เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27 He called Lu Yiping

Chapter 27 He called Lu Yiping

Chapter 27 He called Lu Yiping


他叫路一平

ราชรถทองคำที่สะท้อนแสงตะวันดูเจิดจรัสจับตาเป็นอย่างมาก.

เซียวฉางเฟิง,กงจู่ไท่เหยี่ยน,เจิ้งเยว่และคนอื่น ๆ ต่างก็เห็นราชรถที่ลากโดยวัวทองคำ.

การที่มาพบลู่อี้ผิงที่จักรวรรดิเป่ยโตวนั้นทำให้พวกเขาตกใจเป็นอย่างมาก.

“เป็นเจ้า!”เซียวฉางเฟิงที่เห็นลู่อี้ผิง,ทันใดนั้น,แววตากลายเป็นเย็นชา,ซึ่งแตกต่างจากกงจู่ไท่เหยี่ยนและเจิ้งเยว่ที่ดูอัศจรรย์ใจเท่านั้น.

เหล่ายอดฝีมือของเซียวฉางเฟิงเองก็จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากเช่นกัน

อย่างไรก็ดีในเมืองหลวงไม่อนุญาตให้ต่อสู้กัน,ดังนั้นผู้ฝึกตนตระกูลเซียวจึงไม่มีใครกล้าลงมือแต่อย่างใด.

เพราะว่าเมื่อวานมีเรื่องสำนักกระดูกขาว,ดังนั้นราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้,คนของตระกูลเซียวและตระกูลเจิ้งจึงยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสำนักกระดูกขาว.

ในเวลานั้น,กงจู่ไท่เหยี่ยนที่ก้าวไปด้านหน้าเอ่ยกับลู่อี้ผิง“ไม่คิดว่าจะพบกับคุณชายลู่ที่นี่,คุณชายลู่มาเข้าร่วมงานฉลองจักรวรรดิเป่ยโตวอย่างงั้นรึ?”

เซียวฉางเฟิงได้ยินดังกล่าว,ก็แค่นเสียงเผยยิ้มออกมา“งานฉลองจักรวรรดิเป่ยโตว,คนที่จะเข้าร่วมงานฉลองอย่างน้อยก็ต้องเป็นยอดฝีมือขอบเขตที่เหนือกว่าดินแดนโอสถทองคำเท่านั้น!”

แน่นอนว่าจักรวรรดิเป่ยโตวนั้นได้เชิญยอดฝีมือมากมาย,ยอดฝีมือทุกคนที่ได้รับเลือกสิบคนเข้าสู่ตำหนัก,นอกจากนี้คนที่เข้าร่วมงานอย่างต่ำก็ต้องมีพลังสูงกว่าขอบเขตโอสถทองคำ.

ทว่าเซียวฉางเฟิงนั้น,เพิ่งตัดผ่านระดับไปยังขอบเขตโอสภทองคำ,ทว่าการที่มาครั้งนี้เพราะว่าเป็นตัวแทนของบิดาของเขา.

“โอสถทองคำอย่างงั้นรึ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

จางจิน,เจ้าเหวิน,เหว่ยปิง,เฉิงหยงหยวนที่เผยยิ้มออกมา.

แม้แต่ลู่อี้ผิงก็ส่ายหน้าไปมา,เขาไม่มีเจิ้นหยวน,ไม่มีพลังภายใน,ไม่มีพลังเทวะ,ทำให้เซียวฉางเฟิงและคนอื่น ๆ คิดว่าเขาเป็นปุถุชนทั่วไป.

อย่าว่าแต่เซียวฉางเฟิง,โจวติงเทียน,แม้แต่หว่านอู๋ตี้จ้าวทวีปเทพยุทธ์,แม้แต่บุคคลอันดับหนึ่งพิภพเหิงหยวน,ผู้ก่อตั้งสำนักไท่อี้,เจียงยวี,ที่แข็งแกร่งที่สุด,ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา.

เซียวฉางเฟิงที่เห็นวัวกระทิงมังกร,จางจินและคนอื่น ๆ หัวเราะ,ใบหน้ากลายเป็นมืดครึ้มเย็นชา.

ในเวลานั้น,ที่ไกลออกไปปรากฏคนกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น.

“กงจู่ไท่เหยี่ยน.”ผู้เยาว์คนหนึ่งที่เห็นกงจู่ไท่เหยี่ยน,ก็เผยความตื่นเต้นดีใจ.

กงจู่ไท่เหยี่ยนที่เห็นคนที่ก้าวเข้ามา,ก็เผยท่าทางประหลาดใจ,พร้อมกับเผยยิ้มหวานออกมา“เป็นนายน้อยอวิ๋นกัวหัวนี่เอง.”

เซียวฉางเฟิง,เจิ้งเยว่,ที่ได้ยินต่างก็ตกใจ.

อวิ๋นกัวหัว?

ทายาทสายตรงของอวิ๋นไห่เทียนตระกูลอวิ๋น.

