เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 - นี่คือเมืองจีน รู้จักมารยาทหน่อย

บทที่ 230 - นี่คือเมืองจีน รู้จักมารยาทหน่อย

บทที่ 230 - นี่คือเมืองจีน รู้จักมารยาทหน่อย


บทที่ 230 - นี่คือเมืองจีน รู้จักมารยาทหน่อย

หญิงสาวรีบแปลคำพูดของเฉินหลินให้วาตานาเบะ จงเซิ่งฟัง

วาตานาเบะจ้องเฉินหลินเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมคลายมือออกจากคอเสื้อ ถอยหลังไปก้าวนึ่งแล้วก้มหัวให้เล็กน้อย "ซูมิมาเซ็น..."

ถ้าเฉินหลินไม่ได้มีความรู้เรื่องภาษาญี่ปุ่นติดตัวมาจากชาติที่แล้ว คงนึกว่าไอ้คำขอโทษนี่เป็นคำด่าแน่ๆ เพราะน้ำเสียงมันไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด

"คุณเฉินคะ พ่อฉันขอโทษแล้ว รบกวนช่วยบอกเราเร็วๆ หน่อยเถอะค่ะว่าน้องชายฉันเป็นยังไงบ้าง?"

"ฉะ... ฉันชื่อวาตานาเบะ โฮนามิ เป็นพี่สาวของซาโนรุค่ะ"

ทั้งล่ามสาวและวาตานาเบะต่างจ้องเฉินหลินด้วยแววตาคาดหวัง

เฉินหลินอดไม่ได้ที่จะพิจารณาผู้หญิงตรงหน้า ทั้งวาตานาเบะ จงเซิ่งและซาโนรุต่างหน้าตาธรรมดาค่อนไปทางขี้เหร่ ตัวเตี้ยม่อต้อ เครื่องหน้าจัดวางสะเปะสะปะ พูดภาษาชาวบ้านคือหน้าตาเหมือนผลไม้ตกเกรด

แต่วาตานาเบะ โฮนามิคนนี้กลับสวยหยาดเยิ้ม ใบหน้าเรียวเล็กจิ้มลิ้ม ดวงตาหวานซึ้ง จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อน่าจูบ แถมยังตัวสูงกว่าพ่อและน้องชายเสียอีก กระโปรงสั้นรัดรูปเผยให้เห็นเรียวขายาวสวยภายใต้ถุงน่องสีดำ ดูเซ็กซี่เย้ายวนใจ

ยากจะเชื่อว่าเรือนร่างสมบูรณ์แบบนี้จะมีพันธุกรรมเดียวกับผู้ชายตระกูลวาตานาเบะ

แต่ในเมื่อเธอยืนยันว่าเป็นพี่สาว ก็คงต้องเชื่อตามนั้น ส่วนคำถามของเธอ เฉินหลินย่อมพูดความจริงไม่ได้

เขาต้องการล้วงข้อมูลชื่อ ที่อยู่ และช่องทางติดต่อของหญิงสาวจากสำนักเหอฮวน ขืนบอกไปว่าซาโนรุม่องเท่งไปแล้ว มีหวังวงแตกคุยกันไม่รู้เรื่อง

"ขอโทษด้วย ผมแค่เคยเจอคุณซาโนรุครั้งเดียว ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ผมเองก็ไม่ทราบ"

เฉินหลินตอบเสียงเรียบ

คิ้วสวยของหญิงสาวขมวดมุ่น เธอหันไปแปลให้พ่อฟัง

วาตานาเบะ จงเซิ่งที่พยายามทำตัวเป็นผู้ดีเมื่อครู่สติแตกทันที แววตาเปลี่ยนเป็นดุร้าย พุ่งเข้ามาจะคว้าคอเสื้อเฉินหลินอีกรอบ ปากก็ตะโกนลั่น "ชิคุโช! โอมาเอะ รา—"

เฉินหลินมีหรือจะยอมให้คนญี่ปุ่นมาขยุ้มคอซ้ำสอง?

ครั้งแรกเขาเห็นแก่สถานที่ ไม่อยากให้เรื่องบานปลายเลยยอมๆ ไป แต่ครั้งนี้แขนของวาตานาเบะยังยื่นมาไม่ถึงตัว เฉินหลินก็ยกมือขึ้นจิ้มจึ้กๆ เข้าที่ใต้รักแร้ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

"อึก..."

วาตานาเบะ จงเซิ่งรู้สึกเหมือนแขนทั้งสองข้างกลายเป็นหิน!

ความรู้สึกรับรู้หายไป เหมือนแขนหลุดออกจากร่าง แต่ตรงจุดที่โดนจิ้มกลับปวดร้าวทรมาน

เขาร้องครางออกมาอย่างเจ็บปวด แขนสองข้างค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก

"จิจิอุเอะ... ไดโจบุ?"

โฮนามิเห็นพ่อตัวแข็งทื่อ หน้าตาบิดเบี้ยวเหมือนกินของแสลง ก็รีบถลาเข้าไปดูอาการ

"คุณเฉิน! คุณทำอะไรพ่อฉัน?"

"ไม่ได้ทำอะไร แค่เห็นแขนพ่อคุณมันกระตุกผิดปกติ ชอบยื่นมาเกาะแกะคนอื่น ผมเลยช่วยดัดนิสัยให้ก็เท่านั้น นี่เมืองจีน ไม่ใช่ญี่ปุ่น เป็นคนต่างชาติมาอยู่บ้านคนอื่น หัดรู้จักมารยาทซะบ้าง"

เฉินหลินกล่าวเสียงเย็น

โฮนามิหน้าถอดสี เธอเพิ่งตระหนักว่าหนุ่มน้อยตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา

พ่อของเธอแม้จะเป็นพ่อค้า แต่ก็ออกกำลังกายสม่ำเสมอและฝึกศิลปะการต่อสู้มาตลอด เป็นถึงอาจารย์ไอคิโดที่ล้มผู้ชายตัวโตๆ ได้ทีละ 5-6 คนสบายๆ

แต่กับผู้ชายคนนี้ พ่อเธอแตะชายเสื้อเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ!

ผู้ชายคนนี้... อันตราย!

ตอนแรกโฮนามินึกว่าเฉินหลินแค่จี้โดนเส้นเดี๋ยวก็หาย เลยช่วยนวดแขนให้พ่อ แต่ผ่านไปสองนาที พ่อเธอก็ยังยืนชูแขนแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กา เธอถึงรู้ว่าเรื่องมันชักจะไม่ธรรมดา

เธอสูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ให้เย็นลงก่อนจะหันมาเจรจากับเฉินหลิน "ขอโทษค่ะคุณเฉิน ขอความกรุณาเข้าใจพวกเราด้วย น้องชายฉันขาดการติดต่อไปเดือนกว่าแล้ว เป็นตายร้ายดีก็ไม่รู้"

"หัวอกคนเป็นพ่อ พอได้ยินข่าวน้องชายก็ย่อมตื่นเต้นเป็นธรรมดา เลยเผลอทำรุนแรงไปหน่อย"

"ไม่ว่าคุณจะใช้วิชาอะไร ขอให้ช่วยคลายมนตร์ให้พ่อฉันด้วยเถอะค่ะ เราแค่อยากรู้ข่าวน้องชายจริงๆ คนจีนมีสุภาษิตว่า คนผูกต้องเป็นคนแก้ ฉันขอร้องล่ะค่ะ ช่วยทำให้พ่อฉันกลับมาเป็นปกติที!"

"ฉันสัญญาค่ะ ว่าจะไม่ยอมให้พ่อเสียมารยาทกับคุณอีกเด็ดขาด!"

โฮนามิประสานมือไว้ที่หน้าท้อง แล้วโค้งคำนับเฉินหลินจนตัวแทบจะตั้งฉากกับพื้น

เฉินหลินลอบยิ้มเยาะในใจ พวกคนญี่ปุ่นนี่บทจะยอมก็ยอมง่ายซะจริง

แต่นี่ก็แค่ละครฉากหนึ่ง ไม่มีใครหน้าไหว้หลังหลอกเก่งเท่าคนญี่ปุ่นอีกแล้ว โดยเฉพาะพวกระดับหัวหน้า ต่อหน้าทำตัวนอบน้อม ลับหลังไม่รู้ซ่อนมีดไว้กี่เล่ม

แต่เฉินหลินก็ไม่ได้กะจะแช่แข็งวาตานาเบะไว้ตลอดชาติ อย่างที่บอก เขาแค่ต้องการสั่งสอนให้รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่ใช่เอะอะก็พุ่งเข้าใส่เหมือนหมาบ้า

เขาตวัดมือวูบ จิ้มไปที่หน้าอกของวาตานาเบะเบาๆ คลายจุดที่สกัดไว้

วาตานาเบะรู้สึกเหมือนเลือดลมกลับมาสูบฉีด แขนเริ่มขยับได้อีกครั้ง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองเฉินหลินด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความหวาดกลัว

เขาดึงตัวลูกสาวไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง

"ขอบคุณคุณเฉินที่เมตตาค่ะ"

โฮนามิหันมายิ้มหวานให้เฉินหลิน ก่อนจะเข้าประเด็น "ทั้งฉันและพ่ออยากทราบจริงๆ ค่ะ ว่าคุณเจอน้องชายฉันเมื่อไหร่ และได้คุยอะไรกันบ้างหรือเปล่า?"

"ซาโนรุเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เป็นผู้สืบทอดตระกูลวาตานาเบะ เบาะแสของเขาสำคัญกับพวกเรามากจริงๆ"

ตอนที่ลูกสาวซักถาม วาตานาเบะ จงเซิ่งยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง แม้สายตาจะไม่ค่อยเป็นมิตรนัก แต่ก็ไม่มีท่าทีจองหองอวดดีเหมือนตอนแรกแล้ว

ท่าทีแบบนี้ เฉินหลินค่อยพอคุยด้วยได้หน่อย

"ผมบอกข้อมูลพวกนั้นให้ได้ แต่มีข้อแม้ ผมต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลบางอย่าง"

เฉินหลินยื่นข้อเสนอ

"ข้อมูล... อะไรเหรอคะ?"

โฮนามิถามกลับ

"เท่าที่ผมรู้ ตระกูลวาตานาเบะเชี่ยวชาญเรื่องของเก่ามาก และในนามบัตรของซาโนรุ เขาก็มีตำแหน่งเป็นนักประเมินด้วย"

"ตอนที่ผมเจอซาโนรุ เขาอยู่กับคนๆ หนึ่ง กำลังทำหน้าที่ประเมินของเก่าให้คนนั้น ผมอยากรู้ว่าคนๆ นั้นเป็นใคร"

"คนที่จะเรียกใช้บริการตระกูลวาตานาเบะให้ไปช่วยดูของได้ ในบันทึกของตระกูลพวกคุณต้องมีข้อมูลเก็บไว้ใช่ไหม?"

"ผมขอดูบันทึกพวกนั้น"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 230 - นี่คือเมืองจีน รู้จักมารยาทหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว