เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 310 - กำลังเสริมคนนี้เปรี้ยวตีน

บทที่ 310 - กำลังเสริมคนนี้เปรี้ยวตีน

บทที่ 310 - กำลังเสริมคนนี้เปรี้ยวตีน


บทที่ 310 - กำลังเสริมคนนี้เปรี้ยวตีน

ไอค์และหงซิ่วต่างก็มีหูฟังสื่อสารเสียบอยู่ที่หู หงซิ่วได้รับข้อความเดียวกันกับไอค์อย่างชัดเจน แต่สีหน้าของเธอกลับไม่ได้ดูดีใจเหมือนไอค์

"คงไม่ใช่... หมอนั่นหรอกนะ?"

"คนจากกลุ่ม A... เอ่อ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นหมอนั่นแหละ"

"ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องส่งมาซะยังจะดีกว่า"

หงซิ่วปรายตามองไปทางเฉินหลินแวบหนึ่ง

ภารกิจครั้งนี้ถูกยกระดับความเสี่ยงหน้างานเป็นระดับ B ซึ่งเกินความสามารถของทีมระดับ C อย่างพวกเธอ การขอกำลังเสริมจึงเป็นเรื่องปกติ

แต่เพราะมีเฉินหลินอยู่ด้วย ภารกิจที่ควรจะล้มเหลวไปแล้วจึงดำเนินต่อมาได้จนถึงจุดนี้

แม้หงซิ่วจะพลาดท่าบาดเจ็บตอนรับมือกับ "หุ่นเชิด" พวกนี้ แต่เฉินหลินกลับสามารถต้านทานและคุ้มกันทุกคนถอยออกมาได้โดยไร้รอยขีดข่วน เห็นได้ชัดว่าเขารับมือไหว

เผลอๆ ถ้ามีเฉินหลินอยู่ วิกฤตครั้งนี้อาจจะคลี่คลายได้โดยไม่ต้องพึ่งกำลังเสริมด้วยซ้ำ

มีเพียงเฉินหลินที่ไม่คิดแบบนั้น

จากการปะทะเมื่อครู่ เขาพบว่าหุ่นเชิดพวกนี้มีความสามารถเกินขอบเขตของคนธรรมดาไปไกล อย่างน้อยๆ พลังทำลายล้างก็รุนแรงกว่าคนทั่วไปมาก แถมพวกมันยังไม่กลัวตายและต้านทานได้ยาก

อีกทั้งเมื่อร้อยปีก่อน เขาเคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกับพวกญี่ปุ่นมาบ้าง จึงเคยเห็นกระบวนท่าของนินจาญี่ปุ่นผ่านตา

เขารู้ดีว่าอาชีพ "นินจา" นั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย

เบื้องหลังหุ่นเชิดที่ดูเรียบง่ายพวกนี้ ไม่รู้ว่าจะซ่อนกลไกสังหารอะไรไว้อีกบ้าง จึงไม่ควรบุ่มบ่าม

เฉินหลินไม่รู้ว่า "หมอนั่น" ที่สองสาวพูดถึงคือใคร แต่ดูจากปฏิกิริยาแล้ว คงไม่ใช่คนที่น่าคบหาสมาคมเท่าไหร่

"กำลังเสริมมากันกี่คน"

"คนเดียว"

"คนเดียว? มาคนเดียวแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไร"

เฉินหลินงุนงง รอกำลังเสริมตั้งนาน มาแค่หัวเดียวเนี่ยนะ จะมาช่วยอะไรได้

สิ้นเสียงบ่น เสียงยียวนกวนประสาทก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"ฉันคนเดียว ก็เทียบได้กับกองทัพนับพัน พวกนายมีปัญหาอะไรกับการที่ฉันฉายเดี่ยวมาช่วยงั้นเหรอ"

เฉินหลินหันขวับไปมองผู้มาใหม่อย่างประหลาดใจ

โดยปกติแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์จะสามารถสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของกระแสลมปราณรอบตัวได้ หากมีคนที่ระดับพลังต่ำกว่าหรือเท่ากันเข้ามาใกล้

เว้นแต่คนที่แกร่งกว่าเท่านั้นที่สามารถซ่อนเร้นกลิ่นอายได้จนจับสัมผัสไม่ได้

แต่สำหรับกรณีของเฉินหลิน เนื่องจากความพิเศษของ "เคล็ดวิชาเสียอวิ๋น" ที่เขาฝึกฝน ทำให้เขาสามารถตรวจจับศัตรูที่แกร่งกว่าตัวเองหนึ่งขั้นได้ภายในรัศมีสามสิบเมตร

เสียงที่ดังขึ้นเมื่อกี้อยู่ห่างไปไม่ถึงยี่สิบเมตร แต่เฉินหลินกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด นั่นแสดงว่าผู้มาใหม่คนนี้ ต้องมีระดับพลังอย่างน้อยๆ ก็... ขั้นนภาที่ห้า!

ในยุทธภพยุคปัจจุบัน การจะหาคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีฝีมือระดับห้าขั้นนภานั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

หลี่ชิงฮุย ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งสำนักตานเสีย ก็เพิ่งจะอยู่แค่ขั้นสอง หรือแม้แต่เหมาเหวินฮ่าว ศิษย์เอกสำนักหมัดเทพเจ้าที่ประกาศก้องว่าจะคว้าแชมป์งานประลองยุทธ์ ก็ยังอยู่แค่ขั้นสาม

แต่ไอ้หนุ่มที่เพิ่งโผล่มาคนนี้ ฟังจากเสียงน่าจะอายุแค่ยี่สิบต้นๆ หน้าตายังดูละอ่อน แต่กลับมีพลังถึงขั้นห้า ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

ไอค์และหงซิ่วได้ยินเสียงนั้นก็ยังไม่ยอมหันกลับไปทันที ทั้งคู่หน้ามุ่ยหันมามองตากันด้วยความเอือมระอา

ชัดเลยว่าคนที่มาคือ "หมอนั่น" ที่พวกเธอกลัว

แต่ทั้งสองก็รีบปรับสีหน้าให้ดูเป็นมิตร ปั้นยิ้มการค้าแล้วหันไปทักทาย

"อ้าว ที่แท้ก็ศิษย์น้องต้วนมาเอง..."

ชายหนุ่มผู้มาใหม่ปรายตามองหงซิ่วกับไอค์แวบหนึ่ง เชิดคางสูงเสียดฟ้า

"ถูกต้อง ป๋ามาเอง"

"เฮ้อ... ทีมพวกเธอนี่มันยังไงกันนะ หื้ม?"

"แค่ภารกิจระดับ B กระจอกๆ แค่นี้ ถึงกับต้องร้องไห้ขอกำลังเสริมจากศูนย์ใหญ่เลยเหรอ? วันๆ หัดฝึกฝนตัวเองให้มันหนักหน่อยสิ ยกระดับตัวเองให้ขึ้นมาอยู่กลุ่ม B ให้ได้ไวๆ จะได้ไม่ต้องมาทำตัวน่าสมเพชแบบนี้"

ชายแซ่ต้วนเทศนาไอค์กับหงซิ่วฉอดๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงดูแคลน

"ได้ยินว่าไอ้หมัดดาบนั่นบาดเจ็บเหรอ? ตาแก่นั่นอาการเป็นไงบ้างล่ะ ยังจะมีชีวิตอยู่รกโลกได้อีกกี่ปี"

รอยยิ้มที่ไอค์อุตส่าห์ปั้นแต่งขึ้นมาหุบลงทันที

ส่วนหงซิ่วถึงกับหน้าถอดสี ตวาดกลับด้วยความโมโห

"ต้วนไจ่สุ่น! นายพูดจาภาษาอะไรเนี่ย! หัวหน้าจินเฟิงเป็นครูฝึกคนแรกของนายนะ! ที่นายมีวันนี้ได้ถ้าไม่คิดจะขอบคุณครูบาอาจารย์ก็ช่างหัวนาย แต่ตอนนี้อาจารย์บาดเจ็บ นายยังมีหน้ามา... มาพูดจาหมาๆ แบบนี้ได้ยังไง!"

"เหอะ กะแล้วว่าเธอต้องพล่ามเรื่องพวกนี้"

ต้วนไจ่สุ่นแค่นหัวเราะ

"หงซิ่ว อยู่กับความเป็นจริงหน่อย ในองค์กรของเรา เขาตัดสินกันที่ความแข็งแกร่งเว้ย"

"รู้จักคำว่า 'ผู้เก่งกล้าคืออาจารย์' ไหม? ตอนฉันเข้าองค์กรใหม่ๆ ฉันอยู่แค่ขั้นหนึ่ง ไอ้แก่จินเฟิงอยู่ขั้นสาม มันเก่งกว่าฉัน ฉันเรียกมันว่าอาจารย์ก็เต็มใจอยู่หรอก"

"แต่สามปีผ่านไป ฉันทะลวงถึงขั้นห้าแล้ว แต่จินเฟิงยังดักดานอยู่ที่ขั้นสาม จะให้ฉันเรียกมันว่าอาจารย์... กระดากปากว่ะ"

"เฮ้อ..."

ต้วนไจ่สุ่นทำท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่างสุดๆ

"ถ้าตาแก่นั่นยอมลดตัวลงมาเรียกฉันว่า 'อาจารย์น้อย' สักคำ ฉันอาจจะใจดีช่วยชี้แนะวิชาให้ก็ได้นะ เผื่อจะได้ขึ้นขั้นสี่กับเขาสักที แต่ก็นะ สันดานหัวดื้อแบบนั้นพวกเธอก็รู้ดี เมื่อวันก่อนฉันกลับจากภารกิจ มันยังกล้ามาสั่งสอนฉันเรื่องไม่ทำตามกฎ เลยโดนฉันสั่งสอนกลับไปชุดใหญ่"

"หึ! ถ้าไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ คิดว่าสองปีมานี้มันจะยังมีปัญญาออกมาทำภารกิจได้อีกเหรอ"

หงซิ่วเห็นท่าทางที่ไม่สำนึกบุญคุณแถมยังกำเริบเสิบสาน ก็โกรธจนตัวสั่น

"ต้วนไจ่สุ่น! อย่าให้มันมากนักนะ! ถึงนายจะมีพรสวรรค์อัพเลเวลไวปานจรวด แต่โลกนี้ไม่ได้มีแค่นายคนเดียวนะเว้ย สักวันนายต้องเจอดีแน่!"

"ฮ่าๆๆๆๆ..."

ต้วนไจ่สุ่นหัวเราะร่าเหมือนได้ฟังเรื่องตลกที่สุดในชีวิต เขาโยกหัวไปมาอย่างกวนประสาท

"หงซิ่ว เธอนี่มันมองโลกในแง่ร้ายจริงๆ ตอนนี้ทั้งสำนักงาน ใครบ้างไม่ก้มหัวให้ฉัน ต้วนไจ่สุ่น?"

"ด้วยความเร็วระดับฉัน อีกแค่สามเดือน ฉันก็จะขึ้นเป็นยอดฝีมือขั้นหกแล้ว"

"ให้เวลาอีกสักปีสองปี ขั้นแปด ขั้นเก้า หรือเผลอๆ อาจจะแตะขั้นสิบในตำนานที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน!"

"ถึงตอนนั้น ใครหน้าไหนจะมาทำอะไรฉันได้?"

เขาเดินทอดน่องเข้ามาใกล้ ใช้นิ้วเชยคางหงซิ่วอย่างถือวิสาสะ ท่าทางดูเชื่องช้าแต่กลับรวดเร็วจนหงซิ่วหลบไม่ทัน โดนลูบแก้มไปเต็มๆ

"จุ๊ๆ เธอนี่ก็หน้าตาพอไปวัดไปวาได้อยู่นะ"

"ถ้าคิดได้ไวๆ แล้วกลับใจมาเป็นผู้หญิงของฉัน วันหน้าตอนฉันได้คุมสำนักงานใหญ่ ฉันอาจจะเห็นแก่หน้าสวยๆ ของเธอ แบ่งทรัพยากรให้ใช้บ้างก็ได้นะ สนใจไหม?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 310 - กำลังเสริมคนนี้เปรี้ยวตีน

คัดลอกลิงก์แล้ว