- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 370 - แบ่งให้คุณครึ่งหนึ่งก็ได้
บทที่ 370 - แบ่งให้คุณครึ่งหนึ่งก็ได้
บทที่ 370 - แบ่งให้คุณครึ่งหนึ่งก็ได้
บทที่ 370 - แบ่งให้คุณครึ่งหนึ่งก็ได้
กลุ่มชายฉกรรจ์พุ่งเข้ามาอีกครั้งพร้อมอาวุธครบมือ หมายจะสั่งสอนไอ้หนุ่มปากดีให้เข็ดหลาบ
ทว่าเฉินหลินยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง เพียงแค่เอียงคอหลบวิถีอาวุธเล็กน้อยด้วยท่าทีผ่อนคลาย เขาคิดในใจว่านี่เป็นเพียงการทดสอบ ถ้าความแข็งแกร่งของร่างกายยังไม่พอ แล้วเผลอปล่อยให้ใบหน้าหล่อๆ ต้องมีรอยขีดข่วนคงดูไม่จืดแน่
พวกนักเลงเห็นเฉินหลินไม่หนีก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ต่อให้ร่างกายแข็งแกร่งแค่ไหน จะทนทานคมมีดคมไม้ได้เชียวรึ
ไอ้หน้าอ่อนนี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่า... คนที่รนหาที่ตายคือพวกมันต่างหาก
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบของแข็งดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ว่าจะเป็นมีดสั้น มีดพก หรืออาวุธชนิดใด ทันทีที่จ้วงแทงลงบนร่างกายของเฉินหลิน พวกมันต่างหักสะบั้นลงอย่างไม่มีชิ้นดี
เศษใบมีดที่หักกระเด็นสะท้อนกลับไปบาดเนื้อหนังเจ้าของ บ้างก็เฉือนแก้มจนเลือดซิบ
แต่ที่ซวยที่สุดเห็นจะเป็นไอ้หนุ่มคนหนึ่ง เศษมีดเจ้ากรรมดันกระเด็นพุ่งเข้าเป้ากางเกงอย่างจัง ปักฉึกเข้าที่กล่องดวงใจพอดีเป๊ะ
"อ๊ากกก... จู๋กู..."
ชายผู้โชคร้ายกุมเป้าทรุดฮวบลงไปนอนดิ้นพราด
พรรคพวกที่เหลือหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม พวกมันเล็งโจมตีที่ข้อต่อเพราะกลัวว่าเฉินหลินจะซ่อนแผ่นเหล็กไว้ในเสื้อ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าแม้แต่ผิวหนังเปล่าๆ มีดก็ยังแทงไม่เข้า
"แก... แกเป็นตัวอะไรกันแน่!"
"ลูกพี่ หนีเถอะ! ที่นี่มันต้องคำสาปแน่ๆ!"
"วิ่ง!"
"เฮ้ย! ลากกูไปด้วย จู๋กูขาดแล้ว..."
แก๊งนักเลงที่ตอนมาดุดันปานพยัคฆ์ ตอนกลับกลับวิ่งหนีหางจุกตูด ทิ้งร่องรอยไว้ทั้งปัสสาวะและหยดเลือดเป็นทางยาว
"เสียดายเสื้อชะมัด"
เฉินหลินก้มมองรูพรุนบริเวณหน้าท้องของเสื้อสูทราคาแพง พลางยิ้มขื่นส่ายหน้า ทำไมเสื้อผ้าเขาถึงต้องมีอันเป็นไปทุกทีสิน่า
สองสาวพนักงานต้อนรับที่หน้าประตูถอนหายใจโล่งอก เมื่อครู่พวกเธอใจหายใจคว่ำ นึกว่าพ่อหนุ่มรูปหล่อจะโดนรุมยำเละเสียแล้ว ยังกังวลอยู่เลยว่าถ้าเขารู้จักเถ้าแก่จริงจะไปตอบคำถามเจ้านายยังไง
ที่ไหนได้ คนที่โดนสั่งสอนกลับเป็นพวกอันธพาลหน้าเหี้ยมพวกนั้น
"สุดยอดไปเลยพ่อรูปหล่อ!"
"พ่อหนุ่มจ๊ะ เธอแซ่อะไรเหรอ? มีแฟนหรือยังจ๊ะ?"
"พ่อหนุ่ม เสื้อขาดหมดแล้ว ฉันมีเสื้อสูทของเถ้าแก่อยู่ตัวหนึ่งพอดี ลองเปลี่ยนใส่ก่อนไหม"
สองสาวบันนี่เกิร์ลและพนักงานแคชเชียร์ต่างกรูเข้ามาหาเฉินหลิน ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
ผู้หญิงบางคนชอบหนุ่มหน้าใส บางคนชอบหนุ่มล่ำบึ้ก บางคนชอบหนุ่มสำอาง บางคนชอบหนุ่มมาดขรึม
แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหาเหมือนกันคือความรู้สึกปลอดภัย พวกเธอต้องการผู้ชายที่พึ่งพาได้ในยามคับขัน
และเฉินหลินก็ตอบโจทย์ครบทุกข้อ หล่อ ขาว หุ่นดี แข็งแกร่ง แถมบุคลิกยังดูสุขุมนุ่มลึก
เพอร์เฟกต์!
เฉินหลินยิ้มบางๆ ให้ทั้งสามสาว รับเสื้อสูทมาเปลี่ยนสวมทับ ออกไปข้างนอกสภาพรุ่งริ่งคงดูไม่ดีนัก
"พวกคุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าเถ้าแก่อยู่ไหน"
"ผมมีธุระด่วนต้องเจอเขาจริงๆ รบกวนช่วยติดต่อให้หน่อย แค่บอกชื่อเฉินหลินไป เขารู้จักแน่นอน" เฉินหลินย้ำอีกครั้ง
สามสาวมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าตกลง
บันนี่เกิร์ลคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "จริงๆ แล้วเถ้าแก่อยู่ในร้านค่ะ แต่แกสั่งไว้ห้ามใครรบกวนเด็ดขาด"
"ตามฉันมาทางนี้ค่ะ"
เธอพาเฉินหลินเดินเข้าไปในห้องวีไอพีห้องหนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่ผนังด้านในแล้วคลำหาอะไรบางอย่าง
ฟู่...
เสียงระบบไฮดรอลิกดังขึ้น ผนังส่วนหนึ่งยุบตัวลงแล้วเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นประตูลับที่ซ่อนอยู่
เมื่อประตูลับเปิดออก หญิงสาวก็ชะโงกหน้าเข้าไป "เถ้าแก่คะ มีคุณผู้ชายชื่อเฉินหลินมาขอพบค่ะ"
"อะไรนะ? เฉินหลิน?! ผู้มีพระคุณของฉันน่ะเหรอ!"
"เร็วเข้า! รีบเชิญเข้ามา เชิญเข้ามาเดี๋ยวนี้!"
"พวกเธอนะ ถ่ายรูปเขาไว้เลย แจกจ่ายให้พนักงานทุกคนดู ต่อไปถ้าผู้มีพระคุณมาที่นี่ ห้ามใครขวางเด็ดขาด! ให้กินฟรีเที่ยวฟรีตลอดชีพ!"
เสียงตะโกนโหวกเหวกดังมาก่อนตัว
เฉินหลินเดินผ่านประตูลับเข้าไป ก็พบกับชายหนุ่มผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ว่าจะเปิด "หอนางโลม" คนเดิม
"ผู้มีพระคุณ! ในที่สุดคุณก็มา!"
"นี่เป็นสาขาที่สามของผมแล้วนะ!"
ชายหนุ่มสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียวเดินเข้ามาต้อนรับเฉินหลินอย่างกระตือรือร้น "ผมคิดไว้แล้วว่าขอแค่ขยายสาขาไปทั่วไห่เฉิง สักวันต้องมีโอกาสได้เจอคุณอีกแน่!"
"เสี่ยวลวี่! ไปตามสาวสวยท็อปเท็นของร้านมาให้หมด!"
"ให้พวกเธอมาปรนนิบัติพี่หลินเดี๋ยวนี้!"
หมอนี่ช่างใจป้ำจริงๆ
น่าเสียดายที่เฉินหลินไม่พิสมัยเรื่องแบบนี้
ร้านแบบนี้ยังมีจัดอันดับท็อปเท็นอีกเหรอ เฉินหลินได้แต่พูดไม่ออก
ไม่รู้จะจัดอันดับไปทำไม ยิ่งฮอตมากลูกค้าเยอะมาก ความเสี่ยงติดโรคก็ยิ่งมากตามไปด้วยไม่ใช่หรือไง
"ไม่ต้องหรอก ผมมาหาคุณเพราะมีธุระสำคัญ"
ถ้าไม่ใช่เพราะบ่อนย้ายหนี เขาคงไม่เหยียบเข้ามาในที่แบบนี้แน่
"เสี่ยวลวี่! ไม่ต้องตามแล้ว กลับมา!"
พ่อหนุ่มเจ้าของร้านก็ว่านอนสอนง่าย ตะโกนเรียกลูกน้องกลับมาทันที
"ผู้มีพระคุณ มีเรื่องด่วนอะไรเหรอครับ ขอแค่ผมช่วยได้ ผมยอมทำให้ทุกอย่าง!"
"ขอแค่อย่ามายืมเงินก็พอ"
ช่างเป็นคนจริงใจเสียเหลือเกิน
"ผมต้องการใช้เงินจริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่ได้จะมายืมคุณ ผมจะไปทวงหนี้จากคนที่ติดเงินผม"
"บ่อนที่เราเคยไปเล่นด้วยกันคราวก่อน มันย้ายหนีไปแล้ว คุณพอจะรู้ไหมว่าที่อยู่ใหม่มันอยู่ที่ไหน"
เฉินหลินไม่อ้อมค้อม เขาต้องรีบหาเงินค่าไถ่ให้ครบ
ขืนชักช้า เดี๋ยวพวกโจรเรียกค่าไถ่มันจะหาเรื่องเพิ่มเงื่อนไขอีก
"อ๋อ รู้สิครับ พอย้ายปุ๊บเขาก็ส่งคนมาบอกผมทันที ผมแวะไปเล่นมาสองรอบแล้ว ได้มานิดหน่อย แต่เสียคืนไปเยอะกว่า"
ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้เฉินหลิน กระซิบถามตาเป็นประกาย "ผู้มีพระคุณ คุณร้อนเงินเหรอ? งั้นผมพาไปไหม? คราวนี้ผมขอแทงตามคุณนะ คุณลงตัวไหนผมลงตัวนั้น..."
"บอกตามตรง ตอนนี้ผมขยายสาขาไปสามสิบแปดแห่งแล้ว เงินหมุนเวียนเริ่มตึงมือ"
"ไห่เฉิงกว้างใหญ่ขนาดนี้ ผมกะว่าต้องเปิดให้ครบสักร้อยสาขาถึงจะครอบคลุม"
เฉินหลินกลั้นขำไม่อยู่ "ความฝันคุณนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ"
"แต่คราวนี้ผมไม่ได้จะไปเล่นพนัน ผมจะไปทวงหนี้ คราวที่แล้วพวกเรากลับออกมา แต่ผมยังมียอดเงินค้างอยู่ในบัญชีของบ่อนตั้งหมื่นล้านหยวน พวกเขายังติดเงินผมอยู่"
ตอนนั้นเขาตกลงลดยอดหนี้ให้เหลือแค่ร้อยกว่าล้านเพราะเห็นว่าบ่อนคงไม่มีปัญญาจ่าย
แต่ในเมื่อกล้าหนีหนี้ ก็อย่าหาว่าเขาใจร้ายที่กลับคำมาทวงยอดเต็ม
เฉินหลินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เจ้าของร้านอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด "เท่า... เท่าไหร่ครับ? หมื่นล้าน?"
"คุณพระช่วย..."
"เงินขนาดนั้น เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกได้เลยนะนั่น"
"ผู้มีพระคุณ ผมบอกที่อยู่ให้ก็ได้ แต่... แบ่งผมสักหน่อยได้ไหม?"
เฉินหลินหัวเราะหึๆ "ได้สิ ถ้าคุณบอกที่อยู่แล้วพาผมไปถูกที่ ผมยกหนี้ให้คุณครึ่งหนึ่งเลยเอ้า"
"ผู้มีพระคุณ! ต่อไปนี้คุณคือพ่อบังเกิดเกล้าของผม! รอเดี๋ยวนะครับพ่อ ผมไปใส่เสื้อผ้าก่อน"
"ฮ่ะๆ ผมไม่อยากมีลูกชายทำธุรกิจอาบอบนวดหรอกนะ ว่าแต่คุณชื่ออะไร?"
"ผมเหรอ?"
ชายหนุ่มหัวเราะเขินๆ "บอกไปแล้วห้ามขำนะ ผมชื่อนาจา"
เฉินหลินมุมปากกระตุก
นาจาควักบัตรประชาชนออกมาโชว์ "ชื่อจริงครับ แม่ผมตั้งให้ ตอนคลอดผม แม่แกกำลังดูหนังเรื่องห้องสิน พอดีถึงตอนที่แม่ทัพสวรรค์หลี่จิ้งฟันก้อนเนื้อ..."
"..."
[จบแล้ว]