- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 24 - โต๊ะทองแดง 'จิ้น'
บทที่ 24 - โต๊ะทองแดง 'จิ้น'
บทที่ 24 - โต๊ะทองแดง 'จิ้น'
บทที่ 24 - โต๊ะทองแดง 'จิ้น'
โต๊ะทองแดง 'จิ้น' เครื่องยศสัมฤทธิ์จากสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก สร้างขึ้นหลังจากโจวอู่หวังพิชิตราชวงศ์ซางได้สำเร็จ
คำว่า 'จิ้น' แปลว่า 'ห้าม' เป็นเครื่องเตือนใจที่โจวเทียนจื่อพระราชทานแก่เชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เพื่อเตือนสติว่าให้ดื่มสุราได้เฉพาะในพิธีเซ่นไหว้เท่านั้น และห้ามดื่มจนเมามายขาดสติ (เนื่องจากราชวงศ์ซางล่มสลายเพราะกษัตริย์มัวเมาในสุรานารี)
ของสิ่งนี้แม้แต่ในสมัยราชวงศ์ชิงที่เฉินหลินเคยอยู่ ก็ถือเป็นสมบัติชาติระดับตำนานที่หาดูได้ยากยิ่ง
เฉินหลินไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมาเจอของล้ำค่าระดับนี้วางทิ้งอยู่ในบ้านคนธรรมดา
แถมยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้ที่ติ!
แม้แต่ตัวเขาที่เป็นถึงหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญสมบัติชาติแห่งราชวงศ์ชิง เมื่อได้เห็นของจริงตรงหน้า หัวใจยังอดเต้นระรัวไม่ได้
สมบัติล้ำค่าปานนี้ กลับถูกมองว่าเป็นเตาแก๊สเก่าๆ?
น่าขันและน่าเศร้าใจในเวลาเดียวกัน!
น่าขันที่เด็กหนุ่มมีตาหามีแววไม่ และน่าเศร้าที่สมบัติของชาติกลับต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในกองขยะแบบนี้
พอเด็กหนุ่มเอ่ยถึงเมือง 'เฟิ่งรื่อ' เฉินหลินก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวได้ทันที
ก่อนตายในชาติที่แล้ว เขารู้ข่าวว่าที่เฟิ่งรื่อมีการสู้รบครั้งใหญ่
ระหว่างกองทัพของขุนศึก 'ตั่งอวี้ขุย' กับนายพลก๊กมินตั๋ง 'ซ่งหน่ายฟาง'!
ตั่งอวี้ขุยคนนี้ นอกจากจะเป็นขุนศึกแล้ว ยังมีชื่อเสียในฐานะโจรขุดสุสานตัวยง เคยขุดสุสานราชวงศ์โจวตะวันตกมาแล้วกว่าห้าสิบแห่ง ขโมยสมบัติชาติไปนับไม่ถ้วน
ในตอนนั้น ภารกิจของเฉินหลินนอกจากปกป้อง 'สมบัติชิ้นสำคัญ' ที่ชี้ชะตาแผ่นดินแล้ว อีกภารกิจหนึ่งคือการตามทวงคืนสมบัติที่ตั่งอวี้ขุยขโมยไป
แต่น่าเสียดายที่เขามีเพียงร่างเดียว ไม่สามารถแยกไปทำสองภารกิจพร้อมกันได้
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ไปจัดการ ตั่งอวี้ขุยก็ถูกซ่งหน่ายฟางสังหารในสนามรบเสียก่อน
สมบัติเหล่านั้นจึงสาบสูญไป บ้างก็ว่าถูกขายไปต่างประเทศ บ้างก็ว่าถูกฝังไปพร้อมกับความลับ
เมื่อฟังจากเรื่องเล่าของเด็กหนุ่ม เป็นไปได้สูงว่าปู่ทวดของเขาคือนายพลซ่งหน่ายฟางคนนั้น
และของสะสมเหล่านี้ น่าจะเป็นสิ่งที่ยึดมาได้จากตั่งอวี้ขุย แล้วตกทอดมาสู่รุ่นลูกหลาน
เนื่องจากเป็นความลับที่บอกต่อกันเฉพาะลูกชาย ปู่เล็กของเด็กหนุ่มจึงรู้เรื่องนี้ แต่คนอื่นในตระกูลไม่รู้
ทายาทตระกูลซ่งผู้นี้ใช้ชีวิตสันโดษในชนบทเพื่อเฝ้าพิทักษ์สมบัติเหล่านี้
เขารู้ดีว่าการครอบครองโบราณวัตถุผิดกฎหมาย จึงไม่กล้าแพร่งพรายให้ใครรู้
หากไม่เกิดเหตุการณ์ดินถล่ม เขาคงเก็บความลับนี้ไว้จนวาระสุดท้ายแล้วค่อยส่งต่อให้ทายาท
แต่เหตุสุดวิสัยบีบให้เขาต้องย้ายของด่วน
เขาซ่อนของมีค่าปนไปกับขยะเพื่อตบตาคนภายนอก
แต่อนิจจา ความชราและโรคภัยไม่ปรานี เขาจบชีวิตลงด้วยความเหนื่อยล้าจากการขนย้าย ทิ้งให้ลูกหลานที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้าใจผิดว่ากองสมบัติคือขยะกองโต
โชคดีเหลือเกินที่เฉินหลินมาเจอเข้า
สมบัติระดับนี้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีความสามารถและคุณสมบัติพอที่จะดูแลและปกป้องมันได้
ถ้าตกไปอยู่ในมือคนอื่น คงถูกตีค่าเป็นเงินทองแล้วขายทิ้งไป
หรือแย่กว่านั้น อาจตกไปอยู่ในมือพวกพ่อค้าต่างชาติเหมือนที่ 'ซุนเตี้ยนอิง' หรือ 'ตั่งอวี้ขุย' เคยทำ ซึ่งนับเป็นอาชญากรทางประวัติศาสตร์!
