เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 66 Kṣitigarbha Thousand Buddha Hands

Chapter 66 Kṣitigarbha Thousand Buddha Hands

Chapter 66 Kṣitigarbha Thousand Buddha Hands


地藏千佛手

“เคล็ดวิชากษิตครรภ!”

โจวเฉิงได้ยินก็เผยความประหลาดใจ.

สี่เคล็ดวิชาพุทธะ,คือสุดยอดสมบัติไร้คู่เปรียบของพิภพเหิงหยวน,ไม่ว่ามันจะปรากฏขึ้นที่ใด,ล้วนแต่สั่นสะเทือนไปทั่วพิภพอย่างไม่ต้องสงสัย.

ลู่อี้ผิงที่เผยความประหลาดใจออกมาเช่นกัน.

ตอนนี้เขามีเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงในมือ,จู่ ๆ เคล็ดวิชากษิติครรภก็ปรากฏขึ้นอีกอย่างงั้นรึ?

“เคล็ดวิชากษิติครรภอรหันต์พันกร,เป็นวิชาที่ไร้เทียมทานเป็นอย่างมาก,ได้ยินมาว่าเคล็ดวิชาดังกล่าวสามารถสังหารปิศาจนับหมื่นตน,ยกระดับพลังได้นับพันเท่า,เป็นฝันร้ายสำหรับศัตรู!”

“มีมากกว่านั้น,กษิติครรภอรหันต์พันกร,สามารถคว้าดวงดารา,แม้แต่คว้าค้นแม่น้ำเหลืองในนรกได้ด้วย!”

“ตอนนี้ทั่วทั้งทุ่งราบเทพปิศาจต่างก็หาเด็กผู้นั้น,ได้ยินมาว่าอีกฝ่ายสวมชุดสีน้ำเงิน,อายุ 20 กว่าปี,ดูหล่อเหลาไม่ธรรมดา.”

ผู้คนผ่านไปมาต่างก็พูดคุยเรื่องเดียวกัน.

ลู่อี้ผิงที่ตกใจเล็กน้อย,ฝ่ายตรงข้ามสวมชุดน้ำเงินอย่างงั้นรึ?

โจวเฉิงที่หันหน้ามามองลู่อี้ผิง,เผยยิ้ม“ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้าหรอกนะ?”

เดิมที,โจวเฉิงเพียงแค่ล้อเล่น,ทว่าเหล่ายอดฝีมือรอบ ๆ กับจับจ้องมองมายังลู่อี้ผิงพร้อม ๆ กัน.

ศิษย์สำนักเพลิงแผดเผาที่ก้าวเดินมาจ้องมองไปยังลู่อี้ผิงจากบนลงร่าง,เอ่ยด้วยความสงสัย“เจ้าคือเจ้าหนุ่มชุดน้ำเงินอย่างงั้นรึ?”

ศิษย์สำนักเพลิงแผดเผาเผยยิ้ม“ค้นร่างเจ้านี่ซะ,แล้วดูว่ามันมีเคล็ดวิชากษิติครรภก็รู้เอง.”

ศิษย์สำนักเพลิงแผดเผาที่ไร้ซึ่งความเกรงใจ,พุ่งเข้าหาลู่อี้ผิงเพื่อค้นตัวทันที.

อย่างไรก็ตาม,ขณะศิษย์สำนักเพลิงแผดเผาเข้ามาใกล้ลู่อี้ผิง,ทันใดนั้น,บนร่างกายของจุนซ่างเซียวปรากฏมังกรเพลิงที่ยาวกว่าหนึ่งพันจั้งพุ่งออกมาทันที.

มังกรเพลิงที่คำรามดังกึกก้องพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า.

เหล่าศิษย์สำนักเพลิงแผดเผาที่พุ่งเข้ามากลายเป็นเถ้าถ่านสลายหายไปทันที.

ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปทันที,เหล่าผู้คนมากมายที่ผ่านไปมา,ต่างก็ตื่นตะลึงอ้าปากค้างจ้องมองมังกรเพลิงที่มรร่างกายใหญ่ยักษ์.

“มังกรเพลิง?!”

ในกลุ่มผู้คน,อาวุโสสูงสำนักเสี่ยเจี้ยนอ้าปากอุทานออกมาทันที“นี่มันจิตวิญญาณ!”จากนั้นเขาก็เอ่ยอุทานออกมาว่า“พลังพุทธะอำนาจฮั่วหลง(มังกรเพลิง)!”

“เป็นไปได้ว่านี่คือจิตวิญญาณเปลวเพลิงจากเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลง!”

คำพูดดดังกล่าวที่สั่นสะเทือนไปทั่วเมืองทันที.

แม้แต่โจวเฉิงที่ชงักไปนานเหมือนกัน.

เคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลง?

เฮ้ย!

ลู่อี้ผิงไม่ได้มีเพียงตำราหมัดคุกเทวะปรากฏการณ์สวรรค์และหมัดเทวะแห่งการเวลา แม้แต่เคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลง,หนึ่งในสี่สุดยอดเคล็ดอรหันต์ก็มีอย่างงั้นรึ?

