- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 280 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้
บทที่ 280 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้
บทที่ 280 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้
บทที่ 280 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้
"ปิดไฟ?"
"หมอนั่นคิดจะทำอะไรอีก"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันว่ามันกลัวหน้าแตก เลยกะจะอาศัยจังหวะมืดๆ ชิ่งหนีแน่เลย ตลกชะมัด"
"ปิดไฟแล้วจะมีประโยชน์อะไร กล้องวีดีโอกล้องถ่ายรูปเยอะแยะขนาดนี้ หน้ามันหราไปทั่วเน็ตแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."
เสียงเยาะเย้ยเฉินหลินยังคงดังระงมไม่ขาดสาย
ทว่าในฝูงชนกลับมีบางคนหน้าถอดสี ราวกับพอจะเดาจุดประสงค์ที่เฉินหลินสั่งปิดไฟได้รางๆ
"เชี่ย... หรือว่าจะเป็นไอ้นั่น... เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางจะมีขนาดใหญ่เท่านี้!"
"นาย... คิดเหมือนฉันใช่ไหม"
"น่าจะใช่ แต่ฉันจำได้ว่าไอ้ของพรรค์นี้ เม็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกยังมีขนาดแค่ครึ่งเดียวของที่อยู่ในมือหมอนั่นเองนะ เม็ดนั้นถูกเอาไปใส่ปากนางมารเฒ่าตอนฝัง..."
คำพูดเหล่านี้ลอยเข้าหูจินสยงเฟย ยิ่งทำให้เขาใจคอไม่ดีเข้าไปใหญ่
ในหน้าประวัติศาสตร์เหยียนเซี่ย มีสตรีเพียงนางเดียวที่ถูกขนานนามว่า "นางมารเฒ่า"
แม้ชื่อเสียงเรียงนามในประวัติศาสตร์จะย่ำแย่เพียงใด แต่ข้าวของเครื่องใช้ของนางล้วนเป็นของวิเศษที่สุดในแผ่นดิน ของสะสมจำพวกวัตถุโบราณและอัญมณีทุกชิ้นล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก
ไอ้ลูกหินในมือเฉินหลินมันคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงทำให้คนพวกนั้นนึกโยงไปถึงเรื่องพรรค์นั้นได้
จินสยงเฟยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
แน่นอนว่าพนักงานร้านอาหารย่อมไม่กล้าบุ่มบ่ามไปปิดไฟตามคำสั่งเฉินหลิน
ในร้านไม่ได้มีแค่โต๊ะของเฉินหลินโต๊ะเดียว
แต่ในเมื่อเฉินหลินเป็นแขกวีไอพี พนักงานจึงลองสอบถามความเห็นจากแขกโต๊ะอื่น
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเฉินหลินมีลูกไม้อะไร ทุกคนจึงตอบตกลงเป็นเสียงเดียวกัน
"คุณเฉินต้องการให้ปิดไฟดวงไหนบ้างครับ"
"ทั้งหมด"
"รับทราบครับ แต่เพื่อความสะดวกในการรับประทานอาหารของท่านอื่น ทางเราจะปิดไฟเพียงครู่เดียวนะครับ"
"หึหึ..." เฉินหลินหัวเราะ "คุณปิดไปเถอะ ผมกล้ารับประกันเลยว่าต่อให้ไฟดับหมด ทุกคนก็ยังกินข้าวได้ตามปกติ"
ประโยคเดียวเล่นเอาคนที่พอจะเดาทางถูกถึงกับสูดปาก สายตาจับจ้องไปที่ "ลูกหิน" ในมือเฉินหลินเขม็ง
พนักงานไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินไปที่มุมห้องแล้วสับคัทเอาท์ลงทันที
ไฟทุกดวงในร้านดับวูบ ตามหลักแล้วทั้งร้านอาหารฝรั่งเศสควรจะตกอยู่ในความมืดมิด
แต่สิ่งที่เหลือเชื่อกลับบังเกิดขึ้น ทันทีที่ไฟดับ "ลูกหิน" ในมือเฉินหลินก็เปล่งแสงเจิดจ้าออกมา สาดส่องรัศมีครอบคลุมพื้นที่รอบตัวเฉินหลินถึงยี่สิบเมตร!
ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีรอบตัวเฉินหลินยังคงมองเห็นได้ชัดเจน เพียงแต่โทนสีและความสว่างอาจแตกต่างจากแสงไฟปกติเล็กน้อย
คนจากโต๊ะข้างๆ สองสามคนดีดตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกัน "ไข่... ไข่... ไข่... ไข่มุกราตรี!"
"คุณพระช่วย! ชาตินี้ฉันมีบุญได้เห็นไข่มุกราตรีเม็ดเบ้อเริ่มขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย!"
"สมบัติประเมินค่าไม่ได้! นี่มันสมบัติประเมินค่าไม่ได้ชัดๆ!"
สิ้นเสียงตะโกนของสามคนนั้น คนอื่นๆ ในร้านถึงเพิ่งตั้งสติได้ เสียงสูดหายใจด้วยความตื่นตะลึงดังไปทั่ว
"เหยดเข้!"
"จริงดิ?"
"ไข่มุกราตรีของจริงเหรอวะ"
"ของทำเทียมหรือเปล่า"
"เป็นไปไม่ได้ ลูกเหล็กนั่นผ่านการตรวจสอบแล้วว่าดินที่พอกอยู่เป็นของสมัยราชวงศ์ชิง แสดงว่าของข้างในถูกซ่อนไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ยุคนั้นยังไม่มีใครผลิตของเรืองแสงเทียมได้หรอกเว้ย!"
"แล้วของชิ้นนี้... ราคาเท่าไหร่เนี่ย"
"ไม่รู้สิ... ได้ยินว่าไข่มุกราตรีของซูสีไทเฮาเคยถูกประมูลไปในราคา 800 ล้าน! แต่เม็ดนี้ใหญ่กว่าของไทเฮาตั้งสองเท่า... มูลค่าคงประเมินไม่ได้แล้วล่ะ!"
"เดี๋ยวนะ ถ้าในห่อกระดาษน้ำมันนั่นคือไข่มุกราตรี งั้นอีกสองห่อที่เหลือ..."
"เชี่ย! ไอ้หนุ่มแซ่เฉินรวยเละแล้ว!"
ทั้งร้านแทบระเบิด!
ช่างภาพในงานแทบอยากจะยัดเลนส์กล้องใส่มือเฉินหลิน
พวกนักข่าวนิ่งอึ้งสมองขาวโพลน ไม่มีกะจิตกะใจจะคิดพาดหัวข่าวแล้ว ได้แต่จ้องมองไข่มุกราตรีเม็ดมหึมาตาค้าง
ผ่านไปพักใหญ่ถึงมีคนตะโกนขึ้นมา "ข่าวด่วน! เชี่ยเอ๊ย นี่มันข่าวด่วนระดับประเทศ!"
"เร็วเข้า! ติดต่อบก. ด่วน ขอเปิดไลฟ์สดเดี๋ยวนี้!"
"ทางเราด้วย เร็วๆ เข้า..."
นักข่าวแย่งกันรายงานข่าวจ้าละหวั่น กลัวจะพลาดการนำเสนอข่าวใหญ่เป็นที่แรก ส่วนเป้าหมายเดิมที่ลูกน้องจินสยงเฟยกำชับมาว่าให้ช่วยกันทำให้เฉินหลินขายขี้หน้า ถูกโยนทิ้งไปนอกโลกเรียบร้อยแล้ว
"คุณเฉิน! อีกสองห่อที่เหลือ เปิดให้ดูหน่อยสิครับ!"
"ใช่ๆ เปิดหูเปิดตาพวกเราหน่อย!"
"ถ้าลูกเล็กเป็นไข่มุกราตรีเหมือนกัน... ได้โปรดขายให้ผมเถอะ!"
