เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 58 If I must bring Xiao Jin to go in

Chapter 58 If I must bring Xiao Jin to go in

Chapter 58 If I must bring Xiao Jin to go in


如果我非要带小金进去呢

โจวเฉิงที่ขี่ลาตัวน้อย,พร้อมกับนำน้ำเตาสุราขึ้นมาซดไม่หยุดหย่อน.

สุราไหนี้,เป็นเขาหมักเอง,ไม่ใช่สุราของลู่อี้ผิง,กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,สุราของลู่อี้ผิงนั้นเอาไว้จิบเท่านั้น.

ลู่อี้ผิงขี่วัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก,โจวเฉิงที่ขี่ลาตัวน้อย,ผอมบางดูมอซอ,ทั้งสองที่เดินเคียงคู่กัน,กับสภาพที่แตกต่างจึงกลายเป็นที่สนใจของผู้คน.

โจวเฉิงหาได้สนใจสายตาผู้คน,เขายังคงยกสุราขึ้นซด,พร้อมกับเอ่ยออกมาว่า“ได้ยินข่าวลือมาว่าเมืองเทียนตู่,จ้าวแห่งทวยเทพยุคโบราณ,เคยใช้ที่นี่เป็นสถานที่บัญชาการต่อสู้ในสงครามแห่งทวยเทพ.”

“เมืองหลวงแห่งนี้,อิฐทุกก้อน,ล้วนแต่เป็นศิลาจิงกังยุคโบราณ.”

ชายหนุ่มหยางกังได้ยิน,ก็จับจ้องมองไปยังอิฐบนพื้นก็เผยความประหลาดใจ“อิฐเหล่านี้,เป็นของจากยุคโบราณอย่างงั้นรึ?”

โจวเฉิงพยักหน้ารับ“ใช่,อย่าได้มองเป็นเพียงแค่อิฐ,มันแตกต่างจากอิฐทั่วไป,อิฐแต่ละก้อนในเมืองเทียนตู่แห่งนี้,มีพลังเทพ เสริมกำลังอยุ่!”

“นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า,ตัวตนไร้เทียมทานผู้นั้นเป็นคนเสริมพลังเทพให้กับเมืองเทียนตู่ด้วยตัวเองด้วย.”

เพราะตัวตนไร้คู่เปรียบผู้นั้นจึงทำให้เมืองเทียนตู่นั้น,มีค่ายกลไร้เทียมทาน,แข็งแกร่งจนสามารถตั้งตระหง่านมานานหลายปีโดยที่ไม่บุบสลายเลย!”

กล่าวถึงตัวตนไร้คู่เปรียบ,ใบหน้าของโจวเฉิงก็เผยความหวาดหวั่น,ตื่นเต้นแม้แต่เคารพอีกด้วย.

“แล้วตัวตนไร้คู่เปรียบอยู่ที่ใหนอย่างงั้นรึ?”หลี่ปินที่สงสัยขึ้นมาเหมือนกัน.

โจวเฉิงที่หยุดดื่ม,ก่อนที่จะเผยใบหน้าจริงจัง,เอ่ยออกมาช้า ๆ,“อยู่ที่ป่าศักดิ์สิทธิ์!”

ป่าศักดิ์สิทธิ์!

เมื่อโจวเฉิงเอ่ยจบ,พื้นที่รอบ ๆ ก็กลายเป็นเงียบไปในทันที.

หลี่ปินที่ใบหน้าเปลี่ยนสี,ไม่กล้าเอ่ยต่อ,เพราะว่าป่าศักดิ์สิทธิ์ก็คือ พื้นที่ต้องห้ามของพิภพเหิงหยวน.

ชายหนุ่มหยางกังที่รู้สึกสงสัย,จึงได้เอ่ยสอบถามออกมา“ป่าศักดิ์สิทธิ์?เป็นสถานที่อยู่ติดกับราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้นะรึ?”

เป็นเรื่องปรกติ,น้อยคนนักที่จะกล้าเอ่ยถึงป่าศักดิ์สิทธิ์,หยางกังที่เพิ่งก้าวเข้าสู่การบ่มเพาะ,ดังนั้นจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับป่าศักดิ์สิทธิ์.

หลี่ปินที่สะดุ้งตกใจอย่างแท้จริง,ใบหน้าบิดเบี้ยว,ตะโกนเสียงดัง“หลี่กัง,หุบปากได้แล้ว!”

ลู่อี้ผิงที่ยังคงสุขุม.

พวกเขาที่เข้ามาด้านในเมืองเทียนตู่,เวลานั้นผู้คุ้มกันเมืองกลุ่มหนึ่งเห็นลู่อี้ผิงเข้า,ก็รู้สึกตกใจ,ก่อนที่จะเร่งรีบกลับไปยังค่ายทหารตระกูลหว่านทันที.

ผู้คุ้มกันทหารตระกูลหว่าน,ก็คือกลุ่มคนที่ถูกระทืบ ที่วิหารร้างก่อนหน้านี้นะเอง.

ในเวลาเดียวกัน,ศิษย์หลัก หว่านผีที่กำลังดื่มเหล้าย้อมใจที่ค่ายทหาร,หลายวันก่อน,เขาถูกวัวกระทืบลอยกระเด็นออกมา,ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น.

เขาคือศิษย์หลักตระกูลหว่าน,เป็นรองผู้บัญชาการกองกำลังตระกูลหว่าน,ไม่เคยมีใครทำให้เขาได้รับความอับอายเช่นนี้มาก่อน.

นอกจากนี้,ยังต่อหน้าเหล่าทหารระดับสูงอีกด้วย,เขาถูกวัวกระทืบ ที่ใบหน้ายังเหลือรอยช้ำจากกีบเท้าวัวอยู่เลย.

ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ,เขากำแก้วสุราจนมันแตกระเอียดไม่มีชิ้นดี.

ในเวลานั้น,ทหารตระกูลหว่านที่วิ่งเข้ามาอย่างรีบเร่ง.

“รองผู้บัญชาการ,ข้าเห็นเจ้าหนุ่มชุดน้ำเงินก่อนหน้านี้!”ทหารคุ้มกันที่เอ่ยเสียงดัง.

“ชายหนุ่มชุดน้ำเงิน?”หว่านผีที่ชงักไปชั่วครู่.

“เจ้าหนุ่มชุดน้ำเงินที่วิหารร้างไง!”ทหารตระกูลหว่านที่เอ่ยเตือน.

หว่านผีได้ยิน,ทันใดนั้นก็เผยความดีใจขึ้นมา“เจ้าหนุ่มชุดน้ำเงินนั่นมายังเมืองเทียนตูอย่างงั้นรึ?”

ทหารคุ้มกันตระกูลหว่านทีเร่งรีบเอ่ยตอบ“ใช่แล้ว,ท่านรองผู้บัญชาการ,เจ้าวัวนั่นก็มา.”

ดวงตาของหว่านปีที่กลายเป็นเย็นชา,แค่นเสียงเย็นยะเยือบ“ไปเรียกทุกคนให้ข้า!”

“ข้าจะหั่นเจ้าวัวนั่นเป็นชิ้น ๆ!”

“ส่วนเจ้าหนุ่มชุดน้ำเงินนั่น,ข้าจะผูกมันบนเสาที่ใจกลางเมืองเทียนตู,แล้วทรมานมันช้า ๆ!”

ขณะหว่านผีกำลังเรียกกองกำลังตระกูลหว่าน,หลี่ปินได้ยกมือผสานต่อลู่อี้ผิง“คุณชายลู่,พวกเราจะไปสมัครเข้าทดสอบร่วมกองทัพตระกูลหว่านก่อน.”

“อืม,ไปเถอะ.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

“ไว้ทดสอบเสร็จ,หลี่ปินจะจัดงานเลี้ยงขอบคุณคุณชายลู่ที่ช่วยชีวิตอีกครั้ง”หลี่ปินเอ่ยด้วยความขอบคุณ,ก่อนที่จะคารวะแล้วนำศิษย์ของตัวเองจากไป.

โจวเฉิงที่จ้องมองหยางกังจากไป,เอ่ยออกมาว่า“น่าเสียดายที่สายโลหิตยักษ์ไททันนั้นเบาบางมาก.”

จากนั้นเขาก็เอ่ยต่อลู่อี้ผิง“คุณชายลู่,ข้ามีธุระเล็กน้อยต้องไปจัดการ,ขอตัวก่อน,ไว้พบกันที่ภัตตาคารเทียนตู่อีกครั้งก็แล้วกัน?”

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ.

ดังนั้น,โจวเฉิงจึงขี่ลาตัวน้อยจากไป.

หลังจากที่โจวเฉิงจากไป,ลู่อี้ผิงก็จ้องมองไปยังเรือนที่พักของตระกูลหว่านซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเทียนตู่,ซึ่งมันคือคฤหาสน์ของจ้าวแห่งทวยเทพในอดีตนั่นเอง.

ลู่อี้ผิงที่ขี่วัวกระทิงมังกรมุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลหว่านทันที.

เมื่อพวกเขาไปถึงทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลหว่าน.

ด้านหน้าคฤหาสน์,ลู่อี้ผิงจ้องมองรูปปั้นยักษ์ที่แปลกประหลาด,ภายในใจที่รู้สึกมีอารมณ์ซับซ้อนปนเป,นึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งเขามาที่นี่.

ในเวลานั้นผู้คุ้มกันทางเข้าตระกูลหว่านเห็นชายหนุ่มชุดน้ำเงินมาถึง,ยืนอยู่ที่หน้าประตู จ้องมองรูปปั้นยักษ์อยู่นาน,ไม่มีทีท่าว่าจะผ่านไป,จึงก้าวออกมาเอ่ยออกไปว่า“ที่นี่คือเรือนที่พักของตระกูลหว่าน,อย่าได้เข้ามาใกล้,รีบไสหัวไปซะ!”

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองผู้คุ้มกันคราหนึ่ง,ด้วยท่าทางไม่แยแสเอ่ยออกไปว่า“ข้าคือลู่อี้ผิง,บอกประมุขของเจ้า,ข้ามาแล้ว.”

“ลู่อี้ผิง!”ผู้คุ้มกันตระกูลหว่านที่ชงัก,จากนั้นก็วิ่งออกไปด้วยความตื่นกลัว,เข้าไปในคฤหาสน์

นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าผู้คุ้มกันอีกหลายคนที่หน้าประตูที่แข้งข้าสั่นไปมา,แววตาที่จับจ้องมองลู่อี้ผิงไม่วางตา,พวกเขาที่ชี้หอกไปด้านหน้า,อย่างไรก็ตามมือพวกเขากับสั่นแทบทำให้หอกหลุดจากมือ.

ใบหน้าของลู่อี้ผิงยังคงเฉยเมยไม่ใส่ใจ.

เพียงไม่นาน,จากภายในคฤหาสน์ตระกูลหว่าน,หลังจากมีคนเข้าไปรายงาน.

เสียงก้าวเท้าที่ดังกึกก้องก็ดังขึ้น.

ยอดฝีมือคนแล้วคนเล่าที่วิ่งออกมาจากด้านในคฤหาสน์.

ที่ด้านหน้า,นำมาโดยประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิง!

ที่ด้านหลังหว่านเฉิง,มีประมุขน้อยหว่านหง,ตลอดจนเหล่าอาวุโสสูงและอาวุโสทั่วไปของตระกูลหว่านอีกหลายคน.

ก่อนหน้านี้,ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงกำลังพุดคุยกับบุตรชาย,หว่านหงเกี่ยวกับเรื่องของแม่น้ำเทพสวรรค์อยู่,จู่ ๆ ทหารคุ้มกันก็วิ่งเข้ามารายงาน,ว่าลู่อี้ผิงมา,ทำให้เขาตื่นตกใจ,นำอาวุโสสูงและอาวุโสทั้งหมดออกมาทันที.

ขณะออกมา,เขาได้ให้คนเข้าไปแจ้งบรรพชนชราในเขตแดนบรรพชนด้วย.

เห็นประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่หน้าตาตื่นออกมาจากคฤหาสน์,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เบ้ปากให้.

หว่านเฉิงที่จ้องมองลู่อี้ผิงขี่อยู่บนวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,รู้สึกหวาดหวั่นในใจ,ทว่าก็ก้าวออกมายกมือประสานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“คุณชายลู่ให้เกียรติมาเยี่ยม,หว่านเฉิงจะเตรียมพิธีต้อนรับ.”

“ต้อนรับอะไรนั่นไม่จำเป็น,หว่านอู๋ตี้ไม่ใช่ว่าต้องการพบข้าหรอกรึ? นำข้าไปพบกับเขา.”ลู่อี้ผิงเอ่ยอย่างไม่สนใจ.

ได้ยินลู่อี้ผิงเอ่ยชื่อบรรพชนชราหว่านอู๋ตี้ตรง ๆ,ทำให้เหล่าอาวุโสสูงและอาวุโสคนอื่น ๆ โกรธเกรี้ยวขึ้นมาเหมือนกัน.

ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่ขมวดคิ้ว,ทว่าก็ระงับความโกรธเอาไว้อย่างรวดเร็ว,พยักหน้ารับเอ่ยออกมาว่า“ขอให้คุณชายลู่ตามข้ามา.”

อย่างไรก็ตาม,เขาได้เอ่ยเพิ่ม“คุณชายลู่,บิดาของข้าต้องการพบเพียงแค่ท่าน,ดังนั้นวัวของท่าน,ข้าเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเข้าไปในดินแดนบรรพชน.”

ดินแดนบรรพชนตระกูลหว่าน,จะให้วัวเข้าไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน!”

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงพลางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ“หากข้าจะนำเสี่ยวจินเข้าไปล่ะ.”

จบบทที่ Chapter 58 If I must bring Xiao Jin to go in

คัดลอกลิงก์แล้ว