- หน้าแรก
- ระบบไลฟ์สดพารวย: ภารกิจปั้นสามีทหารให้เป็นท่านนายพล
- บทที่ 70 - ไล่ตะเพิด
บทที่ 70 - ไล่ตะเพิด
บทที่ 70 - ไล่ตะเพิด
บทที่ 70 - ไล่ตะเพิด
จางไฉ่เหอสะดุ้งเฮือกก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแก้มปริจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู
เธอสาวเท้าเข้าไปหาอย่างไว ปากก็พร่ำบอก "แม่รู้อยู่แล้วว่าโย่วซวงลูกรักต้องมีเงิน รู้อยู่แล้วว่าลูกต้องไม่ปฏิเสธแม่"
พูดจบเธอก็ยื่นมือที่หยาบกร้านราวกับเปลือกไม้ไม้ออกไป เตรียมจะรับเงินปึกนั้นมานอนกอด
ทว่ากวนโย่วซวงกลับเดินผ่านหน้าเธอไปเฉย ๆ ราวกับเธอเป็นธาตุอากาศ หญิงสาวเดินตรงไปหาแม่สามีที่ยืนอยู่ข้างหลัง
"แม่คะ ช่วงนี้ฉันคงจะยุ่งมาก อาจจะปลีกตัวมาดูแลแม่กับพ่อไม่ค่อยได้ เงินพวกนี้แม่เอาไว้ใช้จ่ายเถอะนะคะ"
จางไฉ่เหอยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เธอค่อย ๆ หันกลับมามองลูกสาวด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดจาติดขัด "ยะ... โย่วซวง... นี่แก... แกเอาเงินให้... ให้มันเหรอ"
หวังฮุ่ยอิงเองก็ไม่รู้ว่าลูกสะใภ้ไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน แต่เธอก็ฉลาดพอที่จะเข้าใจเจตนาของกวนโย่วซวงได้ทันที
บ้านดินหลังนี้ไม่ได้เก็บเสียง เรื่องที่จางไฉ่เหอด่าทอลูกสาวสาดเสียเทเสียเมื่อครู่ เธอได้ยินเต็มสองรูหู
อย่าว่าเป็นแม่ลูกกันเลย ต่อให้เป็นคนแปลกหน้ามาด่ากันแบบนี้ คนปกติเขาก็รับไม่ได้กันทั้งนั้น
เฮ้อ ก็เพราะโย่วซวงเป็นเด็กจิตใจดีถึงได้ยอมทนแม่บ้า ๆ แบบนี้ได้ ถ้าเป็นเธอนะ ป่านนี้คงได้ล้มโต๊ะอาละวาดไปแล้ว
เธอดึงมือกวนโย่วซวงมากุมไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ที่บ้านเราไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินอะไร ลูกเก็บเอาไว้ทำทุนเถอะจ้ะ"
กวนโย่วซวงยิ้มพลางชี้ไปที่ลิ้นชัก "รับไว้เถอะค่ะแม่ ในนั้นฉันยังมีอีกหลายหมื่น"
หวังฮุ่ยอิงมองไปที่ลิ้นชักแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ก็ได้จ้ะ งั้นแม่จะเก็บไว้ให้นะ ถ้าลูกจะใช้เมื่อไหร่ก็มาบอกแม่ เย็นนี้อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวแม่ทำให้"
กวนโย่วซวงทำท่านึกอยู่ครู่หนึ่ง "ฉันอยากกินแผ่นแป้งม้วนไส้มันฝรั่งเส้นผัดค่ะ"
"ได้สิ เดี๋ยวแม่ไปปอกมันฝรั่งแป๊บเดียว" หวังฮุ่ยอิงหันไปมองจางไฉ่เหอด้วยสายตาเย็นชา "คุณแม่ดอง ฉันคงไม่ชวนกินข้าวนะคะ ทางบ้านเรามันเดินลำบาก เชิญคุณรีบกลับไปก่อนค่ำเถอะค่ะ"
จางไฉ่เหอยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
เล่นละครแม่ผัวลูกสะใภ้รักกันปานจะกลืนกินให้ใครดูฮะ!
ทันใดนั้นเธอก็พุ่งตัวเข้าไปกระชากลิ้นชักออกมา แล้วเริ่มคุ้ยหาเงินอย่างบ้าคลั่ง
"นังเด็กเปรต! มีเงินเป็นหมื่นแต่ไม่ให้แม่ใช่ไหม ได้! ไม่ให้ฉันก็จะหยิบเอง!"
กวนโย่วซวงหมดความอดทนกับความบ้าคลั่งของหญิงคนนี้แล้ว เธอรวบรวมแรงกระชากแขนจางไฉ่เหอออกมาอย่างแรง
จางไฉ่เหอทรงตัวไม่อยู่ เซถลาลงไปกองกับพื้น
กวนโย่วซวงตวาดลั่น "จะบ้าก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย! นี่มันบ้านฉัน ไม่ใช่ที่ให้ป้ามาค้นข้าวของตามใจชอบ อย่าให้ฉันต้องหมดความเกรงใจนะ!"
