- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 190 - กำไลของเราไม่ใช่ของปลอม
บทที่ 190 - กำไลของเราไม่ใช่ของปลอม
บทที่ 190 - กำไลของเราไม่ใช่ของปลอม
บทที่ 190 - กำไลของเราไม่ใช่ของปลอม
"ที่รัก! เป็นอะไรไป!"
พอสิ้นเสียงร้องของเฟิงฉู่เหยียน เฉินหลินก็แสดงท่าทีตื่นตระหนก รีบคว้าข้อมือเธอมาดูพร้อมโวยวายเสียงดัง "ตายจริง! ทำไมข้อมือแดงเถือกแบบนี้ล่ะ!"
เฟิงฉู่เหยียนมองหน้าเฉินหลินอย่างงุนงง ทำไมถึงแดงน่ะเหรอ ก็ฝีมือคุณไม่ใช่หรือไง
หยิกกันซะเนื้อเขียวแล้วยังมาแกล้งทำหน้าตื่นอีก!
แต่สมองอันฉับไวของตำรวจสาวก็ประมวลผลได้ทันทีว่าเฉินหลินกำลังจะเล่นบทไหน
หลังจากทำท่าเป่าเพี้ยง ๆ ด้วยความสงสารอยู่ครู่หนึ่ง เฉินหลินก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเกรี้ยวกราด ตวาดใส่พนักงานเสียงดังลั่น "ฉันเคยได้ยินมาว่าพวกหยกปลอมที่เอากรดมาล้าง มักจะมีสารเคมีตกค้าง! นี่พวกแกเอากำไลอาบยาพิษมาขายให้แฟนฉันใช่ไหม!"
"เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้ครับคุณลูกค้า ของร้านเราแท้ทุกชิ้น อย่าเสียงดังสิครับ เดี๋ยวลูกค้าท่านอื่นตกใจหมด"
พนักงานหน้าซีดเผือด รีบยกมือห้ามปราม
การโดนกล่าวหาว่าขายของปลอมกลางร้านแบบนี้ ถ้าลูกค้าคนอื่นได้ยินแล้วพาลไม่ซื้อของ ความซวยจะมาเยือนเขาแน่
แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เฉินหลินตะเบ็งเสียงดังกว่าเดิม "เสียงดังแล้วมันทำไม! ก็ร้านแกเอาของปลอมมาหลอกขาย ฉันเสียหายฉันก็ต้องโวยสิวะ!"
"แหกตาดูนี่! แฟนฉันเพิ่งใส่ไปแป๊บเดียว ผื่นแดงขึ้นทันตาเห็นเลย!"
เฉินหลินใส่อารมณ์เต็มที่ สวมวิญญาณแฟนหนุ่มผู้เกรี้ยวกราดที่หวงแฟนยิ่งชีพ
เฟิงฉู่เหยียนนึกว่าเฉินหลินจะแค่แกล้งติเพื่อต่อแล้วหาทางแจ้งตำรวจ ไม่คิดว่าเขาจะเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนี้
แสดงเก่งจนเธอเกือบจะเชื่อว่าตัวเองโดนสารเคมีกัดจริง ๆ
ไหน ๆ ก็มาขนาดนี้แล้ว เธอก็ต้องเล่นให้สมบทบาท
"ที่รักคะ... ฮือ... เจ็บจังเลย แสบไปหมดแล้ว"
เฟิงฉู่เหยียนบีบน้ำตา ร้องครวญครางเสียงอ่อย
แต่ในใจคาดโทษไว้แล้วว่า จบงานเมื่อไหร่ นายโดนฉันเอาคืนแน่
"เห็นไหม! แฟนฉันเจ็บจนร้องไห้แล้ว! ไอ้กำไลเฮงซวย!"
เฉินหลินถอดกำไลออกจากข้อมือเฟิงฉู่เหยียน แล้วกระแทกลงในกล่องดังปัง "ว่ามา! แขนแฟนฉันโดนกรดกัดจนไหม้แบบนี้ พวกแกจะรับผิดชอบยังไง!"
"ถ้าไม่เคลียร์ให้รู้เรื่อง วันนี้ฉันจะโทรแจ้ง สคบ. ให้มาปิดร้านพวกแกข้อหาหลอกลวงผู้บริโภค!"
พนักงานหนุ่มทำอะไรไม่ถูก
ตอนแรกเห็นแต่งตัวดีนึกว่าเป็นหมูในอวยจะมาให้เชือด กะว่าจะฟันค่าคอมมิชชั่นสักก้อนโต
ที่ไหนได้ ดันกลายเป็นตัวตึงซะงั้น
ถ้ารู้แบบนี้ เขาไม่หยิบกำไลวงนี้ออกมาให้ดูแต่แรกหรอก
"ร้านจำนำมีของปลอมด้วยเหรอ"
"ไม่น่าใช่มั้ง... ร้านหย่งอันเปิดมาเป็นร้อยปี ชื่อเสียงดีจะตาย"
"นั่นสิ เพื่อนฉันมาสอยของหลุดจำนำที่นี่บ่อย ๆ ได้ของดีราคาถูกไปตั้งเยอะ"
"หรือว่าสองคนนั้นจะเป็นพวกมิจฉาชีพมาป่วนร้าน?"