"ทำไมต้องขายให้นาย? ของดีขนาดนี้ใครให้ราคาสูงกว่าก็ได้ไปสิ! คุณเฉินครับ เปิดประมูลเลย! ลูกใหญ่ผมคงเอื้อมไม่ถึง แต่ถ้าลูกเล็กเป็นไข่มุกราตรี ผมต้องสู้ตายเอามาให้ได้สักลูก!"
บรรดาเศรษฐีที่มาทานอาหารเริ่มตะโกนแย่งกัน
"ได้"
เฉินหลินพยักหน้า วางไข่มุกราตรีขนาดเท่ากำปั้นลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น แล้วหยิบอีกห่อขึ้นมาแกะกระดาษน้ำมันออก พลางหันไปบอกซูเยว่ "ช่วยฉันแกะอีกอันที"
"ห๊ะ? อ๋อ! ได้ๆ..."
ซูเยว่กำลังตะลึงกับแสงนวลตาของไข่มุกราตรี พอได้ยินเสียงเฉินหลินก็สะดุ้งเล็กน้อย
เธอชะงักไปสองวินาทีก่อนจะหยิบลูกหินลูกสุดท้ายขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา
ทุกคนกลั้นหายใจรอ ทันทีที่ทั้งสองแกะกระดาษน้ำมันออก แสงสว่างในร้านอาหารฝรั่งเศสก็เพิ่มระดับขึ้นอีก!
อีกสองห่อที่เหลือ ก็เป็นไข่มุกราตรีเช่นกัน!
แถมสีสันยังต่างจากลูกแรกเล็กน้อย ลูกแรกเปล่งแสงสีเหลืองนวล ส่วนสองลูกหลังทอแสงสีเขียวจางๆ
แสงสองสีผสมผสานกันเกิดเป็นภาพความงามที่ยากจะบรรยาย
เฉินหลินรู้อยู่แล้วว่าในลูกเหล็กมีไข่มุกราตรีสามเม็ด
แต่สำหรับแขกคนอื่นๆ รวมทั้งจินสยงเฟย นี่คือสิ่งที่เกินความคาดหมายไปไกลลิบ
นาทีนี้ความรู้สึกของพวกเขานอกจากความตกตะลึงแล้ว ก็มีแต่ความอิจฉาริษยา
ต้องพกดวงและมีความใจถึงขนาดไหน ถึงจะได้ครอบครองสมบัติระดับนี้?
"เชี่ย นายเฉินหลินคนนี้โคตรเทพ ใครจะไปคิดว่าต้องผ่าลูกเหล็กนั่นออกมา"
"ประเด็นคือพี่แกเดาถูกด้วยว่าข้างในมีตะกั่ว ฉันชักสงสัยแล้วว่าหมอนี่มีตาทิพย์มองทะลุได้หรือเปล่า"
"ไข่มุกราตรีสามเม็ดรวมกัน อย่าว่าแต่พันล้านเลย ต่อให้ตั้งราคาห้าพันล้าน ถ้ามีคนอยากได้จริงก็คงขายออกสบายๆ"
พอพูดถึงราคา ทุกคนก็นึกเรื่อง "ประมูล" ขึ้นมาได้
"คุณเฉินครับ ไข่มุกราตรีสามเม็ดนี้ คุณเปิดราคามาเลย!"
เฉินหลินยิ้มบางๆ ส่ายหน้า "สามเม็ด? หึหึ ขอโทษทีครับ ของดีขนาดนี้ผมไม่ได้กะจะขายหมด ผมแบ่งให้ได้มากสุด... แค่ลูกเล็กสุดลูกเดียวนี่แหละ..."
"ลูกเล็กสุดก็ได้ครับ! ผมเอา! ผมให้ 500 ล้าน! คุณว่าไง?"
"ไสหัวไป อย่ามาแย่งฉัน ลูกนั้นดูจากขนาดแล้วน่าจะพอๆ กับของซูสีไทเฮา! ฉันให้ 800 ล้าน!"
"ฉันให้ 850 ล้าน! ใครหน้าไหนอย่าหวังจะมาแย่ง!"
[จบแล้ว]