เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 ปลิดชีพด้วยปลายนิ้ว

บทที่ 5 ปลิดชีพด้วยปลายนิ้ว

บทที่ 5 ปลิดชีพด้วยปลายนิ้ว


ซูมูเอ๋อร์ตั้งใจจะปฏิเสธในทีแรก เพราะเธอคงตามใจความขี้เกียจของเจียงเฟิงตลอดไปไม่ได้

แต่ก็กลัวว่าประเดี๋ยวเจียงเฟิงจะไม่ยอมเข้าเรียน หลังลังเลอยู่พักใหญ่ สุดท้ายเธอก็ยอมป้อนมันฝรั่งทอดเข้าปากเขา

"กร้วม"

พอได้กินมันฝรั่ง เจียงเฟิงก็ทำหน้าฟิน ยิ้มให้ซูมูเอ๋อร์นิดหนึ่ง แล้วล้มตัวลงนอนต่อ

"ติ๊ง!"

"โฮสต์ถูกป้อนอาหารระหว่างพักเบรก พลังจิต +200"

พอได้ยินเสียงระบบ เจียงเฟิงถึงกับชะงัก การให้คนป้อนข้าวตอนพักเบรกเพิ่มพลังจิตได้ตั้งขนาดนี้เชียว ดูท่าวันหลังเขาต้องหาเรื่องให้ซูมูเอ๋อร์ป้อนบ่อยๆ เสียแล้ว

ทว่าภาพเหตุการณ์นั้นดันไปเข้าตาอาจารย์ชางฮันเหยาเข้าพอดี การที่ผู้หญิงป้อนขนมผู้ชายแบบถึงเนื้อถึงตัวขนาดนั้น มันดูสนิทสนมเกินงามไปหน่อย

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาวิกฤตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แถมพวกเขายังเป็นแค่นักเรียน เรื่องรักใคร่ในวัยเรียนเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาด

หลังเลิกเรียน... เธอคงต้องเรียกซูมูเอ๋อร์มาอบรมสักหน่อย

การเรียนการสอนดำเนินไปเรื่อยๆ จะมากจะน้อยก็ไม่มีผลกับเจียงเฟิง

เพราะเขาหลับยาวทุกคาบ

และพอพักเบรก ซูมูเอ๋อร์ก็จะคอยป้อนขนมให้

ช่างมีความสุขเสียจริง...

"ติ๊ง!"

"โฮสต์ถูกป้อนอาหารระหว่างพักเบรก พลังจิต +200"

"โฮสต์ถูกป้อนอาหารระหว่างพักเบรก พลังจิต +200"

"โฮสต์ถูกป้อนอาหารระหว่างพักเบรก พลังจิต +200"

"..."

ตกเย็น

ชางฮันเหยาเรียกซูมูเอ๋อร์ไปพบที่ห้องพักครู

"มูเอ๋อร์ รู้ไหมทำไมอาจารย์ถึงเรียกเรามา?" ชางฮันเหยาถามด้วยสีหน้าจริงจัง

"ไม่ทราบค่ะ" ซูมูเอ๋อร์ส่ายหน้า เธอไม่รู้เรื่องจริงๆ

"มูเอ๋อร์ เธอยังเด็ก เพิ่งจะสิบแปดเอง อาจารย์ไม่อยากให้เธอหมกมุ่นเรื่องความรัก มันจะกระทบการเรียนเอาได้" ชางฮันเหยาตักเตือนด้วยความหวังดี

"อาจารย์ชางพูดเรื่องอะไรคะ หนูไม่เข้าใจ?"

ซูมูเอ๋อร์ทำหน้างง เธอไปมีความรักตอนไหนกัน?

"อาจารย์รู้เรื่องของเธอกับเจียงเฟิงหมดแล้ว" ชางฮันเหยากล่าว

"คะ?"

"อาจารย์ชางรู้ด้วยเหรอคะว่าเจียงเฟิงหุ่นดีมาก?"

ซูมูเอ๋อร์หลุดปากถามด้วยความแปลกใจ อาจารย์ชางรู้ได้ไงว่าเจียงเฟิงหุ่นดี? หรือว่าอาจารย์ก็เคยไปหอพักเขาเหมือนกัน?

"นี่เธอ... ถึงขั้นรู้ลึกซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอว่าหุ่นเขาเป็นยังไง?" ชางฮันเหยาตกใจสุดขีด

เดิมทีเธอนึกว่าซูมูเอ๋อร์แค่เริ่มมีใจให้เจียงเฟิงเฉยๆ แต่ดูท่าความสัมพันธ์จะพัฒนาไปไกลกว่าที่คิดไว้เยอะ

"ไม่ใช่ค่ะ... อาจารย์ชาง ฟังหนูอธิบายก่อน"

เมื่อเห็นอาจารย์เข้าใจผิดไปกันใหญ่ ซูมูเอ๋อร์รีบแก้ตัวพัลวัน

หลังจากอธิบายอยู่นานสองนาน ชางฮันเหยาก็ยอมเชื่อว่าทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรเกินเลย

แต่เธอก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าเจียงเฟิงที่ดูเหลาะแหละคนนั้น จะซ่อนรูปขนาดนี้ ประเมินเขาต่ำไปจริงๆ

...

ภายในห้องเรียน

เจียงเฟิงมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงพลางถอนหายใจ

ทางกลับหอพักมันไกลชะมัด ถ้ามีพลังพิเศษที่ทำให้ไม่ต้องเดินก็คงดี

การต้องเดินไกลขนาดนั้นมันทรมานสังขารชัดๆ

"โครกคราก"

นาฬิกาบอกเวลาอาหารของเจียงเฟิงดังขึ้น

"หิวชะมัด ไปโรงอาหารก็ได้"

เขาลูบท้องตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นอย่างจำยอม แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางโรงอาหาร

ในพุ่มไม้ลับตาแห่งหนึ่ง

"มาแล้ว มาแล้ว นายน้อยสามตระกูลเจียงมาแล้ว!"

ชายชุดดำคนหนึ่งรีบส่งสัญญาณเตือน

"มาแล้วเหรอ? ฮ่าๆๆ... ไม่เสียแรงที่รอ!"

ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้าที่เผลอหลับไป พอรู้ว่าเป้าหมายปรากฏตัวก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น

"ลูกพี่ มันไปทางโรงอาหาร"

ลูกน้องชี้ไปทางเจียงเฟิง

"ดี พวกแกครึ่งหนึ่งตามข้ามา"

"อาศัยจังหวะมืดๆ จัดการพนักงานโรงอาหารซะ จะได้ไม่มีใครไปแจ้งข่าว จากนั้นค่อยเชือดนายน้อยสามตระกูลเจียงเงียบๆ อ้อ... อย่าลืมตัดหัวมันส่งไปให้พี่ชายทั้งสองของมันดูด้วยล่ะ"

ใบหน้าของหัวหน้าชายชุดดำบิดเบี้ยวด้วยความอำมหิต

"ลูกพี่ แล้วอีกครึ่งที่เหลือล่ะครับ?"

ลูกน้องคนหนึ่งถาม

"ไอ้โง่ ที่เหลือก็ไปจัดการนังซูมูเอ๋อร์สิวะ มันยังไม่ออกมาไม่ใช่รึไง?"

"พวกแกจับตาดูให้ดี หามุมเงียบๆ แล้วจัดการนังนั่นซะ อัจฉริยะของเผ่ามนุษย์... ต้องไม่เหลือรอด"

หัวหน้าชายชุดดำสั่งการ

"ครับลูกพี่"

ชายชุดดำคนอื่นๆ รับคำแข็งขัน

...

เมื่อมาถึงโรงอาหาร เจียงเฟิงก็ต้องเซ็ง ป้าโรงอาหารส่วนใหญ่กลับกันหมดแล้ว กับข้าวก็เหลือไม่กี่อย่าง

แถมต้องตักเองอีก เฮ้อ... ไม่อยากทำเองเลยจริงๆ

เขาตักกับข้าวมาสองสามอย่างแบบส่งๆ แล้วหาที่นั่งลงกิน

พอข้าวเข้าปากคำแรก เขาก็ชะงัก รสชาติหมาไม่แดก มิน่าถึงเหลือบานเบอะ...