"ดูทรงแล้วน่าจะไม่มีเงินจ่ายมากกว่า เลยหาเรื่องโวยวายกลบเกลื่อนหรือเปล่า"
"ไม่น่าใช่นะ ดูชุดที่ใส่สิ ดูหน้าตาท่าทางสิ ไม่น่าใช่คนกระจอกงอกง่อยนะ..."
เสียงโวยวายของเฉินหลินเรียกแขกได้ดีนักแล ลูกค้าในร้านเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ บ้างก็มุงดูด้วยความสนใจ
นี่แหละสิ่งที่เฉินหลินต้องการ แค่แฉให้คนรู้กันทั่วว่ากำไลนี้ปลอมยังไง ร้านก็ดิ้นไม่หลุดแล้ว
จากนั้นก็แค่รอให้เฟิงฉู่เหยียนส่งสัญญาณเรียกพรรคพวกเข้ามาตรวจสอบ เท่านี้ภารกิจก็ลุล่วง
ฝ่ายพนักงานพอตั้งสติได้ ก็งัดเอาวิชาอบรมพนักงานมาใช้
เขามองเฉินหลินสลับกับเฟิงฉู่เหยียน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "คุณผู้ชาย คุณผู้หญิงครับ กรุณาสงบสติอารมณ์ด้วยครับ การกล่าวหาลอย ๆ แบบนี้ทำให้ชื่อเสียงร้านเราเสียหายนะครับ"
"ถ้าคุณสงสัยว่าสินค้าเราเป็นของปลอม ผมจะเชิญผู้เชี่ยวชาญประจำร้านมาตรวจสอบให้เดี๋ยวนี้ เรามาพิสูจน์กันต่อหน้าทุกคนไปเลยว่าของจริงหรือของปลอม"
เป็นไปตามตำราการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป๊ะ
และก็ได้ผลเสียด้วย คำพูดที่สุภาพและมั่นใจของพนักงานทำให้กระแสสังคมตีกลับ ลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มเทใจไปทางร้าน
"เห็นไหม ร้านใหญ่เขาไม่กลัวอยู่แล้ว ท้าพิสูจน์กันไปเลย"
"จริงด้วย กล้าท้าชนแบบนี้ แสดงว่าของต้องแท้ชัวร์"
"คนขายของปลอมที่ไหนจะกล้าเรียกคนมาตรวจ จริงไหม"
"ฉันเคยได้ยินมาว่านักประเมินของร้านหย่งอันเก่งระดับเทพเลยนะ วันนี้ถือว่าโชคดีจะได้ดูการทำงานของมือโปร"
"พูดถูก วันนี้ต่อให้ไม่ได้ของติดมือกลับไป ได้มาดูเขาสอนมวยกันสด ๆ ก็คุ้มแล้ว..."
"ฮึ ๆ อยากรู้จังว่าถ้าผลออกมาเป็นของแท้ สองผัวเมียนั่นจะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหน"
เสียงนกเสียงกาเริ่มดังเซ็งแซ่ ส่วนใหญ่ไม่เชื่อน้ำยาเฉินหลิน
เฉินหลินเองก็แปลกใจเล็กน้อย นึกว่าทางร้านจะพยายามไกล่เกลี่ยปิดปาก หรือรีบไล่พวกเขาออกไป ไม่นึกว่าจะมาไม้นี้
กล้าเปิดหน้าสู้แบบนี้ แสดงว่าต้องมีลูกไม้เด็ด
"ได้! ไปตามคนของแกมาเลย ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ารอยไหม้บนแขนแฟนฉันเนี่ย เขาจะแถว่ายังไง!"
"รอสักครู่นะครับ"
พนักงานเก็บกำไลใส่กล่อง แล้วก้มลงเก็บเข้าตู้ด้านล่าง ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปหลังร้าน
ไม่ถึงสองนาที เขาก็เดินกลับมาพร้อมกับชายวัยกลางคนสวมชุดคอจีน ท่าทางภูมิฐาน สวมแว่นตากรอบทองดูมีความรู้
"โอ้โห! นั่นมันอาจารย์จูไม่ใช่เหรอ!"
"ตัวจริงเสียงจริง! อาจารย์จูต๋าชาง ตาอินทรีแห่งวงการหยก!"
"แหม ผมนี่เอฟซีแกเลยนะ ซื้อหยกทีไรต้องให้อาจารย์จูช่วยดูให้ตลอด..."
"คนนี้ใครเหรอ ดังมากเลยเหรอ"
"ดังสิ! จูต๋าชางเชียวนะ ใครในวงการหยกไม่รู้จักบ้าง ว่ากันว่าแกสนิทกับราชาหยกฝั่งเวียดนาม โตมาในกองหยกเลยแหละ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ทำเอาเฉินหลินเริ่มสนใจขึ้นมานิด ๆ ว่าไอ้ "จูต๋าชาง" หรือ "ไส้หมูต้ม" คนนี้ จะมีดีอะไรมาแก้ต่างให้กำไลเก๊วงนี้ได้
"สวัสดีครับ ผมจูต๋าชาง ได้ยินจากพนักงานว่าคุณลูกค้าสงสัยในคุณภาพสินค้าของเราหรือครับ"
[จบแล้ว]