เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 63 Eternal Night Pupil

Chapter 63 Eternal Night Pupil

Chapter 63 Eternal Night Pupil


永夜之瞳

หว่านอู๋ตี้ได้ยิน,ก็เร่งรีบเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม“อาวุโสโจวเฉิงล้อเล่นแล้ว,ข้าเพียงแค่ไม่คิดว่าอาวุโสโจวเฉิงจะมาพร้อมกับต้าเหริน,เลยตกใจ,ไม่ได้คิดล่วงเกินอาวุโสโจวเฉิงแต่อย่างใด.”

จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาว่า“พวกเรานั้นได้เตรียมสุราซั่งไห่ไว้ให้อาวุโสโจวเฉิงแล้ว.”

โจวเฉิงได้ยินดังนั้นก็เผยยิ้มพอใจ“เจ้าและพวก เฉิงชิงหยาง,กับโหลวหนิง,ข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้ามากที่สุด.”

ขณะที่หว่านอู๋ตี้และโจวเฉิงกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส,ลู่อี้ผิงได้ก้าวมายืนอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์จ้าวแห่งทวยเทพ,จากนั้นก็เปิดมันและก้าวเข้าไปด้านใน.

หว่านอู๋ตี้ที่ดวงตาเบิกกว้าง.

ที่พักของจ้าวแห่งทวยเทพ,มีมหาค่ายกลที่น่าพรั่นพรึงปกคลุมอยู่,เขาที่พยายามมามากมายหลากหลายวิธีแต่กับไม่อาจเข้าไปได้ถึงสิบเมตรด้วยซ้ำ,ทว่าลู่อี้ผิงกับก้าวเข้าไปง่าย ๆ อย่างคาดไม่ถึง?

แม้แต่โจวเฉิงเองก็ยังประหลาดใจ.

คฤหาสน์จ้าวแห่งทวยเทพ,ไม่มีใครเข้าไปได้,นี่คือสิ่งที่ยอดฝีมือทั่วทั้งทวีปเหิงหยวนรู้กัน.

โจวเฉิงและหว่านอู๋ตี้ทั้งสองที่ลองก้าวตามไป.

พวกเขาตะลึงไปเหมือนกัน,มหาค่ายกลจ้าวแห่งทวยเทพกับไม่ตอบสนอง,พวกเขาเข้าไปได้อย่างง่ายดาย.

หมายความว่าอย่างไร?

เป็นไปได้ว่า,ค่ายกลที่พักจ้าวแห่งทวยเทพได้พังทลายลงแล้วอย่างงั้นรึ?

ทว่า,พวกเขาไม่ได้เห็นลู่อี้ผิงทำอะไรเลย.

“อย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกเจ้า,เข้ามาแล้ว,อย่าได้จับอะไรเข้า.”เสียงที่ไม่แยแสของลู่อี้ผิงเอ่ย“ไม่เช่นนั้น,อาจจะตายไม่เหลือแม้แต่ศพ.”

ภายในใจของโจวเฉิงและหวานอู๋ตี้ที่เย็นยะเยือบขึ้นมาทันที.

ที่จริง,ภายในคฤหาสน์จ้าวแห่งทวยเทพนั้นไม่ได้มีสิ่งใดสำคัญ,ดังนั้น,ลู่อี้ผิงจึงให้ทั้งสองเข้ามาด้วย.

โจวเฉิงและหว่านอู๋ตี้ที่ตามหลังลู่อี้ผิงมา,เห็นโต๊ะนั่งในสวนนั้นสร้างขึ้นมาจากศิลาหยางจื่อ ก็ตกใจ.

ศิลาหยางจื่อนั้น,คือศิลาเทวะที่หายากมาก,แม้แต่ในดินแดนจิวเทียนยังยากที่จะหาพบเช่นกัน,กล่าวว่าหอการค้าความลับสวรรค์ครั้งหนึ่งเคยนำศิลาหยางจื่อขนาดหนึ่งตารางเมตรออกประมูลในราคาถึงหนึ่งพันล้านศิลาวิญญาณ

ข้ามผ่านลานด้านหน้ามา,มีต้นไม้เทวะตนหนึ่งที่ปรากฏด้านหน้าของพวกเขา.

