เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 30 The celebration started

Chapter 30 The celebration started

Chapter 30 The celebration started


庆典开始了

“สำนักเฟยฮัว.”ลู่อี้ผิงที่เผยความประหลาดใจ.

สำนักเฟยฮัว,เป็นหนึ่งในกลุ่มอิทธิพลใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิไป่ฮัว.

อย่างน้อยก็เหนือกว่านิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนมาก,ทว่าเจ้าสำนักของสำนักเฟยฮัวนั้น,เป็นน้องสาวของจักรพรรดินิไป่ฮัว.

น้องสาวของจักรพรรดินิไป่ฮัวนั้นเข้าร่วมสำนักเฟยฮัวตั้งแต่เด็ก,บรรพชนชราสำนักเฟยฮัวได้รับนางเป็นศิษย์,ด้วยความพยายามอย่างยากลำบาก,ท้ายที่สุดก็ได้เป็นเจ้าสำนักในที่สุด.

ลู่อี้ผิงที่ได้ค้นความทรงจำของอู๋โม่และสวีซิว,รับรู้เรื่องราวของพิภพเหิงหยวนเป็นอย่างมาก,แม้นว่าจะไม่รับรู้อย่างระเอียดที่สุด,ทว่าเกี่ยวกับกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ เขาย่อมเข้าใจดี.

“ใช่,เป็นอาวุโสเข่อเจี่ยของสำนักเฟยฮัว.”ซ่งหนิงเอ่ย“ไม่รู้ว่าเป็นคำสั่งของเจ้าสำนักหรือไม่? ตอนนี้ไม่อาจบอกได้.”

“ทว่าพวกเราได้ตรวจสอบแล้ว,เข่อเจี่ยนั้นมีความสัมพันธ์กับบรรพชนชราวังปิศาจทมิฬ,หยางซือหยวน.”

“วิหารปิศาจทมิฬ,หยางซือหยวน.”ลู่อี้ผิงที่เอ่ยกล่าวพึมพำ.

ขณะที่ลู่อี้ผิงกำลังสอบถามเรื่องราวการสืบสวนสำนักอาชูร่าจากซ่งหนิง,ในคฤหาสน์แห่งหนึ่งในวังหลวง,บุรุษที่สวมชุดสีขาว,สะอาด,นั่งอยู่โดยมีสาวใช้อยู่ในอ้อมกอดพลางกินผลไม้วิญญาณ,เป็นเจ้านิกายน้อยสำนักภูตหยิน,เห่าตัน.

“ลู่อี้ผิงไม่ออกจากคฤหาสน์เลยอย่างงั้นรึ?”เขาเอ่ยออกมาเล็กน้อย.

ผู้ใต้บังคับบัญชาเร่งรีบเอ่ยรายงาน“ไม่เลย,นับตั้งแต่ไปหอการค้าความลับสวรรค์,กลับมาก็อยู่ในคฤหาสน์,ไม่ได้ออกไปใหนเลย”

“เจ้าคิดว่า,ลู่อี้ผิงมีพลังขอบเขตอะไร?”เห่าตันเอ่ยสอบถาม.

ผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งครุ่นคิดเอ่ยออกมาว่า“ยากที่จะมองออก,แต่ร่างกายของเขาไม่มีเจิ้นหยวนไม่มีพลังภายใน,ไม่มีพลังเทวะใด ๆ.”

“ผู้ใต้บังคับบัญชา คิดว่า,เขาใช้สิ่งประดิษฐ์เทวะปกปิดพลังบ่มเพาะของตัวเองเอาไว้.”

เห่าตันที่ดูลังเลเล็กน้อย“ก่อนหน้านี้สามพันปี,ถังเซียวไป่ได้สวมผ้าคลุมแห่งความว่างเปล่า,สามารถปกปิดพลังบ่มเพาะตัวเองได้,เป็นไปได้ว่ามันคือผ้าคลุมแห่งความว่างเปล่าของถังเซียวไป่หรือไม่?”

ได้ยินคำพูดของเห่าตันเอ่ยถึงเรื่องถังเซียวไป่,ทุกคนที่ใบหน้ากระตุกเผยความประหลาดใจออกมาเช่นกัน.

ก่อนหน้านี้สามพันปี,ถังเซียวไป่มีชื่อเสียงไม่น้อย เป็นมารร้ายที่สวมเสื้อคลุมแห่งความว่างเปล่าไล่ล่าผู้คน,ไม่มีใครมองเห็นพลังบ่มเพาะของเขา,ด้วยเหตุนี้จึงมีคนมากมายตกตายในมือของเขา,แม้แต่กลุ่มอิทธิพลใหญ่หนึ่งแห่งยังล่มสลายด้วยฝีมือของเขาด้วย.

ด้วยเหตุนี้,ถังเซียวไป่จึงถูกสำนักไท่อี้ล้อมกรอบ,จึงตกตายไปในที่สุด.

ในเวลานั้น,เห่าตันที่เผยยิ้ม,เอ่ยออกมาว่า“เจ้าว่าหากข้าลงมือสังหารลู่อี้ผิงในงานฉลอง,ตาเฒ่าสวีซิวจะบ้าคลั่งหรือไม่?”

สังหารลู่อี้ผิง?!

ได้ยินคำพูดดังกล่าว ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนตกใจ“ประมุขน้อยจะลงมือจริง ๆ รึ?”

“ลู่อี้ผิงนั้นมีตราของปิศาจเฒ่าน้ำพุเหลืองสวีซิว,ตอนนี้ยังอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของสวีซิว,เห็นชัดเจนว่าลู่อี้ผิงมีความสำคัญต่อสวีซิว,ไม่เช่นนั้นสวีซิวคงไม่มอบเหรียญตาให้กับเขา.”

“หากพวกเราสังหารเขา,สวีซิวเกรงว่าคงไม่เพียงแค่โกรธอย่างแน่นอน!”

เห่าตันแค่นเสียง,“โกรธแล้วอย่างไร,นิกายภูติหยินต้องกลัวสวีซิวด้วยรึ? ในอดีตเจ้ามารเฒ่าสังหารคนของพวกเราไปหลายร้อยคน! ข้าสังหารหลานมันตอนนี้,ถือว่าเอาคืนอย่างสาสมแล้ว!”

“หลายปีมานี้,มารเฒ่าซ่อนตัวอยู่ในสนามรบแห่งทวยเทพ,ไม่มีใครรู้ว่า อีกฝ่ายซ่อนอยู่ที่ใหน.”

“ข้าจะทำให้มารเฒ่าสวีซิวนั่นโกรธเกรี้ยว,จนมันต้องออกมา!”

“ข้าจะสังหารดื่มเลือด,เฉือนเนื้อมันมาทำกับแกล้มสุรา!”

เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่กลายเป็นเงียบไปในทันที.

ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร.

เหล่ายอดฝีมือหลายคนของนิกายภูตหยินถูกมารเฒ่าสังหารไป,เป็นธรรมดาที่เจ้านิกายน้อยต้องการแก้แค้น.

“เอาล่ะ,พวกเจ้าออกไปก่อน.”เห่าตันเอ่ย.

ขณะที่เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาออกไป,เขาก็คว้าสาวใช้เข้ามา,กัดคอเข้าไปในทันที.

เสียงเจ็บปวดทรมานดังก้องกังวานไปทั่ว.

ภายใต้เสียงร้องโหยหวน,ทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นยะเยือบ,ประมุขน้อยที่ฝึกฝนวิชาเทพมารโลหิต,จำเป็นต้องดื่มเลือดของมนุษย์เป็นประจำ,นอกจากนี้ยังต้องเป็นโลหิตสด ๆ อีกด้วย.

ในเวลาเดียวกัน,ตระกูลหว่าน,หวานหง,ที่สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับลู่อี้ผิงเช่นกัน.

“ประมุขน้อย,พวกเราต้องการลงมือกับลู่อี้ผิงจริง ๆ รึ? ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันของเขาแข็งแกร่งมาก,อยู่ในขอบเขตเทพวิญญาณ!”ยอดฝีมือตระกูลหว่านเอ่ยสอบถาม“พวกเราควรรายงานกลับไปหาท่านประมุขก่อนหรือไม่?”

หวานหงที่ยืนมือขัดหลัง,เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“วางใจได้,ข้ารู้ตัวดีว่าทำอะไร,ถึงแม้นว่าพวกเราจะไม่ลงมือ,เห่าตันนิกายภูตหยินคงไม่ปล่อยเขาแน่.”

วังหลวงเป่ยโตว.

พรุ่งนี้,เป็นงานครอบครอบฉลองครบหนึ่งหมื่นปี,ทว่ามหาจักรพรรดิเป่ยโตว โจวติงเทียนเวลานี้กำลังขมวดคิ้วแน่น.

สถานะของลู่อี้ผิงถูกเผยออกมาทำให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นมา,เจ้านิกายน้อยนิกายภูตหยินเห่าตันและประมุขน้อยหว่านหงตระกูลหว่านต่างก็เดินทางเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ด้วย.

นอกจากนี้ในเมืองหลวงหลายวันมานี้ยังปรากฏนิกายมาร หลากหลายเพิ่มขึ้นมาไม่หยุด.

คาดไว้ว่าวังหลวงคงจะเกิดความวุ่นวายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่.

ทว่าแม่ทัพเฉินหยวน,ที่คุกเข่าลงที่ห้องโถง,ที่หน้าผากหลั่งเหงื่อที่เย็นยะเยือบออกมา,เพราะสถานะของลู่อี้ผิงที่เผยออกไปให้อวิ๋นไห่เทียนรับรู้นั้น ออกมาจากปากของเขา.

“ฝ่าบาท,เป็นความผิดของเฉินเอง!”เฉินหยวนที่จ้องมองเจ้าติงเทียนที่เงียบไม่เอ่ยกล่าวอะไร,ทำให้หัวใจของเขารัดตรึง,จนรู้สึกเสียวสันหลัง.

โจวติงเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“ลุกขึ้นได้แล้ว.”

“งานเฉลิมฉลองพรุ่งนี้,เพิ่มทหารคุ้มกันทางเข้าออกของวังหลวงขึ้นอีก!”

เพิ่มกองกำลังทหารขึ้นอย่างงั้นรึ?

เฉินหยวนที่ตกใจ.

ไม่จำเป็นต้องเอ่ยว่าในวังหลวงเวลานี้มีทหารคุ้มกันหนึ่งล้านคน,นอกจากนี้ยังเป็นกองกำลังระดับสูงที่เป็นไม้ตายของจักรวรรดิอีกด้วย.

อย่างไรก็ตาม,โจวติงเทียนก็สั่งการเพิ่มขึ้นอีก,เขาไม่กล้ามีคำถามใด ๆ ได้แต่รับคำสั่งและถอยออกไป.

เช้าวันถัดมา.

งานเฉลิมฉลองที่เริ่มขึ้น.

เมืองหลวงที่ดูคึกคักเป็นอย่างมาก.

ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนที่เบียดเสียดแออัดกันในเมือง.

มีการจุดปะทัดเสียงดังกึกก้อง,นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ไฟที่ถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าส่องสว่างหลากสีปกคลุมทั่วทั้งวังหลวง.

กล่าวได้ว่าในเมืองหลวงเวลานี้,ไม่ว่าจะเป็นถนนสายหลักสายรอง,ตรอกซอกซอยแออัดไปด้วยผู้คนจริง ๆ.

“คุณชาย,งานฉลองเริ่มแล้ว.”ลู่เผิงที่จ้องมองบนท้องฟ้าที่สว่างเจิดจ้า,ก็เผยยิ้มออกมาด้วยความสุข.

แน่นอนว่าเวลานี้ทั่วทั้งเมืองย่อมเต็มไปด้วยบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ประชาชนผู้คนทุกคนย่อมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ.

ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม,ลุกขึ้นเอ่ยออกมาว่า“ไปเถอะ,ได้เวลาเดินทางแล้ว.”

ดังนั้น,ลู่อี้ผิงและคนอื่น ๆ จึงได้เดินออกจากคฤหาสน์ขึ้นรถมุ่งตรงไปยังวังหลวง.

ลู่อี้ผิงที่นำลู่เผิงและลู่เสี่ยวยวีขึ้นรถ,นำหน้าโดยพวกจางจินทั้งสี่,มีซ่งหนิงและคนของนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนที่ตามหลังไป.

“นั่นลู่อี้ผิง!”

บนถนน,ขณะที่ถนนแทบไม่มีช่องว่าง,ทว่าราชรถสีทองคำกับสามารถเปิดทางข้ามผ่านไปได้.

“เขาคือลู่อี้ผิงอย่างงั้นรึ? มีคนบอกว่าเขามีเขี้ยว,หน้าตาดุร้ายเหมือนกับปิศาจร้ายไม่ใช่รึ?”

“ได้ยินมาว่าเขามีเสื้อคลุมแห่งความว่างเปล่าปกปิดรูปลักษณ์และพลังบ่มเพาะของตัวเองเอาไว้,ร่างกายจึงไม่มีพลังภายในและเจิ้นหยวน.”

ภายในฝูงชนที่มีเสียงดังงึมงำที่นี่ด้วย.

บนราชรถ,ลู่อี้ผิงขมวดคิ้ว,เขาไปมีเขี้ยวรูปร่างเหมือนปิศาจร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เสื้อคุมแห่งความว่างเปล่าอย่างงั้นรึ? มีใครจงใจปล่อยข่าวเกี่ยวกับเขารึอย่างไร?

ในเวลานั้นวัวกระทิงมังกรเขาทองคำแค่นเสียง,ราวกับสายฟ้าดังกึกก้อง,ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ หูดับ,ตื่นตะลึง,พื้นที่นับหมื่นลี้กลายเป็นเงียบไปในทันที.

ราชรถทองคำที่เคลื่อนที่ออกไปช้า ๆ.

ก่อนหน้านั้นนานแล้ว,ถนนไปยังวังหลวงอีกสาย.

ในเวลานี้,บุรุษในชุดสีขาวมาจากอีกมุมถนนกำลังเคลื่อนไหวเช่นกัน,เป็นเจ้านิกายน้อยนิกายภูตหยินนั่นเอง.

จบบทที่ Chapter 30 The celebration started

คัดลอกลิงก์แล้ว