญาณไม่ดีมากกว่าโดนตัดสาย
เลยโทรไปใหม่
ผลเหมือนเดิม
โทรครั้งที่สาม ในที่สุดก็มีคนรับ
"เป็นบ้าเหรอ? ใครวะ!"
หลี่เถียนเถียนรีบพูด "สวัสดีค่ะ ใช่คุณครู 'นักสำรวจใต้ผ้าห่ม' ไหมคะ?"
"ค่อยโทรมาใหม่ ผมเรียนภาคค่ำอยู่"
แล้วสายก็ตัดไป
หลี่เถียนเถียนถือมือถือค้าง นึกว่าตัวเองหูฝาด
เมื่อกี้เขาว่าไงนะ? เรียนภาคค่ำ?
ฟังผิดมั้ง คงบอกว่ายุ่งอยู่?
ทรมานรอไปอีกสองชั่วโมง หลี่เถียนเถียนเรียบเรียงคำถามที่จะสัมภาษณ์ ชงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินในห้องชงกาแฟ เอาหน้าม้าที่เริ่มมันเยิ้มทัดหู ในที่สุดเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสามทุ่ม
โทรศัพท์ถูกต่อสายอีกครั้ง คราวนี้รอนานหน่อยกว่าจะรับ
"สวัสดีค่ะ ใช่คุณครู 'นักสำรวจใต้ผ้าห่ม' ไหมคะ ฉันทีน่า นักข่าวจากซินลั่งค่ะ"
"พูดภาษาคน"
"เอ่อ... ฉันหลี่เถียนเถียน นักข่าวซินลั่งค่ะ"
"ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้โทรหลังสามทุ่ม?"
เสียงปลายสายฟังดูเด็กมาก เด็กจนหลี่เถียนเถียนตกใจ "ขอโทษค่ะ พอดีต้องปิดต้นฉบับคืนนี้ ไม่ทราบว่าสะดวกให้สัมภาษณ์ตอนนี้เลยไหมคะ?"
ปลายสาย เสียงเด็กหนุ่มตอบกลับมา "ผมกำลังเดินกลับบ้าน ให้เวลาสิบนาทีพอได้"
สรุปว่าเป็นนักเรียนเหรอ... พรสวรรค์น่าทึ่งจริงๆ! อายุแค่นี้เขียนงานระดับนี้ได้?
ถ้าเป็นเด็กมหาวิทยาลัยยังพอว่า ถ้าเป็นเด็กมัธยม...
หลี่เถียนเถียนสัมผัสได้ถึงองค์ประกอบข่าวสามประการทันที
ตะลึง! ตะลึง! และตะลึง!
อย่าว่าแต่ข่าวเก็บตกกิจกรรมเลย ข่าวนี้เอาขึ้นหน้าหนึ่งซินลั่งยังได้ นี่จะเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเด็กฝึกงานอย่างเธอ
หลี่เถียนเถียนจับปากกาแน่น เตรียมขุดคุ้ยเบื้องลึกเบื้องหลัง
"เนื่องจากเป็นการคุยกันครั้งแรก รบกวนแนะนำตัวคร่าวๆ หน่อยได้ไหมคะ? ชื่อ อาชีพ อะไรทำนองนี้"
"ชื่อไม่บอกละกัน ใช้นามปากกานั่นแหละ อาชีพนักเรียน"
"นักศึกษามหาวิทยาลัยเหรอคะ?"
"นักเรียนมัธยม"
หลี่เถียนเถียนตื่นเต้นสุดขีด! รีบเจาะลึกทันที!
"ขอถามหน่อยค่ะว่ามีแรงบันดาลใจอะไร ถึงได้สนใจ 'การประกวดนิยายจิ๋ว' คะ?"
"ไม่ได้สนใจ เพื่อนส่งให้"
"ปกติชอบเขียนงานเหรอคะ?"