“พฤกษาเทวะชิงเหยี่ยน!”

โจวเฉิงและหว่านอู๋ตี้อุทานออกมาพร้อม ๆ กัน.

พฤกษาเทวะชิงเหยี่ยน,ใบอ่อนของมันนั้น,สามารถนำมาหลอมเป็นเม็ดยาบูรณะร่างกาย,กลั่นกายเทพ,นับเป็นโอสถมหัศจรรย์,มีมูลค่าสูงยิ่งกว่าศิลาหยางจื่ออีก.

ที่สำนักไท่อี้นั้นมีต้นหนึ่ง.

กล่าวกันว่าในพิภพเหิงหยวนมีเพียงแค่ตนเดียวที่สำนักไท่อี้เท่านั้น.

ทว่าพฤกษาชิงเหยี่ยนที่อยู่สำนักไท่อี้นั้นยังไม่ได้เป็นพฤกษาวิญญาณ,ทว่าพฤกษาชิงเหยียนที่นี่ได้กลายเป็นพฤกษาวิญญาณชิงเหยี่ยนแล้ว.

ผ่านพฤกษาชิงเหยี่ยนไป,ลู่อี้ผิงและคนอื่น ๆ ก็มาถึงด้านหน้าห้องโถงแห่งหนึ่ง.

ที่ด้านหน้าห้องโถงนั้น,มีเสาทองแดงสี่เสาที่ตั้งตระหง่านอยู่.

บนเสาทองแดงแต่ละเสานั้น,มีลวดลายอักขระเวทย์ยุคโบราณมากมายสลักอยู่.

ทั้งสองพบว่าเสาทองแดงนั้นสร้างมาจากโลหะผลึกเสวียนหวงอย่างคาดไม่ถึง,ต้องไม่ลืมว่าโลหะผลึกเสวียนหวนคือวัตถุดิบระดับทองที่แข็งแกร่งทนทานที่สุดในพิภพเหิงหยวน,สามารถนำมาสร้างสิ่งประดิษฐ์เทวะชั้นสูงสุดได้,การที่หลอมโลหะผลึกเสวียนหยวนเช่นนี้ออกมา,เช่นนั้น นี่คงเป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะชั้นสูงสุดแน่นอน.

ทว่าหลังจากเข้ามาด้านในห้องโถงพวกเขาพบว่า,ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ล้ำค่า.

ลู่อี้ผิงที่กวาดตามองสิ่งเหล่านี้,ด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ.

สิ่งเหล่านี้,ล้วนแต่ไร้ประโยชน์กับเขา.

ท้ายที่สุด,ลู่อี้ผิงก็มาถึงที่พักส่วนใน,สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่บำเพ็ญของจ้าวแห่งทวยเทพ.

บนผนังนั้น,มีกระบี่ยาวปักอยู่.

กระบี่ยาว,ที่มีใบกระบี่สีดำสนิท,แผ่กลิ่นอายที่เย็นยะเยือบออกมา.

นอกเหนือจากกระบี่ยาวแล้ว,ยังมีเตียงหยกเย็นด้วย,นอกจากนั้นดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรแล้ว.

ที่นี่เป็นสถานที่พักของจ้าวแห่งทวยเทพในอดีต,เขาไม่มีถ้ำที่พัก,กล่าวได้ว่าถ้ำที่พักก็คือที่นี่นะเอง.

ลู่อี้ผิงที่ดึงกระบี่ยาวออกมา,ขณะดึงกระบี่ทั่วทั้งห้องนั้นกลายเป็นมืดมิดลงในทันที,แม้แต่โจวเฉิงและหว่านอู๋ตี้ยังไม่อาจมองเห็นอะไรได้เลย.

