- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 35 - แม่ครับ
บทที่ 35 - แม่ครับ
บทที่ 35 - แม่ครับ
บทที่ 35 - แม่ครับ
เซียวคุนและหลี่โย่วรูได้ยินเฉินหลินพูดเรื่องออกจากโรงพยาบาลก็ขมวดคิ้วสงสัย
"พี่หลิน จะให้ออกทำไมล่ะ เรามีเงินจ่ายค่าหมอแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ใช่พี่ ถ้ากลับบ้านไปแล้วใครจะรักษาป้าล่ะ"
เฉินหลินหันไปสบตาน้องทั้งสองแล้วอธิบายเสียงนุ่ม "ไม่ต้องห่วง หมอเหลียงเขาแนะนำมาเอง"
"โรคของป้าจูมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ ไม่จำเป็นต้องนอนประคองอาการอยู่ที่นี่ให้เสียเวลา"
"พี่จะหาเงินเพิ่ม แล้วพวกเราจะส่งป้าไปรักษาให้หายขาดที่อเมริกา!"
ได้ยินดังนั้น ทั้งสองคนก็ยิ้มออก "รักษาหายขาดได้จริงเหรอ เยี่ยมไปเลย!"
แต่ป้าจูที่นอนฟังอยู่กลับรีบแย้ง "โอ๊ย ไปอเมริกงอเมริกาอะไรกัน ป้าไม่ไปหรอก ป้าจะกลับบ้าน"
"เงินทองหายาก จะเอามาละลายกับคนแก่ไม้ใกล้ฝั่งอย่างป้าทำไม"
"พวกเอ็งโต ๆ กันหมดแล้ว ยุคนี้สมัยนี้อะไรก็ต้องใช้เงิน เก็บเงินไว้สร้างเนื้อสร้างตัวเถอะ"
"ป้าน่ะ ขอแค่ได้เห็นพวกเอ็งสักคนแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา ป้าก็นอนตายตาหลับแล้ว"
เซียวคุนรีบบีบมือป้าจูแน่น "เห็นคนเดียวจะไปพออะไร ป้าต้องอยู่ดูพวกเราแต่งงานให้ครบทุกคนสิ!"
"ป้าจู พี่หลินเขาพูดคำไหนคำนั้น เขาบอกว่ารักษาได้ก็ต้องได้"
"ป้าไม่รู้อะไร พี่หลินเดี๋ยวนี้โคตรเจ๋ง สองวันมานี้พี่เขาหาเงินได้ตั้งหลายแสน!"
ด้วยความปากไว เซียวคุนเลยเผลอหลุดปากเรื่องเงินออกไปจนได้
ป้าจูสะดุ้งโหยง ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าเฉินหลินอาชีพรับซื้อของเก่า จะไปหาเงินแสนเงินล้านมาจากไหนภายในสองวัน
"เสี่ยวหลิน... เอ็ง... เอ็งอย่าไปทำเรื่องผิดกฎหมายนะลูก ลำบากแค่ไหนเราก็ต้องหากินสุจริต เข้าใจไหม!"
หญิงชราถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า "เจ้าเทียนเฉิงมันแวะมาหาป้าไม่กี่ที ป้าแทบจำมันไม่ได้แล้ว"
"กลิ่นเงินคลุ้งไปทั้งตัว อ้าปากก็เงิน หุบปากก็เงิน..."
"ป้าไม่อยากเห็นพวกเอ็งกลายเป็นคนแบบนั้น สัญญาได้ไหม"
เฉินหลินส่งสายตาดุใส่เซียวคุนทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาปลอบโยนหญิงชรา "แม่ครับ วางใจเถอะ ผมรู้ลิมิตตัวเองดี"
"เอ๊ะ... มะ... เมื่อกี้เอ็งเรียกป้าว่าอะไรนะ เรียกอีกทีได้ไหมลูก"
ป้าจูน้ำตาซึม เธอเป็นหมันมาแต่กำเนิด ชาตินี้ไร้วาสนาเรื่องลูกเต้า จึงทุ่มเทความรักทั้งหมดให้เด็กกำพร้าทั้งหกคนประดุจเลือดในอก
ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เด็ก ๆ เรียกเธอว่า "ป้าจู" มาตลอด
พอได้ยินคำว่า "แม่" ออกจากปากเฉินหลิน หัวใจที่แห้งเหี่ยวก็เหมือนได้รับน้ำทิพย์ชโลมจนชุ่มฉ่ำ
"แม่เลี้ยงดูพวกเรามาสิบกว่าปี จนร่างกายทรุดโทรมขนาดนี้ จากนี้ไป แม่คือแม่แท้ ๆ ของผมครับ"
"ใช่ครับ แม่ก็คือแม่ของพวกเราทุกคน!"
เซียวคุนกับหลี่โย่วรูประสานเสียงรับลูกทันควัน
น้ำตาแห่งความปิติไหลอาบสองแก้มของป้าจู เธอหัวเราะทั้งน้ำตา อ้าแขนกอดเซียวคุนและหลี่โย่วรูไว้แน่น "โฮ... เด็กดี ลูกแม่ทุกคนเป็นเด็กดี"
"แม่ครับ อย่าร้องไห้สิ"
"ความสุขรอเราอยู่ข้างหน้าครับ"
"เดี๋ยวเราจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ อบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา"
"รอพวกผมแต่งงานมีลูก แม่ต้องมาช่วยเลี้ยงหลานให้พวกผมด้วยนะ ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด..."
เซียวคุนจอมพูดมากเริ่มร่ายยาวไม่หยุด
ป้าจูฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ไม่มีแม่คนไหนรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของลูก แม้ลึก ๆ เธอจะคิดว่าเด็ก ๆ แค่พูดปลอบใจคนใกล้ตายอย่างเธอ
แต่แค่ได้วาดฝันถึงภาพเหล่านั้น ความสุขก็ล้นปรี่จนลืมความเจ็บป่วยไปหมดสิ้น
"ได้สิ ๆ แม่จะรอดู แม่จะเลี้ยงหลานให้ทุกคนเลย!"
"ว่าแต่เจ้าคุน พูดเก่งขนาดนี้ แอบมีแฟนแล้วหรือไงเรา" ป้าจูเอาหน้าผากชนหัวเซียวคุนหยอกเย้า
เซียวคุนเกาหัวเขิน ๆ "แหะ ๆ แฟนยังไม่มีครับ แต่เล็ง ๆ ไว้เพียบเลย"
"ทั้งลูกสาวลุงหวังร้านขายโจ๊ก น้องอาเจียวร้านโชห่วย แล้วก็แม่ค้าขายเต้าฮวยหน้าปากซอย..."
เซียวคุนเล่าด้วยน้ำเสียงกระดี๊กระด๊า จนหลี่โย่วรูทนฟังไม่ไหว
"แหวะ! ไอ้คนเจ้าชู้ มักมากไม่เลือกหน้า..."
ป้าจูหัวเราะร่า หันไปกอดหลี่โย่วรูบ้าง "แล้วเราล่ะอาโย่ว มีหนุ่มในดวงใจหรือยัง"
เจอคำถามจี้ใจดำ หลี่โย่วรูหน้าแดงแปร๊ด แอบชำเลืองมองไปทางเฉินหลินแวบหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าดิก "มะ... ไม่มีค่ะ"
"โกหก! มีชัวร์!"
เซียวคุนชี้หน้าน้องสาวเผาขน "วันก่อนเห็นนอนละเมอบนโซฟา พร่ำเพ้อว่าชอบเขาอย่างนู้นอย่างนี้... ฝันเปียกชัวร์!"
"ไอ้พี่บ้า! หุบปากนะ!"
หลี่โย่วรูคว้าหมอนปาใส่หน้าพี่ชาย แต่เซียวคุนรับไว้ได้ทัน
"ไม่ได้มั่วโว้ย ได้ยินกับหู! ไหนบอกมาซิว่าปิ๊งใคร เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะช่วยสแกนให้ ฮ่า ๆๆๆ"
"หยุดพูดนะ!"
