- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 160 - ขอโทษที คนที่ดื่มกระทิงแดงไม่ใช่หนู
บทที่ 160 - ขอโทษที คนที่ดื่มกระทิงแดงไม่ใช่หนู
บทที่ 160 - ขอโทษที คนที่ดื่มกระทิงแดงไม่ใช่หนู
บทที่ 160 - ขอโทษที คนที่ดื่มกระทิงแดงไม่ใช่หนู
ได้รับคำสั่งสายฟ้าฟาด ครูหยางก็รีบประกาศออกไมค์ "หยุดการสอบชั่วคราว หลินเสี่ยวหว่าน เธอออกมานี่หน่อย"
หลินเสี่ยวหว่านยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เดินไปหาครูหยางอย่างว่าง่าย
"หลินเสี่ยวหว่าน ผลการสอบของเธอพัฒนาเร็วผิดปกติ ทางโรงเรียนจึงมีมติให้ตรวจหาสารกระตุ้น เธอรอตรงนี้ เดี๋ยวครูจะไปตามหมอประจำโรงเรียนมา..."
คำพูดของครูหยางทำเอาหลินเสี่ยวหว่านหน้าซีดเผือด
สงสัยว่าเธอใช้ยาโด๊ปงั้นเหรอ
นี่มันดูถูกศักดิ์ศรีกันชัดๆ
การกล่าวหาลอยๆ แบบนี้มันทำร้ายจิตใจกันเกินไปแล้ว
"ครูคะ หนูไม่ได้ใช้สารกระตุ้นนะคะ"
"เป็นไปไม่ได้ ครูเห็นสภาพร่างกายเธอมาตลอด ถ้าไม่ใช้ยาแล้วจะเอาแรงที่ไหนมาวิ่งเข้าที่หนึ่ง เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่"
ครูหยางพูดเสียงแข็ง ในใจเขาปักธงไปแล้วว่าเด็กคนนี้โกงแน่นอน
แถมดูจากท่าทีของอาจารย์ใหญ่และเสี่ยหลี่ ต่อให้หลินเสี่ยวหว่านบริสุทธิ์ พวกเขาก็คงหาทางยัดเยียดความผิดให้จนได้
"หนูไม่ได้ใช้จริงๆ นะคะ"
"เหอะ ไม่ได้ใช้แล้วจะวิ่งเร็วกว่าฉันได้ไง" เฉินฮุ่ยเถียนเดินเข้ามาสมทบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พูดจาเหน็บแนมด้วยความหมั่นไส้
เธอรับไม่ได้ที่ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับหลินเสี่ยวหว่านในวิชาวิ่ง จึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องเล่นสกปรก
"ฉัน... ที่ฉันวิ่งเร็วขึ้น เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมาพี่ชายสอนฉันเดินลมปราณต่างหาก"
ด้วยความน้อยใจ หลินเสี่ยวหว่านเผลอหลุดปากพูดความจริงออกไป พอพูดจบเธอก็รู้ตัวว่าพลาดแล้ว
เรื่องที่พี่ชายมีวรยุทธ์ มีคนรู้น้อยมาก
ยิ่งเรื่องกำลังภายในที่ดูลึกลับซับซ้อนแบบนี้ด้วยแล้ว
ขนาดคนในครอบครัวเขายังไม่ได้บอกทุกคน นี่ถือเป็นความลับสุดยอด
แล้วเธอก็ดันปากโป้งบอกคนอื่นไปง่ายๆ แบบนี้
หลินเสี่ยวหว่านหันไปมองเฉินหลินด้วยสายตาสำนึกผิด
เฉินหลินนั่งอยู่ไม่ไกล เห็นสีหน้าของน้องสาวก็ส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร
แค่เรื่องฝึกลมปราณ พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก
เป็นไปตามคาด คำพูดของเธอเรียกเสียงหัวเราะเยาะจากเฉินฮุ่ยเถียนทันที "ลมปราณ? โอ๊ย ขำจะตายชัก เธอเห็นพวกเราเป็นเด็กอนุบาลรึไง ไอ้ของที่จับต้องไม่ได้แบบนั้นมันมีแต่ในหนังจีนกำลังภายใน กล้าพูดออกมาได้ไม่อายปาก คิดว่าจะมีคนเชื่อเหรอ"
"ต้องตรวจให้รู้ดำรู้แดง ไม่งั้นผลสอบรอบนี้ถือเป็นโมฆะ มันไม่แฟร์กับคนอื่น"
เฉินฮุ่ยเถียนกระดกน้ำแร่เข้าปากแล้วปาขวดเปล่าลงพื้นอย่างแรง
นักเรียนที่กล้าแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อหน้าอาจารย์ใหญ่แบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนเรียกไปอบรมแล้ว
แต่เฉินฮุ่ยเถียนมีหลี่ต้าหู่หนุนหลัง อาจารย์ใหญ่ไม่เพียงไม่ดุ ยังช่วยผสมโรงอีกต่างหาก "ใช่ๆ นี่เป็นการสอบที่เป็นทางการ เราต้องรักษาความยุติธรรมให้ทุกคน"
"หลินเสี่ยวหว่าน เธออย่าคิดน้อยใจ แล้วก็อย่าหวังฟลุ๊ค ผลสอบของเธอมันผิดปกติจริงๆ ใครๆ ก็เห็น จริงไหม ให้ความร่วมมือกับหมอตรวจไปเถอะ ถ้าผลออกมาว่าเธอไม่ได้ใช้ยา มันก็เป็นผลดีกับตัวเธอเองนี่นา"
สกิลการแถของอาจารย์ใหญ่นั้นเข้าขั้นเทพ พูดไม่กี่คำก็ต้อนหลินเสี่ยวหว่านจนมุม เธอได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเฉินหลิน
น้องสาวโดนรังแกขนาดนี้ คนเป็นพี่จะทนนั่งดูเฉยๆ ได้ยังไง
เฉินหลินลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาอาจารย์ใหญ่ "ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผล แต่ในเมื่อจะตรวจหาสารกระตุ้น ผมว่าก็ควรตรวจนักเรียนทุกคนไปเลย แบบนี้ถึงจะเรียกว่ายุติธรรมของจริง"
"พ่อหนุ่ม พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ ผมว่าไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะคนอื่นเขาปกติ มีแค่น้องสาวคุณคนเดียวที่ผิดปกติ"
"เมื่อกี้คุณก็เห็น หลินเสี่ยวหว่านวิ่งรั้งท้ายมาตลอด แต่อยู่ๆ ก็เร่งเครื่องแซงทุกคนเข้าเส้นชัย มันดูมีพิรุธชัดๆ"
เฉินหลินแค่นหัวเราะ "ไม่มั้งครับ ผมก็เห็นกับตาว่าเฉินฮุ่ยเถียนเองก็วิ่งตีคู่กับน้องสาวผมมาตลอด แล้วก็เร่งความเร็วแซงคนอื่นขึ้นมาเป็นที่สองเหมือนกัน"
"แล้วคุณคิดว่า เธอควรต้องตรวจด้วยไหมล่ะ"
"ไม่ว่าจะเป็นการแข่งกีฬาระดับไหน ถ้ามีการตรวจโด๊ป ก็ต้องตรวจนักกีฬาทุกคน ไม่เคยได้ยินว่ามีการจิ้มตัวตรวจแค่คนเดียว ผมไม่ยอมรับวิธีของอาจารย์ใหญ่ครับ"
"น้องสาวผมไม่ได้ใช้ยาหรือสารกระตุ้นอะไรทั้งนั้น การทำแบบนี้มันเป็นการดูหมิ่นเกียรติของหลินเสี่ยวหว่าน"
เฉินหลินตอกกลับจนอาจารย์ใหญ่หน้าเสีย
ข้างหลังเขามีผู้ปกครองนั่งกันอยู่เต็มไปหมด ถึงจะมาไม่ครบทุกคนแต่ก็นับหัวได้หลายสิบ
ต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้ อาจารย์ใหญ่ยังไงก็ต้องรักษาภาพพจน์
เขาจำใจหันไปหาเฉินฮุ่ยเถียน "เอ่อ... ถ้าอย่างนั้น เฉินฮุ่ยเถียน เธอไปตรวจพร้อมกันเลยดีไหม"
"ได้สิคะ หนูบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว"
เฉินฮุ่ยเถียนยิ้มเยาะ "หนูไม่ได้ใช้ยาอะไรทั้งนั้น อยากตรวจแบบไหนก็เชิญ หนูไม่ขัดข้องหรอก ไม่เหมือนบางคน ทำตัวมีพิรุธ..."
