เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 110 Your Zither Way is at what realm!

Chapter 110 Your Zither Way is at what realm!

Chapter 110 Your Zither Way is at what realm!


你琴道到底是什么境界!

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำแค่นเสียง“ทำไมจะไม่กล้าแข่งกับเจ้าล่ะ? สาวน้อย,เจ้าคิดว่าก้าวสู่ระดับเซียนกู่ฉินแล้ว,ในวิถีกู่ฉินคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานแล้วรึ?”

สวีเฉี่ยวหยินที่ตกใจ,เผยยิ้มออกมา“เฉี่ยวหยินไม่กล้าเอ่ยว่าวิถีกู่ฉินของข้าไร้เทียมทาน.”นางจ้องมองลู่อี้ผิง“มีปัญหาอะไร,คุณชายไม่กล้ารึ?”

จากนั้นก็เอ่ยเพิ่ม“ได้ยินจากศิษย์น้องเอ่ยว่า,คุณชายเมื่อครั้งอยู่ในร้านได้กู่ฉินชั้นยอดจากยุคโบราณ,แม้แต่ศิษย์น้องของข้าก็ไม่อาจเล่นได้,คุณชายสามารถนำมาใช้ประลองเพื่อให้เฉี่ยวหยินได้เปิดหูเปิดตาหน่อยได้หรือไม่?”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำขณะจะเอ่ยปาก,ลู่อี้ผิงก็ก้าวไปด้านหน้า,เห็นกู่ฉินในมือของสวีเฉี่ยวหยินซึ่งเป็นกู่ฉินสีขาวหิมะ,ก็เอ่ยออกมาว่า“จักรวาลบนผืนหิมะ.”

กู่ฉินในมือของสวีเฉี่ยวหยินนั้นเป็นกู่ฉินมีชื่อในยุคโบราณ,จักรวาลบนผืนหิมะ.

ในอดีตนั้น,นี่คือกู่ฉินของเจ้าวังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์.

ในยุคโบราณ,วังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์,และวังเทวะเป่ยโตต่างก็มีชื่อเสียงทัดเทียมกัน.

สวีเฉี่ยวหยินได้ยินคำพูดดังกล่าว,ก็เผยยิ้ม“ไม่คาดคิดเลยว่าคุณชายจะรู้จักกู่ฉินในมือของข้าด้วย,ในมือของข้าก็คือกู่ฉินจักรวาลบนผืนหิมะ,เป็นกู่ฉินของเจ้าวัง,วังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์.”

“จักรวาลบนผืนหิมะ,ข้าได้รับมาโดยบังเอิญ.”

เหล่าบรรพชนชราหลายคนที่เร่งรีบมาได้ยินมาว่ากู่ฉินในมือของสวีเฉี่ยวหยินเป็นกู่ฉินโบราณของเจ้าวังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์,ก็กลายเป็นวุ่นวายขึ้นมาทันที.

ในยุคโบราณ,จ้าววังเทวะเป่ยโตว,คือยอดฝีมือค่ายกลอันดับหนึ่ง.

ส่วนเจ้าวังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์,คือมือกู่ฉินอันดับหนึ่งเช่นกัน.

ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่แยแส“เจ้าจะบอกว่า,วิถีกู่ฉินของเจ้าวังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์ได้ทิ้งเอาไว้,แล้วเจ้าได้รับมันมาอย่างงั้นรึ?”

สวีเฉี่ยวหยินที่เผยยิ้ม“ใช่แล้ว,เฉี่ยวหยินโชคดี,ได้เรียนรู้วิถีกู่ฉินของเจ้าวังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์.”

เสียงดังอืออึงของผู้คนที่ดังขึ้นอีกครั้ง.

“ไม่แปลกใจเลยว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์สวีก้าวถึงดินแดนเซียนกู่ฉินได้,แท้จริงแล้วได้รับมรดกของเจ้าวังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์มานี่อง!”

“ข้าคิดว่าวิถีกู่ฉินของธิดาศักดิ์สิทธิ์,คงเหนือกว่าจ้าววังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วเป็นแน่!”

เสียงผู้คนมากมายที่พูดคุยกันไม่หยุด.

