เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 97 One the might of root hair

Chapter 97 One the might of root hair

Chapter 97 One the might of root hair


一根毛的威力

“ไม่รู้ว่าคุณชายมีคนรู้จักอย่างงั้นรึ?”ฟ่านอี้หลานเอ่ยถามด้วยความสงสัย.

ขณะที่ลู่อี้ผิงจะเอ่ยปาก,ในเวลานั้นกลิ่นอายที่น่าเกรงขามสามร่างก็บินตัดอากาศมา,กลิ่นอายของเทพแท้จริงที่กวาดม้วนสวรรค์และปฐพี,ปกคลุมทั่วเมืองร้าง.

“ใครสังหารศิษย์ของข้า?!”เสียงคำรามด้วยความโกรธที่ดังก้อง.

คลื่นเสียงที่ทรงพลังกลายเป็นคลื่นที่ก้องไปทั่วเมืองเป็นเวลานาน.

เสียงที่หนักหน่วงรุนแรงที่กระแทกลงมาบนพื้นทำให้ผืนปฐพีสั่นไหว.

เมืองเก่าที่พังทลายลงเป็นแถบ ๆ.

ได้ยินเสียงดังกล่าว,ฟ่านอี้หลานและฟ่านเซิ่ง สองพี่น้องที่ใบหน้าเปลี่ยนสี.

“บรรพชนชรานิกายเห่ยเฟิง,โจวไห่เจ๋อ!”

“อาจารย์อู๋เหว่ย! คาดไม่ถึงว่าจะอยู่ใกล้ ๆ!”

ในเวลานั้น,เสียงที่โกรธเกรี้ยวคำรามลั่น“ไสหัวออกมา! เจ้าคิดว่าซ่อนอยู่แล้วข้าจะหาไม่เจออย่างงั้นรึ? เจ้าสารเลวซ่อนอยู่ที่ใหน ข้าจะขุดพื้นทั้งเมืองนี้ทุกตารางนิ้วเลย,ค้นหา ว่าเจ้าซ่อนอยู่ตรงใหน!”จากนั้นเสียงดังกึกก้องก็ดังสนั่นไม่หยุด.

แม้นว่าจะอยู่ห่างออกไปไกล,ทว่าพื้นห้องโถงก็สั่นไปมาอย่างรุนแรง.

เห็นชัดเจนว่า,ฝ่ายตรงข้ามกำลังบ้าคลั่งทำลายข้าวของไปทั่ว.

“ออกไปดู.”ลู่อี้ผิงที่ลุกขึ้นเอ่ยออกมา.

จากนั้นวัวกระทิงมังกรเขาทองคำและหวงจิวก็ออกไป.

ฟ่านอี้หลานที่เร่งรีบเอ่ยออกมาทันที“คุณชายอย่าออกไปเลย! โจวไห่เจ๋อนั้นเป็นเทพแท้จริงขั้นปลายท้าย.”

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่นางจะขวางลู่อี้ผิง,ลู่อี้ผิงก็ก้าวออกจากห้องโถงไปแล้ว,ไม่ได้ปกปิดกลิ่นอาย,ก้าวไปด้านหน้าห้องโถงที่ลานพร้อมกับวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

โจวไห่เจ๋อและบรรพชนชราของนิกายเห่ยเฟิงอีกสองคนที่จ้องมองจากบนท้องฟ้าลงมาทันที.

โจวไห่เจ๋อที่เห็นลู่อี้ผิง,แววตาเผยความเย็นชา,ทันใดนั้นก็พุ่งตัดอากาศเข้ามาหาทันที.

ทั้งสามที่บินลอยอยู่บนท้องฟ้าสายตาขวาง.

ฟ่านอี้หลานและฟ่านเซิ่งสองพี่น้องที่ก้าวออกมา,เห็นโจวไห่เจ๋อ,ก็เผยความเกลียดชังออกมาทันที.

ตระกูลฟ่านพังทลายลง,บิดามารดาของพวกเขาตายในมือของโจวไห่เจ๋อนี่เอง.

โจวไห่เจ๋อไม่ได้สนใจมองสองพี่น้องเลย,สายตาของเขาที่จับจ้องมองลู่อี้ผิง,แววตาเผยความเย็นชา“เจ้าสังหารศิษย์ของข้าอย่างงั้นรึ?”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เผยยิ้มพราย,“ศิษย์เจ้า ข้าสังหารเอง,เหยียบมันจมพื้นดินเมื่อกี้นี้เลย!”

โจวไห่เจ๋อที่ตกใจ,ชำเลืองมองวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น,พวกเจ้าก็ตายไปซะ!”จากนั้น,เขาก็ลงมือต่อลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำทันที.

บนอากาศที่ว่างเปล่านั้น,ปรากฏฝ่ามือยักษ์ที่รวมตัวขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที.

ฝามือที่ส่องรัศมีแสงสีดำ,เหมือนกับดวงตะวันทมิฬที่บ่มเพาะขึ้นมาจากร่างของปิศาจร้าย.

