เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 73 Slandering

Chapter 73 Slandering

Chapter 73 Slandering


诬蔑

ทุกคนที่จ้องมองไปยังโหลวหนิงทันที.

วันนี้เป็นวันฉลองคล้ายวันเกิดของโหลวหนิง,คาดไม่ถึงว่าลู่อี้ผิงจะมา?

ลู่อิ้ผิงต้องการพบโหลวหนิง,ทำไมกัน?

โหลวหนิงเต็มไปด้วยความสงสัย,เขาไม่ได้รู้จักมักคุ้นอะไรกับลู่อี้ผิง,ทำไมลู่อี้ผิงถึงมาพบเขา?

ทว่าบรรพชนชราสำนักกระบี่ไท่ชิง หลินอี้และหยวนอี้หัวทั้งสองได้ยินว่าลู่อี้ผิงมา,ต้องชงักด้วยความประหลาดใจ,หลินอี้ที่เผยยิ้ม“ลู่อี้ผิงรู้ว่าพวกเราต้องการหาเขา,ดังนั้นเลยมาด้วยตัวเองเลยรึ?!”

หยวนอี้หัวเผยยิ้ม“ได้ยินมาว่าวิชากระบี่เจ้าเด็กนี้,เร็วมาก,มีแม้แต่บางคน เอ่ยว่ามันเร็วกว่าเพลงวิชากระบี่วายุอสนีของสำนักกระบี่ไท่ชิงของพวกเราด้วย.”จากนั้นเขาก็เอ่ยต่อโหลวหนิง,“ให้เขาเข้ามา.”

โหลวหนิงพยักหน้า,ก่อนที่จะสั่งอาวุโสสูง“ให้เขาเข้ามา!”

อาวุโสสูงที่ดูลังเลเอ่ยออกมาว่า“นอกจากลู่อี้ผิง,ยังมีผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาสองสามคน,ให้เข้ามาด้วยหรือไม่?”

“ให้พวกเขาเข้ามา.”โหลวหนิงเอ่ย.

อาวุโสสูงตระกูลโหลวที่แสดงความเคารพและก้าวออกไป.

ในเวลานี้ผู้คนในห้องโถง,ล้วนแต่จับจ้องมองไปยังทิศทางของประตู.

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เรื่องของลู่อี้ผิงได้กระจายไปทั่วทวีปเทพยุทธ์,พวกเขาต่างก็สงสัยว่าลู่อี้ผิงหน้าตาเป็นเช่นไรกันแน่.

มหาจักรพรรดิไป๋เยว่หลินจวินเองก็สงสัยเกี่ยวกับลู่อี้ผิงเช่นกัน,ได้ยินมาว่า เป็นบุรุษที่หล่อเหลาอันดับหนึ่งของพิภพเหิงหยวน,และยังได้ยินมาว่ามีวิชากระบี่ที่โดดเด่น,และยังเป็นเซียนกู่ฉินอีกด้วย!

หนึ่งกระบี่,กุดหัวทหารนับร้อย!

เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้คนมากมายที่ชื่นชอบฝึกฝนวิชากระบี่จะสนใจ.

ไม่เว้นแม้แต่เขา,นอกจากนี้กล่าวได้ว่าเขาคือผู้ก้าวเดินไปบนเส้นทางของวิถีกระบี่ก็ว่าได้.

เขาได้ยินมาว่ากระบี่ของลู่อี้ผิงสามารถกุดศีรษะของเห่าตัน ประมุขน้อยนิกายภูตหยิน,นั้นน่าอัศจรรย์ใจ,เป็นทักษะกระบี่ที่โดดเด่นจนทำให้เขาต้องการเห็นเป็นอย่างมาก.

แม้นว่าในทวีปเทพยุทธ์เขาคือจักรพรรดิลำดับสอง,ทว่าพลังบ่มเพาะของเขาเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ามหาจักรพรรดิเป่ยโตว,โจวติงเทียน,นอกจากนี้วิถีกระบี่ของเขานั้นนับว่าสูงกว่า,กล่าวได้ว่าคงอยู่ไม่ห่างจากเทพกระบี่โหลวหนิงอย่างแน่นอน.

