เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 60 Controls Strength of Myriad Gods

Chapter 60 Controls Strength of Myriad Gods

Chapter 60 Controls Strength of Myriad Gods


掌控万神之力

หว่านอู๋ตี้และคนอื่น ๆ ไม่อาจรับหมัดเทวะเพลิงทองคำของลู่อี้ผิงได้เลย.

หมัดเทวะเพลิงทองคำของลู่อี้ผิงนั้นทรงพลังไร้เทียมทาน,เพียงแค่หมัดเดียวทำให้หว่านอู๋ตี้และบรรพชนชรากระเด็นลอยออกไปหลายร้อยลี้,แทบไม่อาจยั้งเท้าหยุดได้เลยด้วยซ้ำ.

หมัดเทวะเพลิงทองคำที่ทำให้ดินแดนบรรพชนสั่นไปมา,เปล่งรัศมีแสงสีทองที่เจิดจรัสกลืนทุกอย่างไป.

เพลิงทองคำที่ราวกับว่าจะเผาไหม้ทุกสรรพสิ่ง,ราวกับจะคงอยู่ไปตลอดกาล.

หว่านอู๋ตี้ที่กระเด็นล่วงหล่นลงบนพื้น,เลือดอาบไปทั่วร่าง,จ้องมองลู่อี้ผิง,ด้วยแววตาที่เผยความรู้สึกไม่อยากเชื่ออย่างที่สุด.

เขาที่ร่วมมือกับบรรพชนตระกูลหว่าน 70 คน,และยังมีต้นกำเนิดเขตแดนบรรพชนตระกูลหว่านอีก,คาดไม่ถึงว่าจะไม่สามารถต้านหมัดของลู่อี้ผิงได้.

เหลือเชื่อเกินไปแล้ว.

“เจ้าเป็นใคร?!”เขาจ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความหวาดกลัว.

ลู่อี้ผิงผู้นี้มาจากดินแดนจิวเทียนจริง ๆ รึ?

ลู่อี้ผิงไม่ได้ตอบ,เขาก้าวออกไปช้า ๆ,มือของเขาข้างหนึ่งยกขึ้น,จ้องมองไปยังต้นกำเนิดบรรพชนตระกูลหว่านที่อยู่ลึกลงไป,ในเวลานั้นมันได้ลอยผุดขึ้นมาจากพื้นอย่างคาดไม่ถึง,ก่อนที่จะมาอยู่ด้านหน้าของลู่อี้ผิง.

หว่านอู๋ตี้และคนตระกูลหว่านมากมายที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโต.

“คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะสามารถควบคุมต้นกำเนิดดินแดนบรรพชนตระกูลหว่านได้?!”หว่านอู๋ตี้ประหลาดใจอย่างที่สุด.

ต้นกำเนิดดินแดนบรรพชนตระกูลหว่าน,ไม่ใช่ว่าจะต้องมีวิชาที่สืบทอดจากบรรพชนเท่านั้นหรอกรึ? ถึงจะควบคุมได้.

นอกจากนี้,จะต้องเป็นคนที่มีสายโลหิตของตระกูลหว่านเท่านั้น,ถึงจะมีพลังในการควบคุมต้นกำเนิดดินแดนบรรพชนตระกูลหว่าน.

เป็นเรื่องสองอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงลดหลั่นได้เลยสักข้อ.

ลู่อี้ผิง,เป็นคนนอก,เวลานี้กับสามารถควบคุมต้นกำเนิดดินแดนบรรพชนตระกูลหว่านได้อย่างงั้นรึ!

ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่แยแส“เพียงแค่พลังต้นกำเนิดดินแดนบรรพชนตระกูลหว่านงั้นรึ?”กล่าวจบ,เขาที่ยกมือขึ้น,ก่อนที่จะเห็นเมืองหลวงสั่นไปมา,จิตวิญญาณเทพที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า.

บนท้องฟ้าเมืองเทียนตู,ริ้วแสงสีทองสว่างสดใส,ราวกับเทพเทวาได้ลงมาเยือน,มันแผ่แสงออกไปปกคลุมทั่วทั้งเมือง,กลิ่นอายที่หนักหน่วงรุนแรงที่โถมทับลงมาจนทำให้ทุกคนต้องคุกเข่าลง,แม้แต่ตาเฒ่ามอซอโจวเฉิงที่ขี่ลาอยู่,รวมทั้งหว่านอู่ตี้และเหล่าบรรพชนตระกูลหว่านทุกคน.

หว่านอู๋ตี้,ที่ถูกกดลงพื้น,เหล่าบรรพชนชราทั้งหมด,ที่เผยแววตาตื่นตกใจอย่างหนัก.

ลู่อี้ผิงไม่เพียงควบคุมต้นกำเนิดดินแดนบรรพชนตระกูลหวานได้,คาดไม่ถึงว่าจะสามารถควบคุมเมืองเทียนตู่,ค่ายกลหมื่นทวยเทพได้อย่างคาดไม่ถึง.

เมืองเทียนตู,สร้างขึ้นมาโดยจ้าวแห่งทวยเทพ.

ภายในเมืองนั้นจ้าวแห่งทวยเทพและผู้ใต้บังคับบัญชาได้สร้างค่ายกลหมื่นทวยเทพเอาไว้,ทว่าผ่านมานานแล้ว,เหล่าชนรุ่นหลังไม่เคยมีใครสามารถพลังควบคุมค่ายกลหมื่นทวยเทพได้เลย.

ไม่มีใครทำได้ แม้แต่เขาเองที่เป็นจ้าวแห่งทวีปเทพยุทธ์.

เขาได้ศึกษามานานหลายปี,แต่กับไม่มีอะไรคืบหน้าเลย.

ทว่าลู่อี้ผิงเพียงแค่โบกมือ,กับเปิดใช้ง่ายค่ายกลหมื่นทวยเทพได้!

ทว่าภายในเมืองเทียนตู,ตาเฒ่ามอซอโจวเฉิงที่ถูกอำนาจเทพกดจนต้องคุกเข่าก็เผยความประหลาดใจ“เป็นไปได้ว่าหว่านอู๋ตี้สำเร็จพลังควบคุมเมืองแล้วรึ? นี่เขาสามารถควบคุมค่ายกลหมื่นทวยเทพได้แล้วสินะ!”

ภายในเมือง,ตระกูลโหลว,ตระกูลอวิ๋น,ตระกูลเฉิน,ทุกคนต่างก็ตกใจ“รีบไปรายงานท่านประมุข,หว่านอู๋ตี้สามารถควบคุมค่ายกลหมื่นทวยเทพเมืองเทียนตูได้แล้ว!”

การที่หว่านอู๋ตี้สามารถควบคุมค่ายกลหมื่นทวยเทพของเมืองเทียนตู่ได้,ไม่ใช่แค่ทวีปเทพยุทธ์,เกรงว่าทั้งพิภพเหิงหยวนคงต้องให้ความสำคัญอย่างแน่นอน.

เมืองเทียนตู่,คลื่นพลังเทพที่แผ่ซานกระจายไปทั่ว,ปกคลุมทั่วเมืองเทียนตัว,รวมกันกลายเป็นจิตวิญญาณเทพโบราณที่ทรงพลัง.

จิตวิญญาณเทพโบราณมากมาย,ต่างก็มายังดินแดนบรรพชนตระกูลหว่านทุกคนล้วนแต่แสดงความเคารพต่อลู่อี้ผิง!

ด้านนอกดินแดนบรรพชน,คนอื่น ๆ ไม่อาจมองเห็นลู่อี้ผิง,ทว่าภายในดินแดนบรรพชน,หว่านอู๋ตี้และเหล่าบรรพชนชราต่างก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด,เวลานี้กลายเป็นงงงวยไปเลย.

จิตวิญญาณเทพโบราณจากยุคโบราณ,คาดไม่ถึงเลยว่าจะเคารพและจำนนต่อลู่อี้ผิงอย่างงั้นรึ?!

ทำไมกัน?

เพราะเหตุใด,ลู่อี้ผิงถึงสามารถควบคุมค่ายกลหมื่นทวยเทพเมืองเทียนตูได้?

แม้นว่าลู่อี้ผิงสามารถควบคุมค่ายกลหมื่นทวยเทพได้,ทว่าไม่จำเป็นที่จิตวิญญาณเทพโบราณเหล่านี้ต้องคารวะจำนนต่อลู่อี้ผิงเลยไม่ใช่รึ?

เว้นแต่ลู่อี้ผิงเป็นจ้าวแห่งทวยเทพเท่านั้น.

อย่างไรก็ตาม,จ้าวแห่งทวยเทพนั้นได้ล่วงหล่นจากสวรรค์ไปนานแล้ว.

เช่นนั้น,ลู่อี้ผิงคือใคร?

“ท่าน?”หว่านอู๋ตี้ที่เอ่ยเสียงสั่นเต็มไปด้วยความระมัดระวัง.

ลู่อี้ผิงที่เหวี่ยงมืออกไป,พลังเทพที่กระจายออกไป,จิตวิญญาณเทพโบราณนั้นค่อย ๆ แยกย้ายกันไป,ทุกอย่างค่อย ๆ คืนกลับสู่สภาพเดิม.

แรงกดดันที่ท่วมท้นโถมทับทั่วเมืองหลวง,ได้สลายหายไปในที่สุด.

“บรรพชนตระกูลหว่าน,หว่านเป่ยเป่ยไม่ได้บอกเจ้างั้นรึ? ว่าใครเป็นคนมอบหมัดเทวะเพลิงทองคำให้กับนาง?”ลู่อี้ผิงที่มองหว่านอู๋ตี้คราหนึ่ง,ก่อนที่จะหันหลังยกมือขึ้นขัดหลัง.

“บรรพชนรุ่นแรกของพวกเราอย่างงั้นรึ?!”หว่านอู๋ตี้และเหล่าบรรพชนชราทั้งหมดที่รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล.

“ท่าน,ท่านเป็นใคร?!”แววตาของหว่านอู๋ตี้เผยความอัศจรรย์ใจ,ไม่อยากเชื่อจดจ้องมองไปยังลู่อี้ผิง.

เป็นไปได้ว่าลู่อี้ผิงคนนี้...

ลู่อี้ผิงที่ส่งเหรียญตราออกไปให้หว่านอู๋ตี้,แน่นอนว่าไม่ใช่เหรียญเดียวกันที่ให้กับหยางเฉิงนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนก่อนหน้านี้.

หว่านอู๋ตี้ที่รับตราดังกล่าวมา,หลังจากเห็นได้อย่างชัดเจน,มือสองข้างที่สั่นเทิ้ม,เหรียญตราที่ราวกับเทือกเขาต้นกำเนิดที่หนักอย่างที่สุดกดทับจิตใจของเขา,เหล่าบรรพชนคนอื่น ๆ ต่างก็เห็นเหรียญตา,และตกใจแขนขาสั่นเช่นเดียวกัน.

“ลูกหลานตระกูลหว่านอู๋ตี้,คารวะกั้วตาเหริน(ใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด)”หว่านอู่ตี้ที่คุกเข่าหน้าซีด,คำนับลงเสียงดัง,ตื่นเต้นหวาดหวั่นและสั่นกลัว.

เหล่าบรรพชนชราตระกูลหว่านทั้งหมดไม่กล้ารีรอ,คุกเข่าลงกันทั้งหมดแทบไม่กล้าหายใจแรง.

หว่านอู๋ตี้ที่คุกเข่า,ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาเป็นเวลานานเหมือนกัน,เหงื่อที่ไหลชโลมหน้าผาก,เอ่ยเสียงสั่น“หว่านอู๋ตี้ไม่รู้ว่ากั้วต้าเหรินออกจากสันโดษ,ดวงตาฝ้าฟาง,ล่วงเกินใต้เท้า,ความผิดนี้สมควรตายหมื่นครั้ง.”

ผ่านไปนานเหมือนกัน,หว่านอู๋ตี้คิดว่าตัวเองต้องตายซะแล้ว,ลู่อี้ผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ลุกขึ้น.”

หว่านอู๋ตี้ที่ตกใจ,ยืนขึ้นทว่าขาก็ยังสั่นไม่หาย.

อย่างไรก็ตามเหล่าบรรพชนชราตระกูลหว่าน,แต่ละคนไม่กล้าลุกขึ้นแม้แต่คนเดียว.

“หว่านเป่ยเป่ย,ออกจากพิภพเหิงหยวนแล้วรึ?”ลู่อีผิ้งเอ่ยสอบถาม.

หว่านอู๋ตี้ไม่คาดคิดว่าลู่อี้ผิงจะเอ่ยถามออกมาทันที,ร่างกายที่แข็งตรึง,ก่อนเร่งรีบตอบ“บรรพชนรุ่นแรกได้จากไปกว่าสามแสนปีก่อนแล้ว.”

ลู่อีผิ้งที่สอบถามเรื่องหว่านเป่ยเป่ยและทวีปเทพยุทธ์,รวมทั้งเหตุการณ์ของพิภพเหิงหยวน.

ทว่าด้านนอก,ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิง,ประมุขน้อยหว่านหงและคนอื่น ๆ ไม่รู้สถานะการณ์ด้านใน,เวลานี้กำลังร้อนรนกระอักกระอวน.

“ไม่รู้ว่าดินแดนบรรพชนด้านในเป็นอย่างไร!”ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่ขมวดคิ้วไปมา,เต็มไปด้วยความกังวล.

“ท่านพ่อควรวางใจ,ด้วยความแข็งแกร่งของท่านปู่และต้นกำเนิดดินแดนบรรพชน,ถึงจะเป็นสำนักไท่อี้,เจียงยวี,ก็ทำได้แค่ต้องถอย!”ประมุขน้อยตระกูลหว่าน,หวานหงเอ่ย,“ถึงลู่อี้ผิงจะแข็งแกร่ง,ทว่าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านปู่แน่นอน!”

ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่นึกถึงลมหายใจวัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ระเบิดหมัดเทวะเพลิงทองคำก่อนหน้านี้,ก็ได้แต่ส่ายหน้า,ไม่เอ่ยอะไรออกมา.

ในเวลานั้น,ภายในดินแดนบรรพชน,เสียงของหว่านอู๋ตี้ดังขึ้น“เรื่องในวันนี้,ตระกูลหว่านทุกคนห้ามเผยอะไรออกไปด้านนอกเด็ดขาด,ใครกล้าเอ่ยคำพูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว,ข้าจะลงโทษมันด้วยตัวข้าเอง!”เสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง,เจือไปด้วยจิตสังหาร.

ทุกคนที่รู้สึกเย็นยะเยือบ,เร่งรีบแสดงความเคารพต่อเสียงดังกล่าว.

“หว่านเฉิง,หว่านหง,พวกเจ้าเข้ามา.”หว่านอู๋ตี้เอ่ย.

ประมุขตระกูลหว่านที่เต็มไปด้วยความสงสัย,ทั้งสองที่เข้าไปในดินแดนบรรพชนตระกูลหว่านพร้อมกัน.

หลังจากที่ทั้งสองเข้ามาในดินแดนบรรพชน,ก็เห็นลู่อี้ผิงแต่ไกล! เห็นหว่านอู๋ตี้,เห็นเหล่าบรรพชนชราของตระกูลหว่าน.

ขณะที่ทั้งสองเห็นเหล่าบรรพชนชราคนอื่น ๆ ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น,แววตาที่เบิกกว้างกลมโต,นี่หมายความว่าอย่างไร?

จบบทที่ Chapter 60 Controls Strength of Myriad Gods

คัดลอกลิงก์แล้ว