เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 - ทวงค่าแรง

บทที่ 170 - ทวงค่าแรง

บทที่ 170 - ทวงค่าแรง


บทที่ 170 - ทวงค่าแรง

กวนเล่ยร้อนรนจนนั่งไม่ติด เธอรีบคว้าแขนจ้าวหยางไว้แล้วกระซิบเสียงเครียด "ไม่ได้นะ คุณจะไปรับปากหล่อนไม่ได้เด็ดขาด"

จ้าวหยางอยากจะสะบัดแขนภรรยาทิ้งเต็มแก่ แต่ติดที่กวนโย่วซวงยืนหัวโด่กวนใจอยู่ตรงนี้ เขาจึงทำได้เพียงกดเสียงต่ำอย่างรำคาญ "เออน่า เอาตามนี้แหละ"

โชคดีที่วันนี้กวนโย่วซวงพกเงินสดติดตัวมาพอดี เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบธนบัตรใบละร้อยหยวนปึกหนึ่งออกมานับจำนวนห้าใบ แล้วยื่นส่งให้หลินซิ่วเฟิน

กวนเล่ยจ้องเงินปึกนั้นตาค้างจนแทบถลน

บ้านตระกูลกู้จนกรอบจนแทบจะไม่มีข้าวกิน ไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้

แต่เพียงครู่เดียวสมองของเธอก็ประมวลผลได้ คงเป็นเงินกู้ที่ไปทำเรื่องมาสร้างโรงงานปักผ้าแน่นอน

เธอปรายตามองโครงสร้างโรงงานที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วแค่นเสียงในใจ หวังจะให้โรงงานโกโรโกโสพรรค์นี้ทำเงินงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ

เมื่อหลินซิ่วเฟินเดินจากไปพร้อมเงิน กวนโย่วซวงก็ขอตัวกลับเช่นกัน

เดิมทีเธอตั้งใจจะหาไม้ท่อนเหมาะมือไปทำงานไม้สักหน่อย แต่แดดสายเริ่มแรงกล้าจนแสบผิว เธอจึงเปลี่ยนใจเดินกลับบ้านดีกว่า

เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นแม่สามีเดินมาจากทางแม่น้ำ

หวังฮุ่ยอิงเดินหอบชายเสื้อประคองของบางอย่างไว้แนบอก ทันทีที่เห็นลูกสะใภ้ นางก็ยิ้มกว้างพลางเร่งฝีเท้าเข้ามาหา "โย่วซวง ดูสิแม่ได้อะไรมา"

"อะไรจ๊ะแม่"

"ลูกท้อไงล่ะ"

ปกติกวนโย่วซวงไม่ใช่คนชอบกินของเปรี้ยว แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้พอเห็นลูกท้อผิวตึงๆ ในห่อผ้า น้ำลายในปากกลับสอขึ้นมาเสียอย่างนั้น

หวังฮุ่ยอิงเช็ดลูกท้อกับเสื้อตัวเองจนสะอาดแล้วยื่นให้ "ลองชิมสิ อร่อยดีนะ"

หญิงสาวรับมากัดกร้วม รสเปรี้ยวอมหวานซ่านไปทั่วลิ้น มันอร่อยจนหยุดไม่ได้ เผลอแป๊บเดียวเธอก็จัดการไปถึงสามสี่ลูก

"ปะ กลับไปกินต่อที่บ้านกัน"

กวนเล่ยยืนมองแม่ผัวลูกสะใภ้คู่นั้นเดินคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่ไกลๆ ด้วยความริษยาจนอกแทบระเบิด

นังแก่หวังฮุ่ยอิงชาติที่แล้วป่วยออดแอดเป็นคนขี้โรค สามวันดีสี่วันไข้ ไหงชาตินี้ถึงได้ดูแข็งแรงกระชุ่มกระชวยนัก

จ้าวหยางสวมหมวกนิรภัยแล้วพูดเสียงเรียบ "ถ้าไม่มีอะไรแล้วเธอก็กลับไปเถอะ อยู่ตรงนี้ก็เกะกะเปล่าๆ"

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขอเดินดูแถวนี้หน่อย คุณยุ่งก็ไปทำงานเถอะ"

ชายหนุ่มหันหลังเดินกลับเข้าไซต์งานไป

กวนเล่ยตั้งใจจะมาขอเงิน แต่เมื่อครู่ยัยหลินซิ่วเฟินเพิ่งรีดไถไปตั้งห้าร้อยหยวน เธอจึงไม่กล้าเอ่ยปากในตอนนี้

ความผิดทั้งหมดต้องโทษนังกวนโย่วซวง มันนึกว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาตัดสินใจแทนผัวเมียคู่อื่นหน้าตาเฉย

คนหน้าด้าน!

พื้นที่ก่อสร้างร้อนอบอ้าวไร้ร่มไม้ กวนเล่ยผลักประตูบ้านพักคนงานชั่วคราวเข้าไปหวังจะหลบแดดสักพัก

กลิ่นเหม็นอับผสมกลิ่นเหงื่อและกลิ่นเท้าโชยมาปะทะจมูกจนแทบอาเจียน บนพื้นมีถุงเท้าใช้แล้วกองระเกะระกะอยู่หลายคู่

เธอรีบถอยกรูดออกมาบีบจมูกแน่น

แต่พอยืนคิดดูอีกที นี่อาจเป็นโอกาสทำคะแนนเอาใจจ้าวหยางก็ได้

เธอคว้ากะละมังหลังประตู ตักน้ำแล้วลงมือนั่งซักถุงเท้าเน่าเหล่านั้นอย่างขยันขันแข็ง

จังหวะที่เธอยกกาละมังน้ำดำปปี๋เดินออกมาเททิ้ง จ้าวหยางก็เดินผ่านมาพอดี

เขาปรายตามองแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร

"คุณมีเสื้อผ้าต้องซักอีกไหมคะ ถอดมาสิ เดี๋ยวฉันซักให้"

"รอตอนเย็นค่อยเปลี่ยน เธอเข้าไปหยิบบุหรี่ในห้องให้หน่อย"

"ได้ค่ะ" กวนเล่ยรีบเทน้ำทิ้งแล้ววิ่งจู๊ดเข้าไปหยิบซองบุหรี่ที่หัวเตียงออกมา

จ้าวหยางรับบุหรี่ไปแล้วโบกมือไล่ "กลับไปได้แล้วไป"

หญิงสาวกัดริมฝีปาก ตัดสินใจเอ่ยขึ้น "ผ้าปูที่นอนของพ่อกับแม่เริ่มดำแล้ว ฉันว่าจะซักให้แก แต่ที่บ้านผงซักฟอกหมดพอดี..."

"หมดก็ไปซื้อสิ" จ้าวหยางมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า "วันนี้เธอก็ผ่านตลาดนัดมาไม่ใช่เหรอ เรื่องแค่นี้ต้องให้ฉันบอกด้วยรึไง"

"ไม่ใช่ค่ะ..." กวนเล่ยกลั้นใจพูด "คือฉันไม่มีเงินติดตัวเลย"

จ้าวหยางถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเศษเงินสองหยวนยัดใส่มือเธอ

กวนเล่ยกำเงินสองหยวนแน่น "ขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหมคะ ครีมทาหน้ากับยาสระผมของฉันก็ใกล้หมดแล้ว จะได้ซื้อทีเดียวเลย"

"เงิน เงิน เงิน! วันๆ รู้จักแต่แบมือขอเงิน!" จ้าวหยางชี้นิ้วใส่หน้า ตวาดลั่น "ครีมกับยาสระผมบ้าบออะไร คนอื่นเขาใช้กันเป็นปี เธอใช้สองสามเดือนก็หมด ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป มีสมบัติเท่าไหร่ก็คงผลาญจนเกลี้ยง!"

เขาโมโหจริงๆ

แม่เดียวกันแท้ๆ กวนโย่วซวงควักเงินห้าร้อยหยวนออกมาได้โดยไม่กะพริบตา แต่เมียที่เขาแต่งเข้ามากลับไม่มีปัญญาหาเงินแม้แต่ห้าหยวน

ตอนแรกแม่สื่อแนะนำกวนโย่วซวงให้เขาแท้ๆ ไม่รู้ยัยผู้หญิงคนนี้เป็นบ้าอะไรถึงรั้นจะขอสลับตัวแต่งงานให้ได้

สลับตัวบ้าบออะไร สลับเอาโชคลาภเงินทองของเขาหายไปหมดน่ะสิ

กวนเล่ยน้ำตาคลอเบ้า พยายามกลั้นสะอื้นแล้วพูดเสียงเบา "ฉันก็แค่จะซื้อของใช้ส่วนตัวไม่กี่บาท ทีกับผู้หญิงคนอื่นคุณยังควักให้ทีเดียวตั้งห้าร้อยไม่ใช่เหรอ"

"หัดตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง ว่าเธอกับเขามันคนละชั้นกัน!" จ้าวหยางแค่นเสียงเยาะเย้ย "อย่างน้อยเขาก็ทำให้ฉันมีความสุขได้จริงๆ ไม่เหมือนเธอ"

กวนเล่ยหน้าซีดเผือด น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม

แสดงว่าที่หลินซิ่วเฟินพูดเป็นเรื่องจริงงั้นสิ?

