เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 ใครคือที่หนึ่ง?

บทที่ 25 ใครคือที่หนึ่ง?

บทที่ 25 ใครคือที่หนึ่ง?


หลังจากไปถึงโรงอาหารแห่งใหม่ จางเฟิงสั่งกับข้าวห้าอย่างและข้าวเปล่าอีกสามทัพพีพูนๆ

วินาทีถัดมา เขาก็ใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาหายวับไปจากจุดนั้นทันที

เล่นเอาป้าคนตักอาหารงงเป็นไก่ตาแตก

คุณพระช่วย พ่อหนุ่มคนเมื่อกี้หายไปไหนแล้ว?

หอพัก

จางเฟิงทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง ขณะที่อาหารที่ซื้อมาลอยละล่องอยู่กลางอากาศ

ใช่แล้ว... ระบบป้อนอาหารอัตโนมัติทำงานอีกครั้ง

มันช่างมีความสุขเสียจริง...

หลังจากอิ่มหนำสำราญ จางเฟิงก็เตรียมตัวนอนพักผ่อน

ส่วนศึกตัดสินชะตาอะไรนั่น เขาไม่เก็บมาใส่ใจ อย่างมากก็แค่กระดิกนิ้วนิดหน่อยก็จบเรื่อง

ในขณะนี้ ทั่วทั้งสถาบันตู๋ปี้ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรืออาจารย์ ต่างพากันพูดคุยถึงการประลองเมื่อเช้าอย่างออกรส

และบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็ยังคงเป็น... จางเฟิง

ไม่มีใครคาดคิดว่า คนที่วันๆ เอาแต่ขี้เกียจอย่างเขา จะมีความแข็งแกร่งซ่อนอยู่ถึงเพียงนี้!

สามารถจัดการนักยุทธ์ระดับสองสี่คนพร้อมกันได้อย่างง่ายดาย!

ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีใครดูออกเลยว่าเขาโจมตีตอนไหนและอย่างไร!

...

เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว

จางเฟิงตื่นนอนตอนบ่ายสองโมงห้าสิบเก้านาทีเป๊ะ และหนึ่งวินาทีต่อมา เขาก็มาปรากฏตัวที่ลานวรยุทธ์

ซือถูอ้าวเทียนเห็นว่านักยุทธ์ทั้งสี่คนที่จะเข้าร่วมศึกตัดสินมากันครบแล้ว จึงประกาศทันที "บ่ายสามโมงแล้ว เริ่มจับฉลากกันได้"

ไม่นานนัก

การจับฉลากก็เสร็จสิ้น

แน่นอนว่าชางหานเหยาเป็นคนจับฉลากแทนจางเฟิง เพราะเจ้าตัวขี้เกียจเกินกว่าจะขยับตัว

"เพื่อนจาง คู่ต่อสู้ของเธอคือสวี่ฉี"

ชางหานเหยาบอกหลังจากเปิดดูใบฉลาก

"อ้อ"

จางเฟิงรับคำสั้นๆ

"เพื่อนจาง ที่ผ่านมาครูไม่รู้ว่าเธอเก่งขนาดนี้ เลยมัวแต่เป็นห่วง คอยย้ำเตือนวิธีป้องกันตัวต่างๆ นานา หวังว่าเธอจะเข้าใจเจตนาของครูนะ"

ชางหานเหยาเห็นจางเฟิงยังมีท่าทีเฉยเมย นึกว่าเขารำคาญเธอ จึงรีบอธิบาย

"อืม"

จางเฟิงตอบ

"เอาล่ะ ครั้งนี้ครูจะไม่พูดมากแล้ว เธอสู้ให้เต็มที่เลยนะ"

ชางหานเหยารู้นิสัยจางเฟิงดี ไม่ว่าเขาจะรำคาญหรือไม่ เขาก็พูดน้อยเป็นปกติอยู่แล้ว

เพราะเขาถือคติว่า พูดเยอะเจ็บคอ เหนื่อยเปล่า

ไม่นาน

ศึกตัดสินก็เปิดฉากขึ้น

คู่แรกคือ ซูมู่เอ๋อร์ ปะทะ เย่ลั่ว!

อันที่จริง ทุกคนพอจะเดาผลการแข่งขันได้อยู่แล้ว

เย่ลั่วต้องชนะแน่นอน!

