เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 112 Does not know that the founder does know this person?

Chapter 112 Does not know that the founder does know this person?

Chapter 112 Does not know that the founder does know this person?


不知祖师是否认识此人?

“หากเจ้าสามารถรับฝ่ามือของข้าได้,ข้าจะปล่อยเจ้าไป!”หลี่ซินปินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

“ฝ่ามือทะลายโลกา!”

“ทำลายล้าง!”

เสียงเอ่ยที่เย็นชาของลี่ซินปินที่ก้องกังวานไปทั่ว.

หลังจากเสียงของลี่ซินปินจบลง,ก็เห็นเพียงฝ่ามือยักษ์ที่รวมพลังจากพลังพิภพเคลื่อนที่ตบลงมาในทันที.

ฝ่ามือใหญ่ยักษ์ปิดท้องฟ้า,หากถูกกระแทกเกรงว่าคงสลายหายเป็นความว่างเปล่า.

ฝ่ามือยักษ์ที่ยังล่วงหล่นมาไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำ,ผืนปฐพีก็สั่นไหวไปมา,ราวกับว่าพื้นดินรอบ ๆ จะพังทลายล่มสลายลงแล้ว.

ฟ่านอี้หลาน,ฟ่านเซิ่ง ทั้งสองที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว.

ฝ่ามือยักษ์ทะลายโลกา,ทำให้พวกเขาทั้งสองเต็มไปด้วยความสิ้นหวังในทันที.

ฝ่ามือยักษ์ที่ล่วงหล่นลงมาอยู่ยังทิศทางของลู่อี้ผิงในทันที.

ท้องฟ้าที่กลายเป็นมืดลง.

เหล่าคนรอบ ๆ ลู่อี้ผิง,ที่รู้สึกราวกับว่ากำลังล่วงหล่นสู่นรกอเวจี.

ทุกคนที่คิดว่าฝ่ามือทะลายโลกาที่กำลังบดขยี้พวกของลู่อี้ผิง,ทันใดนั้น,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ยื่นมือขึ้น,มองเห็นเหมือนกับหยดน้ำที่พุ่งเข้าปะทะกับฝ่ามือใหญ่ยักษ์ที่หล่นลงมาเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว.

ฝ่ามือของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เล็กกระจิดริด.

ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงฝ่ามือใหญ่ยักษ์ปิดสวรรค์,เทียบกันแล้วเห็นเหมือนฝุ่นผงที่พุ่งเข้าปะทะฝ่ามือใหญ่.

อย่างไรก็ตาม,ฝุ่นกระจ้อยร่อย,กับสามารรถที่จะกระแทกฝ่ามือที่ใหญ่ยักษ์ให้พังทลายลงได้!

ฝ่ามือทะลายโลกาที่ปกคลุมผืนฟ้าพังทลายลงทันที,มันหดเล็กลงเรื่อย ๆ,ไม่อาจทำอะไรฝ่ามือของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้เลย.

ทุกคนที่ตื่นตะลึงตาค้าง.

ไม่มีใครที่ไม่ตกใจยืนค้างเป็นไก่ไม้.

ฉิวเยว่,สวีเฉี่ยวหยิน,ซุนหงหยวนและคนอื่น ๆ ดวงตาแทบหลุดจากเบ้า.

ฝ่ามือทะลายโลกา,คาดไม่ถึงว่าจะถูกหยุดและพังทลายลงอย่างง่ายดาย.

ภายในดินแดนบรรพชน,หลี่ซินปินที่ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกมาอีก.

ไม่มีใครรู้ว่ามีตัวตนที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่.

ฝ่ามือทะลายโลกาที่ลดขนาดเหลือเพียงครึ่งฝ่ามือในที่สุด,ก่อนที่ส่องแสงอยู่บนฝ่ามือของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่บดขยี้ฝ่ามือในมือแตกระเบิดกลายเป็นดอกไม้ไฟ กระเด็นไปทุกทิศทาง.