เห็นเฉินหลินยืนนิ่งเหม่อลอย เด็กหนุ่มจึงตบไหล่เรียกสติ "เป็นไงพี่ชาย? อันนี้หนักนะ ให้สักสามร้อยไหวไหม?"
เฉินหลินเคาะเบาๆ ที่ตัวโต๊ะ "ทองแดงแท้ ขนาดนี้หนักไม่ต่ำกว่าสองร้อยโล ให้พันสี่เลยเอ้า"
เด็กหนุ่มตาโตเท่าไข่ห่าน "เชี่ย?"
"เตาแก๊สพังๆ นี่นะราคาเป็นพัน? แพงกว่าขยะทั้งห้องรวมกันอีก! พี่นี่ใจป้ำสุดๆ"
เฉินหลินยิ้มบางๆ ในใจคิดว่า ถ้านายรู้ความจริงคงช็อคตาย
ของชิ้นนี้ไม่ใช่แค่พันสี่ ต่อให้ร้อยสี่สิบล้านก็ยังมีคนแย่งกันหัวแตก
ถ้าของชิ้นนี้อยู่ในมือนักสะสมที่รู้ค่า เฉินหลินคงไม่กล้าเอ่ยปากขอซื้อ
แต่ตอนนี้เจ้าของเดิมตายไปแล้ว ขืนปล่อยไว้กับเด็กหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่ช้าก็เร็วคงถูกเอาไปชั่งกิโลขายร้านของเก่าในราคาเศษเหล็ก
การนำมาไว้กับตัวคือการปกป้องที่ดีที่สุด
วันหน้าหาโอกาสเหมาะๆ มอบให้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เพื่อเติมเต็มหน้าประวัติศาสตร์ที่ขาดหายไป
เด็กหนุ่มได้รับเงินก็ดีใจจนเนื้อเต้น ยกนิ้วให้เฉินหลินรัวๆ "ฮ่าๆๆๆ พี่ชายนี่โคตรจริงใจ!"
"มาๆ แลกวีแชทกันไว้!"
"วันหน้ามีขยะอะไรอีก ผมโทรหาพี่คนแรกเลย รับรองอุดหนุนกันยาวๆ!"
ความเฟรนด์ลี่ของเด็กหนุ่มทำให้เฉินหลินปฏิเสธไม่ลง จำต้องหยิบมือถือเซียวคุนมาแอดเพื่อนไว้
เฉินหลินกับเซียวคุนช่วยกันยกโต๊ะทองแดง แต่เซียวคุนแรงน้อย ยกไม่ขึ้น
เด็กหนุ่มเจ้าของบ้านเลยรีบเข้ามาช่วย "น้องชายใบ้นี่แรงน้อยจัง มาๆ พี่ช่วยยกเอง!"
เมื่อขนโต๊ะทองแดงขึ้นรถเรียบร้อย เฉินหลินก็ขอผ้าห่มเก่าๆ จากเด็กหนุ่มมาคลุมปิดท้ายรถไว้มิดชิด แล้วขี่รถสามล้อจากมา
ขี่ออกมาได้ไกลโข ยังได้ยินเสียงเด็กหนุ่มตะโกนไล่หลังมา "พี่ชาย! ว่างๆ ไปแดนซ์กันนะ!"
...
กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่นค่อนคืน
เฉินหลินเกณฑ์ทุกคนมาช่วยขนของลงจากรถ
แล้วสั่งให้เซียวคุนปิดประตูร้านทันที
วันนี้งดรับแขก เขาต้องการเวลาตรวจสอบ 'ขยะ' พวกนี้อย่างละเอียด
"โย่วรู พาเสี่ยวหว่านเอาโทรศัพท์เจ้าคุนไปตลาดนะ"
"ซื้อไก่ เป็ด ปลา เนื้อ มาให้ครบ เอาหมูสามชั้นด้วย ซื้อมาเยอะๆ เอาให้ตู้เย็นแตกไปเลย"
เฉินหลินสั่งการ
"รับทราบ!"
สองสาวรับคำอย่างร่าเริง คว้าโทรศัพท์วิ่งออกไปจ่ายตลาดทันที
พอปลอดคน เฉินหลินเริ่มลงมือคัดแยกของ ทันใดนั้นเซียวคุนก็ขยับเข้ามาใกล้ ทำท่าทำทางตื่นเต้น
ถึงบ้านแล้ว พี่! ผมพูดได้ยัง!
เฉินหลินจิ้มหน้าอกน้องชายเบาๆ เสียงของเซียวคุนก็ระเบิดออกมาทันที
"พูดได้แล้วววว!"
"พี่หลิน! พี่โคตรเทพ!"
"พี่ไปเรียนมาจากไหนเนี่ย?"
"อาจารย์ที่ไหนสอน?"
"พี่ไปเจอฤๅษีในป่ามาเหรอ?"
"ยากไหมพี่? ผมจะเรียนได้ไหม?"
"แล้วมันทำให้คนขยับไม่ได้ด้วยไหม?"
เพียะ! เพียะ!
สองนิ้วจิ้มลงไปอีกครั้ง
เฉินหลินตอบคำถามด้วยการกระทำ
เซียวคุนนอกจากจะพูดไม่ได้แล้ว ตัวยังแข็งทื่อขยับไม่ได้อีกต่างหาก
เขายืนขาเดียวค้างอยู่ในท่ากำลังเต้นแร้งเต้นกา เหงื่อเริ่มซึมหน้าผาก ลูกตากลิ้งไปมาด้วยความตื่นตระหนก
ผ่านไปสักพัก เฉินหลินถึงคลายจุดให้ แล้วสอนสั่ง "อยากเรียน ต้องรู้จักควบคุมตัวเอง พูดให้น้อย ทำให้มาก"
"จำไว้ ภัยมีปากเป็นประตู พูดมากจะเสียการ"
เซียวคุนพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร "ได้พี่ ผมจะพูดให้น้อย สาบานเลย"
"พี่หลิน พี่จะเริ่มสอนผมเมื่อไหร่?"
"อายุขนาดผมยังทันไหม?"
"ต้องเป็นพรหมจรรย์หรือเปล่าพี่?"
"คือผมเคยช่วยตัวเองนะ แต่ยังไม่เคยแอ้มสาว แบบนี้ยังนับเป็นพรหมจรรย์ไหม?"
เฉินหลินเงยหน้ามองด้วยสายตาเอือมระอา
เซียวคุนรีบหุบปากฉับ
"มาช่วยงาน"
"ช่วยไงพี่"
เฉินหลินชี้ไปที่กองเศษกระเบื้อง "นู่น เลือกเศษที่ลายเหมือนกันแยกไว้กองหนึ่ง"
"อันไหนไม่มีลาย ให้ดูสีที่ใกล้เคียงกัน แยกไว้อีกกอง"
"เบาๆ มือล่ะ โดยเฉพาะชิ้นใหญ่ๆ อย่าทำแตกเพิ่ม"
"ครับผม!"
เซียวคุนรับคำอย่างแข็งขัน
เขาเคยเห็นเฉินหลินอ่านหนังสือพวกนี้มาบ้าง พอจะมีความรู้ติดหางอึ่ง
"พี่หลิน จริงๆ วันนี้เราไม่ได้ไปซื้อขยะใช่ป่ะ?"
"ผมเห็นพี่แยกไอ้ก้อนทองเหลืองพวกนั้นออกมา ทรงมันสวยดีนะพี่ แพงป่ะ?"
เซียวคุนลดเสียงลง ทำงานไปพลางถามไปพลาง
"ก็พอได้ ค่ารักษาป้าจูงวดนี้สบายๆ เผลอๆ จ่ายล่วงหน้าได้อีกสองสามงวด"
เซียวคุนลุกพรวดพราด
"ฮะ! เยอะขนาดนั้นเชียว?"
"งั้นก็เป็นแสนสิพี่!"
เฉินหลินสีหน้าเรียบเฉย มองหน้าน้องชาย "พี่บอกแล้วไง อยากกินอะไรเราซื้อกินเองได้"
"พี่บอกแล้ว ว่าจะส่งพวกแกเรียนหนังสือทุกคน"
"พูดคำไหน คำนั้น"
[จบแล้ว]