วังกระทิงมังกรเขาทองคำได้ยินก็แค่นเสียงดูแคลน.

เพียงแค่ก้าวถึงดินแดนเซียนกู่ฉิน,กล้าเอ่ยว่าเหนือกว่าเจ้าวังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์,เหลวไหลสิ้นดี?

ในเวลานั้น,ที่ด้านหน้าของลู่อี้ผิงก็ปรากฏ,กู่ฉินมังกรทมิฬลอยอยู่ด้านหน้าของลู่อี้ผิง.

สวีเฉี่ยวหยินจ้องมองกู่ฉินด้านหน้าลู่อี้ผิงที่มีรอยไหม้รูปมังกรทมิฬ,ไม่อาจยืนยันได้จึงเอ่ยออกไปว่า“นี่คือกู่ฉินมังกรทมิฬอย่างงั้นรึ?”

“ถูกแล้ว,นี่คือกู่ฉินมังกรทมิฬ.”ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่แยแส“เจ้าต้องการแข่งขันอย่างไร?”

สวีเฉี่ยวหยินเผยยิ้ม“ข้าไม่คิดเลยว่ามันคือกู่ฉินมังกรทมิฬจริง ๆ!”นางที่เผยยิ้ม“ง่าย ๆ,ต่างคนต่างเล่น,หากคุณชายสามารถทำลายท่วงทำนองกู่ฉินจักรวาลบนพื้นหิมะของข้าได้,เช่นนั้นข้าก็แพ้!”

“หากข้าแพ้,จักรวาลบนผืนหิมะนี้ก็จะเป็นของคุณชาย!”

“หากคุณชายแพ้,กู่ฉินมังกรทมิฬก็จะเป็นของข้า,เป็นอย่างไร?”

“แน่นอน,คุณชายสามารถเล่นเพลง,แล้วข้าทำลายท่วงทำนองเพลงของคุณชายก็ได้.”

สวีเฉี่ยวหยินเอ่ยออกมาเล็กน้อย.

ลู่อี้ผิงเอ่ย“หากข้าลงมือ,เพียงแค่สายกู่ฉินขยับ,เจ้าก็แพ้แล้ว,เจ้าลงมือก่อนเลย.”

ผู้คนรอบ ๆ ที่ได้ยิน,ต่างก็เผยความโกรธเกรี้ยวออกมาทันที.

“โอหังมากเกินไปแล้ว!”เหออี้จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความโกรธ“วิถีกู่ฉินของข้าด้อยกว่าเจ้าก็จริง,แต่เจ้าคิดว่าวิถีกู่ฉินของเจ้าเหนือล้ำมากมายขนาดนั้นเลยรึ? ต่อหน้าศิษย์พี่ของข้า เจ้าก็แค่ตัวตลก! ศิษย์พี่หญิงใหญ่ของข้าได้ก้าวสู่ระดับเซียนกู่ฉินแล้ว,ไม่มีกู่ฉินก็สามารถบรรเลงเพลงได้ดั่งใจนึก,สามารถที่จะสะบั้นจิตใจของเจ้าให้แหลกสลายได้แล้ว!”

สวีเฉี่ยวหยินจ้องมองลู่อี้ผิง,ใบหน้าที่ยิ้มไม่คล้ายยิ้ม“ในเมื่อคุณชายมั่นใจ,สวีเฉี่ยวหยินก็จะไม่เกรงใจ.”กล่าวจบที่ด้านหน้าของนาง,ปรากฏกู่ฉินอีกชิ้นเป็นกู่ฉินที่มีลวดลายเปลวเพลิงลุกไหม้.

กู่ฉินเปลวเพลิง,มีรูปลักษณ์เหมือนกับกู่ฉินจักรวาลบนผืนหิมะ,แตกต่างเพียงสี,ที่ราวกับว่ากู่ฉินจักรวาลบนผืนหิมะได้กลายเป็นอุปกรณ์เทวะธาตุเพลิงไปแล้ว.

สองกู่ฉิน,ด้านซ้ายและด้านขวาลอยอยู่ด้านหน้าของกู่เฉี่ยวหยิน.

