เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 148 Let him jump around for a few days

Chapter 148 Let him jump around for a few days

Chapter 148 Let him jump around for a few days


先让他蹦跶一些日子(四更)

ซ่างเหรินจินกวงเอ่ยถาม“พวกเขาเป็นใครมาจากใหน?”

จางฉางอันลังเลเอ่ยออกมาว่า“คนที่ลงมือน่าจะเป็นอสูรเทวะฟินิกซ์,มีระดับเทพสวรรค์ขั้นต้น,เขาได้ใช้เพลิงแท้ฟินิกซ์,นอกจากนี้ยังมีชายร่างยักษ์และชายหนุ่มคนหนึ่ง,ไม่อาจมองเห็นความแข็งแกร่งได้.”

“คนของเผ่าฟินิกซ์ ระดับเทพสวรรค์ขั้นต้นรึ?”ซ่างเหรินจินกวงครุ่นคิด“เป็นไปได้ว่า เผ่าฟินิกซ์ปรากฏสู่โลกหล้าแล้วรึ?”

จินเหม่ยจวนเอ่ย“จินกวง,ความกล้าเจ้ามันช่างน้อยนิด,เผ่าฟินิกซ์แล้วอย่างไร?”จากนั้นนางก็เอ่ยกับจินเทียนหง,“ไป,ป้าจะไปภูเขาหกตา,แก้แค้นให้กับเจ้าเอง.”

“ท่านป้า,แขนข้า!”จินเทียนหงเอ่ย.

จินหม่ยจวนทำการเชื่อมต่อแขนที่ขาดหายให้กับจินเทียนหงทันที,จากนั้นก็นำเขาไปยังภูเขาหกตา.

ซ่างเหรินจินกวงไม่อาจทำอะไรได้มีแต่ต้องตามไปด้วย.

เมื่อซ่างเหรินจินกวง,จินเหม่ยจวนและคนอื่น ๆ มาถึง,เทือกเขาหกตาก็ไม่มีใครอยู่แล้ว.

“หนีไปแล้วรึ?”จินหม่ยจวนที่ขมวดคิ้วไปมา.

แม้นว่าเทือกเขาหกตาจะอยู่ไม่ไกล,ทว่าเวลาที่จินเทียนหงและพรรคพวกเดินทางกลับ,จินเหม่ยจวนต่อแขน,และกลับมาอีกครั้ง,ก็ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเช่นกัน.

“หนีไปเร็วจริง ๆ.”จินเทียนหงแค่นเสียงเย็นชา.

ซ่างเหรินจินกวงได้มายืนที่หน้าสุสาน,จ้องมองป้ายศิลาจารึก“สุสานฟู่ซีอรหันต์ปิศาจยุคโบราณ,จากสหายเฉียงเหลียง.”เขาขมวดคิ้วไปมาด้วยความสงสัย“ฟู่ซี? เฉียงเหลียง?”จากนั้นก็เอ่ยต่อจินเหม่ยจวน“เจ้าเคยได้ยินนามฟู่ซีใหม?”

จินเหม่ยจวนส่ายหน้าไปมา“ไม่เคยได้ยินเลย,คงเป็นใครที่ไม่สำคัญในยุคโบราณ.”

......

หลังจากที่ลู่อี้ผิงออกจากเทือกเขาหกตา,จากนั้นก็นำวัวกระทิงมังกรเขาทองคำและหวงจิวมุ่งตรงไปยังเรือนที่พักเทียนซาน,เขตแดนไท่สวี.

แน่นอนว่าก่อนออกจากนิกายกระบี่กุยหยวน,เถ้าแก่ร้านขายของเอ่ยว่าประมุขตนเองพักอยู่ที่เรือนที่พักเทียนซานเมืองจื่อเหว่ย.

ประมุขของเถ้าแก่ร้านขายของก็คือ เช่อตงหยาง.

ในอดีตเทพธิดาโหลวงซินวังเทวะเป่ยโตว,มีศิษย์คนหนึ่งที่มีสกุลเช่อ,นามเช่อจื่อเผิง.

หากลู่อี้ผิงคาดเดาไม่ผิด,เช่อตงหยางอาจจะเป็นลูกหลานของเช่อจื่อเผิงก็ได้.

ในยุคสงครามแห่งทวยเทพในยุคโบราณ,วังเทวะเป่ยโตวเองก็ได้เข้าร่วมสงคราม.

เจ้าวังเทวะเป่ยโตวได้ล่วงหล่นจากสวรรค์ในสงครามครั้งนั้น.

เพราะว่าเจ้าวังเทวะเป่ยโตวตกตายไป,หลังจากสงครามเสร็จสิ้น,เหล่าเจ้าหอวังเทวะเป่ยโตวได้แย่งชิงตำหนักเจ้าวังกัน,เกิดการต่อสู้ภายใน,ท้ายที่สุดเจ้าหอหลายคนได้จากไปด้วยเช่นกัน.

ดังนั้นเพียงไม่นานหลังจากสงครามแห่งทวยเทพ,วังเทวะเป่ยโตวจึงตกต่ำลงอย่างสมบูรณ์.

ส่วนเทพธิดาโหลวซุ่ยเองได้จากไป,ส่วนไปที่ใดนั้น,ไม่มีใครรู้.

มีบางคนเอ่ยว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์เป่ยโตวเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก,จึงได้ออกจากพิภพเหิงหยวนไป.

ดวงดาราที่พราวแสง.

กำลังส่องสว่างวับวาว.

ด้านหน้ากองไฟที่ลุกโชน,ลู่อี้ผิงได้นำกระบี่หักเหยี่ยนสุ่ยออกมา,พร้อมกับครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีต.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำต้องการเอ่ยอะไรออกมาทว่ากับดูลังเล.

ในอดีต,อาจมีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น,ทำให้ธิดาศักดิ์สิทธิ์โหลวสุ่ยเศร้าเสียใจ,จนต้องออกจากพิภพเหิงหยวนไป.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้แต่เอ่ยพึมพำ.

ลู่อี้ผิงที่เก็บกระบี่หักเข้าไปในหม้อจักรวาล,จากนั้นก็นำศิลาจารึกสวรรค์หลักออกมา.

กว่าสองวันแล้ว,ที่เขาได้ศึกษาศิลาจารึกสวรรค์หลัก.

ใน 100 ศิลาจารึก,ศิลาจารึกหลักคือส่วนที่สำคัญที่สุด,แม้นว่าศิลาจารึกหลักจะสูงไม่กี่เมตร,ทว่ากับมีอักขระมากมายนับไม่ถ้วน,เนื้อหามีจำนวนมหาศาล.

ขณะที่เขาศึกษาศิลาจารึกหลัก,ลู่อี้ผิงก็ได้นำศิลารองทั้งเก้ามาให้วัวกระทิงมังกรเขาทองคำและหวงจิวตระหนักรู้เช่นกัน.

แสงจันทราที่สาดส่องในเวลากลางคืนได้ส่องกระทบศิลาหลักทำให้มันแผ่รัศมีแสงสีทองเรื่อ ๆ ออกมา.

อีกหนึ่งคืนก็ผ่านไป.

ลู่อีผิ้งได้เก็บศิลาจารึกทั้งสิบไป,พลางครุ่นคิด.

จากศิลาจารึก,เขารับรู้มาว่าในอดีตเจี้ยนมู่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในต้าหวง,ยืนหยัดเด็ดเดี่ยว,เชื่อมต่อเส้นทางสวรรค์ให้กับทุกสรรพชีวิต.

เช่นนั้น,รากของเจี้ยนมู่ก็คงจะอยู่ในดินแดนที่เรียกว่าต้าหวง.

ทว่าต้าหวงคือที่ใดกัน?

อยู่ที่ใหน?

ภายในศิลาจารึกหลักไม่ได้เอ่ยถึง.

วัวกระทิงมังกรที่ยืนขึ้นเหยียดคร้านเอ่ยออกมาว่า“ศิลาจารึกที่ตาเฒ่าจักรพรรดิสวรรค์ทิ้งเอาไว้,มีเรื่องดี ๆ น่าสนใจไม่น้อย,เมื่อคืนมีเรื่องน่าสนใจหลายอย่าง,มีเรื่องให้ทำไม่น้อย,ไม่เช่นนั้นแล้วโลกนี้ก็คงน่าเบื่อเกินไป.”

จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ“การมีชีวิตยืนยาวเองก็เป็นปัญหาเหมือนกัน.”

หวงจิวถึงกับพูดไม่ออก.

เหล่าผู้ยิ่งใหญ่มากมายในจิวเทียนล้วนแต่ต้องการมีชีวิตยืนยาวกันทั้งนั้น.

แต่กับมีใครบางคนเอ่ยว่า การมีชีวิตยืนยาวแล้วเป็นปัญหาน่าเบื่อ ซะอย่างงั้น.

ที่จริงเกี่ยวกับเรื่องของลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,หวงจิวรู้ไม่มากนัก,รู้เพียงว่าลู่อีผิ้งก็คือซือจุ้นของนักบุญปิศาจ,ส่วนมีอายุยืนยาวเท่าไหร่,ไม่อาจบอกได้จริง ๆ.

ผ่านมานานหลายปีแล้ว,แทบไม่มีใครรู้เลยว่าอาจารย์ของนักบุญปิศาจเป็นใคร.

หวงจิวจำได้มีแม่ทัพใหญ่ของท่านนักบุญปิศาจที่รู้,แต่เพราะเฉิงซ่วงหลงรู้นิสัยของลู่อี้ผิงดี,จึงไม่กล้าแพร่งพรายเรื่องนี้ต่อโลกภายนอก.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย“เหล่ยเห่านิกายเทวะคุนเผิงต้องการท้าประลองกับจูเหริน,ข้าคิดว่าไม่ต้องรอถึงสองเดือนหรอก,พวกเราไปยังนิกายเทวะคุนเผิงบดขยี้เขาโดยตรงเลยดีกว่า.”

หวงจิวแทบสำลัก.

บุกไปยังนิกายเทวะคุนเผิงบดขยี้เหล่ยเห่าโดยตรงเลยอย่างงั้นรึ?

ถึงอย่างไรอีกฝ่ายคือหนึ่งในสิบยอดฝีมือยุคจ้านเทียน!

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยว่าจะเข้าไปบดขยี้เลยรึ?

นิกายเทวะคุนเผิงไม่ได้มีแค่เหล่ยเห่า,ยังมีเฉินโหยวเฉียนและตัวตนที่แข็งแกร่งอีกมากมาย.

ในเมื่อนิกายเทวะคุนเผิงยืนยงมาแต่ยุคโบราณ,ใครจะรู้ว่าอาจจะมาจากยุคบรรพกาลด้วยซ้ำ,ซึ่งอาจจะมีอสุรกายชราซ่อนอยู่ในนั้นก็ได้.

ในเวลาเดียวกัน,ลู่อีผิ้งเอ่ยอย่างไม่แยแส“ให้เขาเต้นแร้งเต้นกาไปสักสองสามวัน,แล้วค่อยไปนิกายเทวะคุนเผิงก็แล้วกัน.”

หวงจิวกลายเป็นงงไปเลย.

ความหมายของจู่เหริน,เอ่ยว่ารออีกสักวันสองวันแล้วค่อยไปยังนิกายเทวะคุนเผิงอย่างงั้นรึ?

เมืองจื่อเหว่ย,เหมือนกับเมืองเสวียนกู่,นี่คือหนึ่งในเมืองโบราณที่สุดในดินแดนไท่สวี,ทว่าเทียบกับเมืองเสวียนกู่ที่ดูคึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คนเมืองจื่อเหว่ยแห่งนี้ค่อนข้างเงียบเหงา.

