เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 137 Sir Lei Yu

Chapter 137 Sir Lei Yu

Chapter 137 Sir Lei Yu


雷宇大人(四更)

แน่นอนว่า,การสืบหาข่าวสำนักอู๋เซิ่ง,ราชามังกรโลกเทวะเทียนหลง,หวงหยวนตง,ราชันย์หมาป่ายวีเมียน,แต่ละข่าวนั้นมูลค่าสูงมาก.

อย่างไรก็ตาม,สำหรับลู่อี้ผิงแล้วหาได้มีอะไร.

นอกจากนี้ลู่อี้ผิงยังเพิ่มราคาเป็นสิบเท่าให้วังม่านหมอกระดมกำลัง,เพื่อหาข่าวให้ได้โดยเร็วที่สุด.

หลังจากจัดการทุกอย่างแล้ว,ลู่อี้ผิงก็นำคนของเขาออกจากวังม่านหมอกสาขาไทสวีไป.

“จูเหริน,ในเมื่อสำนักอู๋เซิ่งมายังจิวเทียนเพื่อศิลาจารึกสวรรค์,เดือนหน้าศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏ,แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องไปยังเมืองเทียนเป่ยแน่ ๆ.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย.

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ.

ผู้คนมากมายต่างก็กำลังมุ่งตรงไปยังเมืองเทียนเป่ย.

พวกของลู่อี้ผิงเองก็ออกเดินทางไปยังเมืองเทียนเป่ยเช่นกัน,ในห้องโถงสำนักกระบี่ไท่ชิง,เจิ้งซ่างชิงเวลานี้กำลังรับฟังรายงานจากเจ้าสำนักเจ๋ออวิ๋น.

ก่อนหน้านี้,เทพกู่ฉินฟู่เฉาถูกคนลึกลับกำราบอย่างราบคราบ,เจิ้งซ่างชิงได้ให้เจ๋ออวิ๋นและคนอื่น ๆ ไปตรวจสอบเรื่องราวคนลึกลับเป็นลู่อี้ผิงหรือไม่?

ตอนนี้เจ๋ออวิ๋นที่ได้รับรายงานมาแล้ว.

“เจ้าเอ่ยว่าขณะเทพกู่ฉินฟู่เฉาถูกฝ่ามืออรหันต์กำราบ,ลู่อี้ผิงนั้นอยู่ในเมืองหู่มนทลเหล่ยเฟิง,ไม่ได้อยู่ในนิกายกระบี่กุยหยวนอย่างงั้นรึ?”เจิ้งซ่างชิงที่เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง.

“ขอรับ.”เจ๋ออวิ๋นกล่าวด้วยความเคารพ“ตอนนี้สามารถยืนยันได้แล้วว่า ยอดฝีมือลึกลับนั่นไม่ใช่ลู่อี้ผิง.”

เจิ้งซ่างชิงที่รู้สึกผ่อนคลายลง.

ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าอาจเป็นลู่อี้ผิง,ในเวลานี้บอกได้ว่า ลู่อี้ผิงอยู่ที่มนทลเหล่ยเฟิง,เช่นนั้นคนที่ลงมือย่อมไม่ใช่ลู่อี้ผิง.

กล่าวได้ว่านิกายกระบี่กุยหยวนอยู่ในมลทนชิงอวิ๋น,ลู่อี้ผิงอยู่มนทลเหล่ยเฟิง,ทั้งสองพื้นที่ห่างกันหลายหมื่นลี้.

“ทว่าเป็นฝีมือใครนั้น,ไม่อาจบอกได้.”เจ๋ออวิ๋นเอ่ย.

“สืบต่อไป.”เจิ้งซ่างชิงเอ่ย.

เจ๋ออวิ๋นพยักหน้ารับ,จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“พวกเราเพิ่งได้รับข้อมูลมาว่า ลู่อี้ผิงอยู่ในดินแดนไท่สวี,เขาเพิ่งสังหารบุตรชายของกู่กั๋วหยวนไป,นอกจากนี้ยังทำลายโรงเตี้ยมอู๋ซวงเมืองเสวียนกู่ไปด้วย.”

เจิ้งซ่างเซียวที่เผยความประหลาดใจ,ดูลังเลอยู่เหมือนกัน“ลู่อี้ผิงปรากฏที่ดินแดนไท่สวี,ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับศิลาจารึกสวรรค์,ฉู่ถงไปกับเขาด้วยหรือไม่?”

เจ่ออวิ่นส่ายหน้าไปมา“ไม่ได้ไป.”

“ศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏ,พวกเราเองก็ควรจะไปยังเมืองเทียนเปย.”เจิ้งซ่างชิงเอ่ย.

“ในเวลานั้นพวกเราจะลงมือกับลู่อี้ผิงหรือไม่?”เจ๋ออวิ๋นเอ่ยถาม.

เจิ้งซ่างชิงที่ดวงตาหรี่เล็ก,“ให้นิกายฉินหัวและโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงลงมือก่อน,ดูสถานการณ์เล็กน้อย,แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้ลู่อี้ผิงมีชีวิตออกจากเมืองเทียนเป่ยได้.”

