- หน้าแรก
- ระบบไลฟ์สดพารวย: ภารกิจปั้นสามีทหารให้เป็นท่านนายพล
- บทที่ 180 - การทะเลาะวิวาท
บทที่ 180 - การทะเลาะวิวาท
บทที่ 180 - การทะเลาะวิวาท
บทที่ 180 - การทะเลาะวิวาท
หลังจากหยางเหยียนขอตัวออกไป กู้เอ๋อร์หรงก็ก้มลงแนบหูกับหน้าท้องของกวนโย่วซวง ตั้งใจฟังเสียงของชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะเลือนหายไป
กวนโย่วซวงนึกว่าเขาเปลี่ยนใจแล้ว จึงลูบผมสั้นเกรียนของเขาอย่างอ่อนโยน "ลูกยังตัวนิดเดียวเอง จะไปได้ยินอะไรคะ รอให้โตกว่านี้อีกหน่อยค่อยฟังนะ"
กู้เอ๋อร์หรงถอนหายใจ "ถึงไม่ได้ยิน ก็ขอให้ผมได้อยู่กับเขาให้นานอีกหน่อยเถอะ"
"หมายความว่าไง" กวนโย่วซวงผลักเขาออก "คุณยังคิดจะเอาลูกออกอยู่อีกเหรอ"
"ผมก็ไม่อยากทำแบบนี้ แต่เมื่อกี้คุณก็ได้ยินหมอพูดแล้ว ซีทีสแกนมันมีผลข้างเคียง คุณอยากให้ลูกเกิดมาพิการหรือไง"
"ทำไมต้องพิการ ฉันตกลงว่าจะทำซีทีสแกนตอนไหนไม่ทราบ"
กู้เอ๋อร์หรงหรี่ตาลง เสียงเข้มขึ้น "คุณจะไม่ทำ?"
"ฉันบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่ตรวจ ทำไมคุณถึงยังจะบังคับฉันอยู่ได้!"
กู้เอ๋อร์หรงจ้องหน้าภรรยานิ่ง งันไปพักใหญ่
เขาพูดไม่ออก
เขารู้ดีว่าเธอป่วย เขาควรจะใจเย็นและเข้าใจเธอ
แต่ความดื้อรั้นของเธอมันเกินจะเยียวยาจริงๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาหันหลังให้แล้วพูดเสียงเย็นชา "งั้นถ้าผมบอกว่า ผมไม่ต้องการเด็กคนนี้ล่ะ"
กวนโย่วซวงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นี่คือคำพูดที่ออกจากปากกู้เอ๋อร์หรงจริงๆ เหรอ
เขาไม่ต้องการลูก?
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วหัวใจราวกับถูกกระบี่นับหมื่นเล่มทิ่มแทง เธอแค่นหัวเราะแล้วตะคอกใส่ "งั้นก็หย่ากันซะ!"
กู้เอ๋อร์หรงหันขวับ หน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ เขาปรี่เข้ามากระชากข้อมือเธอแน่น กัดฟันกรอด "คุณพูดว่าอะไรนะ"
กวนโย่วซวงร้องซี้ดด้วยความเจ็บ
แต่เธอก็ไม่ยอมลดละ ตะโกนใส่หน้า "ฉันบอกว่าหย่าไง หูตึงรึไง!"
หน้าอกของกู้เอ๋อร์หรงกระเพื่อมแรงด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเธอเขม็ง สักพักเขาก็สะบัดมือออกแล้วเดินปึงปังออกจากห้องไป
กวนโย่วซวงโกรธจนตัวสั่น เธอก้มมองข้อมือตัวเอง รอยแดงเถือกปรากฏชัดเจน
ผู้ชายคนนี้มันร้ายนักนะ!
เธอกระชากเข็มน้ำเกลือออกอย่างไม่ใยดี เลือดไหลซึมออกมาแต่เธอไม่สน รีบฉีกเทปกาวมาปิดทับรูเข็มแล้วกระโดดลงจากเตียง
เธอยืนเคว้งอยู่กลางห้อง จิตใจว้าวุ่นสับสน
เมื่อกี้เธอพูดแรงไปจริงๆ ก็รู้แหละว่ากู้เอ๋อร์หรงเป็นห่วง แต่ตอนโมโหมันคุมปากไม่อยู่
ใจจริงอยากจะบอกความลับเรื่องระบบให้รู้แล้วรู้รอด แต่เรื่องมันแฟนตาซีเกินไป ขนาดคนยุค 2020 ยังเชื่อยาก นับประสาอะไรกับคนยุค 90
ขืนบอกไปคงยิ่งโดนหาว่าสมองเพี้ยนหนักกว่าเดิม
เธอพรูลมหายใจยาว ยกนาฬิกาขึ้นดู จะสิบเอ็ดโมงแล้ว
เสี่ยวอวิ๋นใกล้สอบเสร็จแล้ว เธอรับปากว่าจะไปรับน้อง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น รับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้
เธอเดินมุ่งหน้าไปยังทางออกโรงพยาบาล
"โย่วซวง"
เสียงเรียกคุ้นหูทำให้เธอหันไปมอง หยางเหยียนเดินเข้ามาหา
"น้ำเกลือหมดแล้วเหรอ จะไปไหน แล้วเอ๋อร์หรงล่ะ"
กวนโย่วซวงฝืนยิ้ม "จะไปโรงเรียนมัธยมหนึ่งค่ะ ไปรับน้องสาว"
"คุณเพิ่งฟื้น พักผ่อนเถอะ ผมกำลังจะไปทางนั้นพอดี เดี๋ยวผมรับให้เอง ว่าแต่เอ๋อร์หรงไปไหน"
"ไม่รู้สิคะ" เธอตอบเลี่ยงๆ
"ทะเลาะกันเหรอ"
กวนโย่วซวงเงียบ
"เรื่องตรวจร่างกายใช่ไหม" หยางเหยียนถอนหายใจเบาๆ "อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ยังมีเวลาคิดอีกตั้งสองวัน ค่อยๆ คุยกันนะ"
"เขาไม่มีเหตุผลเลย เอาแต่บังคับท่าเดียว"
"เอ๋อร์หรงอายุยี่สิบหกแล้วนะ เชื่อผมเถอะ เขาอยากมีลูกมากกว่าใครทั้งหมด แต่ถ้าเทียบกับลูก เขาห่วงคุณมากกว่า"
หยางเหยียนเว้นจังหวะนิดหนึ่ง "เรารู้จักกันมานาน ผมกล้ารับประกันว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบและดีมากๆ คนหนึ่ง"
"เลิกงอนกันเถอะนะ ลูกน่ะสำคัญก็จริง แต่คนที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิตคือเอ๋อร์หรงนะ"
ประโยคนั้นสะกิดใจกวนโย่วซวงเข้าอย่างจัง
เธอนึกถึงบทความเรื่อง 'มู่ซ่ง' ของหลงอิงไถที่เคยอ่าน
'วาสนาระหว่างคนเป็นพ่อแม่ลูก มีความหมายเพียงแค่ว่า ในชาตินี้ภพนี้ คุณได้แต่เฝ้ามองแผ่นหลังของเขาค่อยๆ เดินห่างออกไป
คุณยืนอยู่ปลายทางข้างนี้ มองดูเขาค่อยๆ เลือนหายไปตรงหัวโค้งถนน และเขาใช้แผ่นหลังบอกกับคุณเงียบๆ ว่า ไม่ต้องตามมา'
ตอนนั้นเธอยังเป็นสาวโสด อ่านแล้วก็เฉยๆ ไม่รู้สึกอินอะไร
แต่วันนี้ ในท้องของเธอกำลังมีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ ถือกำเนิด ต่อให้วันหน้าจะต้องเฝ้ามองแผ่นหลังเขาเดินจากไปกี่ร้อยกี่พันครั้ง เธอก็เต็มใจ
"คุณกลับไปพักเถอะ ขืนหายตัวไปเดี๋ยวเอ๋อร์หรงได้พลิกโรงพยาบาลหาอีก น้องสาวเอ๋อร์หรงชื่ออะไร ใส่ชุดอะไร เดี๋ยวผมไปรับให้"
"เกรงใจแย่เลยค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนกันทั้งนั้น ขอแค่คุณหายไวๆ ก็พอ ผมเตรียมด้ายทอพรมไว้รอคุณเพียบเลยนะ" หยางเหยียนยิ้มแซว
"อื้ม โรงงานใกล้เสร็จแล้ว รับรองไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ"
กวนโย่วซวงไม่อยากกลับห้องพักเท่าไหร่ แต่ผลตรวจพวกนั้นยังวางทิ้งไว้ในห้อง เมื่อกี้รีบออกมาเลยลืมหยิบมาด้วย
พอกลับเข้าไป กู้เอ๋อร์หรงไม่อยู่แล้ว
พยาบาลสาวคนเดิมกำลังเก็บเครื่องมอนิเตอร์เตรียมย้ายไปห้องอื่น โรงพยาบาลนี้เครื่องมือมีจำกัดต้องเวียนกันใช้
"ยาวางไว้ที่ตู้หัวเตียงนะ กินวันละสามครั้งหลังอาหาร อย่าลืมล่ะ" พยาบาลกำชับ
"รับทราบค่ะ"
"งั้นฉันไปก่อนนะ ช่วงบ่ายมีน้ำเกลืออีกสองขวด มีอะไรก็ตะโกนเรียกนะ"
"ฉันไม่ฉีดแล้วนะ ยกเลิกไปเลย"
"เอ่อ เรื่องนี้..." พยาบาลทำหน้าลำบากใจ "ฉันต้องถามท่านรองฯ ก่อนค่ะ"
พอลับหลังพยาบาล กวนโย่วซวงก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง
ต้องวางแผนรับมือกับสถานการณ์บ่ายนี้
ช่วงบ่ายยังมีไลฟ์อีกหนึ่งรอบ
ไม่ใช่แค่บ่ายนี้ พรุ่งนี้ก็ยังมีอีกสองรอบ
ถ้ากู้เอ๋อร์หรงมาเจอเข้า มีหวังความลับแตกโพละ แล้วลูกในท้องคงไม่ได้ไปต่อแน่
นี่เป็นครั้งแรกที่เธออยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้
ทางออกเดียวที่คิดออกตอนนี้คือแก้ข้อมูลในระบบ เปลี่ยนตัวผู้สอนหลักซะ
ชื่อแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ หวังชวนหนง
รูมเมทสาวผู้มีผลการเรียนดีเยี่ยม และมีความฝันอันแรงกล้าอยากจะเป็นแม่พิมพ์ของชาติ
ตอนที่เธอออกแบบระบบ 'เล่อเสวีย' หวังชวนหนงก็ช่วยออกไอเดียดีๆ ให้ตั้งหลายอย่าง
แถมตอนระบบเริ่มรัน หวังชวนหนงก็เคยลองเข้ามาเล่นดูแล้วด้วย
ตอนนั้นเธอก็ชวนเพื่อนมาไลฟ์ด้วยกัน แต่หวังชวนหนงดันอยากใช้เวลาช่วงจบการศึกษาไปตระเวนเที่ยวทั่วประเทศจีนเสียก่อน
ป่านนี้คงเที่ยวเสร็จแล้วมั้ง
เธอตัดสินใจว่า เดี๋ยวไลฟ์รอบบ่ายนี้ จะรีบเข้าไปจัดการเรื่องนี้ก่อนเลย จะเกิดอะไรขึ้นค่อยว่ากัน
ดีไม่ดีไลฟ์อาจจะตัดไปดื้อๆ แล้วเธอก็ถูกดีดกลับมาปัจจุบัน
หรือแย่กว่านั้น เธออาจจะทะลุมิติไปโผล่ที่โลกอื่น
โลกอื่นเหรอ?
แค่คิดหัวใจก็บีบตัวแน่น
ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ ใครจะอยากเสี่ยงเดิมพันด้วยชีวิตแบบนี้กันล่ะ