แม้นว่าจะยังหนุ่ม,ทว่าก็มีอายุมากกว่าพวกเขาไม่กี่ปี,แต่กับเป็นยอดฝีมือขอบเขตปล้นเต๋าแล้ว! พรสวรรค์ของอีกฝ่ายนับว่าเป็นผู้เยาว์ที่มากพรสวรรค์ที่สุดของตระกูลอวิ๋น,นอกจากนี้ก็นับว่าเป็นผู้เยาว์ที่โดดเด่นที่สุดในจักรวรรดิเป่ยโตว.

“ผู้น้อย,เซียวฉางเฟิง,เจิ้งเยว่ตระกูลเซียวและตระกูลเย่,ราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้,คารวะนายน้อยอวิ๋นกัวหัว.”เซียวฉางเฟิงและเจิ้งเยว่ที่เร่งรีบเอ่ยกล่าวทักทาย.

อวิ๋นกัวหัวที่พยักหน้าให้กับสองคนเล็กน้อย,ก่อนที่จะเดินไปด้านหน้ากงจู่ไท่เหยียน,เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“กงจู่ไท่เหยี่ยนมาถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่รึ?”

กงจู่ไท่เหยียนที่เผยยิ้มเอ่ยออกมาว่า“พวกเราเพิ่งมาถึงวันนี้.”

ลู่อี้ผิงหาได้สนใจคนของราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้แต่อย่างใด,เอ่ยต่อวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ“ไปเถอะ,ไปยังหอการค้าความลับสวรรค์.”

หอการค้าความลับสวรรค์แม้นว่าจะมีข้อมูลสิ่งของที่เขาต้องการ,ทว่าเขาเองก็ต้องการสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลบางอย่างด้วยเช่นกัน.

ดังนั้นจึงเดินทางไปยังหอการค้าความลับสวรรค์ด้วยตัวเอง.

กงจูไท่เหยี่ยนที่เห็นลู่อี้ผิงกำลังจากไป,ก็เอ่ยปากออกมาในทันที“คุณชายลุ่,กระบี่เพลิงชาติ,ไม่รู้ว่า จะให้ข้าได้ยลสักหน่อยได้หรือไม่?”

กระบี่เพลิงชาติรึ?

อวิ๋นกัวหัวและเหล่ายอดฝีมือตระกูลอวิ๋นที่จ้องมองไปยังลู่อี้ผิง.

ลู่อี้ผิงที่หาได้สนใจ.

ราชรถที่เคลื่อนที่ต่อไปด้านหน้า.

กงจู่ไท่เหยี่ยนที่เห็นลู่อี้ผิงไม่สนใจ,ถึงกับตะลึงไปเลย.

ในเวลานั้น,ยอดฝีมือตระกูลอวิ๋นคนหนึ่งที่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว,จากนั้นก็ขวางราชรถทองคำ,แววตาที่จ้องมองลู่อี้ผิง“กระบี่เพลิงชาติของหยางตง,อยู่กับเจ้าอย่างงั้นรึ?”

“กระบี่เพลิงชาติ,เจ้าดึงออกมาอย่างงั้นรึ?”

กระบี่เพลิงชาติของเทพกระบี่หยางตงถูกดึงออกมาเดือนที่แล้ว,ข่าวได้มาถึงเรียบร้อยแล้ว,ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งทวีปเทพยุทธ์ต่างก็สนใจเรื่องดังกล่าว,ทุกคนต่างก็เผยความประหลาดใจเป็นอย่างมากต้องการรู้เป็นอย่างมากว่าเป็นผู้ใดที่ดึงมันออกมาได้..

ลู๋อี้ผิงที่จ้องมองยอดฝีมือตระกูลอวิ๋นที่ขวางทาง,เอ่ยอย่างไม่แยแส,“ไสหัวไปให้พ้น.”

กงจู่ไท่อวิ๋น,อวิ๋นกัวหัว,เซียวฉางเฟิง,เจิ้งยว่และคนอื่น ๆ ที่อดตกใจไม่ได้เหมือนกัน.

เซียวฉางเฟิงที่แค่นเสียง.

เจ้าคนแซ่ลู่,แส่หัวความตายเองสินะ.

ต่อหน้าคนของตระกูลอวิ๋นกับแสดงท่าทางอหังการเช่นนั้นออกมา.

หยินกัวหัวที่มาพร้อมกับยอดฝีมือตระกูลอวิ๋นพวกเขาต่างก็เป็นทายาทสายตรงเป็นคนสำคัญของตระกูลอวิ๋นด้วยเช่นกัน,คนเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนและเอาใจใส่เป็นอย่างมาก,มีสถานะที่สูงกว่าคนของตระกูลอื่นจะเทียบได้.

ยอดฝีมือตระกูลอวิ๋นที่หรี่ตาจ้องมอง,เห็นชัดเจนว่าไม่คาดคิดว่า ลู่อี้ผิงจะกล้าเอ่ยไสหัวไปกับตัวเอง.

ใบหน้าของเขาที่กลายเป็นเคร่งขรึมเอ่ยออกมาว่า“เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรอย่างงั้นรึ?”เขาจ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความเย็นชา“เจ้าหนู,เจ้ารู้ใหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่เขาจะเอ่ยอะไรออกไป,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็เตะออกไปทันที,ยอดฝีมือตระกูลอวิ๋นไม่ได้ตอบสนอง,ถูกเตะกระเด็นลอยออกไปทันที.

ทุกคนที่จับจ้องมอง ชงักงัน,พบว่ายอดฝีมือตระกูลอวิ๋นคนดังกล่าวหายลับไปบนขอบฟ้าไกลแล้ว.

“ทำเป็นยิ่งใหญ่,ที่แท้ก็สวะนี่เอง.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ดึงขาหน้ากลับมา.

ทุกคนที่ตกใจ,ไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อย,หลังจากจ้องมองรอคอยไปนานเหมือนกัน,แต่ยอดฝีมือตระกูลอวิ๋นกับไม่มีทีท่าว่าจะหล่นกลับลงมาเลยแม้แต่น้อย.

เซียวฉางเฟิง,เจิ้งเยว่และคนอื่น ๆ ที่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก.

ยอดฝีมือคนดังกล่าวเป็นทายานตรงตระกูลอวิ๋นเช่นกัน,กล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งไม่ได้ด้อยกว่าอวิ๋นกัวหัวแม้แต่น้อย,เป็นยอดฝีมือขอบเขตปล้นเต๋า.

บรรยากาศที่กลายเป็นเงียบทันที!

ทุกคนที่เงียบไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไป,ราชรถที่เคลื่อนที่ออกไปช้า ๆ.

ดวงตาของอวิ๋นกัวหัวที่กลายเป็นเย็นชาเป็นอย่างมาก,หมัดที่กำแน่น,ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่ได้ออกไปขวางแต่อย่างใด.

“หากยังมีครั้งหน้าอีก,นั่นคือชะตาที่เจ้าจะได้รับ!”ลู่อี้ผิงที่เอ่ยเสียงเบา ๆ ดังออกมา.

ทุกคนต่างก็ตื่นตระหนักตกใจ.

ไม่รู้ว่าลู่อี้ผิงเอ่ยกล่าวกับผู้ใด.

กงจู่ไท่เหยี่ยนรู้สึกหัวใจหนักอึ้งขึ้นมา.

คำพูดนั่น,ไม่ใช่ว่าเอ่ยกับนางหรอกรึ?

ก่อนหน้านี้,อวิ๋นกัวหัวมาถึง,นางกับเอ่ยกล่าวว่าต้องการดูกระบี่เพลิงชาติของลู่อี้ผิง,คล้ายกับว่ามีจุดประสงค์ที่มีเจตนาร้ายแฝงอยู่ด้วย.

กงจู่ไท่เหยียนจ้องมองราชรถที่วิ่งออกไปไกลแล้ว,ดวงตาของนางเป็นประกาย,แทบไม่เคยเชื่อมาก่อน,ลู่อี้ผิงนั้นเป็นปุถุชนทั่วไป,น่าเสียดาย,ที่ไม่เห็นอีกฝ่ายลงมือด้วยตัวเอง.

วัวตนนั้น,ความแข็งแกร่งเองก็มากมายเหนือจินตนาการ.

อย่างไรก็ตาม,ข่าวเรื่องกระบี่เพลิงชาติ,ได้แพร่ออกไปแล้ว,นางไม่เชื่อว่าลู่อี้ผิงจะอยู่เฉยไม่ลงมือได้.

หลังจากที่ลู่อี้ผิงผ่านไปนานแล้ว,ยอดฝีมือตระกูลอวิ๋นท้ายที่สุดก็ล่วงหล่นลงมาจากอากาศ,กระแทกเข้ากับกำแพงเมืองเสียงดังสนั่นทำให้ทุกคนตกใจ,เหล่าทหารที่เร่งรีบไปตรวจสอบทันที.

ขณะที่อวิ๋นหัวหัวมาถึงยืนอยู่ต่อหน้าศพของทายาทสายตรงคนดังกล่าว,พวกเขาบอกได้ว่านี่คือศพที่ถูกเตะลอยกระเด็นออกไปก่อนหน้านี้.

ในเวลานั้นอาวุโสสูงสุดตระกูลอวิ๋นก็มาถึงจ้องมองเห็นศพหลานตัวเอง,เขาที่แทบระงับจิตสังหารเอาไว้ไม่อยู่,พร้อมกับกัดฟันแน่น“ใครทำ?!”

“เขามีชื่อว่าลู่อี้ผิง!”หยุนกัวหัวเร่งรีบเอ่ย“เป็นคนที่ดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้.”

เหล่าคนตระกูลอวิ๋นต่างก็เผยท่าทางตกใจไปตาม ๆ กัน.

“ตอนนี้เขาอยู่ที่ใหน?”อวิ๋นซิงหยุนที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

“เขากำลังไปหอการค้าความลับสวรรค์,ตอนนี้ควรที่จะอยู่ที่หอการค้าความลับสวรรค์!”อวิ๋นกัวหัวเอ่ย.

จบบทที่ Chapter 27 He called Lu Yiping

คัดลอกลิงก์แล้ว