ฝ่ามือทะลายโลกาที่ถูกบดขยี้ไป,ทำให้หัวใจผู้คนรอบ ๆ ร่างกายสั่นไปมา.

ฝ่ามือทะลายโลกาที่ยิ่งใหญ่ทรงพลัง,ถูกบดขยี้ง่าย ๆ เช่นนี้รึ?

“ฝ่ามือทะลายโลการึ? เพียงแค่นี้,ยังกล้าเรียกว่าฝ่ามือทะลายโลกาอีกรึ?”วัวกระทิงมังกรกล่าวเหยียดหยัน.

ในดินแดนบรรพชน,ใบหน้าของลี่ซินปินกลายเป็นอัปลักษณ์.

ในเวลานั้น,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้ต่อยไปบนอากาศที่ว่างเปล่าทันที.

หมัดของเขาที่ทะลวงไปบนอากาศปรากฏหมัดอากาศมากมายที่กระหน่ำโจมตีไปยังดินแดนบรรพชน,แสงสว่างที่เจิดจรัสสว่างโร่ปกคลุมท้องฟ้าในทันที.

ค่ายกลดินแดนบรรพชนนิกายกระบี่กุยหยวนที่หรี่แสง,สั่นไปมาอย่างรุนแรง,ก่อนที่จะถูกหมัดทะลวงผ่านตรงเข้าไปกระแทกร่างของลี่ซินปินในดินแดนบรรพชนทันที.

เสียงหมัดที่ดังกึกก้อง,พร้อมกับเสียงร้องโอดโอยดังออกมาจากดินแดนบรรพชน.

เสียงดังไม่หยุดหย่อน,พร้อมกับเสียงโอดครวญดังอยู่เป็นเวลานาน.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,ก่อนที่จะหยุดลง.

ผู้คนด้านนอกที่เวลานี้จ้องมองหน้ากันและกันด้วยท่าทางงงงวย.

เพราะว่าทุกคนไม่อาจมองเห็นสถานการณ์ภายในดินแดนบรรพชนนิกายกระบี่กุยหยวน,ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน.

หลังจากวัวกระทิงมังกรเขาทองคำต่อยออกไปแล้ว,ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ,ขณะยกมือขึ้นเสยผมสีทองของเขา.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,ในดินแดนบรรพชน,เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้น“หมัดเทวะฟ้าคราม,ผู้ยอดเยี่ยมสามารถใช้หมัดเทวะฟ้าครามของผู้ก่อตั้งของพวกเราได้ด้วยรึ?”

ไม่ใช่เสียงของหลี่ซินปิน.

อย่างไรก็ตาม,ฉิวเยว่ที่คุกเข่าอยู่ได้ยินเสียงดังกล่าวก็แทบหมอบราบลงบนพื้น,ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา.

นี่คือตัวตนที่เหนือยิ่งกว่าหลี่ซินปิน.

ผู้คนรอบ ๆ ที่ส่งเสียงดังอื้ออึง.

“เมื่อครู่นี้คือหมัดเทวะฟ้าคราม,คาดไม่ถึงว่าเขาจะสามารถใช้หมัดเทวะฟ้าครามได้อย่างงั้นรึ?”ซุนหงหยวนและคนอื่น ๆ ต่างก็ตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน.

หมัดเทวะฟ้าคราม,นี่คือทักษะลับของผู้ก่อตั้งนิกายกระบี่กุยหยวนฉู่ถงที่ไม่ได้ส่งต่อให้ใคร,มีเพียงแค่ฉู่ถงที่สามารถใช้ได้,แล้วชายผมสีทองนี้ใช้ได้อย่างไรกัน?

เขาเกี่ยวข้องกับผู้ก่อตั้งฉู่ถงอย่างงั้นรึ?

หมัดเทวะฟ้าคราม,ผู้ก่อตั้งได้ส่งมอบให้เขาอย่างงั้นรึ?