หลี่โย่วรูหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก วิ่งไล่ตบตีพี่ชายจอมปากเสียรอบห้อง โชคดีที่นี่เป็นห้องเดี่ยว ไม่งั้นคงโดนเตียงข้าง ๆ ด่าเปิง
มองดูเด็ก ๆ หยอกล้อกัน ป้าจูก็หันมากุมมือเฉินหลิน "แล้วเอ็งล่ะอาหลิน? โตที่สุดในกลุ่มแล้ว เมื่อไหร่จะพาเมียมาให้แม่ดูตัวสักที"
เฉินหลินยังไม่มีใคร และยังไม่คิดจะมี
ภาระหน้าที่มากมายทั้งเรื่องป่วยของเซียวคุนและป้าจู เรื่องเรียนของน้อง ๆ และภารกิจตามหาสมบัติชาติที่สาบสูญ สำคัญกว่าเรื่องส่วนตัวหลายเท่านัก
ตราบใดที่ปัญหายังไม่คลี่คลาย เขาคงไม่มีกะจิตกะใจไปรักใคร
เขามั่นใจว่าสวรรค์ส่งเขามาเกิดใหม่ในยุคนี้เพื่อทำหน้าที่สำคัญบางอย่าง
แต่กับคนป่วย เขาไม่จำเป็นต้องพูดความจริงให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ
ชายหนุ่มยิ้มละมุน "ไว้มีโอกาส ผมจะพามาให้แม่ช่วยสแกนนะครับ"
"ดีลูก ดี..."
คุยกันต่ออีกพักใหญ่ สามพี่น้องก็ช่วยกันเก็บของพาป้าจูออกจากโรงพยาบาล
...
ในขณะเดียวกัน การผ่าตัดช่วยชีวิตหวางตงชิงก็เสร็จสิ้นลง
ด้วยคอนเนคชั่นของผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้เชิญ "ศาสตราจารย์อู๋อ้าว" มือหนึ่งด้านศัลยกรรมของเมืองไห่เฉิงมาลงมือผ่าตัดด้วยตัวเอง
เมื่อการผ่าตัดสำเร็จลุล่วง หวางจื้อเกาแทบจะก้มกราบขอบคุณศาสตราจารย์อู๋
ผู้อำนวยการและหัวหน้าแผนกต่างถอนหายใจโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก การที่หวางตงชิงรอดตายเท่ากับเก้าอี้ของพวกเขายังคงตั้งอยู่ที่เดิม
ศาสตราจารย์อู๋อ้าวเป็นแพทย์อาวุโสผู้ทรงคุณวุฒิ มีชื่อเสียงระดับประเทศ และที่สำคัญคือท่านเชี่ยวชาญทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีนอย่างลึกซึ้ง
"ถือว่าโชคดีมากที่ทางโรงพยาบาลรับมือได้ทันท่วงที"
"ปอดคนไข้เสียหายหนักมาก ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิด ผมก็คงหมดปัญญา..."
ศาสตราจารย์ชรากล่าวถ่อมตัว ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง "แต่มีจุดหนึ่งที่ผมสงสัยมาก ก่อนลงมีด ผมสังเกตเห็นสภาวะร่างกายของคนไข้"
"การไหลเวียนของเลือดช้ากว่าปกติมาก ราวกับว่า... ถูกควบคุมเอาไว้ ด้วยเหตุนี้คนไข้ถึงไม่เสียเลือดจนช็อคตายไปเสียก่อน"
"ไม่ทราบว่า... ใครเป็นคนปฐมพยาบาลเบื้องต้นครับ?"
"มีการใช้การฝังเข็มสกัดจุดร่วมด้วยใช่ไหม?"
ผู้อำนวยการและหัวหน้าแผนกหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ภาพของชายหนุ่มแต่งตัวซอมซ่อที่ดื้อดึงคนนั้นผุดขึ้นมาในหัวทันที
ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนั่นลงมือ หวางตงชิงคงได้ไปเฝ้ายมบาลนานแล้ว
แต่ทว่า... เขาเป็นใครกันแน่?
[จบแล้ว]