จางไฉ่เหอมองลูกสาวด้วยสายตาตื่นตะลึง เธอค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นเกาะมุมโต๊ะแล้วชี้หน้าด่า "แก... แกอยากตายใช่ไหม... กล้า... กล้าดียังไงมาลงไม้ลงมือกับแม่!"
หวังฮุ่ยอิงที่เคยเกรงใจความเป็นแม่ลูก ตอนนี้ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป เธอพุ่งเข้าไปตบหน้าจางไฉ่เหอฉาดใหญ่
"นังคนบ้านี่มันวอนหาเรื่องจริง ๆ โย่วซวงเขาเห็นแก่ความเป็นแม่ถึงไม่กล้าทำอะไร แต่ฉันไม่สนเว้ย เอะอะก็ด่าลูกว่ากะหรี่ ฉันว่าเธอนั่นแหละที่เหมือนกะหรี่!"
จางไฉ่เหอชะงักไปชั่วครู่ พอตั้งสติได้ก็เตรียมจะสวนกลับ แต่กวนโย่วซวงไวกว่า เธอผลักจางไฉ่เหอสุดแรงจนเซถอยหลังไปกระแทกตู้เสื้อผ้าดังตึง
จางไฉ่เหอกระชากหนังยางมัดผมออก สลัดผมกระเซิง เตะเก้าอี้ล้มระเนระนาด แล้วทิ้งตัวลงไปดิ้นพราด ๆ กับพื้น เริ่มแสดงบทบาทถนัดคือการตีโพยตีพาย
"เก่งจริงนะกวนโย่วซวง! เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง พอแต่งงานมีผัวก็รวมหัวกับคนนอกมารังแกแม่ตัวเอง แกคิดว่าคนอื่นเขาจะรักแกเหมือนลูกจริง ๆ เหรอ ฝันไปเถอะ! จำใส่กะลาหัวไว้เลยนะ วันนี้แกเป็นคนตัดขาดกับแม่เอง วันหน้าแกจะต้องเสียใจ!"
กวนโย่วซวงมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา "รีบไสหัวไปเถอะ อย่ามานอนเกลือกกลิ้งให้น่าสมเพชอยู่ตรงนี้เลย เห็นแล้วจะอ้วก"
หวังฮุ่ยอิงคว้าไม้กวาดมาถือไว้ ทำท่าจะฟาด "รีบไสหัวออกไป! ถ้ายังไม่ไปอีกอย่าหาว่าไม้กวาดฉันไม่มีตานะ ให้คนแบบเธอเข้ามาเหยียบในบ้านนี่มันเสนียดจริง ๆ"
จางไฉ่เหอยกแขนขึ้นบังหน้า ปากก็ยังไม่หยุดพ่นคำผรุสวาท "เออ! ได้! เก่งกันนักนะ ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันจางไฉ่เหอถือว่าไม่เคยมีลูกเลว ๆ แบบแก ต่อไปอย่าหวังจะได้เหยียบเข้าบ้านตระกูลกวนอีก!"
กวนโย่วซวงปรายตามองแล้วแค่นหัวเราะ ไม่คิดจะต่อปากต่อคำให้เปลืองน้ำลาย
หวังฮุ่ยอิงถ่มน้ำลายลงพื้น "ถุย! บ้านแบบนั้นใครเขาอยากจะไปเหยียบตายนักแหละ โย่วซวงเขามีบ้านของเขาแล้ว ยัยแก่หนังเหนียว รีบไสหัวไปซะ!"
จางไฉ่เหอเดินด่ากราดออกไปจนพ้นประตูรั้ว หวังฮุ่ยอิงยังไม่หนำใจ วิ่งกลับไปหิ้วถุงไข่ไก่กับถ้วยขนมข้าวหมากวิ่งตามออกไป แล้วขว้างใส่หลังหญิงวัยกลางคน "เอาของอัปมงคลของเธอคืนไป!"
จางไฉ่เหอรับไม่ทัน ถุงไข่ไก่ตกลงกระแทกพื้นแตกกระจายเละเทะ
ที่หน้าบ้านมีกลุ่มชาวบ้านจับกลุ่มคุยกันอยู่ อันที่จริงพวกป้า ๆ น้า ๆ มามุงรอกันตั้งแต่เห็นญาติบ้านกู้มาเยี่ยมแล้ว ตั้งใจจะมาสืบเสาะหาเรื่องเมาท์มอย
พอเห็นแม่ยายของกู้เอ๋อร์หรงโดนแม่ผัวไล่ตะเพิดออกมาแบบนี้ พวกนางก็เหมือนได้เชื้อเพลิงชั้นดี รีบสุมไฟกันยกใหญ่
"นั่นไงแม่ยายของพ่อหนุ่มเอ๋อร์หรง คนที่เคยมาตามทวงเงินค่าขึ้นม้าถึงหน้าบ้าน ที่แท้ก็คนนี้นี่เอง!"