......

สองสามวันผ่านไป.

ลู่อี้ผิงได้มาถึงเมืองเล็กแห่งหนึ่ง.

ที่ด้านหน้าทางเข้าเมืองเล็ก,มีอักขระบนแผ่นศิลา.

“เมืองเทียนเป่ย.”

เป็นอักขระที่สลักเขียนไว้บนศิลาดูงดงาม..

นอกจากนี้อักขระเหล่านี้ยังดูทรงพลังเปี่ยมล้นพลังอำนาจ,ราวกับว่ากำลังทะยานสวรรค์.

ลู่อี้ผิงที่กวาดตามองเมืองดังกล่าวรอบ ๆ ที่เวลานี้ค่อนข้างสงบ.

เมืองเทียนเป่ย,ไม่ได้ใหญ่โต,แต่กับเป็นที่รู้จักของทุกคนทั้งจิวเทียน.

เมืองแห่งนี้มีพลังลึกล้ำ,ด้วยพลังลึกลับที่ปกป้องเมืองเล็กแห่งนี้อยู่,ถึงจะเป็นจ้าวพิภพที่บ้าคลั่ง,ก็ไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนให้กับตัวเมืองแห่งนี้ได้.

หวงจิวเอ่ย“ผู้คนเอ่ยว่า,ป้ายจารึกทางเขาเป็นลายมือของจักรพรรดิสวรรค์ได้ทิ้งเอาไว้,อักขระชื่อเมืองที่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจจึงมีบางคนมายืนตระหนักรู้อักขระทั้งสามตัวนี้อยู่เป็นประจำ.”

ลู่อี้ผิงเอ่ย“พลังไร้เทียมทานจากอักขระดังกล่าว,ง่ายที่จะเข้าใจ.”

เพราะว่า,เขตแดนระดับพลังของเขาเหนือกว่าไปไกล.

สิ่งเหล่านี้จึงแทบไร้ค่าต่อเขา.

“อักขระเหล่านี้,ไม่ใช่จักรพรรดิสวรรค์ทิ้งเอาไว้.”ลู่อี้ผิงที่จ้องมองแผ่นศิลา.

“ไม่ใช่จักรพรรดิสวรรค์ทิ้งเอาไว้หรอกรึ?”หวงจิว,เห่าผี,อ้าวผี,ทั้งสามที่เผยความประหลาดใจออกมา.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย“อักขระชื่อเมืองนี้,นับว่าแข็งแกร่งจริง ๆ,หากแต่ไม่ใช่ลายมือของจักรพรรดิสวรรค์,ความแข็งแกร่งจักรพรรดิสวรรค์,มีมากกว่านี้.”

หวงจิว,เห่าผี,อ้าวผี,ไม่อาจประเมินความแข็งแกร่งของจักรพรรดิสวรรค์ที่วัวกระทิงมังกรเขาทองคำกล่าวออกมาได้เลย.

หลังจากนั้น,ลู่อี้ผิงและคนของเขาก็เข้าไปในเมืองเทียนเป่ย.

The stone of Heavenly Tablet Town ground, rugged, each stone, has a strange mark to wind, these marks wind, formed characters faintly.

พื้นศิลาในเมืองเทียนเป่ยค่อนข้างขระขระ ผ่านลมผสานฝนมาเนิ่มนาน ทว่ากับมีพลังที่ลึกล้ำซ่อนเอาไว้อยู่ด้วย.

ทำให้ไม่อาจมองเห็นผ่านลึกลงไปยังพื้นดินด้านล่างได้.

เมืองแห่งนี้ค่อนข้างสงบ,ทั่วทั้งเมืองราวกับว่ากำลังหลับไหล,ยังไม่ตื่นขึ้นมา.

การปรากฏของศิลาจารึกสวรรค์,ยอดฝีมือมากมายต่างก็เดินทางมายังจิวเทียน,แต่ละมุมแต่ละพื้นที่,มียอดฝีมือจับกลุ่มพูดคุยกัน,ทว่านับว่าแปลกแต่ละคนที่เอ่ยเสียงเบามาก,ราวกับว่าจะรบกวนเมืองที่สงบสุขนี้.

ความเงียบสงบดังกล่าวเกิดจากพลังลึกลับบางอย่างที่คอยกลั่นกรองเสียงของเหล่ายอดฝีมือที่พูดคุยกันเอาไว้.

หลังจากพวกลู่อี้ผิงก้าวเข้ามาด้านใน,เหล่ายอดฝีมือรอบ ๆ ที่มองเห็นลู่อี้ผิง,ต่างก็กระซิบกระซาบกันทันที.

“เขาคือลู่อี้ผิงอย่างงั้นรึ?”

“ใช่,ข้าผ่านไปยังงานชุมนุมนิกายกระบี่นิกายกุยหยวน,ได้เห็นเขา,เวลานั้น,เขาและธิดาศักดิ์สิทธิ์กำลังประลองกู่ฉินกันอยู่.”

“น่าเสียดาย,ธิดาศักดิ์สิทธิ์สวีเฉี่ยวหยิน,คนนิกายฉินหัว,เองดูเหมือนว่าใกล้จะมาถึงแล้วเช่นกัน.”

เสียงพูดคุยที่ดังผ่านเข้ามา.

ใบหน้าของลู่อี้ผิงที่ยังคงเฉยเมย.

ในเมืองเล็กมีสิ่งก่อสร้างบ้านเรือนกระจายกันออกไปอยู่หลายแห่ง.

เมืองเทียนเป่ย,เดิมทีเป็นพื้นที่อยู่อาศัย.

อย่างไรก็ตาม,กับมีเรือนที่พักไม่กี่สิบแห่งเท่านั้น.

กล่าวได้ว่าที่อยู่อาศัยในเมืองเทียนเป่ยนั้น,เป็นสิ่งที่คงเหลืออยู่เมื่อครั้งยุคจักรพรรดิสวรรค์ยุคปรัมปราแล้ว.

แน่นอน,เกี่ยวกับความเห็นนี้,มีคนเชื่อไม่มากนัก.

กลุ่มของลู่อี้ผิงที่มาอยู่ลานตรงกลางเมืองเทียนเป่ย,สถานที่แห่งนี้เป็นลานขนาดใหญ่,เมื่อถึงเวลาศิลาสวรรค์ปรากฏ,มันจะผุดขึ้นมาจากใต้พื้นดินที่ใจกลางลานแห่งนี้.

ในเวลานี้,มีหลายคนทีมาถึงและได้ยึดครองพื้นที่บางมุมเพื่อรอคอยกันบ้างแล้ว.

อย่างไรก็ตาม,พื้นที่ก็ยังคงโล่งเหมือนกัน.

ลู่อี้ผิงที่ก้าวไปยังลานตรงกลางพื้นที่แห่งหนึ่ง.

ยอดฝีมือหลายคนต่างก็เผยท่าทางแปลก ๆ.

เพราะพื้นที่เปิดโล่งที่พวกเขาก้าวไปนั้น,เป็นพื้นที่ยึดครองนิกายฉินหัวในอดีตนั่นเอง.

ในอดีตเมื่อศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏ,ยอดฝีมือนิกายฉินหัวได้ครอบครองพื้นที่ดังกล่าว,ทว่าคนของนิกายฉินหัวเวลานี้ยังมาไม่ถึงนั่นเอง.

หากไม่เพราะว่า เป็นพื้นที่ของนิกายฉินหัว,ยอดฝีมือคนอื่น ๆ คงเข้าไปยึดครองไปแล้ว.

“พื้นที่นั่นเป็นของนิกายฉินหัว,ลู่อี้ผิงเข้าไปครอบครองแล้ว,ดูเหมือนว่าจะมีการแสดงดี ๆ ให้ดูแล้ว.”บางคนเอ่ยเสียงเบา.

ขณะผู้คนกล่าวกระซิบกระซาบ,หวงจิวเอ่ยออกมาว่า“แท้จริงที่นี่เป็นพื้นที่ของนิกายฉินหัวนี่เอง.”

ลู่อี้ผิงหาได้สนใจ,เมื่อมาถึงพื้นที่ดังกล่าว,ก็นำศิลาเทวะฮุ่นตุ้นหลายก้อนออกมา,เป็นโต๊ะและเก้าอี้,ให้ทุกคนได้นั่ง,หลังจากนั้นก็นำสุรานิรันดรออกมา,ดื่มกิน.

“นั่นมัน,ศิลาเทวะฮุ่นตุ้น?”ผู้คนมากมายที่เห็นโต๊ะเก้าอี้ศิลาที่ลู่อี้ผิงนำออกมา,ก็ตกใจไปตาม ๆ กัน.

“เข้าใจผิดหรือไม่?”บางคนแทบไม่อยากเชื่อ.

หวึ่ง ๆ เสียงหวีดหวิวที่มาแต่ไกล,ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งที่ได้มาถึงเมืองเทียนเป่ยแล้ว

หลังจากผู้คนเห็นคนกลุ่มนี้มา,ต่างก็หวาดกลัว,พื้นที่รอบ ๆ กลายเป็นสงบไปในทันที.

คนที่มา เป็นยอดฝีมือจากนิกายเทวะคุนเผิงนั่นเอง!

บางคนสามารถบอกได้ว่ามีเจ้านิกายเทวะคุนเผิง,เฟยเจียในกลุ่มนั้นด้วย.

อย่างไรก็ตาม,เฟยเจียกับก้าวตามชายชราร่างสูงอย่างสงบเสงี่ยม.

“ท่านเหล่ยยวี!”ผู้ก่อตั้งนิกายใหญ่บางคนที่เอ่ยเสียงสั่น.

หากไม่ใช่เพราะว่าคนที่เอ่ยคือผู้ก่อตั้งของพวกเขา,คนที่มาด้วยคงขาอ่อนทรุดลงกับพื้นไปแล้ว.

จบบทที่ Chapter 137 Sir Lei Yu

คัดลอกลิงก์แล้ว