ด้านซ้ายสวีเฉี่ยวหยินคือกู่ฉินเปลวเพลิง,ด้านขวาคือกู่ฉินจักรวาลบนผืนหิมะ.

“ธิดาศักดิ์สิทธิ์สวีต้องการเล่นฉินคู่!”

“เล่นกู่ฉินคู่,ไม่เคยได้ยินมาก่อน,สามารถทำได้ด้วยรึ?!”

“ธิดาศักดิ์สิทธิ์สวีได้เข้าสู่ดินแดนเซียนกู่ฉินแล้ว,การเล่นกู่ฉินคู่เพลงคู่,ก็เท่าเล่นเพลงเซียนกู่ฉินที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า?”

ผู้คนต่างก็ตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน.

หวงจิว,ฟ่านอี้หลาน,ฟ่านเซิ่งทั้งสามต่างก็ตกใจ.

สองกู่ฉินสองท่วงเพลง? ใบหน้าของลู่อี้ผิงที่ดูไม่แยแส.

“ขอแสดงฝีมืออันต่ำต้อย.”สวีเฉี่ยวหยินที่เอ่ยปากออกมาทันที,มือที่วางไปบนกู่ฉินทั้งสอง.

ทันใดนั้น,เสียงของกู่ฉินที่ก้องกังวานไปทั่วสวรรค์และปฐพี.

กู่ฉินจักรวาลบนผืนหิมะที่ส่งเสียงท่วงทำนองที่เย็นยะเยือบ,ไอหิมะที่ล่องลอยว่อนไปทั่วสารทิศ,ร่ายกรำไปทั่วทุกทิศทาง,เกล็ดหิมะที่เริ่มล่วงหล่นลงสะสมทับถมกัน.

ดูเหมือนหิมะจริง,มากกว่าภาพลวงตา.

ทว่ากู่ฉินด้านซ้ายมือ,เสียงที่ดังกึกก้องส่องแสงสีแดงรัศมีแสงสีโลหิตออกมา,กำเนิดก่อรูปเป็นดอกบัวเพลิงลอยว่อนกระจายไปทั่วอากาศเช่นกัน.

บัวเพลิง,ทีผสานเข้ากับเกล็ดหิมะ,สองแสงสองเฉดสีที่ตัดกันไปมาดูงดงามเป็นอย่างมาก,ท้องฟ้าที่เป็นประกายหักเหแสง,สวรรค์และปฐพีที่กลายเป็นโลกเปลวเพลิงและหิมะไปแล้ว.

จากนั้น,ผู้คนที่มองไปรอบ ๆ,ต้นไม้ใบหญ้ารอบ ๆ,กลายเป็นบัวเพลิงเมื่อถูกแสงสีแดงอาบ,และกลายเป็นเกล็ดหิมะเมื่อถูกเกล็ดหิมะล่วงหล่นใส่.

บางคนที่คิดว่าตาฝาด,ถึงกับยกมือขึ้นสีตาของตัวเองซ้ำ ๆ.

“เสียงแห่งการสร้าง!”

“หมื่นสร้างสวรรค์และปฐพีด้วยทำนองกู่เจิ้ง!”

“นี่คือดินแดนเซียนกู่ฉิน!”

ผู้ฝึกฝนวิถีกู่ฉินรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก.

บัวเพลิง,เกล็ดหิมะ,ที่เหมือนกับคลื่นอสุรกาย,กำลังเคลื่อนไหวกวาดม้วนไปยังทิศทางของลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ผลักกระแทกผู้คนรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่ง.

บัวเพลิงและเกล็ดหิมะที่มืดฟ้ามัวดิน,ทำให้ฟ่านอี้หลานและฟ่านเซิ่งใบหน้าเปลี่ยนสี.

บัวเพลิงและเกล็ดหิมะที่เปลี่ยนรูปจากต้นไม้ใบหญ้าก่อนหน้านี้กำลังเคลื่อนที่ไหลพุ่งเข้าหาพวกเขา.

ทว่าขณะที่บัวเพลิงและเกล็ดหิมะจะไหลเชี่ยวกรากไปถึง,กู่ฉินมังกรทมิฬของลู่อี้ผิงก็ดังขึ้นทันที.

เพียงแค่เสียงเดียว.

ราวกับสายฟ้าคำราม.

เปรี้ยง!!!!

สวรรค์และปฐพีล่มสลาย.

คลื่นแสงที่น่าหวาดกลัวได้กวาดม้วนเหล่าอสูรกายคลื่นก่อนหน้านี้ไปจนสิ้น.

แสงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังลึกล้ำ,ทุกหนแห่งที่มันเคลื่อนที่ผ่าน,บัวเพลิงและเกล็ดหิมะต้องสลายหายไป,พลังอำนาจที่พุ่งไปยังด้านหน้าสวีเฉี่ยวหยินทันที.

ทุกคนที่ตะลึงงันอ้าปากคร้าง.

ลู่อี้ฟิงยังไม่ทำอะไรอย่างชัดเจน,เพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ,คาดไม่ถึงว่ากู่ฉินมังกรทมิฬจะส่งเสียงออกมาเองอย่างงั้นรึ?

นี้มันทักษะอะไรกัน?

“หมายความว่าอย่างไร?!”

ในเวลานั้น,ยอดฝีมือกู่ฉิน,ไม่มีใครเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย.

เพียงแค่เสียงเดียวกับทำลายทุกอย่างให้พังทลายลง,สวีเฉี่ยวหยินถึงกับใบหน้าเปลี่ยนสี,มือทั้งสองข้างของนางที่เริ่มเห็นเป็นภาพเงาดอกบัว,ริ้วแสงภาพมายาที่เคลื่อนที่เร็วขึ้นและเร็วขึ้นกำลังวาดละเลงไปบนกู่ฉินทั้งสอง.

“หัตถ์บุษบาผลิบาน!”

บางคนที่จำทักษะที่สวีเฉี่ยวหยินได้ใช้ออกมาได้.

สวีเฉี่ยวหยินที่ใช้หัตถ์บุษบาผลิบาน,แน่นอนว่าฝีมือของนางนั้นเหนือกว่าเหออี้ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้มาก,ริ้วแสงทีเจิดจ้า ส่องออกมาจากกู่ฉินทั้งสอง.

อย่างไรก็ตาม,มันกับไร้ประโยชน์,ไม่อาจขวางกันคลื่นเสียงจากมังกรทมิฬได้เลย.

คลื่นเสียงที่สวีเฉี่ยวหยินปล่อยออกมานั้นพังทลายแทบจะในทันที,ก่อนที่คลื่นพลังจะกระแทกร่างของนาง,ลอยกระเด็นออกไป, กู่ฉินทั้งสอง จักรวาลบนผืนหิมะและกู่ฉินเปลวเพลิงที่สั่นไปมา.

ทว่าท่วงทำนองกู่ฉินที่ปกคลุมฟ้าดินก่อนหน้านี้ได้สลายหายไปแล้ว,สวรรค์และปฐพีกลายเป็นเงียบสงบแทน.

หลังจากสวีเฉี่ยวหยินที่ล่วงหล่นนอนกองอยู่บนพื้น,ผ่านไปนานเหมือนกัน,นางก็ค่อย ๆ พยุงร่างลุกขึ้นมา,ร่างกายที่เปื้อนไปด้วยฝุ่น,ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ“นี่มันทักษะอะไรกัน? ข้าก้าวสู่เขตแดนเซียนกู่ฉินแล้วแท้ ๆ,และยังเล่นสองกู่ฉินผสาน,เท่ากับพลังเซียนกู่ฉินสองเท่า,แล้วจะพ่ายแพ้เจ้าได้อย่างไร! นี่วิถีฉินของเจ้าอยู่ในขอบเขตอะไรกันแน่!”

ลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาอย่างไม่แยแส“ทุกคนรู้ว่ามีเขตแดนเซียนกู่ฉิน,แต่คงไม่คิดหรอกนะว่าเขตแดนเซียนกู่ฉินเขตแดนที่สิบนั้นคือสูงสุดแล้ว เหนือเขตแดนเซียนกู่ฉินนั้นยังมี,เขตแดนจักรพรรดิกู่ฉินและเขตแดนบรรพชนกู่ฉินอยู่อีก!”

จบบทที่ Chapter 110 Your Zither Way is at what realm!

คัดลอกลิงก์แล้ว