บนถนนใหญ่ด้านข้างมีทางเท้าที่ดูโล่ง.

ร้านค้ารอบ ๆ เองก็ดูเงียบเหงาเช่นกัน.

พวกลู่อี้ผิงที่มาถึงเมืองจื่อเหว่ยที่ดูเงียบเหงาก็ประหลาดใจ.

“เมืองจื่อเหว่ยเงียบเหงาขนาดนี้ได้อย่างไรกัน.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย.

หวงจิวเอ่ยด้วยความสงสัย“หลายหมื่นปีก่อน,เมืองจื่อเหว่ยเต็มไปด้วยหลากหลายเผ่าพันธ์,ไม่รู้ว่าเงียบเหงาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่.”

ทั้งสามที่มายังเรือนที่พักประมุขของเถ้าแก่ที่เคยซื้อกู่ฉินมังกรทมิฬ.

“ไม่รู้ว่าผู้ยอดเยี่ยมมาพบท่านประมุขอย่างงั้นรึ?”ที่ด้านหน้าเรือนที่พัก,มีผู้คุ้มกันที่จ้องมองพวกลู่อี้ผิงด้วยท่าทางระมัดระวัง.

ลู่อีผิ้งเอ่ยออมกาว่า“เจ้าเข้าไปรายงาน,บอกว่าคนที่ดึงสายกู่ฉินมังกรทมิฬได้มาขอพบ.”

“ผู้ยอดเยี่ยมโปรดรอสักครู่.”ผุ้คุ้มกันที่เข้าไปรายงานด้านใน.

เพียงไม่นาน,ก็เห็นชายวัยกลางคนก้าวออกมา,ด้วยท่าทางประหลาดใจและตื่นเต้น.

ที่แท้เป็นท่านลู่นี่เอง,ผู้น้อยเช่อตงหยาง,คารวะท่านลู่.”ชายวัยกลางคนก้าวออกมาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม.

เถ้าแก่ได้แจ้งเขาก่อนหน้านี้แล้ว,ว่าคนที่ขยับสายกู่ฉินมังกรทมิฬได้ก็คือ ลู่อี้ผิง.

การต่อสู้ที่เมืองเทียนเป่ยเอง,เช่อตงหยางเองก็ได้ยินเช่นกัน.

ตอนนี้ผู้คนทั่วทั้งจิวเทียนทั้งเมืองใหญ่เมืองเล็กต่างก็พูดคุยกันเรื่องการต่อสู้ที่เมืองเทียนเป่ย,เกี่ยวกับเรื่องบรรพชนทัณฑ์สายฟ้า,ลู่อี้ผิงไม่หยุดหย่อน.

หลังจากที่ผู้คุ้มกันเข้าไปรายงานประมุข,คาดไม่ถึงว่าท่านประมุขจะโค้งคำนับลู่อี้ผิงอย่างเคารพเช่นนี้.

หลังจากเช่อตงหยางออกมาต้อนรับก็เชิญ ลู่อี้ผิงและพวก เข้าไปด้านใน.

หลังจากที่เข้าไปในห้องโถง,เช่อตงหยางที่เชิญลู่อี้ผิงน่าบนที่นั่งอันทรงเกียรติ,ลู่อี้ผิงที่ก้าวเข้าไปนั่งอย่างไม่เกรงใจ,จากนั้นก็นำกระบี่หักเหยียนสุ่ยออกมา,เอ่ยสอบถาม,“ได้ยินเถ้าแก่เอ่ยว่า กระบี่หักเหยี่ยนสุ่ยนี้เป็นของตกทอดจากตระกูลของเจ้าอย่างงั้นรึ?”

จบบทที่ Chapter 148 Let him jump around for a few days

คัดลอกลิงก์แล้ว