- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 16 - ชิบหายแล้ว!
บทที่ 16 - ชิบหายแล้ว!
บทที่ 16 - ชิบหายแล้ว!
บทที่ 16 - ชิบหายแล้ว!
☆☆☆☆☆
"เบอร์สิบสาม เอาไฟแช็กไหม?"
ในร้านโชห่วยซอมซ่อ เถ้าแก่ร้านมือกระพือพัด สายตาไม่ละจากทีวีเลยสักวินาที
บนจอกำลังฉายรายการ "X-Change" (รายการสลับลูกคนจนคนรวย)
เห็นลูกเศรษฐีในเมืองถูกส่งไปชนบทแล้วอาละวาดปาข้าวของ เถ้าแก่ก็อดบ่นอุบไม่ได้ว่าสังคมมันเสื่อมทราม
สมควรแล้วที่ต้องให้พวกคนรวยไปลองลำบากดูบ้าง
เด็กสาวร่างผอมบางส่ายหน้า ล้วงธนบัตรยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋า นับอย่างตั้งใจวางลงบนโต๊ะ แล้วหยิบซองบุหรี่ "ลี่ฉวินสีเทา" นั้นขึ้นมาหันหลังกลับ
จังหวะพอดีกับที่เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า
ไจ๋ต๋าถามอย่างแปลกใจ "เธอสูบบุหรี่?"
ลู่เวยรีบซ่อนซองบุหรี่ไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ นิ้วเรียวยาวกำแน่น "ไม่ได้สูบ"
"เอาไปเขี่ยไพ่บุหรี่?"
ลู่เวยเงียบ
ฟังไม่รู้เรื่อง
ไจ๋ต๋ามองซ้ายมองขวา "บ้านเธออยู่ซุนหม่าจวง (หมู่บ้านม้าหลานซุน) ไม่ใช่เหรอ? ทำไมดึกป่านนี้มาอยู่ที่นี่?"
"คือซุนหม่าจวง... วันนี้มีธุระ ต้องไปโรงทอหนึ่ง"
โรงทอหนึ่ง หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "ต้าเหมา" (ขนใหญ่) อยู่เยื้องๆ กับ "ซานเหมา" (ขนสาม) บ้านไจ๋ต๋า เป็นชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาโรงทอทั้งหลาย เกินครึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว
ไจ๋ต๋าเดาว่าคงมาส่งของให้โรงงานทอผ้าอีกนั่นแหละ เขามีเรื่องจะคุยกับเธอพอดี คราวก่อนไม่ได้แอด QQ เจอในเมืองแบบนี้ก็ประจวบเหมาะ
"ไปสิ ทางเดียวกัน"
ลู่เวยลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าในรองเท้าผ้าใบตามไป
จังหวะก้าวสลับกระโดดนิดๆ เร่งความเร็วเพื่อตามไจ๋ต๋าให้ทัน แผ่นหลังนั้นดูเริงร่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ในร้านโชห่วย รายการทีวีตัดภาพไปที่มุมมองของเด็กชนบท เถ้าแก่ส่ายหน้า "รายการนี้ก็ใจร้ายชะมัด เด็กกลับไปจะทำยังไง ให้เห็นความหวังนิดนึง สุดท้ายก็ปลอมเปลือกทั้งนั้น..."
ไจ๋ต๋าชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย
"เธอมาถึงนี่ งั้นแม่ฉันก็เลิกงานแล้วสิ?"
"ครูอวี๋กลับทีหลังฉัน แต่ก็น่าจะเลิกแล้ว..."
"ลูกศิษย์กลับก่อนอาจารย์ เธอไม่อยากก้าวหน้าแล้วเหรอ~"
"ก้าวหน้า?"
"เรียนวิชาจากแม่ฉัน ก็ต้องมีของกำนัลหน่อยไหม?"
ลู่เวยทำท่าครุ่นคิด... แล้วพยักหน้านิดๆ
"ครูอวี๋ ดีมาก... แต่ฉันไม่มีอะไรจะให้ครูเลย..."
ไจ๋ต๋าจู่ๆ ก็ฉุกคิดถึงป้ายเกียรติยศหน้าโรงเรียน และสถานะรุ่นพี่ของลู่เวย ไตร่ตรองดูแล้วก็เลือกที่จะไม่ถาม
ไม่ว่าเรื่องราวเบื้องหลังจะเป็นยังไง มันคงไม่ใช่เรื่องราวที่สวยหรู การไปเปิดแผลเป็นคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ใช่เรื่องฉลาด
ในมุมมองของผู้ใหญ่ เมื่อคุณบังเอิญล่วงรู้ความลับของใคร... เรื่องนั้นก็ควรจะกลายเป็นความลับต่อไป
ไม่ใช่ไปซักไซ้ไล่เลียง
เหมือนตอนทำงานก่อนถูกหวย เขาบังเอิญรู้ว่าผู้จัดการโครงการเป็นกิ๊กกับเจ้านาย เขาก็เก็บความลับนี้ไว้เงียบกริบ
จนกระทั่งโดนจับเป็นแพะรับบาปไล่ออกนั่นแหละ ถึงได้ส่งข่าวไปบอกภรรยาของทั้งคู่แบบเงียบๆ
ชุมชนต้าเหมาอยู่ไม่ไกลจากร้านโชห่วยที่เจอกัน เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง หลักๆ คือใกล้บ้านไจ๋ต๋าด้วย
ชุมชนนี้โทรมยิ่งกว่าซานเหมาบ้านเขา มองจากประตูข้างเข้าไป ไม่มีไฟถนนสักดวง มืดจนมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง
ลู่เวยเผชิญหน้ากับตรอกมืดมิดไร้จุดจบนี้ กลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือลังเล หันมาบอกไจ๋ต๋าว่า "งั้นฉันไปนะ"
ไจ๋ต๋ายักคิ้ว "ไม่กลัวความมืด?"
ลู่เวยส่ายหน้าโดยไม่ลังเล
ตามตรรกะผู้หญิงทั่วไป ไม่ควรจะทำท่าน่าสงสารขอให้เขาเดินไปส่งหน่อยเหรอ?
ช่างเถอะ ไม่ได้จะจีบสาว จะไปทำตัวเป็นพระเอกซีรีส์ทำไม
เมื่อคุณมีประสบการณ์ดูตัวมาอย่างโชกโชนจะพบว่า การลงทุนด้วยอารมณ์ความรู้สึกคือต้นทุนที่แพงที่สุด
ไม่ใช่เงิน
กำลังจะหันหลังกลับ เสียงเย็นยะเยือกก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
"เสี่ยวต๋า ไม่ไปส่งน้องหน่อยเหรอ?"
ไจ๋ต๋าตกใจแทบกระโดด หันขวับไปดู ปรากฏว่าเป็นคุณนายอวี๋ที่โผล่มาตอนไหนไม่รู้
"เชี่ยยยย! แม่มาไงเนี่ย!"
อวี๋เสี่ยวลี่ทำหน้าขรึม "มาตั้งแต่สองแยกที่แล้ว"
นี่มันรสนิยมวิปริตอะไร แอบตามดูลูกชายเดินจีบสาวกับเพื่อนร่วมงานตัวเองเหรอ?
"เสี่ยวต๋า ผู้ชายต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษ ข้างในมืดขนาดนั้น ลูกเดินไปส่งเสี่ยวลู่หน่อย ผู้หญิงคนเดียวอันตราย"
ไจ๋ต๋าคิดในใจ มืดขนาดนี้ ผู้ชายเดินเข้าไปก็อันตรายเหมือนกันไหมแม่?
ลู่เวยรีบทักทาย "สวัสดีค่ะครูอวี๋"
อวี๋เสี่ยวลี่ยิ้มรับ แล้วเปลี่ยนหน้าในวินาทีต่อมา หันมาสั่งไจ๋ต๋าด้วยน้ำเสียงรังเกียจเน้นย้ำ "รีบไปสิ"
สายตาประมาณว่า: ฉันสอนแกมายังไงฮะ?
ไจ๋ต๋าเถียงในใจ แม่สอนว่าห้ามมีความรักในวัยเรียนไง...
เอาเถอะๆ แม่สั่งมาแล้ว ก็ต้องไป
ลู่เวยยืนทำตัวไม่ถูก ไจ๋ต๋าก็คว้าแขนเสื้อเธอเดินลากเข้าไปข้างในแล้ว
มองดูแผ่นหลังของทั้งคู่ อวี๋เสี่ยวลี่แม้จะห่วงนิดหน่อย แต่รอยยิ้มมีมากกว่า
สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก่อนต้องเน้นเรียน เลยต้องกันท่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่ว่า... ไม่มีเรื่องเรียนแล้วเหรอ...
หนูลู่เวยคนนี้ สองสามวันที่ผ่านมาเธอเห็นในโรงงาน ยิ่งมองยิ่งถูกชะตา ถึงจะไม่ผลักไสไจ๋ต๋าให้ไปจีบ แต่สร้างโอกาสให้นิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่เลวนะ
———
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ที่ป้ายรถเมล์ไร้ผู้คน
หลินซูเหยาหยุดยืนหน้าป้าย แสงไฟสะท้อนบนผมเงางามเป็นเงาสลวย
รถเมล์สาย 28 มาทุก 20 นาที ทุกคืนก็รอแบบนี้เหมือนเดิม
แต่คืนนี้ ต้องไม่เหมือนเดิม
เรื่องบางเรื่อง ต้องพูดให้ชัดเจน
หลินซูเหยาทัดผมที่หูเบาๆ เผยให้เห็นติ่งหูสีชมพูระเรื่อ
"ไจ๋ต๋า ทางกลับบ้านนาย ควรจะเลี้ยวซ้ายตั้งแต่แยกที่แล้วไม่ใช่เหรอ?"
