- หน้าแรก
- นอนเฉยๆ ก็เทพได้ ระบบขี้เกียจเปลี่ยนโลก
- บทที่ 20 การผงาดขึ้น
บทที่ 20 การผงาดขึ้น
บทที่ 20 การผงาดขึ้น
"นายน้อยสามตระกูลจาง ในเมื่อคุณไม่ยอมเดินลงไปดีๆ งั้นผมจะช่วยสงเคราะห์ให้เอง"
นักเรียนคนหนึ่งเดินอาดๆ เข้าหาจางเฟิง พร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายพลังออกมา เขาเป็นเพียงนักยุทธ์ระดับหนึ่งเท่านั้น
แม้อาจจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่การจัดการกับขยะที่ปลุกพลังไม่ได้สักอย่าง ถือเป็นเรื่องหมูๆ สำหรับเขา
"หือ?"
หลังจากก้าวไปได้เพียงสองก้าว เขาก็พบความผิดปกติ ไม่ว่าจะออกแรงขยับตัวอย่างไร เขาก็ไม่สามารถก้าวเท้าต่อไปได้อีก
นี่มันจะหลอกลวงกันเกินไปแล้ว!?
บนเวทีฮ่าวเทียนมีค่ายกลหรือกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่หรือไงกัน?!
"มัวโอ้เอ้อะไรอยู่?"
"ทำไมยังไม่เข้าไปอีก?"
เพื่อนร่วมกลุ่มเจ็ดเริ่มตะโกนเร่งเร้า
เพราะยังต้องมีการต่อสู้แบบตะลุมบอนต่อ จะมาเสียเวลาตรงนี้ไม่ได้
"ไม่... มันเข้าไปไม่ได้!"
นักเรียนคนนั้นแทบจะร้องไห้ออกมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากรีบปิดเกม แต่เขาไม่มีโอกาสเข้าใกล้จางเฟิงได้เลยต่างหาก!
"เข้าไปไม่ได้เนี่ยนะ?"
"เมื่อคืนจัดหนักไปหรือไง?"
นักเรียนร่างกำยำคนหนึ่งเดินแทรกตัวออกมา มองเพื่อนคนแรกด้วยสายตาดูแคลน แล้วเอ่ยว่า "คอยดูฉันนะ ว่าจะเดินเข้าไปยังไง"
สิ้นคำ เขาก็เดินวางก้ามเข้าไปอย่างมั่นใจ แต่ทว่าเดินไปได้แค่สองก้าว เขาก็ต้องชะงัก... เขาเองก็ขยับไปข้างหน้าไม่ได้เหมือนกัน!
"เวรเอ๊ย!"
"ตรงนี้มันมีอะไรผิดปกติแน่ๆ!"
นักเรียนร่างกำยำผู้นั้นใช้แรงทั้งหมดที่มีเบ่งพลังออกมา แต่ก็ไม่อาจก้าวเท้าออกไปได้แม้แต่ครึ่งก้าว
เห็นดังนั้น นักเรียนคนอื่นๆ ในกลุ่มเจ็ดต่างพากันขมวดคิ้วมุ่น
ต้องรู้ก่อนว่านักเรียนร่างกำยำคนนี้เป็นถึงนักยุทธ์ระดับสอง ด้วยพลังระดับนี้ ไม่น่าจะถึงขั้นเดินไม่ได้!
หรือว่า... เป็นลูกไม้ของนายน้อยสามตระกูลจาง?
ไม่นานนัก
สายตาของทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่นายน้อยสามตระกูลจาง ซึ่งกำลังสัปหงกอยู่บนเวทีฮ่าวเทียน
แต่ดูจากสภาพแล้ว... ไม่เหมือนคนที่มีปัญญาทำเรื่องแบบนี้ได้เลยสักนิด!
"งั้นพวกเราลองบุกเข้าไปพร้อมกันเลย"
อาจเพราะความสงสัยใคร่รู้ มีคนเสนอให้ลองบุกเข้าไปพร้อมกัน เพื่อพิสูจน์ความประหลาดนี้
"เอาสิ"
ทุกคนขานรับเป็นเสียงเดียวกัน
จากนั้น
ภาพอันน่าประหลาดก็ปรากฏขึ้น
นักยุทธ์ทั้ง 29 คนต่างระเบิดพลังจนหน้าดำหน้าแดง แต่กลับไม่มีใครสามารถก้าวเท้าเข้าหาจางเฟิงได้แม้แต่คนเดียว
เห็นฉากนี้ ฝูงชนด้านล่างเวทีต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความเหลือเชื่อ
"ข้างในเวทีฮ่าวเทียนมีการกางอาคมไว้หรือเปล่าเนี่ย?"
"แต่เมื่อกี้กลุ่มก่อนหน้าก็ยังเดินเหินได้ปกตินะ!"
"หรือว่าเป็นนายน้อยสามตระกูลจางที่แอบใช้วิชา?"
"ไม่น่าใช่มั้ง ดูสิ เขาแทบจะหลับกลางอากาศอยู่แล้ว"
"แล้วมันเกิดจากอะไรกันแน่? แปลกประหลาดเกินไปแล้ว!"
"..."
บนยอดตึกสูง
"พี่ไหวหลิง พี่มีความเห็นว่ายังไง?"
ซือถูอ้าวเทียนมองภาพเหตุการณ์บนเวทีฮ่าวเทียนด้วยความฉงนสนเท่ห์ไม่แพ้กัน
"บอกตามตรง ฉันดูไม่ออกเลย"
จั่วไหวหลิงส่ายหน้า เขาไม่สัมผัสถึงร่องรอยการใช้พลังของจางเฟิงเลยแม้แต่น้อย
"เฮ้อ นายน้อยสาม... เรามองเขาไม่ออกจริงๆ"
ซือถูอ้าวเทียนถอนหายใจ
เดิมทีเขาคิดว่าการประลองครั้งนี้จะช่วยให้ประเมินความสามารถของจางเฟิงได้
แต่ใครจะไปนึกว่า... จะมองอะไรไม่เห็นเลยแบบนี้!
...
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ชางหานเหยาเต็มไปด้วยความงุนงง
ก่อนหน้านี้เธอกำชับให้จางเฟิงรีบยอมแพ้เพื่อความปลอดภัย
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้สิ คนอื่นเข้าใกล้ตัวจางเฟิงไม่ได้ด้วยซ้ำ!
...
บนเวทีฮ่าวเทียน
"ทุกคน ฉันว่าเราเลิกสนใจที่จะบุกเข้าไปเถอะ เอาเป็นว่าเรามาสู้ตะลุมบอนกันให้จบก่อน แล้วค่อยให้ผู้ชนะคนสุดท้ายไปหาวิธีจัดการจางเฟิงทีหลัง ดีไหม?" ใครบางคนเสนอความเห็น
"ตกลง ฉันเห็นด้วย"
"ฉันก็เห็นด้วย ขืนยื้อต่อไปแบบนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา"
"..."
เมื่อไม่มีใครคัดค้าน ศึกตะลุมบอนของกลุ่มเจ็ดจึงเปิดฉากขึ้นอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าจางเฟิงไม่ได้เข้าร่วมวงด้วย เขาเข้าเฝ้าพระอินทร์ไปเรียบร้อยแล้ว
ในกลุ่มเจ็ดนี้มีนักยุทธ์ระดับสองอยู่หลายคน การต่อสู้จึงดุเดือดเลือดพล่านเป็นพิเศษ
หลังจากตะลุมบอนกันอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็ได้ผู้ชนะ
"ฉ... ฉันชนะแล้ว"
ผู้ชนะคือนักเรียนรูปร่างผอมเกร็ง ใบหน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ
แค่ยืนอยู่ได้ก็ถือว่าปาฏิหาริย์แล้ว
ตรงกันข้ามกับจางเฟิงที่อยู่อีกฟากของเวที เขาเพิ่งจะตื่นนอนและดูเกียจคร้านถึงขีดสุด
"นายน้อยสามตระกูลจาง ตอนนี้เหลือแค่ฉันกับนายแล้ว รับมือ..."
พูดจบ นักเรียนร่างผอมก็เดินโซเซเข้าหาจางเฟิง หมายจะผลักเขาลงจากเวที
แต่เดินไปได้เพียงสองก้าว เขาก็ถูกขวางกั้นด้วยกำแพงที่มองไม่เห็นอีกครั้ง
สิ่งที่ขวางเขาอยู่ ยังคงเป็นพลังจิตของจางเฟิง...
"อ๊ากกก!"
ความอดทนของนักเรียนร่างผอมขาดผึง อุตส่าห์เอาชนะคนอื่นมาได้อย่างยากลำบาก จะมาพลาดโอกาสเข้ารอบเพราะเดินเข้าไปไม่ได้เนี่ยนะ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห... ยิ่งโมโหก็ยิ่งหน้ามืด แล้วเขาก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้น
สู้มาตั้งชั่วโมงกว่า พลังกายก็หมดเกลี้ยง บวกกับความอัดอั้นตันใจที่ถาโถมเข้ามา การเป็นลมล้มพับไปก็ถือเป็นเรื่องปกติ
อืม... จางเฟิงกลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย
และเขาก็ชนะอีกครั้งด้วยการนอนหลับ
จางเฟิงหาววอดๆ อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินลงจากเวทีฮ่าวเทียนกลับไปที่ม้านั่งตัวเดิม
ฝูงชนด้านล่างเวทีพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับผลลัพธ์นี้
จะว่ามีการล้มมวยก็ไม่ใช่ แต่นี่มันคือการ "นอนมาชนะ" ของจริง
"เฮ้อ ถ้าฉันมีดวงแบบนี้บ้างก็คงดี"
"เขาหลับแล้วยังชนะ แต่ถ้าเป็นพวกเราไปนอนบนเวที ป่านนี้คงโดนกระทืบเละคาบาทาไปแล้ว"
"ว่าแต่ทำไมคนอื่นถึงเข้าใกล้จางเฟิงไม่ได้ล่ะ? มันแปลกมากเลยนะ!"
"ใครจะไปรู้ เรื่องแปลกๆ ในโลกนี้มีเยอะแยะไป"
"..."
"เพื่อนจาง ยินดีด้วยนะที่ผ่านเข้าสู่รอบสามของการสอบจำลองฯ"
ชางหานเหยารีบเดินเข้ามาแสดงความยินดี
ตอนแรกเธอหวังแค่ให้เขาปลอดภัย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับเซอร์ไพรส์เธอยิ่งกว่า
ถือเป็นเรื่องดี... เรื่องดีจริงๆ!
"ครับ"
จางเฟิงรับคำสั้นๆ
แค่เปลี่ยนที่นอนแล้วผ่านเข้ารอบ... ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตื่นเต้นตรงไหน