- หน้าแรก
- ดาวโรงเรียนที่ถูกท่านประธานขี้โรคช่วงชิงงานแต่งไป
- บทที่ 25 มันน่าอึดอัดเหลือเกิน
บทที่ 25 มันน่าอึดอัดเหลือเกิน
บทที่ 25 มันน่าอึดอัดเหลือเกิน
บทที่ 25 มันน่าอึดอัดเหลือเกิน
หลินชิงหวานยังคงยืนตะลึงอยู่ที่นั่น
อยู่ในห้องเล็กๆ แบบนี้ เธอไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย... ว่าเขาคือนายน้อยของตระกูลหลิน
หลินชิงหวานตรวจสอบข้าวของของหลินเซวียน และพบว่าเขามีของใช้ส่วนตัวที่ตระกูลหลินน้อยมาก
เขามีรองเท้าผ้าใบเพียงสองคู่ และมันก็เก่าและขาดจนเป็นรู เห็นได้ชัดว่าผ่านการใช้งานมาหลายปี
มีชุดฤดูร้อนเพียงสองชุด และเสื้อผ้าสำหรับฤดูอื่นก็น้อยมาก เห็นได้ชัดว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ถูกสวมใส่มานานแล้ว
นอกจากของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันแล้ว ก็ไม่มีอะไรอื่นอีกในห้อง
ห้องของหลินหลี่เต็มไปด้วยของแกะสลักต่างๆ ที่เขาชอบ เขาซื้อรองเท้าปีละยี่สิบสามสิบคู่ มีเสื้อผ้าเต็มตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอิน และตู้ติดผนังที่เต็มไปด้วยไวน์ชั้นดี
เธอจำได้ว่าหลินเซวียนจากไปตัวเปล่า
"ป้าหวัง หลินเซวียนใส่เสื้อผ้ากับรองเท้าพวกนี้มาตลอดเลยเหรอคะ" น้ำเสียงของหลินชิงหวานสั่นเครือเล็กน้อย
"ค่ะ คุณหนู เป็นแบบนี้มาตลอด ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนายน้อยมีแค่เดือนละสี่ร้อยหยวน พวกคุณหนูทุกคนมีคนขับรถ แต่นายน้อยต้องนั่งรถเมล์ไปโรงเรียนทุกวัน เขาไม่มีเงินซื้อรองเท้าเสื้อผ้า แล้วทั้งคุณผู้หญิงคุณผู้ชายก็ไม่เคยซื้อให้ค่ะ"
"เมื่อก่อน นายน้อยมีแค่ชุดนักเรียนไม่กี่ชุดใส่ซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งเรียนจบมัธยมปลายแล้วออกไปทำงานหาเงินเอง ถึงได้มีเสื้อผ้าใส่เพิ่มอีกไม่กี่ชุดค่ะ"
ป้าหวังรู้สึกสงสารหลินเซวียนจริงๆ
"ป้าบอกว่าหลินเซวียนออกไปทำงานหาเงินเองเหรอคะ แล้วเขาก็มีค่าใช้จ่ายแค่เดือนละสี่ร้อยหยวน" หลินชิงหวานตกตะลึง
สี่ร้อยหยวน... ปกติลูกๆ ตระกูลหลินจะได้เงินเดือนละเป็นหมื่นๆ หยวนไม่ใช่เหรอ
พอเข้ามหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของฉันก็เพิ่มเป็นเดือนละ 200,000 หยวน
"ค่ะ นายน้อยเรียนมหาวิทยาลัย เขากำลังทำงานสองจ๊อบไปด้วยเรียนไปด้วย" ป้าหวังกล่าว
เมื่อได้เรียนรู้เรื่องทั้งหมดนี้จากป้าหวัง หลินชิงหวานก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หลินเซวียนได้อะไรจากตระกูลหลินของพวกเขาบ้าง เขาได้อะไรกันแน่ ความห่วงใยเหรอ ความรักเหรอ ชีวิตที่สุขสบายเหรอ
ไม่เลยสักอย่าง!
มันน่าอึดอัด มันน่าอึดอัดเหลือเกิน
เมื่อก่อนเธอไม่เคยคิดอะไรเลย แต่หลังจากที่ได้เห็นที่อยู่ของหลินเซวียนด้วยตาตัวเองในวันนี้ และได้ยินเรื่องของหลินเซวียนจากปากป้าหวัง เธอก็เพิ่งตระหนักว่า ตระกูลหลินติดค้างหลินเซวียนมากเกินไปแล้ว
หลินชิงหวานเดินลงมาชั้นล่าง
"พี่ใหญ่ เป็นอะไรไปคะ ทำไมตาแดงๆ เหมือนไปร้องไห้มาเลย" หลินชิงเหยียนถามอย่างสงสัย
"เธอไปห้องของเสี่ยวเซวียนมาหรือยัง" หลินชิงหวานถาม น้ำเสียงสั่นเครือ
"พี่ใหญ่ เราจะไปห้องของหลินเซวียนทำไมกันคะ" หลินชิงเหยียนเบะปากอย่างรังเกียจ เธอไม่คิดจะไปห้องของคนสกปรกพรรค์นั้นหรอก
"คุณพ่อ คุณแม่ น้องรอง วันนี้ฉันไปที่นั่นมา ฉันเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเสี่ยวเซวียน พวกคุณรู้ไหมว่าห้องของเขาเป็นยังไง" หลินชิงหวานพูดเสียงสั่นเครือ เธอนึกถึงสิ่งที่ป้าหวังพูดแล้วก็อยากจะร้องไห้
สมาชิกตระกูลหลินทุกคนขมวดคิ้ว
"ห้องของเสี่ยวเซวียนเล็กมาก มีแค่ไม่กี่ตารางเมตร วางได้แค่โต๊ะทำงาน เตียง แล้วก็ตู้เสื้อผ้าเล็กๆ เสื้อผ้ากับรองเท้าของเขาก็เก่าขาดหมดแล้ว พ่อคะ แม่คะ เขาเป็นลูกชายแท้ๆ ของพ่อนะคะ ในฐานะลูกชายคนโตของตระกูลหลิน นี่คือชีวิตที่เขาเป็นอยู่เหรอคะ"
"แล้วดูน้องๆ คนอื่นสิคะ คนไหนบ้างที่ไม่ได้อยู่ห้องใหญ่ 100 ตารางเมตร แต่ละห้องมีทางเชื่อมไปห้องหนังสือกับห้องแต่งตัว มีเสื้อผ้ากับรองเท้านับไม่ถ้วน เสี่ยวเซวียนไม่มีอะไรพวกนี้เลย เขามีค่าใช้จ่ายแค่เดือนละ 400 หยวน ซึ่งมันไม่พอ เขาเลยต้องออกไปทำงานหาเงินเอง" ในที่สุดหลินชิงหวานก็น้ำตาไหลออกมา
หลินชางขมวดคิ้วและมองไปที่เจียงซูฉิน: "คุณเป็นคนจัดการเรื่องในบ้าน ทำไมถึงจัดห้องแบบนั้นให้หลินเซวียน ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าให้ลูกเลยเหรอ แล้วยังให้ค่าใช้จ่ายเขแค่สี่ร้อยหยวนอีก"
เจียงซูฉินยิ่งรู้สึกรังเกียจหลินเซวียนมากขึ้นไปอีก
เขาตัดขาดกับตระกูลหลินไปแล้ว ยังจะมาสร้างปัญหาให้เธออีก!
"นี่ก็เพื่อฝึกให้เขารู้จักความลำบากไม่ใช่เหรอ เขาอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตั้งนาน พอกลับมาตระกูลหลิน ทำไมจะชินกับวันลำบากๆ พวกนั้นไม่ได้อีกล่ะ นี่ยังไม่นับว่าชีวิตที่ตระกูลหลินดีกว่าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งเยอะนะ!"
เจียงซูฉินพูดอย่างมั่นใจ "ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังติดนิสัยลักเล็กขโมยน้อย ถ้าเราให้เงินเขาไป จะเกิดอะไรขึ้น!"
"ดูเขาสิ หลินเซวียนเอาแต่วิ่งไล่ตามฉินรั่วเหยา ไม่ว่าคุณจะให้เงินเขาไปเท่าไหร่ เขาก็เอาไปทุ่มให้ฉินรั่วเหยาหมด ถึงคุณจะไม่ให้ชีวิตที่ร่ำรวยกับเขา เขาก็ยังอยู่ได้สบายดีนี่!"
หลินชางขมวดคิ้ว มันก็จริงอย่างที่ว่า
"เอาล่ะ เขาไม่เกี่ยวอะไรกับตระกูลหลินของเราอีกแล้ว หวานเอ๋อ กินข้าวเถอะ ต่อไปนี้ ไม่ต้องเอาเรื่องของหลินเซวียนมาพูดกับพวกเราอีก เขาตัดขาดกับเราเพื่อฉินรั่วเหยาไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องไปห่วงเขา" หลินชางสั่ง
หลินชิงหวานลังเล ราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้
ที่เสี่ยวเซวียนแต่งเข้าตระกูลฉิน ก็เพราะเขาเสียใจกับตระกูลหลินไม่ใช่เหรอ
เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของหลินชาง สุดท้ายหลินชิงหวานก็เลือกที่จะเงียบ
ตอนนี้ พ่อแม่และน้องสาวหลายคนของเธอมีอคติฝังลึกต่อเสี่ยวเซวียนไปแล้ว
เธอไม่อยากเห็นน้องชายต้องเร่ร่อนไปทั่ว เธอเลยอยากหาเวลาไปเกลี้ยกล่อมเสี่ยวเซวียนดีๆ
"พ่อครับ แม่ครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมปิดบังพวกคุณอยู่" หลินหลี่พูดอย่างประหม่า
"เรื่องอะไร" หลินชางขมวดคิ้ว
"คือจริงๆ แล้ว... พี่ชายไม่ได้แต่งงานกับฉินรั่วเหยาครับ" หลินหลี่ตอบ
"ว่าไงนะ" หลินชางตกตะลึง "ทำไมถึงไม่ได้แต่ง"
"เพื่อนของผมไปร่วมงานแต่งของพวกเขามา เขาบอกว่ามีผู้หญิงรวยมากคนหนึ่งพาบอดี้การ์ดมาเป็นสิบคน แล้วก็ฉุดตัวพี่ชายไปจากงานเลี้ยงแต่งงานเลยครับ ที่ผมไม่บอกพวกคุณก็เพราะกลัวว่าพวกคุณจะคิดมาก"