เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 143: This world, who most flamboyant?(

Chapter 143: This world, who most flamboyant?(

Chapter 143: This world, who most flamboyant?(


这世间,谁最牛逼?(三更)

ขณะที่เฉิงซ่วงหลงคุกเข่าลงต่อลู่อี้ผิง,ที่ไกลออกมา,หวงจิว,เห่าผี,อ้าวผีทั้งสามที่ยืนงง,วิญญาณแทบหลุดลอย.

ก่อนหน้านี้,ทั้งสามบอกได้ว่าลู่อี้ผิงนั้นแข็งแกร่งมาก.

ตอนนี้เห็นบรรพชนสายฟ้าเหล่ยยวีถูกทัณฑ์สายฟ้าของลู่อี้ผิงจัดการไป,พวกเขารู้สึกว่าอีกฝ่ายลึกล้ำเกินหยั่งอย่างแท้จริง.

ใครคือบรรพชนสายฟ้าเหล่ยยวี? นี่คือหนึ่งในสิบยอดฝีมือยุคท่านนักบุญปิศาจ.

แม้แต่หนึ่งในสิบยอดฝีมือยุคนักบุญปิศาจยังไม่อาจต้านทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว,ในโลกนี้,ยังมีใครสามารถเป็นคู่มือลู่อี้ผิงได้?

ลู่อี้ผิงที่เห็นเฉิงซ่วงหลงคุกเข่าอยู่,ก็เอ่ยปากออกมาว่า“เจ้าคือผู้ติดตามของจางอี้เฟิงอย่างงั้นรึ?”

จางอี้เฟิง,ก็คือนามของนักบุญปิศาจนั่นเอง.

อย่างไรก็ตาม,นามนี้,มีคนน้อยมากที่รู้.

เฉิงซ่วงหลงได้ยิน,ร่างกายก็สั่นไปมา,ก่อนที่จะโขลกศีรษะลง,เอ่ยด้วยความตื่นเต้น“เป็นต้าเหรินจริง ๆ.”จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาว่า“ในอดีตข้าเคยติดตามท่านนักบุญปิศาจไปยังป่าศักดิ์สิทธิ์,ได้บังเอิญพบกับต้าเหริน,ทว่าเห็นเพียงด้านหลังเท่านั้น,ดังนั้นก่อนหน้านี้ จึงไม่อาจบอกได้ว่าเป็นต้าเหริน.”

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ,ก่อนที่จะโบกมือให้อีกฝ่ายลุกขึ้น.

เฉิงซ่วงหลิงที่โค้งคำนับอีกครั้ง,เผยท่าทางตื่นเต้นดีใจ.

แม้นว่าเขาจะลุกขึ้น,ทว่าก็ยังก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้แต่ยืนตัวตรง.

ลู่อี้ผิงเอ่ย“ข้าได้ยินมาว่า,กู่อู๋ซ่วงเป็นศิษย์ของจางอี้เฟิงอย่างงั้นรึ?”

เฉิงซ่วงหลิงเร่งรีบตอบ“เรียนต้าเหริน,พวกเราเพียงแค่ใช้โรงเตี้ยมอู๋ซ่วงเป็นฐานบัญชาการเท่านั้น.”

“เจ้ากลับไปบอกกู่อู๋ซ่วง,ให้เขาสั่งสอนคนรุ่นหลังให้ดี,หลายปีมานี้,ชื่อเสียงของโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงไม่ดีเลย”นอกจากนี้ลู่อี้ผิงยังเอ่ยออกมาว่า“หากเขาทำไม่ได้ ก็ปิดโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงไปทั้งหมดซะ.”

เฉิงซ่วงหลงรับรู้ลู่อีผิ้งนั้นได้เอ่ยตำหนิเรื่องโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงที่เมืองเสวียนกู่,เขาสั่นไปมาเร่งรีบคุกเข่าลง“ผู้น้อยรับบัญชา,หลังจากกลับไปจะต้องให้กู่อู๋ซ่วงสั่งสอนผู้เยาว์ตระกูลกู่ให้ดีอย่างแน่นอน.”

ในเวลานั้น,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เอ่ยปากออกมาทันที“อักษรเหล่านี้,ดูแล้วตาลาย,เพียงแค่วันเดียวคงไม่พออ่านจบ.”

ศิลาจารึกสวรรค์ที่ปรากฏขึ้น,มีเวลาเพียงวันเดียวในการตระหนักรู้.

หนึ่งวันหลังจากนั้น,มันจะจมลงไปใต้ดิน,รอคอยเวลาใหม่ ที่จะปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง.

ลู่อี้ผิงเอ่ย“วันเดียวคงไม่พอ,ก็ยกไปทั้งหมดก็แล้วกัน.”

ยกไปทั้งหมด?

เฉิงซ่วงหลงได้ยิน,ก็ใบหน้าชงักตะลึงไปทันที.

หวงจิว,เห่าผี,อ้าวผี,ทั้งสามที่ได้ยิน,ก็ตกใจเช่นกัน.

ศิลาจารึกสวรรค์,นี่คือสิ่งที่จักรพรรดิสวรรค์ยุคปรัมปราเหลือเอาไว้,ความแข็งแกร่งของศิลาจารึกสวรรค์นั้น,โลกนี้ไม่มีใครสามารถขยับมันได้เลยด้วยซ้ำ,ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถนำศิลาจารึกดังกล่าวไปใหนได้.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม,ตบไปที่หน้าผากของตัวเอง“ข้ามีแต่ศีรษะจริง ๆ,ลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร.”จากนั้นมือของเขาก็โอบไปทั่วศิลาจารึกแท่งหนึ่ง,พร้อมกับเริ่มดึงมันขึ้นมาทันที.

เสียงดังกึกก้อง,แผ่นดินที่สั่นไปมา.

ศิลาจารึกสวรรค์ที่แผ่แสงออกมาอย่างบ้าคลั่ง,พลังที่น่าเกรงขามที่กวาดม้วนพุ่งปะทะวัวกระทิงมังกรเขาทองคำอย่างบ้าคลั่ง,อำนาจสวรรค์ที่เพิ่มพูนยกระดับขึ้นอย่างบ้าคลั่ง,ราวกับว่าจะบดขยี้เพราะโกรธเกรี้ยวการกระทำของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

อย่างไรก็ตาม,ไม่ว่าพลังโจมตีจะพุ่งปะทะวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเท่าไหร่,ก็ไม่อาจทำอะไรอีกฝ่ายได้.

ศิลาจารึกสวรรค์,ที่เวลานี้ส่งเสียงดังกึกก้อง,ค่อย ๆ ถูกยกขึ้นช้า ๆ.

เฉิงซ่วงหลง,หวงจิว,เห่าผี,อ้าวผี,ทั้งสี่ที่จ้องมองด้วยความตื่นตะลึง.

ทำเช่นนี้ได้ด้วยรึ?

หัวใจของทั้งสี่ที่เต้นไปมา.

นอกจากเรื่องที่ลู่อี้ผิงสังหารบรรพชนสายฟ้าเหล่ยยวีไปก่อนหน้านี้.

การยกศิลาจารึกของจักรพรรดิสวรรค์,ทำให้พวกเขาตื่นตะลึงขากรรไกรแทบค้าง.

ถึงแม้นว่ามันจะหลงเหลือพลังของจักรพรรดิสวรรค์เพียงเล็กน้อย,ทว่ามันก็เหนือล้ำเกินที่พวกเขาจะพรรณนาถึงได้.

ในโลกนี้,มีคนที่ร้ายกาจเพียงนี้เลยรึ?

แน่นอนความร้ายกาจของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำนี่แค่เพียงส่วนเล็ก ๆ.

เป็นเพียงแค่ส่วนยอดบนภูเขาน้ำแข็ง.

ปู่เสี่ยวจินกำลังยกศิลาจารึกสวรรค์.

เวลานี้มันถูกยกขึ้นมาช้า ๆ.

พลังสวรรค์ที่บ้าคลั่งเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน.

วัวกระทิงมังกรที่คำรามก้อง,ก่อนที่จะดึงศิลาจารึกสวรรค์ทั้งหมดออกมา.

หวึ่ง ๆ!

ทั่วทุกหนแห่งบนจิวเทียน,ทุกคนรู้สึกว่าผืนปฐพีที่กำลังสั่นไปมาอย่างรุนแรง.

เฉิงซ่วงหลงและคนอื่น ๆ ที่ยืนงงเป็นไก่ไม้.

ดึงออกมาได้จริง ๆ.

นับตั้งแต่ยุคปรัมปรา,ศิลาจารึกสวรรค์มีผู้คนมากมายเท่าไหร่เคยทดสอบแต่ไม่อาจสั่นคลอนได้เลย,ตอนนี้กับถูกดึงออกมาทั้งหมดแล้ว.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำจ้องมองศิลาจารึกสวรรค์,เผยยิ้มพลาย“โอ้วสวรรค์,จมลึกขนาดนี้เลย.”เมื่อเขาดึงศิลาจารึกขึ้นมา,สายลมที่พัดม้วนกวาดเขาไปยังช่องว่างดังกล่าวไม่หยุดหย่อน.

ศิลาจารึกสวรรค์ที่สร้างขึ้นมาจากวัสดุที่แข็งที่สุดในยุคปรัมปรา,แร่ดังกล่าวแข็งไม่ได้ด้อยกว่าเทือกเขาปู้โจว,ตอนนี้มันกับถูกวัวกระทิงมังกรเขาทองคำดึงขึ้นมาพร้อมกับกวัดแกว่งไปมา.

ลู่อี้ผิงเอ่ยปาก“ดึงเพียงศิลาจารึกต้นเดียว,ต้องใช้พลังขนาดนั้นเลย.”กล่าวจบ,เขาก็ยกนิ้วสองนิ้ว,ชี้ไปยังศิลาจารึกหลัก,ก่อนที่จะชูขึ้นไปบนท้องฟ้า,ศิลาจารึกที่ถูกฉุดอย่างรุนแรงลอยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที.

การดึงที่ราวกับว่าใช้พลังน้อยนิดผุดขึ้นมาง่ายดาย กว่าการดึงของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก่อนหน้านี้มาก.

เฉิงซ่วงหลงเวลานี้ที่ไม่อาจเอ่ยอธิบายอะไรออกมาได้,ทำได้แค่ยืนโง่ ๆ มองดูเท่านั้น.

ลู่อี้ผิงที่ดึงศิลาหลักและศิลารองทั้งเก้าขึ้นมาเพียงแค่สะบัดมือ.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เอ่ยออกมาว่า“เพียงแค่เริ่มต้น.”

จากนั้นวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็ทำการดึงศิลาจารึกต้นอื่น ๆ ต่อไป.

เวลานี้,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ดึงศิลาจารึกด้วยความเร็วเหลือเชื่อเช่นกัน.

ท้ายที่สุดศิลาทั้ง 100 ต้น,ก็ถูกลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำดึงขึ้นมาจากพื้นดินทั้งหมด.

ลู่อี้ผิงที่เก็บศิลาจารึกสวรรค์เข้าไปในหม้อจักรวาล,ไว้ค่อยศึกษาช้า ๆ.

เมื่อศิลาจารึกถูกดึงและเก็บไปทั้งหมดแล้ว,จึงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ทีเมืองเทียนเป่ยอีก,ลู่อี้ผิงจึงได้นำคนอื่น ๆ ออกจากเมืองเทียนเป่ยไป.

หลังจากออกจากเมืองเทียนเป่ย,ลู่อี้ผิงเอ่ยต่อเฉิงซ่วงหลง,“เจ้าช่วยข้าตรวจสอบซุนไห่หยินสำนักอู๋เซิ่ง,และราชันย์หมาป่ายวีเมี่ยนหน่อยว่าอยู่ที่ใด.”

ศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏก่อนเวลา,ดังนั้นสำนักอู๋เซิ่งและสำนักยวีฟ่านจึงยังมาไม่ถึงนั่นเอง.

ก่อนหน้านี้,ลู่อีผิ้งได้ให้วังม่านหมอกตรวจสอบสำนักอู๋เซิ่ง,หวงหยวนตง,ราชันย์หมาป่ายวีเมียนแล้ว,ทว่าผ่านมาเพียงไม่กี่วัน,จึงยังไม่มีข่าวอะไร.

เฉิงซ่วงหลิงได้ยินคำพูดลู่อีผิ้ง,ก็เร่งรีบเอ่ยกล่าวประจบทันที“ขอรับ,ต้าเหรินโปรดวางใจ,ข้าจะรวมกำลังตรวจสอบในตอนนี้.”

ตอนนี้,เขาได้นำยันต์สื่อสารออกมา,ติดต่อกับหัวหน้าพื้นที่ต่าง ๆ ของโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงให้ค้นหาซุนไห่หยินและราชันย์หมาป่ายวีเมี่ยนว่าอยู่ที่ใด.

หลังจากนั้น,เฉิงซ่วงหลิงก็คารวะกล่าวลาอีกฝ่ายแล้วจากไป.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย,“มารดาเถอะ,ผ่านมาสองสามวันแล้ว,วังม่านหมอกยังไม่มีข่าวอะไรเลย,ไม่ใช่รับเงินไปแล้ว,ไม่ทำงานหรอกนะ?”

ลู่อีผิ้งที่ขมวดคิ้วไปมา,เรื่องสำนักอู๋เซิ่งที่ควรจะง่ายที่สุด,ด้วยพลังของวังม่านหมอกแล้ว,ไม่น่าจะใช้เวลาขนาดนี้,เพียงแค่ไม่กี่วันก็ควรจะมีข่าวได้แล้ว.

“ไปยังวังม่านหมอกเพื่อสอบถาม.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

ในเวลานั้นพวกเขาก็บินตัดอากาศไปในทันที.

เรื่องที่ลู่อี้ผิงกระทำในเมืองเทียนเป่ย,เริ่มกระจายไปทั่วจิวเทียน.

“ศิลาจากรึกสวรรค์ปรากฏ,บรรพชนสายฟ้านิกายเทวะคุนเผิง,เหล่ยยวี,เฟยเจียและจ้าวพิภพคนอื่น ๆกว่าสามสิบคน,เทพสวรรค์ 1000 คนถูกสังหารไปทั้งหมด!”

“ฉินโม่จิว นิกายฉินหัว,หัวหรูเซิ่ง จ้าวพิภพสิบคน,เทพสวรรค์สามร้อยคนถูกสังหารไม่เหลือ!”

“สำนักกระบี่ไท่ขิง,เจิ้งซ่างจิง,เจ๋ออวิ๋น จ้าวพิภพหกคน,เทพสวรรค์หนึ่งร้อยคนถูกสังหารจนเกลี้ยง!”

ข่าวดังกล่าวทำให้จิวเทียนสั่นสะเทือนไปในทันที.

ศิลาจารึกสวรรค์ครั้งนี้,ทำให้ทุกคนทั่วทั้งจิวเทียนต่างก็รู้จักลู่อี้ผิงไปจนถึงแก่น.

ข่าวดังกล่าวนี้,ได้มาถึงดินแดนบรรพชนนิกายเทวะคุนเผิง,เวลานี้กลิ่นอายที่น่าอัศจรรย์คงอยู่ในสวนลึกของห้องโถงบรรพชนได้ลืมตาขึ้นมา.

จบบทที่ Chapter 143: This world, who most flamboyant?(

คัดลอกลิงก์แล้ว