ผู้ปกครองที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันวิจารณ์แซ่ด
"เด็กสมัยนี้นี่นะ เพื่อคะแนนแล้วทำได้ทุกอย่างจริงๆ"
"นั่นสิ ขนาดกีฬาระดับชาติเขายังห้าม นี่แค่สอบเข้ามหาลัย ถึงกับต้องพึ่งยาเลยเหรอ"
"แต่ฉันว่าไม่น่าใช่นะ ถ้าหลินเสี่ยวหว่านใช้ยาจริง จะกล้ายอมไปตรวจเหรอ"
"โธ่คุณ เธอไม่ยอมแล้วทำอะไรได้ ในเมื่อเฉินฮุ่ยเถียนเขากล้าไปตรวจเป็นเพื่อน"
"เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย ผมว่าหลินเสี่ยวหว่านมีปัญหาชัวร์ ต้องใช้ยาโด๊ปแน่นอน"
ผู้ปกครองคนหนึ่งกอดอกฟันธงอย่างมั่นใจ
คนข้างๆ สงสัย "ทำไมคุณมั่นใจขนาดนั้น"
ชายคนนั้นหัวเราะหึๆ ก่อนเฉลย "ผมรู้ตื้นลึกหนาบางดี ลูกชายผม เจ้าหลินต้าเพ่ามันนั่งข้างยัยหนูนี่ กลับบ้านมาเล่าเรื่องหลินเสี่ยวหว่านให้ฟังทุกวัน บอกว่าบอบบางอย่างกับตุ๊กตากระเบื้อง แค่ลมพัดก็ปลิวแล้ว"
"มันบอกว่าตอนวิ่งแปดร้อยเมตรคราวก่อน หลินเสี่ยวหว่านใช้เวลาไปตั้งสิบเอ็ดนาทีกว่าจะถึงเส้นชัย"
"ขนาดจะยกถังน้ำยังต้องพักแล้วพักอีก ลูกชายผมต้องไปช่วยยกให้ตลอด คุณคิดดูสิ ผู้หญิงอ่อนแอขนาดนั้น อยู่ดีๆ จะเก่งขึ้นมาขนาดนี้ได้ยังไงถ้าไม่ใช้ยา"
เขาคุยโวอย่างภูมิใจ แต่คนรอบข้างกลับคิดไปอีกทาง
"นี่ลูกชายคุณ แอบชอบหลินเสี่ยวหว่านอยู่รึเปล่าเนี่ย"
"นั่นสิ ใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้ ผมว่ามีมูลนะ"
"คุณเป็นพ่อประสาอะไรเนี่ย ไม่รู้เลยเหรอว่าลูกชายคิดอะไรอยู่ เผลอๆ ที่คุณนินทาอยู่นั่นอาจจะเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ก็ได้นะ ฮ่าฮ่าฮ่า"
เสียงหัวเราะดังครืน พ่อของหลินต้าเพ่าเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ตบหน้าผากฉาด "เอ้อ จริงด้วย พูดไปพูดมา ชักเข้าเค้าแฮะ"
"งั้นหนูเสี่ยวหว่านของบ้านเราต้องบริสุทธิ์สิ ผมคัดค้านการตรวจ!"
เขารีบกลับลำตะโกนลั่น แต่เสียงของเขาก็ถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะของฝูงชนไปจนหมด
[จบแล้ว]