เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 134 Jade Fan Gate

Chapter 134 Jade Fan Gate

Chapter 134 Jade Fan Gate


玉扇门(一更)

หลังจากค้นวิญญาณเสร็จสิ้น.

ลู่อี้ผิงก็จ้องมองกู่หลินเฟิง,เผยแววตาเย็นชา.

ในความทรงจำของกู่หลินเฟิง,ฝ่ายตรงข้ามคือขยะชัด ๆ,ทำเรื่องชั่วช้ามากมาย,สังหารเถ้าแก่คนเก่า,คว้าทุกอย่างของร้านมาอย่างหน้าไม่อาย.

มีสตรีมากมายหลายคนที่จบในเงื้อมมือของเขา.

ลู่อี้ผิงที่บดขยี้,บีบร่างอีกฝ่ายระเบิดออกไปในทันที.

ทุกคนต่างก็ยืนชงักงงงวยไปตาม ๆ กัน.

เหล่าผู้คุ้มกันโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงที่ลงมือ,เวลานี้ต่างก็ชงักงัน.

“เจ้า,เจ้าได้ก่อคดีอุกฉกรรจ์แล้ว!”ศิษย์จ้าวไร้สวรรค์ที่เห็นเข้าก็โกรธเกรี้ยวเอ่ยคำรามดัง“เจ้าไม่มีทางหนีได้แน่,ไม่ใช่แค่เจ้า,ตระกูลเจ้า,นิกายของเจ้าและทุกคนที่เกี่ยวของกับเจ้า ต้องตายกันหมด!”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้ยินคำพูดดังกล่าว,ก็ตบอีกฝ่ายอย่างรุนแรง,ศิษย์จ้าวไร้สวรรค์ที่พุ่งหายไปบนขอบฟ้าไม่เห็นแม้แต่เงา.

เหล่ายอดฝีมือของโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงต่างก็ผวาถอยห่างออกไปสองสามก้าว.

พริบตานั้น,ไม่มีใครกล้าก้าวเข้ามาแม้แต่คนเดียว.

ลู่อี้ผิงนำคนของเขาก้าวออกจากโรงเตี้ยม.

เจียงถิง,เหยียนหรูอวิ๋นสตรีทั้งสองที่ชงักได้สติ,จ้องมองลู่อี้ผิงที่จากไป,ด้วยแววตาที่ไม่อาจระงับความหวาดกลัวเอาไว้ได้.

“ปิดโรงเตี้ยมนี้ซะ.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

สิ้นเสียงของลู่อี้ผิง,เหล่าผู้คนในโรงเตี้ยมต่างก็วิ่งหนีกันจ้าระหวั่น.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ต่อยออกไปทันที.

ทันใดนั้นโรงเตี้ยมดังกล่าวก็ระเบิดพังสลายแหลกเป็นชิ้น ๆ.

พวกลู่อี้ผิงก็เดินทางจากไปในที่สุด.

โรงเตี้ยมอู๋ซ่วงได้กลายเป็นซากปรักหักพัง,ไม่เพียงแค่ยอดฝีมือโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงที่อ้าปากค้าง,เหล่าแขกที่เข้าไปก่อนหน้านี้ต่างก็งงงวยไปตาม ๆ กัน.

“นับเป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าท้าทายโรงเตี้ยมอู๋ซ่วง”

โรงเตี้ยมอู๋ซ่วงที่เปิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว,ผุดขึ้นทุกที่ทั่วเมืองใหญ่ของจิวเทียน.

แม้นว่าจะมีบางคนมาสร้างปัญหาในโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงบ้าง,ทว่าไม่มีใครกล้าทำลายโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงเลย.

ไม่ต้องเอ่ยว่าโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสำนักกระบี่ไท่ชิง,นิกายเสวียนเทียนและตระกูลเหยี่ยน,พวกเขาเองก็ถือว่ามีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก.

นอกจากนี้นักบุญอู๋ซ่วงยังเป็นศิษย์กิตติมศักดิ์ของท่านนักบุญปิศาจ!

ใครคือท่านนักบุญปิศาจ?

นี่คือตัวตนไร้เทียมทานที่คงอยู่ถึงสามยุค!

ถึงแม้นว่าเขาจะออกจากจิวเทียนไปแล้ว,ทว่าชื่อเสียงในอดีตคือนักบุญไร้เทียมทาน,ปิศาจไร้เทียนทาน,เขาเป็นนักบุญปิศาจที่ผู้คนหวั่นเกรง.

กล่าวได้ว่าอีกฝ่ายมีชื่อเสียงมากมายยิ่งกว่าเทพกู่ฉินฟู่เฉามาตั้งแต่ยุคบรรพกาล.

ยุคบรรพกาล,เขาได้ใช้โรงเตี้ยมอู๋ซ่วงเป็นศูนย์ใหญ่ในการบัญชาการของเขาด้วย.

“คนเหล่านี้,ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากใหน.”

“ไม่กี่วันก่อน,มีใครบางคนสังหารศิษย์เทพดาบ,ตอนนี้มีคนทำลายโรงเตี้ยมอู๋ซ่าง,สังหารศิษย์หลักตระกูลกู่.”

บิดาของกู่หลินเฟิงคือกู่กั๋วหยวนเป็นผู้ดูแลโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงในดินแดนแห่งนี้,นอกจากนี้ในดินแดนไท่สวี,กู่กั๋วหยวนยังมีสถานะสูงในตระกูลกู่,เวลานี้บุตรชายเขาตกตายไปแล้ว.

เกรงว่าคงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สะเทือนสวรรค์อย่างแน่นอน.

“ดินแดนไท่สวี,เกิดเรื่องใหญ่อีกแล้ว.”ชายหนุ่มที่ถือพัดหยกสะบัดไปมา.

หลายคนเห็นชายหนุ่มถือพัดหยก พอจะรับรู้ตัวตนอีกฝ่ายได้,ก็หวั่นเกรงถอยห่างออกไปทันที.

หลังจากนั้น,ชายหนุ่มพัดหยกก็เหินลอยฟ้าจากไป.

“สำนักยวีฟ่าน,ปรากฏตัวอย่างงั้นรึ?”ประมุขคนหนึ่งที่เห็นชายหนุ่มพัดหยกจากไปก็เอ่ยอุทานด้วยความประหลาดใจ.

“สำนักยวีฟ่าน? เป็นนสำนักที่มีมาตั้งแต่ยุคบรรพกาลนะรึ? ได้ยินมาว่าสำนักยวีฟ่านไม่ปรากฏตัวมากกว่าหนึ่งแสนปีแล้ว?”

“หายไปไม่ได้หมายถึงต้องหายไปตลอดกาล,นิกายจากบรรพกาล,มีหลายนิกายที่ปรากฏขึ้น,ก็เหมือนกับศิลาจารึกสวรรค์กำลังปรากฏ,นิกายจากบรรพกาลหลายแห่งก็เริ่มปรากฏตัวขึ้น.”

“ไม่ใช่ว่าราชันย์หมาป่ายวีเหมียน,ยังมีชีวิตอยู่หรอกนะ?”บรรพชนชราผู้หนึ่งที่เอ่ยอุทานออกมาทันที.

ได้ยินใครบางคนเอ่ยถึงราชันย์หมาป่ายวีเหมียนทุกคนก็กลายเป็นเงียบไปในทันที.

ราชันย์หมาป่ายวีเหมียน,ในอดีตคือยอดคนอันดับหนึ่งของสำนักยวีฟ่าน.

นี่คือมารร้ายที่โหดเหี้ยมอมหิต.

ดินแดนไท่เสวียน,ห้องโถงโรงเตี้ยมอู๋ซ่วง.

กู่กั๋วหยวนและบรรพชนชรานิกายเสวียนเทียนอู๋อี้กำลังนั่งจิบชาพูดคุยกันอยู่.

“เดือนหน้าศิลาจารึกสวรรค์กำลังปรากฏ,สหายอู๋อี้หากได้ตระหนักรู้ศิลาจารึกสวรรค์ครั้งนี้,จะต้องตัดผ่านระดับได้อย่างแน่นอน.”กู่กั๋วหยวนที่เผยยิ้ม.

อู๋อี้เผยยิ้ม“เจ้าเองก็ด้วย,สหายกั๋วหยวนเมื่อถึงเวลาตระหนักรู้คงจะพัฒนาก้าวเกินข้าไป ก็ครานี้.”

ศิลาจารึกสวรรค์,นี่คือจารึกของศาลสวรรค์ยุคปรัมปรา,มีอักขระที่บันทึกวิชาบ่มเพาะและข้อมูลมากมายที่ถูกบันทึกเอาไว้.

ข้อความอักขระเหล่านี้มีพลังที่ลึกล้ำแยกระดับออกเป็นระดับสวรรค์,ระดับปฐพี,ระดับเหลืองและดำ.

ระดับเหลืองต่ำสุด,ระดับสวรรค์มีระดับสูงสุด.

อักขระสวรรค์ลึกล้ำ,นี่คืออักขระที่ยากจะเข้าใจที่สุด.

กล่าวกันว่าตั้งแต่ยุคปรัมปราถึงปัจจุบัน,มีเพียงแค่คนเดียวที่ตระหนักรู้อักขระสวรรค์บนจารึกสวรรค์ได้,ไม่จำเป็นต้องเอ่ยว่ามันยากขนาดใหน.

กู่กั๋วหยวนถอนหายใจ“น่าเสียดาย,บรรพชนชราอู๋ซวงของพวกเรา,ยังคงปิดด่านอยู่,ศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏครานี้,เกรงว่าคงไม่ได้สนใจนัก.”ขณะที่กู่กั้วหยวนถอนหายใจ,ยันต์สื่อสารของเขาก็สั่นไปมา,ขณะเขานำมันออกมาดู,ก็ทำให้ใบหน้าของเขากลายเป็นอัปลักษณ์.แม้แต่แผ่จิตสังหารที่รุนแรงออกมา.

“เฟิงเอ๋อ.”กู่กั๋วหยวนที่เอ่ยคำราม,น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้า.

อู๋อี้เห็นกู่กั๋วหยวนจ้องมองยันต์สื่อสาร,เผยจิตสังหารออกมา,และใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า,ก็เผยความประหลาดใจออกมา,ก่อนที่จะจ้องมองไปยังข้อความยันต์สื่อสาร,ทำให้เขาเผยใบหน้าเย็นชาออกมาเช่นกัน.

“คนผู้นี้,แส่หาความตาย!”อู๋อี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

กู่กั๋วหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ปิดโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงของข้า,สังหารบุตรชายของข้า,ไม่เห็นหัวข้าเลยอย่างงั้นรึ? พวกมันต้องการตกตายไร้ที่ฝัง!”

“ไม่ว่ามันจะเป็นใครข้าจะฝังพวกมันไปพร้อมกับบุตรชายของข้า!”

อู๋อี้เอ่ยออกมาว่า“สหายกั๋วหยวน,ต้องการให้นิกายเสวียนเทียนพวกเราช่วยหรือไม่?”

กู่กั๋วหยวนส่ายหน้าไปมา“ขอบคุณสหายอู๋อี้,ตอนนี้ยังไม่จำเป็น.”

อู๋อี้พยักหน้ารับ,เขารู้ว่าโรงเตี้ยมอู๋ซ่วงนั้นทรงพลัง,ไม่จำเป็นต้องให้เขาช่วย.

หลังจากที่ลู่อี้ผิงออกจากโรงเตี้ยมอู๋ซ่วง,เขาก็ไม่ได้อยู่ในเมืองเสวียนกู่ต่อ,เขาออกจากเมืองมุ่งสู่หมู่บ้านชิงไห่ดินแดนไท่สวีทันที.

แม้ว่าเถ้าแก่คนเก่าจะถูกสังหาร,ทว่าเขาก็ยังมีบุตรและลูกหลานของเขายังอยู่,เวลานี้อาศัยอยู่บ้านชาวประมงชิงไห่,บางทีบุตรของเขาอาจจะรู้เรื่องเกี่ยวกับหยกเจาหัวก็ได้.

ชิงไห่ไม่ได้อยู่ไกลจากเมืองเสวียนกู่เท่าใดนัก,ด้วยความเร็วของพวกลู่อี้ผิง,ก็มาถึงชิงไห่ในเวลาไม่นาน.

หลังจากมาถึงชิงไห่,ได้ยินเสียงสายลม,เสียงคลื่นทะเลสาดซัดชายหาด,แสงตะวันที่สาดส่องรอยยิ้มของชาวประมง,หวงจิวได้เอ่ยออกมาว่า“ชีวิตที่สุขสงบ,ก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน.”

ลู่อี้ผิงเอ่ย“โลกใบนี้,จะมีที่ใหนสุขสงบ,ไม่ว่าจะเป็นที่ใดล้วนแต่มีความขัดแย้ง,และชิงดีชิงเด่นกัน.”

พวกเขาที่ก้าวเดินเข้าไปในหมู่บ้านชาวประมง.

ลู่อี้ผิงได้สอบถามเกี่ยวกับบ้านของบุตรชายเถ้าแก่ร้านขายของเก่า.

เถ้าแก่ขายของเขามีนามว่าหวงเฉิง,บรรพชนของพวกเขานั้นเคยเป็นบรรพชนชรานิกายใหญ่,หลังจากนิกายล่มสลาย,ตระกูลหวงก็ตกต่ำถดถอย,ที่นี่คือบ้านพวกเขา,ดูใหญ่โต,มีกันหลายร้อยหลังคาเรือนติด ๆ กัน,เกรงว่าพื้นที่แห่งนี้คงกว้างกว่าหนึ่งร้อยหมู่.

บุตรชายของหวงเฉิงนั้นคือประมุขคนปัจจุบันของตระกูลหวง,หวงเจี้ยนจื่อ.

ยอดฝีมือของตระกูลหวงเห็นพวกลู่อี้ผิงมาหาประมุข,พวกเขาก็เร่งรีบเข้าไปรายงาน,ก่อนที่จะถูกเชิญเข้าไปในตระกูลหวง.

ความแข็งแกร่งของหวงเจี้ยนจื่อไม่ได้อ่อนแอนัก,เป็นเทพแท้จริงขั้นกลาง,เห็นพวกลู่อี้ผิง,ก็เผยความสงสัยและระมัดระวังเอ่ยออกมาว่า“ท่านทั้งหลายมาหาข้า,ไม่รู้ว่ามีเรื่องอันใดอย่างงั้นรึ?”

ลู่อี้ผิงที่นำหยกเจาหัวออกมา.

หวงเจี้ยนจื่อเห็นหยกเจาหัวในมือลู่อี้ผิง,ก็เผยความประหลาดใจ“หยกจิงซีเป่า.”

หยกจิงซีเป่า?(หยกโลกพิสุทธิ์)

ลู่อี้ผิงเห็นฝ่ายตรงข้ามรู้จักหยกในมือ,ก็เอ่ยถามออกไปว่า“ได้ยินมาว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งสืบทอดจากตระกูลของเจ้า? รู้ต้นกำเนิดของมันหรือไม่?”

จบบทที่ Chapter 134 Jade Fan Gate

คัดลอกลิงก์แล้ว