แม้ถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา

ตักข้าวเข้าปากไปได้ไม่กี่คำ จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตหลายสายพุ่งตรงมา

"?"

เจียงเฟิงหันไปมองด้วยความสงสัย

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือชายชุดดำรูปร่างสูงใหญ่สี่คน แต่ละคนถือดาบยาว หน้าตาถมึงทึง

"สมเป็นนายน้อยสามตระกูลเจียง ความตายมาเยือนถึงที่ยังนิ่งอยู่ได้"

"แต่ต้องขอบใจแกว่ะ เพราะมีแก... การจัดการพี่ชายทั้งสองของแกจะง่ายขึ้นเยอะ"

หัวหน้าชายชุดดำแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ในสายตาเขา เจียงเฟิงที่ไม่มีพลังพิเศษก็ไม่ต่างอะไรกับศพเดินได้

ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเจียงเฟิงยังคงเรียบเฉย เขาก้มหน้ากินข้าวต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน

ในสายตาของหัวหน้าชายชุดดำ ท่าทีของเจียงเฟิงคือการยอมจำนน เขาแค่นหัวเราะ "นายน้อยสามตระกูลเจียง เวลาของแกหมดแล้ว ปีหน้าวันนี้จะเป็นวันครบรอบวันตายของแก ข้าจะไปเซ่นไหว้ให้"

เขาเดินย่างสามขุมเข้าหาเจียงเฟิง ดาบยาวในมือสะท้อนแสงวาววับ เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน

ชายชุดดำคนอื่นๆ ก็ตีวงล้อมเข้ามา ดวงตาฉายแววตื่นเต้น

หากฆ่าคนระดับเจียงเฟิงได้ด้วยมือตัวเอง พวกเขาคงมีเรื่องไว้คุยโวไปได้ทั้งชาติ

แม้ศัตรูจะหมายเอาชีวิต แต่เจียงเฟิงกลับทำหน้าง่วงนอนเสียอย่างนั้น

เพื่อจะรีบจัดการปัญหาแล้วกลับไปนอนที่หอพัก เขาจึงค่อยๆ ชูนิ้วกลางขึ้นมา

"นายน้อยสามตระกูลเจียง จะตายอยู่แล้วยังจะมาทำท่าดูถูกพวกข้าอีกเรอะ? คิดว่าพวกข้าจะโกรธหรือไง? ฮ่าๆๆ..."

หัวหน้าชายชุดดำอดหัวเราะไม่ได้ นายน้อยคนนี้ช่างไร้เดียงสาจริงๆ

แต่ในวินาทีถัดมา เสียงหัวเราะก็ชะงักค้าง กลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีด

เจียงเฟิงเพียงแค่ชี้ปลายนิ้วกลางไปทางพวกเขาเบาๆ ออร่าน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านออกมาทันที

พลังจิตอันมหาศาลระเบิดออก!

"ตู้ม ตู้ม ตู้ม!"

โต๊ะ เก้าอี้ แผ่นไม้ กระถางต้นไม้ ทุกสิ่งรอบข้างแหลกละเอียดเป็นจุณ!

ภาพตรงหน้าทำเอาเหล่าชายชุดดำยืนตะลึงตาค้าง

นี่... นี่มันไม่ใช่นายน้อยขี้แพ้ไร้พลังพิเศษแล้ว!

นี่มันอัจฉริยะเหนือโลกผู้ครอบครองพลังพิเศษสุดสยองขวัญชัดๆ!

วินาทีนี้ ในหัวพวกเขามีเพียงความคิดเดียว... หนี!

ทว่าพวกเขากลับขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

เจตจำนงแห่งพลังจิตของเจียงเฟิงตรึงร่างพวกเขาไว้แน่น!

วินาทีต่อมา ร่างของชายชุดดำที่เมื่อครู่ยังมีชีวิตอยู่ ก็สลายกลายเป็นเถ้าธุลี!

ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้มาก่อน

จบบทที่ บทที่ 5 ปลิดชีพด้วยปลายนิ้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว