เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 43 Possibly is Heavenly God?

Chapter 43 Possibly is Heavenly God?

Chapter 43 Possibly is Heavenly God?


可能是一尊天神?

“ลู่อี้ผิง,เจ้าจะมากเกินไปแล้ว!”ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิง,ที่ไม่อาจระงับความโกรธเอาไว้ได้,กล่าวคำรามดังลั่น“ถึงจะเป็นบุตรสวรรค์จากจิวเทียน,ก็ไม่มีใครกล้าสามหาวกับบิดาของข้า!”

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?!”

“คิดว่ามีเวลาว่างแล้วค่อยไปตระกูลหว่านของข้าอย่างงั้นรึ?!”

“นี่ตระกูลหว่านของข้าไร้ศักดิ์ศรีขนาดที่ใครบอกว่าจะไปตอนไหนก็ได้อย่างงั้นรึ?!”

ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่กล่าวคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว.

บิดาของเขาหว่านอู๋ตี้,ยอดฝีมือแห่งยุค,บุคคลอันดับหนึ่งของทวีปเทพพระยุทธ์,ในทวีปเหิงหยวน สิบสุดยอดฝีมือ เขายังเป็นถึงอันดับสี่อีกด้วย.

ถึงจะเป็นผู้ก่อตั้งสำนักไท่อี้,สำนักอันดับหนึ่งของพิภพเหิงหยวน,เจียงยวีก็ยังไม่กล้าละเลยบิดาของเขาเลย.

ทว่าสิ้นเสียงของประมุขตระกูลหว่าน,เมื่อหว่านเฉิงเอ่ยจบ,เขาก็พบว่า,มีกลิ่นอายที่ทรงพลังหนักหน่วงรุนแรงพุ่งออกจากลู่อี้ผิง,ร่างของเขาที่ลอยกระเด็นเคว้งไปบนอากาศ,ร่างกายของเขาที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังกาลอากาศ,พลังอำนาจที่ราวกับจะทำลายโลกทั้งใบให้พังทลายลง.

เขาตื่นตะลึงตกใจอย่างที่สุด.

“ไสหัวไป!”เสียงของลู่อี้ผิงราวกับสายฟ้าฟาด.

เปรี้ยง!

ห้วงมิติที่สั่นไปมาอย่างรุนแรง.

ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงลอยออกไปไกลจนล่วงหล่นอยู่ด้านนอกคฤหาสน์,อวัยวะภายในทั้งเก้าที่หลั่งโลหิตออกมา,แม้แต่ดวงตาของเขาก็ด้วย.

เหล่ายอดฝีมือตระกูลหว่านที่รอคอยอยู่ด้านนอก,เห็นประมุขลอยกระเด็นออกมา,ก็เผยความตื่นตะลึงตกใจเป็นอย่างมาก.

“ประมุข!”

คนของตระกูลหว่านที่อุทานออกมาพร้อมกัน.

ประมุขตระกูลหว่านที่จริงไม่ได้สนใจโลหิตทีไหลซึมออกมาเลย,ใบหน้าที่จ้องมองไปยังทิศทางของสวนด้านในคฤหาสน์ เผยความหวาดกลัวต่อลู่อี้ผิงเป็นอย่างมาก.

“ไปกินดีหมี หัวใจสุนัขมาจากที่ใหนกัน,คาดไม่ถึงว่า ลู่อี้ผิงและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาจะกล้าลงมือกับท่านประมุข!”บรรพชนชราผู้หนึ่งเอ่ยด้วยความโกรธ,เตรียมที่จะพุ่งเข้าไป.

อย่างไรก็ตามประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่เร่งรีบห้ามอีกฝ่าย,แทบลืมหายใจ“หยุด!!”

เหล่ายอดฝีมือทั้งหมดของตระกูลหว่าน,จ้องมองประมุขหว่านเฉิง,หว่านเฉิงที่เอ่ยออกมาว่า“ข้าทำตัวเอง!”

ทำตัวเองอย่างงั้นรึ?

ทุกคนที่จ้องมองประมุข,หว่านเฉิง,ด้วยความงงงวยอ้าปากหวอ.

“พวกเรากลับกันก่อน.”ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงเอ่ยออกมา,เขาไม่แม้แต่กลืนเม็ดยาฟื้นฟู,ไม่อธิบายอะไร เร่งรีบจากไปทันที.

ยอดฝีมือตระกูลหว่านเห็นประมุขตระกูลหว่านหว่านเฉิงจากไป,ต่างก็จ้องมองหน้ากันและกันด้วยความตกใจ.

ในเวลานั้น,สายฟ้าบนท้องฟ้าที่ค่อย ๆ หายไปอย่างรวดเร็ว,อากาศบนท้องฟ้ากลับมาส่องสว่างเจิดจ้าเป็นปรกติ.

หลังจากประมุขตระกูลหว่านจากไป,ลู่อี้ผิงก็กลับห้อง,บำเพ็ญวิชาอมตะต่อ.

ทว่าหลังจากที่ประมุขตระกูลหว่านหว่านเฉิงกลับมาถึงตระกูลหว่าน,ก็เข้าไปในดินแดนบรรพชนเข้าพบกับหว่านอู๋ตี้,เอ่ยกล่าวขอโทษ,“ท่านพ่อ,ลู่อี้ผิงเอ่ยว่ามีเวลาแล้วจะมายังตระกูลหว่าน.”

หว่านอู๋ตี้เผยท่าทางประหลาดใจ,แววตาเผยความเย็นชาออกมา.

“คัมภีร์ลับหมัดเทวะเพลิงทองคำอยู่กับเขาจริง ๆ,เพียงแต่ว่า...”ประมุขตระกูลหว่านที่เอ่ยอักอ่วน.

“เพียงแต่อะไร?”หว่านอู๋ตี้ที่จ้องอีกฝ่ายเขม็ง.

“เพียงแต่,เขาเอ่ยว่าหมัดเทวะเพลิงทองคำไม่ใช่ของตระกูลหว่านของพวกเรา.”ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงก้มหน้า,เอ่ยเสียงเบา“นอกจากนี้,เขาเอ่ยว่า,เขาไม่เคยคิดจะคืนตำราดังกล่าวให้กับตระกูลหว่านเลย.”

พริบตานั้น,กลิ่นอายที่ไร้เทียมทาน,แผ่ออกจากร่างของหว่านอู่ตี้.

กลิ่นอายที่ไร้เทียมทานของหว่านอู๋ตี้ที่ทำให้ดินแดนบรรพชนตระกูลหว่านสั่นไปมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว.

ประมุขตระกูลหว่าน หว่านเฉิงตกใจ ถอยออกมาสองสามกล่าว,เอ่ยด้วยความอัศจรรย์ใจ“ท่านพ่อ,ท่านตัดผ่านระดับแล้วอย่างงั้นรึ?!”

หว่านอู๋ตี้พยักหน้ารับ.

ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่เผยความประหลาดใจ,ทว่าเมื่อคิดถึงกลิ่นอายที่น่าพรั่นพึงของลู่อี้ผิงก็หวาดกลัวฝังจิต,เอ่ยอย่างลังเล,“ท่านพ่อ ลู่อี้ผิงนั้นแข็งแกร่งมาก,ความแข็งแกร่งของเขาควรมีระดับเทพสวรรค์! เกรงว่าไม่ได้อ่อนแอกว่าท่านพ่อ!”

หว่านอู๋ตี้ที่ตะลึงไปในทันที.

“เทพสวรรค์? เจ้าบอกว่าลู่อี้ผิง,อาจจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตเทพสวรรค์อย่างงั้นรึ?”เขาไม่อยากเชื่อเลยแม้แต่น้อย.

ประมุขตระกูลหว่าน,หว่านเฉิงที่นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้,เอ่ยออกมาว่า“เรื่องนี้,ข้าเองก็ไม่อาจสรุปได้.”จากนั้นเขาก็เอ่ยเล่ารายระเอียดทั้งหมดให้หว่านอู๋ตี้ฟัง.

หว่านอู๋ตี้ได้ยิน,ก็เผยแววตาประหลาดใจออกมา,กล่าวอย่างลังเล“ลู่อี้ผิงแข็งแกร่งขนาดนี้เลยงั้นรึ?!”อย่างไรก็ตาม,เขาก็เอ่ยกล่าวอย่างมั่นใจออกมาเช่นกัน “ทว่ายอดฝีมือเทพสวรรค์ ก็มีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ,ถึงเขาจะเป็นเทพสวรรค์แล้วอย่างไร,ข้ายังมั่นใจว่าสามารถกำราบเขาได้!”

“เขามายังดินแดนบรรพชนตระกูลหว่านเมื่อไหร่,ด้วยพลังของต้นกำเนิดของดินแดนบรรพชนด้วยแล้ว,ข้าค่อยกำราบเขาก็ได้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร!”

สองสามวันหลังจากนั้น.

มีข่าวใหม่ที่กระจายออกมา.

“นิกายปิศาจน้ำพุเหลืองได้ยืนยันแล้ว,บรรพชนชรา นิกายน้ำพุเหลืองสวีซิวนั้นได้ตายไปแล้ว!”

ข่าวดังกล่าว,เหมือนกับก้อนหินใหญ่ที่ถูกทิ้งลงบนผืนน้ำ ก่อเกิดคลื่นกระจายออกไปรอบ ๆ ทันที.

ในเมื่อบรรพชนชรานิกายปิศาจน้ำพุเหลืองสวีซิวตายแล้ว!

ตอนนี้เหรียญตาของสวีซิวอยู่กับลู่อี้ผิงได้อย่างไร!

ตระกูลหลง,นายน้อยหลงเหิงเฟิงได้รับข่าว,ก็กล่าวหยัน“ในเมื่อยืนยันได้ว่าสวีซิวตายแล้ว,นิกายปิศาจน้ำพุเหลืองจะต้องเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อย่างแน่นอน!”

ยอดฝีมือตระกูลหลงคนหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ยอดฝีมือนิกายภูตหยินเมื่อตรวจสอบแล้วว่าเขามาจากจิวเทียนหรือไม่? ข้าเชื่อว่า พวกเขาคงจะลงมือเร็ว ๆ นี้เช่นกัน.”

“ได้ยินมาว่าวังปิศาจทมิฬได้ยืนยันแล้ว,อาวุโสใหญ่มารตะวันตก ถูกคนของเขาสังหาร,เกรงว่าวังปิศาจทมิฬคงจะไม่ยอมเช่นกัน.”

นิกายปิศาจน้ำพุเหลือง!

นิกายภูตหยิน!

แม้แต่วังปิศาจทมิฬอีกแห่งด้วย!

ถึงจะเป็นสำนักไท่อี้เองก็ไม่กล้ารับมือกับทั้งสามกลุ่มอิทธิพลพร้อม ๆ กัน.

“ทว่า,พวกเราต้องหาวิธีให้ได้รับเพลงหมัดเทวะเพลิงทองคำก่อนที่นิกายปิศาจน้ำพุเหลือง,นิกายภูตหยินและวังปิศาจทมิฬจะลงมือ.”นายน้อยตระกูลหลง,หลงเหิงเฟิงที่เผยแววตาที่ลึกล้ำออกมา.

ตระกูลหลงและตระกูลหว่านนั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน.

หากสามารถได้รับหมัดเทวะเพลิงทองคำ,แน่นอนว่ามันจะทำให้ตระกูลหลงสามารถหักหน้าตระกูลหว่านได้อีกด้วย.

ภายในคฤหาสน์ของสวีซิว,ลู่อีผิงที่ขมวดคิ้วไปมา,ไม่คิดว่าสองสามวันมานี้,คนที่นำเหรียญตราแห่งทวยเทพและหยกสืบทอดออกประมูล,ทำไมยังไม่ปรากฏ.

อีกฝ่ายไม่ต้องการศิลาวิญญาณต้นกำเนิดเกรดเทวะจากหอการค้าความลับสวรรค์หรอกรึ?

ศิลาวิญญาณต้นกำเนิดเกรดเทวะ,เขาได้ประทับตราจิตเทวะของเขาไว้แล้ว,ขอเพียงอีกฝ่ายมารับมันไป,เขาก็จะรับรู้ทันที.

อย่างไรก็ตาม,ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ปรากฏ,เขาก็ไม่อาจลงมือทำอะไรต่อไปได้.

ลู่อี้ผิงที่เอ่ยกับวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,“เตรียมตัว,พรุ่งนี้พวกเราจะไปยังจักรวรรดิไป่ฮัว.”

แน่นอนว่าเขาจะต้องเดินทางไปยังสำนักเฟยฮัว,จัดการเรื่องสำนักอาชูร่า.

ตลอดจนแวะไปยังเทือกเขาทะเลทมิฬด้วย.

เทือกเขาทะเลทมิฬคือสถานที่ตั้งเดิมของสำนักอาชูร่านั่นเอง.

ส่วนคนชุดดำหน้ากากผี,ขอเพียงอีกฝ่ายมารับศิลาต้นกำเนิดเกรดเทวะไปเมื่อไหร่,ก็ไม่มีทางหนีเขาพ้น.

ได้ยินลู่อี้ผิง เอ่ยว่าจะไปยังจักรวรรดิไป่ฮัว,วัวกระทิงมังกรก็เผยยิ้มพราย“จูเหริน,แวะไปยังเทือกเขาวัวปิศาจด้วยใหม?”

ลู่อี้ผิงที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด,“เจ้ากำลังฝันหวานอะไรอยู่!”

แน่นอนว่าเขาเข้าใจความคิดวัวกระทิงมังกรได้.

เทือกเขากระทิงปิศาจนั้น,เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าวัวกระทิง,เป็นที่อยู่ของเผ่าวัวกระทิง,ย่อมมีสตรีเผ่าวัวกระทิงที่งดงามมากมาย.

คิดถึงเรื่องที่จะแวะไปยังที่ตั้งสำนักอาชูร่าเดิม,ลู่อี้ผิงจึงได้ตัดสินใจนำลู่เผิงและลู่เสี่ยวยวีไปด้วย.

ส่วนซ่งหนิงและคนของนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน,ธุระที่จักรวรรดิเป่ยโตวเสร็จสิ้นแล้ว,จึงได้ให้กลับนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนไป.

ในเวลานั้นวังหลวงจักรวรรดิเป่ยโตว,มหาจักรพรรดิโจวติงเทียน รู้ว่าลู่อี้ผิงออกจากเมืองหลวงไปในที่สุด,ก็พ่นลมหายใจยาว,หลายวันมานี้เขาต้องอกสั่นขวัญหาย,กลัวว่านิกายปิศาจน้ำพุเหลือง,กองทัพนิกายภูตหยินจะยกทัพมา,หากนิกายปิศาจน้ำพุเหลืองและนิกายภูตหยินยกทัพมาแล้วล่ะก็,เกรงว่าเขาคงทำได้แค่หลบลี้หนีหายไปเท่านั้น.

หลังจากออกจากเมืองหลวงจักรวรรดิเป่ยโตว,ลู่อี้ผิงก็มุ่งสู่จักรวรรดิไป่ฮัว.

สองสามวันหลังจากนั้น.

ลู่อี้ผิงก็มาถึงพื้นที่แห่งหนึ่ง,ที่ด้านหน้านั้น,มีวิหารที่พังทลายอยู่.

จบบทที่ Chapter 43 Possibly is Heavenly God?

คัดลอกลิงก์แล้ว