ลู่อี้ผิงที่กวาดตามองผู้คนรอบ ๆ ที่ส่งเสียงอื้ออึง,เอ่ยอย่างไม่แยแส“ใช่แล้ว,นี่คือเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลง.”กล่าวจบ,มังกรเพลิงได้ร่อนลงมายังด้านข้างลู่อี้ผิง,หมุนวนไปมาสองรอบ.

ในเวลานั้นเมื่อลู่อี้ผิงเอ่ยจบ,ปรากฏริ้วแสงปราณดาบที่สูงกว่าพันจั้งพุ่งตัดอากาศตรงมายังร่างของลู่อี้ผิง.

ลู่อี้ผิงไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวด้วยซ้ำ,มังกรเพลิงได้ตะวัดกงเล็บกระแทกปราณดาบให้พังทายลงทันที,ทุกคนที่ชะงักตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน.

เสียงคำรามของมังกรเพลิงที่ดังกึกก้อง,หูดับ,พื้นดินที่สั่นไปมาอย่างรุนรแง.

กงเล็บมังกรเพลิงที่ฟาดลงไปบนพื้นอีกครั้ง,บนพื้นกลายเป็นหลุม,ที่ใต้หลุมเห็นเพียงแค่กองถ่านสีดำกองหนึ่ง.

“นั่นอาวุโสสูงอู๋หยูหุบเขาปิศาจล่วงลับ!”

ยอดฝีมือผู้หนึ่งที่อุทานออกมา.

อาวุโสสูงอู๋หยูหุบเขาปิศาจลวงลับ,เป็นยอดฝีมือขอบเขตมหาจักรพรรดิขั้นสิบ,ใกล้จะกลายเป็นเทพวิญญาณแล้ว,แต่กับต้องมากลายเป็นกองถ่านเช่นนี้นะรึ?

มังกรเพลิงที่เวลาต่อมาพุ่งเป็นริ้วแสง,กลายเป็นตำราสีทองร่อนลงที่ฝ่ามือลู่อี้ผิง.

แววตาของทุกคน,ที่เห็นต้องเบิกกว้างร้อนรุ่มด้วยความต้องการ.

อย่างไร พวกเขากับทำได้แค่มองไปยังเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงเท่านั้น.

“ยังมีใครต้องการอีก?”ลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาอย่างไม่แยแส.

ทว่าผู้คนรอบ ๆ กลายเป็นเงียบงัน.

ลู่อี้ผิงที่เก็บเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลง,ก่อนที่จะขี่กระทิงมังกรเขาทองคำ,นำพวกจางจินจากไป.

ขณะที่ลู่อี้ผิงจากมา,ทันใดนั้นยอดฝีมือของสำนักภูตหยินก็ปรากฏ,ฝ่ายตรงข้ามที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า,จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความเย็นชา“เจ้าหนู,เคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงเป็นเคล็ดวิชาล้ำค่าที่สุดของสำนักพุทธ,ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะครอบครองได้.”

อย่างไรก็ตามขณะเขาเอ่ยจบ,ทันใดนั้นปราณกระบี่ก็พวยพุ่งออกไปสับร่างของเขากลายเป็นสองซีกทันที.

เป็นจางจินที่ลงมือนั่นเอง.

ผู้คนรอบ ๆ ที่สะดุ้งตกใจจ้องมองไปยังจางจิน.

ในเวลานี้,ไม่มีใครเข้าไปหยุดพวกเขาอีก.

ทุกคนที่จ้องมองลู่อี้ผิงและพรรคพวกจากไปอย่างช่วยไม่ได้.

เมื่อลู่อี้ผิงจากไป,ในพื้นที่ดังกล่าวที่เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นไม่หยุด.

“เคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงคาดไม่ถึงเลยว่าจะปรากฏขึ้น!”

“ได้ยินมาว่าสี่เคล็ดวิชาพุทธะเมื่อรวมกันจะทำให้ได้รับกายาอรหันต์ไร้เทียมทาน!”

“ในอดีตตระกูลถานกวาดล้างวิหารพุทธฮั่วหลง,ค้นหาเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงมานานหลายปี,ที่จริงกับอยู่กับชายชุดน้ำเงินผู้นี้นี่เอง!”

“เขาสวมชุดน้ำเงิน,เป็นพวกเดียวกับเจ้าคนชุดน้ำเงินก่อนนี้หรือไม่?”

เพียงไม่นาน,ข่าวเกี่ยวกับเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงได้กระจายไปทั่วพื้นที่ราบเทพปิศาจทันที.

ทุกกลุ่มอิทธิพลต่างก็รับรู้ทั่วกัน.

ทว่าหลังจากลู่อี้ผิงจากไป,โจวเฉิงก็เอ่ยปากออกมาทันที“นี่เจ้าตั้งใจอย่างงั้นรึ?”

ลู่อี้ผิงที่เผยเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วลง,เห็นชัดเจนว่าเป็นการจงใจ.

เพื่อล่อนิกายภูตหยิน,นิกายปิศาจน้ำพุเหลืองและยอดฝีมือจากวิหารปิศาจทมิฬเข้ามาอย่างงั้นรึ?

ลู่อี้ผิงยังคงสุขุมใบหน้าไม่แยแส,เป็นความจริงว่าเขาตั้งใจ.

นับตั้งแต่เข้ามาในพื้นที่ราบเทพปิศาจ,เป็นการดีที่จะจัดการนิกายภูตหยิน,นิกายปิศาจน้ำพุเหลืองและวิหารปิศาจทมิฬให้สิ้นซากไปเลย.

อย่างไรก็ตาม,การจะค้นหาพวกเขาในพื้นที่ราบที่กว้างใหญ่เช่นนี้ยากลำบากมาก,เป็นการดีหากสามารถล่อนิกายภูตหยิน,นิกายปิศาจน้ำพุงเหลืองและวังปิศาจทมิฬเข้ามารวมกันได้.

ในโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง,เหมือนกับลู่อี้ผิง,ชายหนุ่มชุดน้ำเงินได้ยินข่าวที่กระจายไปทั่ว,ก็ตะลึงไปเลย“เคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงอย่างงั้นรึ?”

บังเอิญไปหรือไม่?

ครั้งนี้เขามายังทวีปเทพยุทธ์,ต้องการไปยังวิหารพุทธฮั่วหลง,เพื่อค้นหาเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลง.

“ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นต้องไปยังวิหารพุทธฮั่วหลงแล้ว”ชายหนุ่มแค่นเสียงเย็นชา,จากนั้นร่างกายก็หายไปอย่างรวดเร็ว.

ในคืนนั้น.

ความมืดมิดที่นุ่มนวลเงียบสงบ.

อย่างไรก็ตาม,ในที่ราบเทพปิศาจ,กับเต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต.

ในพื้นที่โล่งแห่งหนึ่ง,ลู่อี้ผิงและพรรคพวกที่นั่งล้อมกองไฟ.

ในเวลานั้น,มีคนสองสามคนที่ก้าวเข้ามา.

โจวเฉิงที่จ้องมอง เผยความประหลาดใจ,กลุ่มคนที่มาก็คือตระกูลโหลว!

เขาจ้องมองลู่อี้ผิงคราหนึ่ง,ไม่คิดว่าเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงที่ควรจะล่อนิกายภูตหยิน,นิกายปิศาจน้ำพุเหลืองและวังปิศาจทมิฬเข้ามาก่อนใคร,แต่กับกลายเป็นคนของตระกูลโหลวที่มาก่อนคนอื่น.

หลังจากที่คนตระกูลโหลวมาถึงก็จ้องมองลู่อี้ผิง,ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำมายกมือผสานเอ่ยออกมาว่า“ผู้น้อยโหลวเจิ้น,ประมุขน้อยตระกูลโหลว,เคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงอยู่กับคุณชายอย่างงั้นรึ?”

โจวเฉิงที่จ้องมองชายหนุ่มจากบนลงล่าง,เอ่ยออกมาว่า“เจ้าเป็นพี่ชายของเด็กน้อยโหลวถงอย่างงั้นรึ?”

โหลวเจิ้นตกใจ,เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“อาวุโสรู้จักน้องสาวข้าด้วยรึ? ไม่รู้ว่าควรเรียกอาวุโสว่าอะไร?”

โจวเฉิงส่ายหน้าไปมา,เอ่ยออกไปว่า“เห็นแก่เด็กน้อยโหลวถง,ฟังข้าซะ,เจ้ากลับไปเถอะ.”

โหลวเจิ้นเผยยิ้ม,เห็นชัดเจนว่าเขาไม่สนใจคำเตือนของโจวเฉิง,เขาจ้องมองลู่อี้ผิง“คุณชาย,ไม่รู้ว่าเป็นศิษย์นิกายใดอย่างงั้นรึ?”

ลู่อี้ผิงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา,ยังคงฟังคำพูดของฝ่ายตรงข้ามอย่างใจเย็น.

“เจ้าสังหารศิษย์สำนักเพลิงแผดเผา,คนของหุบเขาปิศาจล่วงลับ,ยอดฝีมือนิกายภูตหยิน,เวลานี้เจ้าได้ล่วงเกินพวกเขาทั้งสามแล้ว.”โหลวเจิ้นที่เผยยิ้มออกมา“หากคุณชายต้องการออกจากที่ราบเทพปิศาจ,เกรงว่าคงยากลำบากมาก.”

ลู่อี้ผิงที่ได้ยินก็เผยยิ้ม“แล้วอย่างไร?”

เขาที่ราวกับจะคาดเดาว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร.

เป็นความจริงประมุขน้อยตระกูลโหลวที่เผยยิ้ม“ข้าสามารถพาคุณชายออกจากที่ราบเทพปิศาจได้อย่างปลอดภัย,นอกจากนี้คุณชายสามารถที่จะไปพักที่ดินแดนฟู่ของข้า,อย่างหายห่วงไม่ต้องกังวลอะไรได้.”

ลู่อี้ผิงเผยยิ้มเล็กน้อย“เงื่อนไขคือเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงอย่างงั้นรึ?”

จบบทที่ Chapter 66 Kṣitigarbha Thousand Buddha Hands

คัดลอกลิงก์แล้ว