และก็เป็นไปตามคาด ซูมู่เอ๋อร์ไม่สามารถต้านทานเย่ลั่วได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

ซูมู่เอ๋อร์เดินลงจากเวทีฮ่าวเทียนโดยไม่ได้รู้สึกท้อแท้ เธอรู้ตัวดีว่าไม่มีทางชนะ ช่องว่างระหว่างพลังมันมากเกินไป

แต่ตราบใดที่เธอขยันฝึกฝน สักวันเธอจะต้องก้าวไปถึงจุดนั้นให้ได้!

นี่คือความมั่นใจของเธอ!

คู่ต่อมา

จางเฟิง ปะทะ สวี่ฉี

คู่นี้เป็นที่จับตามองเป็นพิเศษ

เพราะทั้งคู่ต่างเป็นพวก "เสือซ่อนเล็บ" แกล้งทำเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือ

โดยเฉพาะจางเฟิง... ที่แกล้งทำเป็นหมูขี้เกียจได้แนบเนียนสุดๆ

บนเวทีฮ่าวเทียน

"นายน้อยสามตระกูลจาง นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอกับคุณ"

"แต่ไม่ต้องห่วง ผมมือเบา จะรีบส่งคุณลงจากเวทีให้ไวที่สุด"

แววตาของสวี่ฉีฉายแววขี้เล่น ในสายตาเขา จางเฟิงอย่างมากก็แค่นักยุทธ์ระดับสองที่เก่งหน่อย ส่วนเขาคือนักยุทธ์ระดับสามตัวจริงเสียงจริง

การรังแกคนระดับต่ำกว่า... มันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากไม่ใช่เหรอ?

ได้ยินดังนั้น จางเฟิงก็เมินเฉย ไอ้พวกชอบพล่ามอวดดีแบบนี้ ในนิยายอยู่ได้ไม่เกินสองสามตอนหรอก

เห็นจางเฟิงไม่ตอบโต้ สวี่ฉีก็เริ่มรู้สึกเก้อเขิน

การโชว์พาวของเขาดูเหมือนจะแป้ก

แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "นายน้อยสาม คุณยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม?"

จางเฟิงมองสวี่ฉีด้วยสายตางุนงง นี่มันบ่ายสามแล้ว จะยังไม่กินข้าวได้ยังไง?

"ถ้ายังไม่กิน งั้นรับหมัดผมไปกินก่อนแล้วกัน!"

ยังไม่ทันที่จางเฟิงจะตอบ สวี่ฉีก็ชิงลงมือก่อน

จางเฟิง: "..."

ไอ้บ้านี่มันหลุดมาจากโรงพยาบาลไหนเนี่ย...

สิ้นเสียง สวี่ฉีก็ก้าวเท้าพุ่งเข้ามา หมัดใหญ่ยักษ์แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว พุ่งตรงเข้าใส่จางเฟิง

จางเฟิงยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ มองดูคู่ต่อสู้ด้วยสายตาเกียจคร้านเช่นเดิม

สวี่ฉีเห็นดังนั้นก็นึกว่าจางเฟิงกลัวจนก้าวขาไม่ออก ยิ่งได้ใจใหญ่

ฮ่าๆๆ... เสร็จฉันแน่

ทว่าขณะที่เขากำลังกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ความจริงอันโหดร้ายก็ถาโถมเข้าใส่

"ตูม!"

ร่างของสวี่ฉีลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามกลางอากาศ

"!"

ฝูงชนด้านล่างอ้าปากค้าง เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อกี้ยังโชว์เหนืออยู่เลยไม่ใช่เหรอ?

ทำไมจู่ๆ ถึงปลิวไปแบบนั้นล่ะ?

สวี่ฉีที่ถูกซัดกระเด็นตกเวทีฮ่าวเทียน ยังคงรู้สึกหวาดผวาไม่หาย

เขาไม่เห็นจางเฟิงขยับตัวโจมตีเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เขาสัมผัสได้ชัดเจนถึงพลังมหาศาลที่มองไม่เห็นกระแทกเข้าใส่

ถ้าให้บรรยายถึงพลังนั้น... มันช่างไร้ขอบเขตสิ้นดี!

...

หลังจบการประลองสองคู่ ศึกชิงบัลลังก์อันดับหนึ่งที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น

บนยอดตึกสูง

"พี่ไหวหลิง คิดว่าคู่นายน้อยสามกับเย่ลั่ว ใครมีภาษีดีกว่ากัน?" ซือถูอ้าวเทียนถาม

"ฉันว่าห้าสิบห้าสิบ" จั่วไหวหลิงตอบ

"ฉันยังยืนยันคำเดิม เย่ลั่วเจอกับยอดอัจฉริยะคนนี้... โอกาสชนะเป็นศูนย์"

แววตาของซือถูอ้าวเทียนเป็นประกาย แม้เย่ลั่วจะมีพลังระดับห้า แต่คู่ต่อสู้คือจางเฟิง ผู้เป็นยอดอัจฉริยะลึกลับคนนั้น ดังนั้นเขา... ไม่มีทางชนะได้เลย

...

บนเวทีฮ่าวเทียน

จางเฟิงและเย่ลั่วยืนประจันหน้ากัน

"ถ้าจะบอกว่าใครซ่อนตัวเก่งที่สุด ก็ต้องยกให้นาย... ยอดอัจฉริยะลึกลับ!"

เย่ลั่วเหยียดยิ้มที่มุมปาก

สิ้นคำพูดของเขา ฝูงชนด้านล่างก็ฮือฮาขึ้นมาทันที

"ยอดอัจฉริยะลึกลับในสถาบันคือนายน้อยสามตระกูลจางเหรอ?"

"เขาคือคนคนนั้นที่ไล่ล่าสังหารพวกเผ่าต่างพันธุ์เหรอ?"

"งั้นพรสวรรค์ของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ชายทั้งสองคนเลยสินะ?"

"นึกว่าแค่แกล้งทำเป็นหมูหลอกกินเสือ แอบซ่อนฝีมือไว้เฉยๆ ไม่นึกว่าจะเทพขนาดนี้!"

"คนขี้เกียจที่สุด... กลับกลายเป็นยอดอัจฉริยะลึกลับที่สุด เรื่องในนิยายดันเกิดขึ้นจริงซะงั้น!"

"..."

...

ชางหานเหยาที่อยู่ด้านล่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก ยอดอัจฉริยะที่เธอตามหาแทบพลิกแผ่นดิน... กลับอยู่ข้างกายเธอมาตลอด

ข้อสันนิษฐานของหัวหน้าฉู่ก่อนหน้านี้... ถูกต้องจริงๆ ด้วย

...

"ที่แท้ยอดอัจฉริยะคนนั้นก็คือนาย"

อวิ๋นซินเหยียนกระพริบตาปริบๆ หนุ่มหล่อจอมขี้เกียจที่เธอเจอโดยบังเอิญ กลับกลายเป็นบุคคลลึกลับที่สุดในสถาบันตู๋ปี้!

บนเวทีฮ่าวเทียน

จางเฟิงไม่ได้โกรธที่เย่ลั่วเปิดเผยความลับของเขา

เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ปิดได้แค่ชั่วคราว ไม่ช้าก็เร็วความจริงก็ต้องเปิดเผย

"นายน้อยสามตระกูลจาง ฉันรู้นะว่านายเก่งมาก และฉันอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนายด้วยซ้ำ แต่ฉัน... ก็ยังอยากจะลองดู!"

ไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนในดวงตาของเย่ลั่ว เขาเคยเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสถาบันตู๋ปี้มาก่อน ถ้าจางเฟิงไม่ปรากฏตัว เขาก็ยังคงเป็นที่หนึ่งอย่างไร้ข้อกังขา!

ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมแพ้ใคร เขาย่อมไม่ยินดีที่จะเป็นที่สอง!

ดังนั้น... เขาต้องสู้!

ยิ่งผู้เฒ่าเซี่ยบอกว่าเขาไม่ใช่คู่มือของจางเฟิง ในหัวเขาก็มีความคิดเดียว... ต้องเอาชนะจางเฟิงให้ได้ เพื่อพิสูจน์ให้ผู้เฒ่าเซี่ยเห็นว่าเขาไม่ด้อยไปกว่าใคร!

จบบทที่ บทที่ 25 ใครคือที่หนึ่ง?

คัดลอกลิงก์แล้ว