"ใช่ ๆ คนที่เรียกค่าสินสอดเพิ่มหน้างานอีกสองร้อยหยวนนั่นแหละ หน้าเลือดชะมัด ถ้าเป็นฉันนะ อย่าหวังว่าจะได้แต่งเลย เชิญดองเค็มลูกสาวไว้ที่บ้านเถอะ"
"ได้ข่าวว่าสินเดิมเจ้าสาว กวนโย่วซวงก็เป็นคนหาเงินซื้อเองทั้งหมดนะ เฮอะ เป็นแม่ประสาอะไร"
หวังฮุ่ยอิงตะโกนบอกชาวบ้านยิ้ม ๆ "พวกเธอรู้ไหมว่าวันนี้ยายแก่คนนี้มาทำอะไรที่บ้านฉัน"
"ทำอะไรล่ะ มาไถเงินอีกล่ะสิ?"
"แม่น! นางจะมาให้โย่วซวงออกเงินติดโทรศัพท์บ้านให้ไงล่ะ"
"ติดโทรศัพท์! โอ๊ยตาย นั่นมันต้องใช้เงินตั้งหลายพัน ลูกสาวแต่งออกไปแล้วยังจะหน้าด้านตามมารีดไถถึงบ้านผัว หน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองจีนอีกนะเนี่ย น่าอายจริง ๆ"
"สงสารหนูโย่วซวงจัง ไม่รู้ทำเวรทำกรรมอะไรมาถึงได้แม่แบบนี้"
ใบหน้าของจางไฉ่เหอเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดสลับกันไปมาราวกับไฟเทค ในที่สุดก็ทนความอับอายไม่ไหว รีบเดินก้มหน้าจ้ำอ้าวหนีไปทางท้ายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
หวังฮุ่ยอิงเดินกลับเข้ามาในห้อง เห็นลูกสะใภ้นั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะ ก็นึกว่ากำลังเสียใจ จึงเข้าไปปลอบ "ลูกจ๊ะ แม่ก็เพิ่งรู้วันนี้แหละว่าแม่เธอเป็นคนแบบนี้ เมื่อก่อนคงลำบากน่าดูสินะ อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะลูก ไม่ต้องอั้นไว้"
"คะ?" กวนโย่วซวงได้สติ "เปล่าค่ะแม่ ฉันไม่ได้ร้อง ฉันแค่กำลังคิดเรื่องโรงงานปักผ้าอยู่ค่ะ"
"อ้อ จริงสิ แม่ลืมไปเลย" หวังฮุ่ยอิงล้วงเงินหมื่นหยวนออกจากกระเป๋าเสื้อวางคืนบนโต๊ะ "เงินนี่ลูกไปกู้เขามาทำโรงงานใช่ไหม พอหรือเปล่า ถ้าไม่พอเดี๋ยวแม่ลองไปถามยืมญาติ ๆ ให้"
กวนโย่วซวงรู้สึกอบอุ่นวาบในหัวใจ เมื่อกี้เธอแค่เอาเงินออกมาเพื่อยั่วโมโหจางไฉ่เหอ แต่ตั้งใจจะให้แม่สามีจริง ๆ ไม่ได้คิดจะเอาคืน แต่ดูสิ แม่สามีกลับเป็นห่วงกลัวเธอเงินไม่พอใช้ ช่างต่างกับแม่บังเกิดเกล้าราวฟ้ากับเหว
กวนโย่วซวงนึกขึ้นได้ว่าครอบครัวกู้ยังเป็นหนี้ญาติ ๆ อยู่ตอนที่ยืมมาจัดงานแต่งงาน เธอจึงแบ่งเงินออกมาส่วนหนึ่ง "แม่คะ เรื่องสร้างโรงงานแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันกับเอ๋อร์หรงจัดการได้ แม่ทำใจให้สบายเถอะค่ะ บ้านเราจะต้องสุขสบายขึ้นแน่ ๆ ส่วนเงินก้อนนี้ แม่เอาไปใช้หนี้ญาติ ๆ ให้หมดเถอะค่ะ"
"หนี้พวกนั้นไม่รีบหรอก เดี๋ยวเราค่อย ๆ ผ่อนเอา เงินลูกลูกเก็บไว้เถอะ เอาล่ะ พักผ่อนสักงีบนะ เดี๋ยวแม่ไปนวดแป้งทำแผ่นแป้งม้วนให้กิน"
พอแม่สามีพูดแบบนี้ กวนโย่วซวงก็รู้สึกหนังตาหย่อนขึ้นมาทันที เธอล้มตัวลงนอนบนเตียง หาวหวอดหนึ่ง แล้วผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
[จบแล้ว]