นอกจากนี้,พวกเขาทั้งสองยังพบว่า,ภายในความมืดมิดนี้,แม้แต่สัมผัสเทพของพวกเขายังไม่อาจใช้ได้ด้วย,ราวกับว่ามันมีพลังป้องกันที่ปกปิดทุกอย่างเอาไว้อย่างสมบูรณ์.

ลู่อี้ผิงที่ดึงกระบี่ก่อนที่จะเสียบมันเข้าฝัง,จากนั้นทุกอย่างก็คืนกับสู่ความปรกติ.

“รัตติกาลนิรันดร?!”โจวเฉิงและหว่านอู๋ตี้ที่จ้องมองกระบี่ในมือของลู่อี้ผิง,พร้อมกับเผยความหวาดกลัวออกมา.

รัตติกาลนิรันดร,คือกระบี่ปิศาจไร้เทียมทานของเผ่าพันธุ์ปิศาจ.

“ถูกต้อง,มันคือกระบี่ของจ้าวปิศาจหยงเย่ในอดีต,กระบี่รัตติกาลนิรันดร.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

เป็นความจริง!

โจวเฉิงและหว่านอู๋ตี้ที่จ้องมองลู่อี้ผิงเอ่ยถึงกระบี่รัตติกาลนิรันดร,ทำให้หัวใจของพวกเขาสั่นไปมา.

......

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง.

ทั้งสองก็ออกมาจากที่พักจ้าวแห่งทวยเทพ.

หลังจากออกมาจากที่พักจ้าวแห่งทวยเทพแล้ว,โจวเฉิงที่ดูลังเลเล็กน้อยเอ่ยออกมาว่า“กระบี่รัตติกาลนิรันดร,มาอยู่ในที่พักจ้าวแห่งทวยเทพได้อย่างไรกัน? เป็นไปได้ว่าจ้าวแห่งเผ่าปิศาจถูกจ้าวแห่งทวยเทพสังหารในอดีตอย่างงั้นรึ?”

เกี่ยวกับบันทึกประวัติศาสตร์เอ่ยว่าจ้าวแห่งเผ่าปิศาจได้ตกตายอย่างอนาถในตำหนักของตัวเอง,ส่วนใครเป็นคนสังหารไม่มีใครรู้,นอกจากนี้กระบี่รัตติกาลนิรันดรของเขาเองก็หายไปนับตั้งแต่นั้นมา.

ตอนนี้กระบี่รัตติกาลนิรันดรได้มาปรากฏในที่พักจ้าวแห่งทวยเทพ,ทำให้โจวเฉิงประหลาดใจเป็นอย่างมาก.

ส่วนหว่านอู๋ตี้,ที่ใบหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา.

“เจ้าเด็กเหลือขออู๋ตี้,เจ้ารู้อะไรหรือไม่?”โจวเฉิงที่จ้องมองไปยังหว่านอู๋ตี้เอ่ยออกมาว่า“ต้นกำเนิดของลู่อี้ผิง,เจ้าต้องรู้แน่นอน,ใช่ใหม? เขาเป็นใครมาจากใหนรึ?”

หว่านอู๋ตี้ที่ส่ายหน้าเป็นเจ้าเข้า“อาวุโสโจวเฉิง,โปรดอย่าถามข้า.”

โจวเฉิงที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

ก่อนหน้านี้,เขาได้คาดเดามาหลายอย่างเกี่ยวกับที่มาของลู่อี้ผิง,ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ถูกสักข้อเลย.

หลังจากที่หว่านอู๋ตี้และโจวเฉิงจากไป,ลู่อี้ผิงได้เช็ดทำความสะอาดกระบี่รัตติกาลนิรันดร,นี่ไม่ใช่แค่กระบี่ของจ้าวแห่งปิศาจ,แต่มันคือสัญลักษณ์ของเผ่าปิศาจด้วย.

ดังนั้นหลายปีมานี้,เผ่าปิศาจยังคงตามหากระบี่รัตติกาลนิรันดรเล่มนี้ไม่เคยหยุด.

“ในอดีตการตายของซู่เฉิง,เกี่ยวข้องกับกระบี่รัตติกาลนิรันดรอย่างงั้นรึ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เอ่ยออกมาทันที.

ซู่เฉิงก็คือนามของจ้าวแห่งทวยเทพนั่นเอง.

ลู่อี้ผิงได้ยินวัวกระทิงมังกรเอ่ยถาม,ก็ส่ายหน้าไปมา“ใช่หรือไม่,ไม่มีใครรู้,ในอดีตเป็นข้าเองที่มอบกระบี่รัตติกาลนิรันดรนี้ให้กับซู่เฉิงเอง.”

“อาจจะเป็นคนใกล้ชิดของซู่เฉิงหรือไม่?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย.

“ก็อาจจะเป็นได้.”ดวงตาของลู่อี้ผิงที่เผยความลึกล้ำ.

เช้าวันถัดมา.

ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำออกจากที่พักจ้าวแห่งทวยเทพ,เดินทางไปยังหมู่บ้านหยวนที่พังทลาย.

ประตูไม้ที่เวลานี้ผุพังเรียบร้อยแล้ว,สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าขึ้นรกชันเต็มไปหมด.

ลู่อี้ผิงที่มานั่งในสวนแห่งนี้บนหินก้อนใหญ่ที่เต็มไปด้วยตะใคร่น้ำ,นำสุราขึ้นมาดื่ม,ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง,เขาและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็จากไป,เดินทางไปยังหอนาฬิกาโบราณในเมืองเทียนตู.

หลังจากสำรวจพักหนึ่ง,ก็กลับมายังที่พักจ้าวแห่งทวยเทพ,ซึ่งก็มืดแล้ว.

หลายวันมานี้,ลู่อี้ผิงที่ตระเวนไปทั่วเมืองเทียนตูพร้อมกับวัวกระทิงเขาทองคำ.

ในวันหนึ่ง,ขณะที่ลู่อี้ผิงขี่วัวกระทิงเขามังกรผ่านถนนที่เต็มไปด้วยเสียงดังอื้ออึง,ทันใดนั้นจู่ ๆ ก็ปรากฏปราณกระบี่ที่น่าอัศจรรย์ใจแหวกอากาศพุ่งตรงมายังทิศทางของลู่อี้ผิงทันที.

เมื่อปราณกระบี่พุ่งมาจะตัดคอลู่อี้ผิง,ลู่อี้ผิงได้ยกนิ้วขึ้นคีบคว้าปราณกระบี่เอาไว้,ก่อนที่จะเหวี่ยงปราณกระบี่ดังกล่าวคืนกลับไปในฝูงชน.

ทันใดนั้น,ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ถูกปราณกระบี่ดังกล่าว,กระเด็นลอยออกจากฝูงชนในทันที.

ชายวัยกลางคนที่ตกใจเป็นอย่างมากขณะจ้องมองมายังลู่อี้ผิงเขม็ง

ไม่คาดคิดเลยว่าปราณกระบี่สังหารของเขาเมื่อครู่นี้,จะถูกลู่อี้ผิงป้องกันเอาไว้ได้.

“กระบี่อาไลเย่!”ลู่อี้ผิงที่จ้องมองฝ่ายตรงข้ามที่หมดสติ“นักฆ่าเต๋าเทพสังหารอย่างงั้นรึ?”

เต๋าเทพสังหาร,ในพิภพเหิงหยวนนั้น ก็คือองค์กรนักฆ่าโบราณ,พวกเขาทรงพลังน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก,แม้แต่สามารถลอบสังหารยอดฝีมือขอบเขตเทพสวรรค์ได้ด้วย.

ในเวลานี้ชายวัยกลางคนที่มาครั้งนี้,มีระดับเทพแท้จริงขั้นสุดท้าย.

นอกจากนี้ยังเป็นเทพแท้จริงที่สำเร็จกฎเทพสวรรค์สวรรค์ไปถึงหนึ่งร้อยกฎแล้ว.

จบบทที่ Chapter 63 Eternal Night Pupil

คัดลอกลิงก์แล้ว