ทุกคนที่กำลังรอคอย,ด้วยท่าทางสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างมาก.

ภายใต้สายตาของผู้คนที่จับจ้อง,บุรุษในชุดน้ำเงินขี่วัวกระทิงเขาทองคำก้าวเข้ามา,โหลวหนิงที่เห็นเข้าก็ใบหน้ามืดครึ้ม,วันนี้เป็นงานฉลองครบรอบคล้ายวันเกิดของเขา,ลู่อี้ผิงกับขี่วัวเข้ามาในคฤหาสน์ของเขาอย่างคาดไม่ถึง.

ทว่าเมื่อโหลวหนิงเห็นชายชรามอซอขี่ลาด้านหลังลู่อี้ผิงก็ตกใจเช่นกัน.

“อาวุโสโจวเฉิง?”โหลวหนิงที่ลุกขึ้นทันที.

หลายคนที่ได้ยิน,ต่างก็เผยความประหลาดใจออกมา.

มหาจักรพรรดิไป๋เยว่หลินจวิน ใบหน้าเปลี่ยนสี“ปราชญ์กระยาจก!”

ไม่มีใครไม่ประหลาดใจ.

ชายชราผู้นี้,คาดไม่ถึงว่าจะเป็นปราชญ์กระยาจก!

เกี่ยวกับปราชญ์กระยาจก,ถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานของพิภพเหิงหยวน.

ปราชญ์กระยาจกนั้น,กล่าวกันว่าเป็นตัวตนที่เก่าแก่ที่สุดของนิกายพุทธะไท่ฮัว,เป็นอาวุโสชั้นสูงที่เหนือกว่าเทพกระบี่โหลวหนิง,เจียงยวีและอีกหลายคนที่มีชื่อเสียในทวีปแห่งนี้.

กล่าวได้ว่าเป็นยอดฝีมือยุคเดียวกันกับเทพยุทธ์จิวเจว่ของวิหารเทพยุทธ์.

หลาย ๆ คนที่เคยได้ยินชื่อเสียงของปราชญ์กระยาจก,ต่างก็ลุกขึ้นพร้อม ๆ กัน.

แม้นว่าปราชญ์กระยาจกจะไม่ได้ถูกจัดอันดับเป็นสุดยอดฝีมือของพิภพเหิงหยวน,ทว่าทุกคนต่างก็รู้ดีว่าปราชญ์กระยาจกนั้นมีระดับพลังบ่มเพาะขอบเขตเทพสวรรค์!

บรรพชนชราสำนักไท่อี้,เจียงซู่ซูที่ลุกขึ้นเช่นกัน,กล่าวด้วยรอยยิ้มต่อโจวเฉิง“แท้จริงแล้วเป็นอาวุโสโจวเฉิง,ไม่คาดคิดเลยว่าจะมาพบอาวุโสโจวเฉิงเช่นนี้,หากรู้ว่าอาวุโสโจวเฉิงมา,พวกเราต้องออกไปต้อนรับอย่างแน่นอน.”

โจวเฉิงที่ยกสุราขึ้นจิบ,ก่อนที่จะจ้องมองไปยังเจียงซู่ซู่,เผยยิ้มพราย“แท้จริงแล้วเป็นสตรีคนงามซู่ซู่นี่เอง”จากนั้นเขาก็กวาดตามองไปรอบ ๆ เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม“เฮ้,ที่นี่คึกครื้นดีจริง ๆ,ทว่าเจ้าหนูโหลวหนิง,ข้าไม่ได้ต้องการมาพบเจ้าแต่อย่างใด,เป็นคุณชายลู่ต่างหากที่มีเรื่องเล็กน้อยกับเจ้า.”

เมื่อพูดพึงเรื่องนี้,ภายในใจของเขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายอยู่เหมือนกัน.

ทุกคนที่จ้องมองไปยังลู่อี้ผิง.

โหลวหนิงไม่อาจบอกได้ว่าโจวเฉิงกับลู่อีผิ้งมีความสัมพันธ์ใดกันจึงเอ่ยออกมาว่า“ไม่รู้ว่าคุณชายลู่มาพบข้ามีเรื่องอันใด?”

ลู่อี้ผิงเอ่ยกล่าวอย่างไม่แยแส“ในอดีต,หยางตงได้รับเชิญให้เข้าไปในสนามรบแห่งทวยเทพ,หลังจากเข้าไปแล้วก็หายไปเลย,ในอดีตคนที่เชิญหยางตงเข้าไปในสนามรบแห่งทวยเทพก็คือเจ้า!”

พริบตานั้นทุกคนที่ได้ยิน,ต่างก็ตะลึงงัน,และจ้องมองไปยังโหลวหนิงพร้อม ๆ กัน.

เรื่องที่เทพกระบี่หยางตงหายไปในอดีต,นับเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนไปทั้งทวีปเทพยุทธ์ทีเดียว.

เรื่องนี้,คาดไม่ถึงว่าจะเกี่ยวข้องกับโหลวหนิง?!

ใบหน้าของโหลวหนิงที่สลับซับซ้อน,ทว่าเขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว,จ้องมองไปยังลู่อีผิ้ง“เหลวไหล! ข้าและหยางตงนั้นไม่ได้สนิทอะไรกัน,เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะเชิญเขาเข้าไปในสนามรบแห่งทวยเทพ!”

ในเวลานั้นเขาที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“ไม่รู้ว่าข้าได้ล่วงเกินอะไรคุณชายลู่,เจ้าถึงได้มาใส่ความข้า!”

ในเวลานั้น,บรรพชนชราสำนักกระบี่ไท่ชิง,หลินอี้,หยวนอี้หัวสองคนที่ก้าวเข้ามา.

หลินอี้จ้องมองไปยังลู่อี้ผิง“ลู่อี้ผิง,กระบี่ของจ้าวปิศาจโบราณหยงเย่อยู่กับเจ้าอย่างงั้นรึ?”

ลู่อี้ผิงไม่สนใจหลินอี้แม้แต่น้อย,เขายังคงมองไปยังโหลวหนิง,กล่าวอย่างไม่แยแส“ใส่ร้ายรึ?,จะใส่ร้ายหรือไม่? ข้าค้นวิญญาณเจ้าแล้ว,ก็จะรู้เอง.”

กล่าวจบลู่อี้ผิงที่ยกมือขึ้นค้นวิญญาณโหลวหนิงทันที,ผู้คนทั้งห้องโถงที่ขมวดคิ้วไปมา,ไม่คาดคิดว่าลู่อี้ผิงจะโอหังขนาดนี้,ไม่ว่าเรื่องที่หยางตงหายไปจะเกี่ยวข้องกับเทพกระบี่โหลวหนิงหรือไม่? ทว่าอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้ ราวกับไม่เห็นบรรพชนกระบี่ไท่ชิงหลินอี้อยู่ในสายตาเลย.

เขาที่ทำการค้นวิญญาณของเทพกระบี่โหลวหนิงต่อหน้าของยอดฝีมือทุกคนแม้แต่บรรพชนชราสำนักกระบี่ไท่ชิงทั้งสองอีกด้วย.

ประมุขตระกูลโหลว,โหลวจงไม่อาจทนได้อีกต่อไป,เขาชักกระบี่ออกมา,ชี้ไปยังลู่อี้ผิงด้วยความโกรธเกรี้ยว“ลู่อี้ผิง,เจ้ามาตระกูลโหลวของข้าพูดจาไร้สาระ,ใส่ความท่านปู่ของข้า!”

“วันนี้ต้าเหรินทั้งสองของสำนักกระบี่ไท่ชิงอยู่ที่นี่แล้ว,ทว่าเจ้ากับไม่ไว้หน้าไร้ซึ่งความเกรงใจขนาดนี้เลยอย่างงั้นรึ?!”