“ฝ่ามือปิศาจทมิฬ!”ฟ่านเซิ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ.

ฝ่ามือปิศาจทมิฬนั้นเป็นวิชาที่มีชื่อเสียงในจิวเทียนเมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้วจากมหาอำนาจเห่ยเซี่ย.

ฝ่ามือปิศาจทมิฬ,กำเนิดสร้างจากอสุรกายที่ดุร้ายอย่างที่สุด,อมหิตดุร้ายเปี่ยมล้นด้วยปราณปิศาจที่กัดกร่อนพลังชีวิตไม่หยุด,ผู้ที่ได้รับฝ่ามือดังกล่าวจะได้รับพิษทุกข์ทรมานตายทั้งเป็น.

ฝ่ามือปิศาจทมิฬที่ส่งเสียงดังสนั่น,ลู่อี้ผิงที่ยังคงเผยท่าทางไม่แยแส,ในเวลานั้นเขาได้ถอนขนวัวกระทิงมังกรเขาทองคำและเหวี่ยงออกไป.

ในเวลานั้นขนสีทองที่ระเบิดแสงสีทองสว่างเจิดจ้าเปลี่ยนเป็นหอกสีทองที่ใหญ่ยักษ์จำนวนมากมายนับไม่ถ้วน.

หอกยักษ์สีทองที่พุ่งออกไปบนอากาศแผ่กลิ่นอายที่หนักหน่วงรุนแรงออกมา.

หอกยักษ์สีทองที่พุ่งออกไป,ทะลวงผ่านฝ่ามือปิศาจกวาดม้วนทำลายล้างจนฝ่ามือปิศาจพังทลายลงอย่างง่ายดาย.

โจวไห่เจ๋อและสองบรรพชนชรานิกายเห่ยเฟิงเห็นหอกสีทองที่ทำลายฝ่ามือทมิฬแล้วยังพุ่งตัดอากาศมา,ถึงกับผวา,สัมผัสได้ถึงพลังที่น่าเกรงขามสีทอง,ทั้งสามที่กระตุ้นพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง.

สามเทพแท้จริง,พลังอำนาจของเทพแท้จริงที่พุ่งปะทะ,คลื่นอากาศที่บิดเบี้ยว,สายธารพลังทมิฬนับล้านล้านสายที่พวยพุ่งเข้าปะทะกับหอกสีทอง.

อย่างไรก็ตามมันกับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง!

หอกสีทองที่ทะลวงพลังของสามเทพแท้จริงไปในทันที,จากนั้นก็พุ่งทะลวงร่างของทั้งสาม.

โจวไห่เจ๋อและพวกที่หยุดชงักค้างบนอากาศ.

หอกสีทองนับสิบล้านที่ทะลวงร่างของทั้งสามไม่หยุดหย่อน,กระหน่ำเจาะร่างตัดอากาศจนพื้นที่รอบ ๆ ย้อมสีเป็นสีทองไปด้วย.

ร่างทั้งสามที่ถูกเจาะไม่หยุหย่อนเสียงทะลวงชิ้นส่วนต่าง ๆ จนแตกสลายหายไปกลายเป็นความว่างเปล่าในเวลาต่อมา.

ร่างทั้งสามที่สลายหายไปจนไร้ซึ่งร่องรอย.

ลู่อี้ผิงที่ฝังขนที่เหลือลงบนร่างของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

ฟ่านอี้หลานและฟ่านเซิ่งถึงกับพูดไม่ออก.

เพียงแค่ขน,คาดไม่ถึงเลยว่าจะทรงพลังขนาดนี้เลยรึ?

เพียงแค่ขน,คาดไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้?

เป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะชั้นยอดอย่างงั้นรึ?

บางทีแม้แต่สิ่งประดิษฐ์เทวะชั้นยอดก็คงไม่แข็งแกร่งขนาดนี้.

ลู่อี้ผิงและวัวกะทิงมังกรเขาทองคำที่ก้าวเดินกลับห้องโถง.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยครวญ“จูเหริน,เมื่อครู่นี้ข้าเจ็บจริง ๆ.”

ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่แยแส“เพียงแค่ถอนสองสามเส้นจะเป็นไรไป!”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำนำเนื้อออกมาก่อนที่จะกลืนลงคออย่างรวดเร็ว.

เมื่อฟ่านอี้หลานและฟ่านเซิ่งสองพี่น้องก้าวกลับเข้ามาในห้องโถง,ก็เห็นลู่อี้ผิงนำสุราออกมาดื่มแล้ว.

“คุณชาย,ท่านคือเทพสวรรค์อย่างงั้นรึ?!”ฟ่านเฟิงจ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความหวั่นเกรง.

สังหารเทพแท้จริงสามคนในทันที,นอกจากนี้ยังเป็นเทพสวรรค์ขั้นปลายท้ายด้วย,แน่นอนว่าต้องเป็นเทพสวรรค์,แม้แต่อาจจะไม่ใช่เทพสวรรค์ขั้นต้นแต่เป็นเทพสวรรค์ชั้นกลางแล้ว.