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เผยยิ้ม“ทำไมข้าสามารถใช้หมัดเทวะฟ้าครามของผู้ก่อตั้งเจ้าได้อย่างงั้นรึ? เจ้าถามผู้ก่อตั้งของเจ้าเองก็จะรู้.”

ลู่อี้ผิงที่ชี้นิ้วออกไป,ปรากฏตราหยกดอกไม้ลอยไปยังด้านในดินแดนบรรพชนนิกายกุยหยวน.

ในดินแดนบรรพชน,เฟิงเหวนที่สงสัยรับหยกดังกล่าวมา,ขณะมองเห็นมันอย่างชัดเจน,ก็ใบหน้าเปลี่ยนสี,บรรพชนชราหลี่ซินปินและคนอื่น ๆ ที่เห็น ก็เผยท่าทางประหลาดใจออกมาเช่นกัน.

“ตราหยกนี้,ผู้ก่อตั้งได้สวมใส่มาหลายปีแล้ว,ไปอยู่กับผู้เยาว์ชุดน้ำเงินนี้ได้อย่างไร?”บรรพชนชราคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสงสัย.

เฟิงเหวินที่ดูลังเล,เอ่ยออกมาว่า“ผู้ก่อตั้งเคยบอกกับข้าว่า ตราหยกนี้,มีอยู่ด้วยกันสองชิ้น,อยู่กับเขาชิ้นหนึ่ง,อีกชิ้นหนึ่งอยู่กับใคร,เขาไม่ได้เอ่ย.”

ตอนนี้,กับอยู่กับผู้เยาว์ชุดน้ำเงินผู้นี้อย่างงั้นรึ?!

เฟิงเหวินเอ่ย“พวกเขาใช้หมัดเทวะฟ้าครามได้,ตอนนี้ยังมีตราหยกชิ้นหนึ่งของผู้ก่อตั้ง,ดูเหมือนว่า,พวกเขาจะเกี่ยวข้องกับผู้ก่อตั้งแล้ว!”

“เจ้าออกไปกับข้า,สอบถามเรื่องนี้.”กล่าวจบ,เขาก็ก้าวออกไป หายไปในทันที.

เหล่าบรรพชนคนอื่น ๆ เองก็ตามไปเช่นกัน.

หลี่ซินปินที่ปาดโลหิตที่มุมปาก,อดทนต่อความเจ็บปวดและก้าวตามออกไปเช่นกัน.

เหล่าผู้คนด้านนอกที่กลายเป็นวุ่นวาย,ทันใดนั้นก็เห็นร่างอีกหลายร่างที่ออกมาจากดินแดนบรรพชนกุยหยวนคนแล้วคนเหล่า.

ขณะฉิวเยว่เห็นชายชราผมขาวที่ออกมาชัดเจนแล้ว,เขาที่เร่งรีบหมอบราบไปบนพื้น,เอ่ยด้วยความตื่นเต้น“ฉิวเยว่คารวะบรรพชนชราเหวินเฟิงและบรรพชนชราทุกท่าน.”

เพียงไม่นาน,ผู้คนรอบ ๆ  กลายเป็นตื่นตระหนกไปตาม ๆ กัน.

เฟิงเหวิน?

ยอดฝีมืออันดับสองของนิกายกระบี่กุยหยวน.

เขาคือคนที่อยู่รองท่านฉู่ถงคนเดียว.

ทุกคนต่างก็คุกเข่าลงบนพื้น,แม้แต่ธิดาศักดิ์สิทธิ์นิกายฉินหัวสวีเฉี่ยวหยินก็ไม่กล้ายืน.

เฟิงเหวินหาได้สนใจคนอื่น ๆ,เขาได้จดจ้องมองไปยังลู่อี้ผิง,ชายหนุ่มชุดน้ำเงินด้วยความประหลาดใจ.

“ผู้ยอดเยี่ยมเป็นใครอย่างงั้นรึ? เหรียญตรานี้,ได้รับมาอย่างไร?”เฟิงเหวินเอ่ยปากสอบถาม.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย“ได้มาอย่างไรรึ? สิ่งนี้ย่อมเป็นของจูเหรินของข้า,เจ้าคิดว่าเหรียญตรานี่เก็บได้ข้างทางรึไง?”

“ผู้ยอดเยี่ยมโปรดพูดจาดี ๆ ด้วย!”บรรพชนชรานิกายกระบี่กุยหยวนคนหนึ่งได้ยินคำพูดวัวกระทิงมังกรเขาทองคำกล่าวล้อ,ก็ขมวดคิ้วเอ่ยออกมา.

เฟิงเหวินที่ยกมือขวาง,ห้ามให้บรรพชนชราคนดังกล่าวถอยไป,ก่อนที่จะส่งเหรียญตราให้กับลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาว่า“เหรียญตราหยกนี้,ผู้ก่อตั้งของพวกเรามีชิ้นหนึ่ง,ท่านเคยเห็นผู้ก่อตั้งของพวกเราอย่างงั้นรึ?”

ที่ไกลออกไป,อาวุโสเจียงเฟิงเพียงแค่คิดก็รู้สึกขาอ่อนยวบลงไปแล้ว.

เขารู้ว่าลู่อี้ผิงมาพบกับผู้ก่อตั้ง,ก่อนหน้านี้เขาเคยเอ่ยว่าอีกฝ่ายไม่มีคุณสมบัติพอจะพบกับผู้ก่อตั้ง,ตอนนี้เขาพอบอกได้ว่าลู่อี้ผิงนั้นรู้จักกับผู้ก่อตั้งอย่างงั้นรึ?

ลู่อี้ผิงเก็บตราหยกคืน,พร้อมกับพยักหน้า.

“แต่ว่า,ผู้ก่อตั้งของพวกเราไม่อยู่,ตอนนี้เดินทางไปยังดินแดนไท่สวี.”เฟิงเหวินเอ่ย.

“ข้ารู้.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

“รอให้งานชุมนุมกระบี่จบลงผู้ก่อตั้งถึงก็จะกลับมา,ตอนนี้ข้าจะแจ้งไปยังผู้ก่อตั้ง,ทว่าผู้ก่อตั้งจะรีบกลับมาใหม,ข้าไม่รู้.”เฟิงเหวินเอ่ยและใช้ยันต์สื่อสารติดต่อกับฉู่ถงดินแดนไท่สวีทันที.

ในเวลานี้,ดินแดนไท่สวี,ฉู่ถงอยู่ในนิกายพุทธซู่มี่,พูดคุยกับผู้ก่อตั้งนิกายพุทธะซู่มี่,ทันใดนั้นยันต์สื่อสารก็สั่นไปมา,พบว่าเป็นเฟิงเหวินส่งมา,ก็รู้สึกประหลาดใจ.

เรื่องเกี่ยวกับนิกาย,น้อยครั้งนักเขาที่จะสอบถาม,ซึ่งกล่าวได้ว่าหากเป็นเรื่องทั่วไปบรรพชนชราคนอื่น ๆ สามารถจัดการได้,เป็นเรื่องหายากที่จะเห็นเฟิงเหวินส่งข้อความผ่านยันต์สื่อสารมาหาเขา.

เขารู้สึกแปลก ๆ,ก่อนที่จะนำยันต์สื่อสารออกมาดู.

เขาที่อ่านข้อความจากยันต์สื่อสารมีเนื้อความว่า :

“เรียนผู้ก่อตั้ง,มีชายชุดน้ำเงินนามลู่อี้ผิง,เขามีตราหยกเหมือนกับท่าน,ตอนนี้อยู่ในนิกายกระบี่กุยหยวน,เอ่ย ต้องการพบท่าน.”

“ไม่รู้ว่าผู้ก่อตั้งรู้จักคนผู้นี้หรือไม่?”

จบบทที่ Chapter 112 Does not know that the founder does know this person?

คัดลอกลิงก์แล้ว