ข้างหลังเงียบกริบ
ก็แหงล่ะ เดินตามผู้หญิงที่ชอบมาตลอดทาง จู่ๆ โดนจับได้ ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา
ไม่รู้ทำไม หลินซูเหยาเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
สูดลมหายใจเข้าอย่างน่ารัก พูดประโยคที่คิดมาตลอดทางตามเป้าหมาย:
"ไจ๋ต๋า... จริงๆ ฉันก็ไม่ได้เกลียดนายนะ ฉันว่านาย... เป็นคนพิเศษ วันนั้นฉันแค่ตกใจที่เห็นจดหมายรัก..."
"ผู้หญิงเรา จะไปตอบรับความชอบของคนอื่นง่ายๆ ไม่ได้หรอก..."
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธนายต่อหน้าคนอื่นนะ แล้วก็ไม่เคยเอารูปไปลง QQ โซน หรือเหรินเหรินด้วย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น..."
ลมยามค่ำคืนพัดผ่าน พาเอาความร้อนบนใบหน้าเด็กสาวจางหายไป แม้แต่ตัวเธอเอง พูดบทพวกนี้ยังรู้สึกแสบๆ ร้อนๆ เลย
ในหัวจินตนาการฉากละครไอดอลไปต่างๆ นานา...
"ไจ๋ต๋า จริงๆ ฉันก็รู้สึกดีกับนายนะ ขอแค่นายพยายามอีกนิด ถ้าเราสอบติดมหาลัยเดียวกัน ฉันจะเป็นแฟนนาย ตกลงไหม?"
หลินซูเหยาปล่อยอัลติ เธอมั่นใจว่าไม้ตายนี้จะทำให้ไจ๋ต๋ากลับมาหลงเธอหัวปักหัวปำ
แล้วทีนี้เธอจะทำอะไรก็ได้แล้ว!
ไจ๋ต๋าที่อยู่ข้างหลัง ตอนนี้คงตื่นเต้นจนตัวสั่นแล้วมั้ง?
หลินซูเหยาไขว้มือไว้ข้างหลัง หมุนตัวกลับมาด้วยท่วงท่าที่คิดว่าสง่างามที่สุด ความเขินอายผสมกับความดัดจริต หรืออาจจะเพราะซาบซึ้งตัวเอง มันเลยดูมีความจริงใจปนอยู่บ้าง
แล้วเธอก็เห็น
อู๋เยว่: ...
หลินซูเหยา: ...
ความเงียบคือธีมหลักของป้ายรถเมล์ และวันนี้มันช่างน่าอึดอัดจนหายใจไม่ออก
อู๋เยว่ตาถลน แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที!
เชี่ยยยย! ชิบหายแล้ว! ไม่ใช่ไจ๋ต๋าชอบหลินซูเหยา! แต่เป็นหลินซูเหยาชอบไจ๋ต๋า!!
กูรู้ความลับระดับชาติเข้าแล้ว!!
หลินซูเหยารอจนอู๋เยว่วิ่งไปได้หลายสิบเมตร ถึงได้ตะโกนเสียงหลงอย่างหมดแรง "อย่าวิ่ง! ฟังฉันอธิบายก่อน!"
อู๋เยว่ยิ่งวิ่งเร็วกว่าเดิม
อาการเครื่องร้อน ของสาวน้อย ชนะทุกสิ่ง...
————
ไจ๋ต๋ากับลู่เวยเดินเข้าไปในตรอกมืดมิด เขาอดไม่ได้ที่จะควักมือถือออกมา กะจะเปิดแฟลชใช้เป็นไฟฉาย
แต่พอควักออกมาถึงนึกได้ว่า มือถือซานไจ้ (ของก๊อป) เครื่องนี้มันมีฟังก์ชันนี้ที่ไหน...
ไฟถนนก็แบบนี้แหละ คุณเดินผ่านมันเป็นพันครั้ง ไม่เคยสังเกตการมีอยู่ของมัน หรือตำแหน่งของมัน
แต่พอมันหายไปสักครั้ง คุณจะลนลานทำอะไรไม่ถูก
อำเภอตงหยางปี 08 ไม่ใช่สถานที่ที่สงบสุขนักหรอกนะ...
หน้าต่างข้างๆ จู่ๆ ก็มีเสียงตวาดด่าดังลั่น ทำเอาเขาสะดุ้ง
ในความมืด ลู่เวยถามขึ้น "นายกลัวความมืด?"
ไจ๋ต๋าปฏิเสธทันควัน "ไม่กลัว"
"งั้นทำไมนายจับมือฉัน"
"เพราะฉันลามกไง ก็แค่ชอบแต๊ะอั๋ง"
พูดพลางเอานิ้วเขี่ยๆ ไปด้วย
สัมผัสได้ถึงความสากระคาย เหมือนจะเป็นพลาสเตอร์ยา
ลู่เวยเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดเสียงเบา "ไจ๋ต๋า... ตลกดีนะ"
แต่ มือก็ไม่ได้ชักกลับ
[จบแล้ว]