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองอีกฝ่ายที่ชี้กระบี่มายังเขา,ด้วยตาของเขาเป็นประกาย,ทันใดนั้นปราณกระบี่มากมายที่พวยพุ่งทะลวงไปยังหน้าอกของโหลวจง,ประมุขตระกูลโหลวในทันที.

จากนั้น,ประมุขตระกูลหลงโหลวจงที่กระเด็นล่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง.

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเร็วมาก,ทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ติด.

หลาย ๆ คนที่แทบไม่อยากเชื่อจดจ้องมองไปยังประมุขตระกูลโหลว,โหลวจงที่นอนหมดสภาพบนพื้น.

“หัวใจกระบี่!”มหาจักรพรรดิไป๋เยว่,หลินจวินที่ดวงตาหดเกร็งจดจ้องไม่วางตา.

หัวใจกระบี่!

เวลานั้นทุกคนที่ได้ยินคำพูดดังกล่าว,ต่างก็ตกใจไปตาม ๆ กัน.

ดินแดนวิถีกระบี่,จากต่ำไปสูงก็คือ,มนุษย์กระบี่,กระบี่ปฐพี,กระบี่สวรรค์,กระบี่นิรันดร,ไร้กระบี่, เหนือไร้กระบี่ก็คือหัวใจกระบี่.

หัวใจกระบี่,ก็คือจิตมารกระบี่.

เป็นการกระตุ้นจิตใจความคิดของฝ่ายตรงข้ามให้เกิดจิตมาร,เป็นปราณกระบี่ล่องหนสามารถสังหารฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย.

“ท่านพ่อ!”ประมุขตระกูลน้อยตระกูลโหลว โหลวเจิ้นและโหลวถงทั้งสองที่พุ่งเข้าไปพยุงร่างของโหลวจง,พลางร้องออกมาด้วยความเศร้า.

ประมุขตระกูลโหลว,โหลวจงที่มีโลหิตไหลออกมาจากปากไม่หยุด.

โหลวเจิ้น,โหลวถงและยอดฝีมือของตระกูลโหลวทั้งหมดต่างก็จ้องมอลู่อี้ผิงด้วยความโกรธเกรี้ยว.

บรรพชนชราสำนักไท่อี้,เจียงซู่ซู่ที่จ้องมองลู่อี้ผิง,ใบหน้ากลายเป็นมืดครึ้มดุร้าย,ร่างกายของนางที่ปะทุรัศมีแสง,กลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่น,รัศมีเทพสว่างจ้าถึงกับลอยขึ้นไปอยู่บนศีรษะของนาง,รัศมีเทพที่มีพลังกฎเทพสวรรค์ 9800 เส้น!

“อำนาจแห่งรัศมีเทพ!”

“กฎเทพสวรรค์ 9800!”

หลายคนที่อุทานเสียงดังอื้ออึง.

รัศมีเทพ,นี่คืออำนาจจากกายเทพเป็นเรื่องยากมากที่จะรวมตัวกันขึ้นมาได้,ถึงจะเป็นยุคโบราณ,ยุคปรัมปรา,คนที่สามารถรวมรัศมีเทพแผ่รัศมีเทพออกมานั้น,ล้วนแต่เป็นตัวตนที่น่าเกรงขามทั้งนั้น.

กฎเทพสวรรค์ 9800 เส้น,พลังบ่มเพาะอยู่ใกล้กับสิบสุดยอดฝีมือของพิภพเหิงหยวนไม่ไกลแล้ว.

เวลานั้นทุกคนสามารถมองเห็นได้,เวลาต่อมาปราณกระบี่มากมายจากร่างของเจียงซู่ซู่ นั้นมีสองสี,ขาวและดำรวมตัวกันขึ้น.

“ปราณกระบี่หยินหยาง!”

“สังหารเทพ!”

เสียงของเจียงซู่ซู่ที่เต็มไปด้วยความเย็นชา,ปราณกระบี่หยินหยานสองเส้นเหมือนกับสายธารที่พุ่งออกไปโจมตีร่างของลู่อี้ผิง.

จบบทที่ Chapter 73 Slandering

คัดลอกลิงก์แล้ว