หรือว่าจ้าวหยางแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อจะหาแรงงานทาสเข้าบ้านและผลิตทายาทสืบสกุลเท่านั้น?

"ไสหัวไปซะ เห็นหน้าแล้วจะอ้วก"

กวนเล่ยเจ็บร้าวไปทั้งอก เธอไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินจากมาทั้งน้ำตา

ขณะเดินผ่านหน้าบ้านกวนโย่วซวง ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา ในเมื่อหลินซิ่วเฟินยังไถเงินกวนโย่วซวงได้ เธอก็ต้องทำได้เหมือนกัน

จ้าวหยางไร้น้ำใจกับเธอก่อน ก็อย่าหาว่าเธอไร้คุณธรรม

เธอปาดน้ำตา สูดหายใจลึกปรับอารมณ์ แล้วเดินเข้าไปในลานบ้าน

กวนโย่วซวงกำลังนั่งคุยกับหวังฮุ่ยอิงอยู่บนบันไดหน้าบ้าน หัวเราะต่อกระซิกกันดูอบอุ่นกลมเกลียว

ใครไม่รู้คงนึกว่าเป็นแม่ลูกในไส้

พอนึกถึงท่าทีเย็นชาที่กวนโย่วซวงมีต่อแม่แท้ๆ ของตัวเอง กวนเล่ยก็ยิ่งเกลียดชัง

คนอกตัญญู แยกแยะคนในคนนอกไม่เป็น

"พี่" เธอฉีกยิ้มทักทาย

หวังฮุ่ยอิงเหลือบตามอง "มาทำไม? คงไม่ได้พิศวาสอยากมาเยี่ยมพี่สาวหรอกนะ"

"ฉันเอาของมาให้จ้าวหยางที่ไซต์งานน่ะจ้ะ ก็เลยแวะมาดู"

"แวะมาดูเฉยๆ สินะ มาแต่ตัวทัวร์ยกแก๊ง ของฝากสักชิ้นก็ไม่มี"

กวนเล่ยยิ้มเจื่อน ไม่กล้าต่อปากต่อคำ

กวนโย่วซวงถามเรียบๆ "มีธุระอะไร"

"พี่... เราไปคุยกันในห้องพี่หน่อยได้ไหม" กวนเล่ยชี้มือไปทางเรือนหอหลังใหม่

"มีอะไรก็พูดตรงนี้แหละ แม่ไม่ใช่คนอื่นคนไกล"

ได้ยินกวนโย่วซวงเรียกหวังฮุ่ยอิงว่า "แม่" เต็มปากเต็มคำ กวนเล่ยก็เบะปากในใจด้วยความหมั่นไส้

เอาวะ พูดก็พูด

"คืออย่างงี้นะพี่ เงินของจ้าวหยางจมไปกับค่าวัสดุก่อสร้างหมดแล้ว วันนี้พี่ก็เห็นสถานการณ์แล้วนี่นา เมื่อกี้เขาเลยวานให้ฉันมาขอยืมเงินพี่... เอ้อ ไม่สิ เรียกว่ามาเบิกเงินค่าแรงล่วงหน้าดีกว่า"

"เธอประสาทหรือเปล่า จะมาเบิกมั่วซั่วได้ยังไง" กวนโย่วซวงสวนทันควัน "งานงวดนี้ยังไม่ได้สรุปยอดเลย ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ แล้ววันนี้ก็เพิ่งจ่ายไปตั้งห้าร้อย เกิดหักลบกลบหนี้แล้วไม่ถึงห้าร้อยขึ้นมา ฉันมิต้องไปทวงเงินคืนจากผัวเธอรึไง"

"โธ่ มันต้องเกินห้าร้อยอยู่แล้ว ปกติเขารับเหมางานนึงได้ตั้งหลายพัน"

กวนโย่วซวงหัวเราะหึ "เธอคิดว่าเงินหลายพันนั่นเป็นเงินน้ำพักน้ำแรงของเขาคนเดียวหรือไง"

"หมายความว่าไง"

"เงินพวกนั้นเขาโกงมาจากค่าแรงลูกน้องเขาทั้งนั้นแหละ"

กวนเล่ยหน้าถอดสี จ้องมองพี่สาวอย่างไม่อยากเชื่อ "พี่พูดบ้าอะไร! อย่ามาใส่ร้ายเขานะ เขาไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้น จ้าวหยางดูแลลูกน้องดีจะตาย ใครๆ ก็รักเขา"

"จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเธอ แต่ข้อเรียกร้องของเธอฉันรับปากไม่ได้"

จบบทที่ บทที่ 170 - ทวงค่าแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว