- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 8 - แท่นฝนหมึกม่วงทอง
บทที่ 8 - แท่นฝนหมึกม่วงทอง
บทที่ 8 - แท่นฝนหมึกม่วงทอง
บทที่ 8 - แท่นฝนหมึกม่วงทอง
เฉินหลินพยักหน้าอนุญาต ซูเยว่จึงรีบส่งแท่นฝนหมึกไปให้ไป๋เฟิงทันที
ไป๋เฟิงคือทายาทตระกูลของเก่าชื่อดัง คำพูดของเขาถือเป็นใบรับประกันชั้นดี
หลังจากพลิกดูอยู่นาน ไป๋เฟิงก็ยังไม่เห็นความพิเศษอะไร เขาได้แต่ส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มให้เฉินหลิน
"น้องชาย หรือว่าเธอเห็นว่ามันดูเก่าดีเลยอยากเก็บไว้? เอาอย่างนี้ไหม ฉันถูกชะตากับเธอ ที่บ้านฉันยังมีแท่นฝนหมึกอีกหลายสิบอัน เธอไปเลือกเอาอันที่ชอบได้เลย ฉันยกให้"
การที่เฉินหลินช่วยฉีกหน้าจินหู่เมื่อครู่ ถือว่าได้ช่วยระบายความแค้นให้ไป๋เฟิงไปเปราะหนึ่ง แถมยังทำให้เครดิตร้านของจินหู่เสียหายยับเยิน ยิ่งได้เห็นทักษะการฟังเสียงจำแนกสมบัติอันน่าทึ่ง ไป๋เฟิงจึงอยากผูกมิตรกับเด็กหนุ่มคนนี้ไว้
เฉินหลินยิ้มพลางส่ายหน้า "ไม่รบกวนดีกว่าครับคุณไป๋ ขอบคุณในน้ำใจ แต่ผมเกรงว่าของสะสมที่บ้านคุณอาจจะไม่มีชิ้นไหนล้ำค่าไปกว่าแท่นฝนหมึกชิ้นนี้ นี่คือสุดยอดแท่นฝนหมึกม่วงทองสมัยซ่งเชียวนะครับ"
คำพูดนั้นทำเอาทุกคนในที่นั้นตะลึงงันไปตามๆ กัน
จินหู่สะดุ้งโหยงในตอนแรก แต่พอมองไปที่แท่นฝนหมึกเขรอะๆ นั่น เขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น
"ไอ้หนู ข้าก็นึกว่าเอ็งจะแน่จริง ที่แท้ก็แค่พวกราคาคุย ของพรรค์นี้เพื่อนฝูงข้ามาส่องกันจนพรุนแล้ว มันก็แค่แท่นหินโคลนห่วยๆ ไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย ถ้าเอ็งชอบนักก็บอกราคามา อยากได้กี่อันเดี๋ยวข้าไปหามาให้"
เฉินหลินมองตอบด้วยสายตาเย็นชา "คุณนี่นอกจากนิสัยจะแย่แล้ว สายตายังถั่วขั้นเทพ ของล้ำค่าขนาดนี้ดันมองเป็นก้อนหินเน่าๆ บอกตามตรงนะ ผมประเมินว่าแท่นฝนหมึกชิ้นนี้ไม่ใช่แค่แท่นฝนหมึกม่วงทองเกรดเอสมัยซ่งธรรมดา แต่น่าจะเป็นของที่ยอดคนในอดีตเคยใช้ ประเมินค่าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
"ประเมินค่ากับผีน่ะสิ! แท่นฝนหมึกม่วงทองมันสูญหายไปพร้อมไฟสงครามตั้งนานแล้ว เอาก้อนหินเน่าๆ มาโม้ว่าเป็นของวิเศษ มึงเห็นกูเป็นควายหรือไง"
"เลิกพล่ามได้แล้ว จะไปไหนก็ไป เอาสมบัติบ้าของมึงออกไปให้พ้นร้านกู เดี๋ยวเสนียดจะติดร้าน!"
จินหู่ตะเพิดไล่อย่างไม่ไยดี
ถ้าไอ้เด็กนี่เสกหินให้เป็นทองไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าเขาจะเชื่อว่าไอ้ก้อนขี้ดินนี่คือแท่นฝนหมึกม่วงทองในตำนาน
เฉินหลินกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับซูเยว่ เธอรีบวิ่งไปค้นหาอุปกรณ์ในร้าน ไม่นานก็ได้ค้อนเล็กๆ ส่งมาให้เขา
เฉินหลินรับค้อนมาถือไว้แล้วประกาศก้อง "เถ้าแก่จิน วันนี้ผมจะเปิดหูเปิดตาให้ดูเป็นขวัญตา"
พูดจบเขาก็ลงมือเคาะค้อนลงบนผิวแท่นฝนหมึกที่ดูสกปรกนั้นอย่างเป็นจังหวะจะโคน
เสียงเคาะถี่รัวขึ้นเรื่อยๆ จนตัวแท่นฝนหมึกเริ่มสั่นสะเทือนตามแรง
ในที่สุด เมื่อเฉินหลินตอกย้ำลงไปอย่างแรงหนึ่งครั้ง เปลือกโคลนที่พอกอยู่ภายนอกก็กะเทาะร่วงกราวลงมา
เผยให้เห็นเส้นสายสีม่วงทองอร่ามตาที่ซ่อนอยู่ภายใน ส่องประกายเจิดจ้าต่อหน้าต่อตาฝูงชน
ทุกคนยืนอ้าปากค้าง ตกตะลึงจนตาถลน
จินหู่เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางกบาล หน้าซีดเผือด เขาก้าวถอยหลังโซซัดโซเซมือกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
"นะ... นี่มัน... แท่นฝนหมึกม่วงทองจริงๆ ด้วย! ราชาแห่งแท่นฝนหมึกสมัยซ่ง!"
ปัญญาชนในอดีตต่างใฝ่ฝันอยากครอบครองแท่นฝนหมึกม่วงทองสักชิ้นในชีวิต ไม่ต้องสืบเลยว่าใครเคยเป็นเจ้าของ แค่เป็นแท่นฝนหมึกม่วงทองแท้ๆ ราคาก็ปาเข้าไปหลายแสนแล้ว
การที่ร้านไป๋เยว่ถางปล่อยให้ของล้ำค่าระดับนี้หลุดมือไป เรื่องนี้คงเป็นที่โจษจันไปทั่ววงการของเก่าเมืองไห่เฉิงแน่นอน
เหล่าพ่อค้ารายย่อยที่มุงดูอยู่ต่างกรูเข้ามาถามไถ่ด้วยความตื่นเต้น
"คุณเฉินครับ ในเมื่อเปลือกโคลนมันพอกเนียนสนิทขนาดนั้น คุณรู้ได้ยังไงครับว่าข้างในมีของดีซ่อนอยู่"
เฉินหลินอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ปกติแท่นฝนหมึกมีไว้ใช้งาน แต่อนนี้ดูภายนอกน่าเกลียดน่ากลัวกลับไม่มีร่องรอยการใช้งานเลยสักนิด แถมยังสมบูรณ์ไม่มีแตกหัก แสดงว่าเจ้าของรักและหวงแหนมาก ดูจากรอยเผาผลาญน่าจะทำขึ้นช่วงกลางยุคสาธารณรัฐ สมัยสงครามคนเล่นของเก่านิยมใช้วิธีพอกโคลนอำพรางของมีค่าแบบนี้ บวกกับน้ำหนักที่ผิดปกติ ผมเลยฟันธงว่าไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน"
[จบแล้ว]