"เปล่า นานๆ ทีเขียนเรียงความส่งครู"
การสนทนาสั้นกระชับ นักเรียนมัธยมคนนั้นไม่ได้ตื่นเต้นที่โดนนักข่าวสัมภาษณ์เลยสักนิด คำถามชี้นำบางอย่างก็โดนปัดทิ้งแบบส่งๆ
โดยเฉพาะพอรู้ว่าเรื่อง "โอนเงิน" ไม่เกี่ยวกับหลี่เถียนเถียน ความสนใจในการคุยก็ลดฮวบอย่างเห็นได้ชัด
แค่สิบนาที เด็กหนุ่มก็บอกว่าถึงบ้านแล้ว และวางสายไป
แต่หลี่เถียนเถียนก็ได้ข้อมูลมามากพอสมควร ภายใต้การ "ใส่สีตีไข่" อย่างสมเหตุสมผล เธอก็เริ่มเขียนข่าว
ในยุคนี้ "ข่าว" ไม่ใช่เรื่องเคร่งขรึมอีกต่อไป มันเป็นแค่พาหนะดึงดูดความสนใจของสาธารณชน
"เด็กหนุ่มจากอำเภอเล็กๆ ในมณฑลซ่านจวง กลับเขียนงานที่ชวนขบคิดได้ลึกซึ้ง ระบบการศึกษาฝังกลบอัจฉริยะจริงหรือ"
"ผลการเรียนธรรมดา แต่กลับได้รับคำชมเชยจากศาสตราจารย์คณะอักษรฯ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ยังมีอัจฉริยะแบบนี้อีกเท่าไหร่... ทำไมครูที่โรงเรียนถึงมองไม่เห็นดาวรุ่งดวงใหม่!"
ข่าวน่ะ ถ้าเขียนเรียบๆ ใครจะอ่าน? ไม่งั้นจะมีนักข่าวกับสื่อไว้ทำไม?
"ผลการเรียนธรรมดา" เธอเดาเอา "ได้รับการยอมรับจาก ม.ปักกิ่ง" ก็แค่ถามไปงั้นๆ
"โดนระบบการศึกษาฝังกลบ"... นี่มันลูกไม้พื้นฐานไม่ใช่เหรอ?
ขอแค่เด็กทำเรื่องยิ่งใหญ่ได้ โยงเข้าประเด็นนี้รับรองไม่ผิด
หลี่เถียนเถียนไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิดตรงไหน
เสียงรัวแป้นพิมพ์หยุดลง หลี่เถียนเถียนอ่านทวนดูแล้วพอใจมาก แต่รู้สึกว่าขาดอะไรไปหน่อย
สุดท้ายสมองก็แล่น เติมไปอีกประโยค: "เขาจะเป็น 'หานหาน' คนที่สองหรือไม่?"
แล้วแก้พาดหัวข่าวเป็น: "เด็กหนุ่มบ้านนอกคว้าแชมป์นิยายจิ๋ว อัจฉริยะสไตล์หานหานที่ถูกลืมอีกคน?"
เพอร์เฟกต์! รสชาตินี้แหละใช่เลย!
วิชาการสื่อสารระดับตำราเรียน!
แล้วก็แนบรูป "ชีวิตประจำวัน" ที่ "กวางน้อย" ส่งมาให้
รูป "ชีวิตประจำวัน" ที่ว่า คือรูปที่ไจ๋ต๋ากับลู่ซือเหวินถ่ายเล่นตอนเดินไปโรงเรียน มีแต่มือถือ N96 ของลู่ซือเหวินเท่านั้นที่ถ่ายได้ชัดขนาดนี้
เพราะไจ๋ต๋าไม่ได้ใส่ใจ เลยให้ลู่ซือเหวินถ่ายแผ่นหลังตอนเดินไปโรงเรียนมาส่งๆ
ธรรมดามาก ไม่หล่อ และไม่เห็นหน้า
แต่พอประกอบกับข้อความของหลี่เถียนเถียน กลับสร้างบรรยากาศ "อ้างว้าง" ขึ้นมาได้
ราวกับเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ แต่โลกไม่เข้าใจ
ยิ่งรูปธรรมดา ประกอบกับคำบรรยายเว่อร์วัง ยิ่งสร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจไม่ใช่เหรอ?
เพราะไอเดียพรั่งพรูเหมือนท่อแตก หลี่เถียนเถียนเลยเขียนลื่นไหลมาก แป๊บเดียวก็ส่งให้ลิซ่าตรวจ
แผนกข่าวเน้น "ความสดใหม่" อยู่แล้ว ถึงจะดึกแต่ข่าวนี้ก็ผ่านฉลุย และท่ามกลางความตื่นเต้นของหลี่เถียนเถียน มันก็ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์อย่างสวยงาม
แถมยังเป็น... หน้าแรกของพอร์ทัล! ได้ตำแหน่งดีซะด้วย!
ส่วนจะอยู่ได้นานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับยอดคลิกและกระแสตอบรับ แต่สำหรับเด็กฝึกงาน นี่คือผลงานชิ้นโบแดงแน่นอน
หลี่เถียนเถียนนอนตื่นเต้นอยู่ในผ้าห่มจนนอนไม่หลับ มือสั่นไปทั้งคืน
(จบตอน)