ฟ่านอี้หลานที่จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความหวั่นเกรงเช่นกัน,แม้แต่ปู่ของนางในอดีตที่เพิ่งตัดผ่านเป็นเทพสวรรค์,ก็ไม่แข็งแกร่งเท่ากับชายหนุ่มชุดน้ำเงินผู้นี้.

เพียงแค่ขนก็สังหารเทพแท้จริงสามคนได้.

เรื่องแบบนี้มันเหนือจินตนาการของนางไปมาก.

ได้ยินฟ่านเซิ่งเอ่ยถามว่าเขาเป็นเทพสวรรค์,ลู่อี้ผิงที่เผยยิ้ม,พยักหน้าหากแต่ไม่เอ่ยอะไร.

ฟ่านอี้หลานและฟ่านเซิ่ง,สองพี่น้องที่จ้องมองกันและกัน,จากนั้นก็คุกเข่าลงให้กับลู่อี้ผิง.

“ขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิต,พวกเราสองพี่น้องยินดีเป็นวัวเป็นควายรับใช้คุณชาย”ทั้งสองที่เอ่ยคำนับโขลกพื้นเอ่ยออกมาพร้อมกัน.

ลู่อี้ผิงส่ายหน้าไปมา“ข้าบอกแล้วข้าจะไปยังนิกายกระบี่กุยหยวน,ข้าไม่ได้คิดไปทวีปเทพยุทธ์กับพวกเจ้า.”

ฟานเซิ่งที่เอ่ยปากออกมาว่า“พวกเราไม่กล้าขอให้คุณชายไปยังทวีปเทพยุทธ์พร้อมกับพวกเรา,พวกเราต้องการไปยังนิกายกุยหยวนพร้อมกับคุณชาย.”

“ทำตามที่เจ้าต้องการเถอะ.”ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ.

ในเมื่อพวกเขาต้องการติดตามเขาไป,เขาก็ไม่ได้ว่ากล่าวแต่อย่างใด.

ทั้งสองเห็นลู่อี้ผิงยอมรับ,ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นซาบซึ้งใจ.

ค่ำคืนหนึ่งที่ผ่านไป.

พวกลู่อี้ผิงก็ออกจากเมืองเก่า,เดินทางต่อ.

ระหว่างทาง,สองสามวันมานี้พวกเขาพบผู้คนมากมายที่กำลังเดินทางมายังมลทลชิงอวิ๋นซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยของนิกายกุยหยวนนั่นเอง.

หลังจากเข้ามายังมลทลชิงอวิ๋น,ทั่วทุกหนแห่งเต็มไปด้วยผู้คนที่มารวมตัวกัน.

“ได้ยินมาว่าผู้ได้อันดับหนึ่งงานชุมนิมนิกายกระบี่ครั้งนี้,จะได้รับวิชาลับกระบี่ไร้ลักษณ์และกระบี่ชิงหลิงศาตราเทวะชั้นสูงสุดด้วย,ส่วนอันดับอื่น ๆ ในสิบอันดับจะได้รับวิชาลับกระบี่สิบกระบวนและเข้าร่วมนิกายกุยหยวน.”

“รางวัลที่หนึ่งไม่แค่วิชาลับกระบี่ไร้ลักษณ์,จะถูกรับเป็นศิษย์สายตรงของท่านฉู่ถงด้วย!”

“อะไรนะ,ท่านฉู่ถงจะรับศิษย์อย่างงั้นรึ?!”

ผู้คนมากมายที่พูดคุยกันเสียงดัง.

ฟ่านอี้หลาน,ฟ่านเซิ่งที่ได้ยินว่าอันดับหนึ่งงานชุมนุมกระบี่ครั้งนี้,คาดไม่ถึงว่าท่านฉู่ถงจะรับเป็นศิษย์สายตรง,ก็เผยความตื่นเต้นดีใจออกมา.

ในพื้นที่ซั่งเซิ่ง,นิกายกระบี่กุยหยวนถือเป็นนิกายอันดับหนึ่ง,นอกจากนี้ฉู่ถงก็คือผู้ก่อตั้งนิกายกระบี่กุยหยวนนี้ขึ้นมา,กล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดฝีมือของผู้คนในดินแดนซั่งเซิ่งแห่งนี้.

“หากท่านฉู่ถงรับเป็นศิษย์,นับว่าเป็นเกียรติประวัติอย่างที่สุดแล้ว.”ฟ่านเซิงที่เอ่ยกล่าวด้วยความปรารถนา.

ฟ่านอี้หลายที่เผยยิ้ม“พวกเราไม่จำเป็นต้องคิดเลย,ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเรา,อย่าว่าอันดับหนึ่งเลย,ต่อให้อันดับหนึ่งในพันก็ยากจะเป็นไปได้.”

จบบทที่ Chapter 97 One the might of root hair

คัดลอกลิงก์แล้ว